Compartilhar

บทที่ 3

Autor: เมฆผงาดผ่านพิภพหมอก
ท่านพ่อยังไม่เลิกประชุมขุนนาง

ข้าไม่มีเวลาร่ำลาเขา ได้แต่รีบกำชับไม่กี่ประโยคแล้วอุ้มลูกเก็บข้าวของกลับวังทันที

เยี่ยนเอ๋อร์เกิดมาร่างกายอ่อนแอ หากตกใจกลัวนิดเดียวก็จะล้มป่วยหนักทันที

หากไม่รีบตามหมอหลวงมาดูแล ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้

ภายในรถม้า

ข้าโอบกอดร่างที่ร้อนผ่าวในอ้อมอก น้ำตาแห่งการโทษตัวเองไหลรินออกมา

หากรู้ว่าการกลับไปพักที่บ้านเดิมจะทำให้ต้องพบเจอเรื่องชวนหงุดหงิดเช่นนี้

ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมออกจากวังเด็ดขาด

"ถวายบังคมฮองเฮา"

เพิ่งจะถึงประตูวัง ขันทีคนสนิทของฝ่าบาทก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที

พอเห็นองค์รัชทายาทในอ้อมอกมีสภาพเช่นนี้ เขาก็ตกใจจนหน้าซีดทันที

"ฮองเฮา ฝ่าบาททรงยังไม่เลิกประชุมขุนนาง บ่าวจะรีบไปกราบทูลฝ่าบาทเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!"

ข้าไม่มีเวลาอธิบาย สั่งให้คนไปตามหมอหลวงมาทันที

นึกไม่ถึงว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว จะต้องมาเผชิญหน้ากับเงาร่างของคนสองคนที่เหมือนตามหลอกหลอน

เผยอวี่บังเอิญพาซูชีชีเข้าวังมาพอดี

เดิมทีข้าไม่อยากจะสนใจพวกเขา นึกไม่ถึงว่าเผยอวี่กลับดึงข้าไปยังมุมอับสายตาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เขาตะคอกเสียงต่ำ

"เจียงเยว่หุย นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา เจ้าไม่รู้หรือว่าที่นี่คือวังหลวง!"

ซูชีชีตามมา สีหน้าท่าทางของนางดูแย่เช่นกัน

"คุณหนู ท่านแย่งลูกของข้าไปก็ช่างเถิด ยามนี้ยังจะพาลูกเข้ามาโวยวายในวังอีก หรือว่าคิดจะทูลฟ้องฝ่าบาทกับฮองเฮา

ในวังมีแต่เชื้อพระวงศ์กับฮูหยินผู้สูงศักดิ์ทั้งนั้น หากท่านล่วงเกินผู้ใดเข้า ต่อให้เป็นท่านแม่ทัพก็ปกป้องท่านไม่ได้นะ!"

เผยอวี่ใบหน้ามืดครึ้ม แรงบีบที่มือของเขาก็เพิ่มขึ้นทันที

แทบจะบดขยี้กระดูกของข้าให้แหลกคามือ

"ชีชีพูดถูก ข้าว่าเจ้าคงเสียสติไปแล้วจริง ๆ! หากเจ้ายังดื้อรั้นไม่เลิกเช่นนี้ ตำแหน่งฮูหยินของจวนตระกูลเผย..."

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ในอ้อมอกก็มีเสียงไอแผ่วเบาดังขึ้นมาอีกสองครั้ง

ข้าสะดุ้งทันที พลันสะบัดมือออกจากเขาด้วยแววตาแดงก่ำ

"ไสหัวไป! หากเยี่ยนเอ๋อร์เป็นอะไรไป เราจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปแน่!"

"หุบปาก!"

