مشاركة

บทที่ 4

مؤلف: เมฆผงาดผ่านพิภพหมอก
เขาโกรธมาก เข้าไปกระชากเยี่ยนเอ๋อร์ออก

ใบหน้ามีแต่ความเกรี้ยวกราดขณะบีบข้อมือน้อย ๆ ของเด็กไว้แน่น

"ลูกทรพี! สตรีที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหากคือแม่บังเกิดเกล้าของเจ้า! ยังไม่รีบเรียกท่านแม่อีก!"

เยี่ยนเอ๋อร์เจ็บมาก เริ่มร้องไห้พลางทุบตีเขา

"ไม่เอา! นี่ไม่ใช่ท่านแม่!"

"ท่านแม่ช่วยข้าด้วย!"

เผยอวี่หมดความอดทน เตะเข้าที่ข้อพับเข่าของเด็กน้อยอย่างแรง แล้วกดร่างให้คุกเข่าลงต่อหน้าซูชีชี

"หากรู้แต่แรกว่าจะมีวันนี้ ข้าควรเอาเจ้าไปเลี้ยงดูข้างกาย สตรีในเรือนหลังเลี้ยงดูออกมาได้ใจแคบและไร้การอบรมเช่นนี้เอง!

หากวันนี้เจ้าไม่สำนึกผิดกับท่านแม่ของเจ้า ข้าจะถือว่าไม่มีลูกเช่นเจ้า!"

เข่าของเยี่ยนเอ๋อร์กระแทกพื้นอย่างแรง หมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนอีกต่อไป

ผิวหนังตามร่างกายของเขาแดงฉานเป็นแถบ ๆ

ข้าร้อนใจจนตาแทบถลน ตะโกนออกมาเสียงดัง

"เผยอวี่! เจ้าตาบอดหรือ ไม่เห็นหรือว่าเด็กป่วยอยู่!"

ทว่าเผยอวี่กลับทำเพียงปรายตามองอย่างเย็นชา

เมื่อเห็นรอยฟันและคราบเลือดบนลำคอของซูชีชี ลึก ๆ ในดวงตาของเขาก็ฉายแววเย็นเยียบ

"เด็กถูกเจ้าตามใจจนปวกเปียกเช่นนี้ พอทำผิดก็แสร้งป่วยแสร้งทำเป็นน่าสงสาร ท่าทางไร้กระดูกสันหลังเช่นนี้ คู่ควรจะมาเป็นบุตรชายของข้าเผยอวี่ได้อย่างไร!"

พูดจบ เขาก็ยื่นมือมากดศีรษะของเยี่ยนเอ๋อร์ ให้โขกลงบนพื้นตรงหน้าซูชีชีดังปัง ๆ

"มารดาใจดีทำลูกเสียคน หากวันนี้ไม่ให้บทเรียนกับเจ้าสักหน่อย วันหน้าคงได้ก่อเรื่องใหญ่โตกว่านี้แน่!"

เสียงโขกศีรษะและเสียงสะอื้นทรมานของลูก ราวกับใบมีดที่แทงทะลุหัวใจข้า

ขณะเห็นสภาพเยี่ยนเอ๋อร์หายใจรวยริน

ข้ารู้สึกเลือดลมเดือดพล่าน จนลำคอรับรู้ถึงรสชาติหวานคาวของเลือด

ตอนนี้เอง ขันทีที่ไปแจ้งความกลับมาถึงพอดี

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็สูดหายใจลึกด้วยความตกใจ "กบฏแล้ว! กบฏ! พวกเรา เร็วเข้า! รีบจับตัวคนหมิ่นเบื้องสูงสองคนนี้ไว้!"

ในตอนที่ข้าคิดว่าในที่สุดก็รอดพ้นแล้วนั้น

เผยอวี่กลับหัวเราะหึในลำคอ พุ่งตัวเข้าไปจัดการพวกเขาจนล้มคว่ำลงกับพื้นภายในไม่กี่ที

"บังอาจ!"

"แหกตาสุนัขของพวกเจ้าดูให้ดี ๆ ข้าคือแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน ว่าที่ขุนนางขั้นหนึ่ง! เจียงเยว่หุยเป็นเพียงบุตรสาวท่านราชครู พวกเจ้ากล้าช่วยนางทำเรื่องที่ล่วงเกินอย่างนั้นหรือ!"