เผยอวี่เอามืออุดปากข้าด้วยสีหน้าหวาดกลัว

"ท่านรนหาที่ตายหรือ! ทั้งใต้หล้ามีใครบ้างไม่รู้ว่าฝ่าบาททรงรักฮองเฮายิ่งกว่าชีวิตพระองค์เอง ท่านกล้าพูดจาจาบจ้วงในวังเช่นนี้ คิดจะลากท่านแม่ทัพไปตายตกตามกันกับท่านหรืออย่างไร!"

ซูชีชีเหลือบมองไปทางท้องพระโรงอย่างตื่นตระหนกหวาดกลัว

ข้าโกรธจัด ฝังคมเขี้ยวเคี้ยวลงบนมือของเผยอวี่เต็มแรง

เขาร้องอุทานเจ็บปวด ยามปล่อยมือ เขาก็กระชากตัวเด็กไปอย่างป่าเถื่อน

"เจียงเยว่หุย เดิมทีข้าเห็นว่าเจ้าเป็นบุตรสาวของท่านราชครู เป็นกุลสตรี ถึงได้ยอมมอบลูกให้เจ้าคอยใส่ใจอบรมเลี้ยงดู นึกไม่ถึงเลยว่ายามนี้เจ้าจะกลายเป็นคนบ้าคลั่งไร้สติถึงเพียงนี้!

ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้ลูกอยู่ข้างกายเจ้าอีก เขาต้องถูกรับกลับจวนตระกูลเผยเพื่อให้ชีชีดูแลเอง ในเมื่อเจ้าเลี้ยงดูไม่ได้ ก็ให้แม่แท้ ๆ ของเขาเป็นคนเลี้ยง!"

ซูชีชีรับเด็กเข้าไปในอ้อมกอดด้วยท่าทางเก้งก้างไม่คุ้นมือ

ทว่าในเวลาต่อมา นางกลับกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

แม้เยี่ยนเอ๋อร์จะไข้ขึ้นจนสะลึมสะลือ แต่เขาก็ยังรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของตน

เขาอ้าปากกัดลงบนลำคอของซูชีชีทันที "ผู้หญิงใจร้าย! ห้ามรังแกท่านแม่ของข้านะ!"

ปีนั้น หลังจากที่ข้าให้กำเนิดเยี่ยนเอ๋อร์ก็เกิดอาการตกเลือดครั้งใหญ่

ราวกับก้าวขาข้างหนึ่งเข้าโลงแล้ว ถึงได้ถูกช่วยชีวิตกลับมาได้

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฝ่าบาทก็ทรงอบรมองค์รัชทายาทอยู่เสมอว่า

"เสด็จแม่ของเจ้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้กำเนิดเจ้ามา ไม่ว่าเมื่อใด เยี่ยนเอ๋อร์จะต้องปกป้องเสด็จแม่ ปกป้องมารดาของตัวเองให้ดี"

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเยี่ยนเอ๋อร์ น้ำตาของข้าก็พรั่งพรูออกมาทันที

คาดไม่ถึงว่าข้ายังไม่ทันจะได้ขยับตัว บนใบหน้าก็พลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง

เผยอวี่หมดความอดทน ตวัดฝ่ามือตบฉาดลงมาอย่างแรง

"เจียงเยว่หุย! เจ้าสั่งสอนลูกชายของข้าให้กลายเป็นอะไรไปแล้ว!"

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 10

    วันต่อมายามที่ข้ากำลังแต่งหน้าทำผม เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก็ดังจากไกลเข้ามาใกล้"ฮองเฮา คนบาปตระกูลเผยกับแม่นางซูสิ้นใจเมื่อคืนนี้เพคะ"ที่แท้ หลังจากที่ข้าจากมาเมื่อคืนนี้ ซูชีชีก็พลันพุ่งตัวเข้าใส่เผยอวี่อย่างคุมสติไม่อยู่นางทั้งร้องไห้ทั้งทุบตี ราวกับกำลังตัดพ้อเผยอวี่ว่าเหตุใดจึงไม่ปกป้องลูกของพวกเราให้ดีส่วนเผยอวี่เองก็สะสมความไม่พอใจไว้เป็นกองมานานแล้วทั้งสองจึงกอดรัดทุบตีกันอยู่ในคุกซูชีชีที่ผอมบางอ่อนแอมีหรือจะเป็นคู่ต่อสู้ของเผยอวี่ สุดท้ายนางจึงถูกทุบตีจนบาดเจ็บเจียนตายทั่วร่างและสลบไปแต่หลังจากที่นางฟื้นตื่นขึ้นมา กลับอาศัยจังหวะที่เผยอวี่หลับสนิท กัดหลอดลมของเขาขาดสะบั้นในคำเดียวขณะที่เผยอวี่ดิ้นรนอย่างทรมาน นางก็พุ่งเข้าชนกำแพงอย่างแรงปลิดชีพตนเองในที่สุดเผยอวี่ดิ้นรนทุรนทุรายอยู่ในกองเลือดนานถึงหนึ่งชั่วยามสุดท้ายถึงได้สิ้นใจทั้งที่ตายังไม่หลับหลังจากฟังรายงานจากบ่าวรับใช้จบ ข้าก็เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วก้าวออกไปนอกประตูตำหนักสายลมอ่อน ๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของดอกไห่ถังโชยมาข้าเกิดเหม่อลอยไปชั่วขณะราวกับย้อนกลับไปในวัยสิบหกปี เด็กหนุ่มที่นัยน์ต

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 9

    เผยอวี่กับซูชีชีที่สภาพกึ่งเป็นกึ่งตายถูกคุมขังอยู่ในเกวียนนักโทษภายในวันเดียว ถูกพาแห่ประจานไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวงทางการประกาศความผิดของทั้งสองทีละข้อ พร้อมติดประกาศให้ผู้คนได้รับรู้พวกชาวบ้านต่างโกรธแค้นและชิงชัง พากันถ่มน้ำลายและสาดน้ำโสโครกใส่ จนแทบจะท่วมร่างของเผยกับซูชีชีอยู่แล้วหลังจากการแห่ประจานสิ้นสุดลงเผยอวี่และซูชีชีถูกนำตัวไปคุมขังในคุกหลวงเซี่ยหลินยวนส่งหมอหลวงที่ดีที่สุดไปเฝ้าดูอาการ เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้ถูกทรมานทุกวัน ทั้งสองก็จะไม่ขาดใจตายเด็ดขาดวันที่เจ็ดหลังจากทั้งสองถูกคุมขังข้าเดินทางไปยังคุกหลวงด้วยตัวเองประจวบเหมาะกับเวลาที่เผยอวี่และซูชีชีเพิ่งรับโทษทรมานเสร็จทั้งสองถูกโยนลงกับพื้นราวกับสุนัขใกล้ตาย ส่วนข้ายืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม มองทุกสิ่งด้วยสายตาเย็นชาจนกระทั่งได้ยินเสียงผู้คนคุกเข่าถวายบังคม เผยอวี่จึงฝืนยกศีรษะขึ้นอย่างเชื่องช้า ตระหนักได้ว่าข้าเป็นผู้มาเยือน"หุยเอ๋อร์?"เสียงที่แหบแห้งถึงขีดสุดเพิ่งเปล่งออกมาจากลำคอเขาก็ถูกตบปากอย่างแรงสองฉาด"บังอาจ! ยังกล้าเสียมารยาทต่อฮองเฮาอีกหรือ!"เผยอวี่ถูกตบจนคว่ำลงกับพื้น

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 8

    "ขุนนางผู้กระทำผิดเผยอวี่ใจกล้าคับฟ้า หมิ่นเบื้องสูงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลากตัวออกไปโบยหนึ่งร้อยไม้ก่อน! หญิงผู้กระทำผิดซูชีชี วาจาสามหาว ใส่ร้ายป้ายสีฮองเฮาและองค์รัชทายาท ลากตัวลงไปรับทัณฑ์ตัดลิ้น!"ขันทีข้างกายเซี่ยหลินยวนกระแอมให้คอโล่ง ก่อนจะเอ่ยประกาศด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก"ฝ่าบาทโปรดละเว้น!"เสียงร้องขอชีวิตดังระงมไม่ขาดสายเผยอวี่และซูชีชีถูกลากตัวออกไปราวกับสุนัขที่ตายแล้ว เพียงไม่นาน ด้านนอกท้องพระโรงก็มีเสียงทุบของไม้โบยทหารและเสียงครางทรมานดังแว่วมาเสียงร้องขอชีวิตของซูชีชีดังอยู่ครู่เดียวเท่านั้น มันหยุดลงหลังจากเสียงกรีดร้องโหยหวนหนึ่งครั้งลงโทษครบแล้วเผยอวี่ถูกโยนกลับเข้ามาในท้องพระโรงอีกครั้ง เสื้อบนแผ่นหลังแนบสนิทติดไปกับบาดแผลและหยาดเลือด เนื้อหนังฉีกขาดเหวอะหวะ สภาพอนาถจนไม่อาจทนดูได้หากเขาไม่ใช่ขุนพลฝ่ายบู๊ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ไม้โบยทหารหนึ่งร้อยไม้นี้คงคร่าชีวิตของเขาไปได้อย่างง่ายดายแล้วทว่าซูชีชีที่อยู่อีกด้านกลับมีสภาพน่าอัปยศและอนาถยิ่งกว่ายามที่บ่าวรับใช้ประคองถาดใส่ลิ้นของนางกลับมาเพื่อรายงาน นางนั้นเจ็บปวดจนสิ้นสติไปนานแล้วขากรรไกรที่ถูกหักจนหลุ

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 7

    เสียงหัวเราะนี้ราวกับสายฟ้าลูกใหญ่ฟาดกระหน่ำจนทั้งสองชาวาบหนังศีรษะในชั่วพริบตาเดียวโดยเฉพาะซูชีชีเดิมทีนางก็มีชาติกำเนิดต่ำต้อยอยู่แล้ว มีหรือจะเคยพบเจอสถานการณ์ยิ่งใหญ่กดดันเช่นนี้แรงกดดันอันทรงพลังที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องบน แทบจะทำให้นางขาดใจตายนางพยายามระงับน้ำเสียงอันสั่นเครืออย่างสุดความสามารถ ไม่มีเวลาสนใจอะไรมากแล้ว คิดแต่ว่าจะชี้แจงความอยุติธรรมของตนก่อนที่โอรสสวรรค์จะพิโรธ"ฝ่าบาท ห้าปีก่อนหลังจากหม่อมฉันให้กำเนิดบุตรที่ชายแดน ก็ได้ส่งตัวเด็กกลับมายังเมืองหลวง เพื่อขอความเมตตาให้คนบาปเจียงเยว่หุยช่วยอบรมเลี้ยงดู แต่นึกไม่ถึงว่านางจะผูกใจเจ็บเคียดแค้น นางจึงเลี้ยงดูบุตรของหม่อมฉันกับท่านแม่ทัพให้กลายเป็นคนหยาบช้าไร้เหตุผล ไร้มนุษยธรรมเพคะ นางแค้นที่ท่านแม่ทัพจะแต่งหม่อมฉันเป็นฮูหยินเอก จึงพาลูกเข้าวังเพื่อทูลฟ้องร้อง ทั้งยังทำเรื่องหมิ่นเบื้องสูงพวกนั้น นางสมควรตายหมื่นครั้งเพคะ!"ทั้งท้องพระโรงพลันเกิดเสียงสูดหายใจเฮือกดังเป็นระลอกเมื่อได้ยินปฏิกิริยาของเหล่าขุนนาง ซูชีชีก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นหลายส่วนนางเสียงดังขึ้นเช่นกัน"คนบาปเจียงเยว่หุยยังไม่ได้แต่งเข้าตระกูล

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 6

    พอหลุดคำพูดนี้ออกมาสีหน้าของผู้คุมก็เปลี่ยนไปฉับพลันเขาชักแส้ที่พกติดตัวออกมาทันที แล้วฟาดเข้ามาอย่างแรง"บังอาจ! พวกเจ้ากล้าเอ่ยนามนี้ออกมาตรง ๆ ด้วยหรือ หากอยากตายก็อย่าดึงข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย!"เผยอวี่ชักมือกลับอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวอันเข้มข้นของผู้คุม ซูชีชีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ลนลานขึ้นมาทันที"ดูท่าพี่หญิงคงจะไปล่วงเกินฝ่าบาทเข้าจริง ๆ แล้ว ยามนี้แม้แต่นามก็กลายเป็นข้อห้ามไปเสียแล้ว ฮองเฮาทรงกริ้วจนประชวรเพราะนางไร้มารยาทแน่ ๆ ทำให้ฮองเฮาทรงขุ่นเคืองพระทัยเช่นนี้ ภายนอกต้องเกิดการนองเลือดขึ้นแล้วแน่เลย นางอยากตายก็ตายไปคนเดียวสิ ยังจะพาลูกข้าไปด้วยอีก ท่านแม่ทัพ น่าสงสารลูกของเรายิ่งนัก เด็กบริสุทธิ์จริง ๆ นะเจ้าคะ!"ซูชีชียกมือปิดหน้า ร้องไห้จนแทบขาดใจแต่เผยอวี่กลับจ้องมองไปทางที่ผู้คุมเดินจากไปอย่างเหม่อลอยในหัวเขาเหลือเพียงถ้อยคำที่ซูชีชีเอ่ยออกมาแม้ในใจเขาจะสิ้นหวังในตัวเจียงเยว่หุยไปนานแล้ว ทว่าไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด ในอกกลับรู้สึกแน่นตึงอย่างบอกไม่ถูกเจียงเยว่หุยตายแล้วสตรีที่เป็นรักแรกตั้งแต่วัยเยาว์ คอยเดินตามหลังและเรียกเขาว่าพี่เผยอวี่อยู่ทุกว

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 5

    เผยอวี่สีหน้าเปลี่ยนทันทีเขาจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยทันที ขณะกำลังจะหันกลับไปทำความเคารพ ก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอยจากนั้นสติสัมปชัญญะของเขาก็หายไปในชั่วพริบตาในพริบตา ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเผยอวี่พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในคุกมืดอันอับชื้นข้างกายของเขายังมีซูชีชีที่นอนหมดสติอยู่เช่นกันเขาลูบคราบเลือดที่แห้งกรังตรงท้ายทอยนานแล้ว นึกอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าใครกันแน่จะใจกล้าถึงขั้นมาลงมือกับเขาตอนนี้เอง ซูชีชีที่อยู่ด้านข้างก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมานางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แววตาพลันฉายแววหวาดกลัวอยู่บ้าง"ท่านแม่ทัพ หรือจะเป็นเพราะนังคนบ้าเจียงเยว่หุยนั่นทูลสิ่งใดต่อฝ่าบาท ฝ่าบาทถึงได้ลงโทษพวกเรา"ยามที่เอ่ยถึงโอรสสวรรค์น้ำเสียงของนางก็เริ่มสั่นเครือแล้วหลายปีมานี้ แม้นนางจะอยู่เคียงข้างเผยอวี่ที่ชายแดนมานาน ไม่เคยเข้าเฝ้าฝ่าบาทเลยแต่ต่อให้จะอยู่ไกลถึงชายขอบแคว้น นางก็ยังเคยได้ยินชื่อเสียงบารมีของฮ่องเต้ใหม่พระองค์นี้มาแล้วฮ่องเต้องค์ปัจจุบันในปีนั้นเคยผ่านศึกสายเลือด 'กบฏเจ็ดอ๋อง' มาก่อน เคยเหยียบย่ำกองกระดูกและโลหิตขอ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status