ระหว่างที่พูด เขาก็หันไปสั่งทหารคนสนิทที่พามาด้วย

"พวกบ่าวตาสุนัขเหล่านี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สั่งสอนให้พวกมันรู้กฎระเบียบเสียบ้าง!"

ลูกน้องคนสนิทเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เผยอวี่พามาจากชายแดน

พวกเขาเชี่ยวชาญวิธีการทรมานสารพัดรูปแบบ

เพียงไม่นาน เสียงร้องครวญครางเพราะความทรมานของบรรดาขันทีก็ดังระงม

ข้ามองฉากป่าเถื่อนตรงหน้าด้วยดวงตาแดงฉาน "ฝ่าบาทไม่ละเว้นพวกเจ้าแน่! หากเยี่ยนเอ๋อร์เป็นอะไรไป เราจะต้องลากคนทั้งชั่วโคตรตระกูลเผยให้ลงหลุมไปด้วยกัน!"

"เจียงเยว่หุย!"

เผยอวี่แผดเสียงตะโกนอย่างโกรธจัด

เขายกมือบีบคางข้าไว้แน่น ก่อนจะออกแรงข้อมือจนเสียงดัง 'กร๊อบ' ขากรรไกรของข้าถูกเขาหักจนหลุดทันที

"จนป่านนี้ยังกล้าปากดี ไม่รู้จักสำนึกผิด!

เด็กคนนี้ต้องกลายเป็นเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะความผิดของเจ้าที่เลี้ยงดูไม่ดี!

วันนี้ข้าเข้าวังมาเพื่อขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท แต่เห็นเจ้าเสียสติเช่นนี้ ตำแหน่งฮูหยินคงไม่คู่ควรกับเจ้าแล้ว เมื่อถึงวันแต่งงาน เจ้าจงคลุมหน้าเดินเข้าประตู้ด้านข้างของจวนตระกูลเผยด้วยเกี้ยวหลังเล็กไปเถอะ เริ่มจากเป็นอนุภรรยา ตั้งใจเรียนรู้กฎระเบียบให้ดี!"

ความเจ็บปวดทะลุหัวใจแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

ตาข้าพร่าเลือนไปด้วยน้ำตาขณะมองไปยังเยี่ยนเอ๋อร์ที่หน้าผากบวมแดงและหลับตาสนิท

ในตอนที่ข้าคิดจะแลกชีวิตกับเผยอวี่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าอันอลหม่านดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ

เสียงคุกเข่าทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงดังขึ้นข้างหู

"ฝ่าบาทเสด็จ"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 10

    วันต่อมายามที่ข้ากำลังแต่งหน้าทำผม เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก็ดังจากไกลเข้ามาใกล้"ฮองเฮา คนบาปตระกูลเผยกับแม่นางซูสิ้นใจเมื่อคืนนี้เพคะ"ที่แท้ หลังจากที่ข้าจากมาเมื่อคืนนี้ ซูชีชีก็พลันพุ่งตัวเข้าใส่เผยอวี่อย่างคุมสติไม่อยู่นางทั้งร้องไห้ทั้งทุบตี ราวกับกำลังตัดพ้อเผยอวี่ว่าเหตุใดจึงไม่ปกป้องลูกของพวกเราให้ดีส่วนเผยอวี่เองก็สะสมความไม่พอใจไว้เป็นกองมานานแล้วทั้งสองจึงกอดรัดทุบตีกันอยู่ในคุกซูชีชีที่ผอมบางอ่อนแอมีหรือจะเป็นคู่ต่อสู้ของเผยอวี่ สุดท้ายนางจึงถูกทุบตีจนบาดเจ็บเจียนตายทั่วร่างและสลบไปแต่หลังจากที่นางฟื้นตื่นขึ้นมา กลับอาศัยจังหวะที่เผยอวี่หลับสนิท กัดหลอดลมของเขาขาดสะบั้นในคำเดียวขณะที่เผยอวี่ดิ้นรนอย่างทรมาน นางก็พุ่งเข้าชนกำแพงอย่างแรงปลิดชีพตนเองในที่สุดเผยอวี่ดิ้นรนทุรนทุรายอยู่ในกองเลือดนานถึงหนึ่งชั่วยามสุดท้ายถึงได้สิ้นใจทั้งที่ตายังไม่หลับหลังจากฟังรายงานจากบ่าวรับใช้จบ ข้าก็เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วก้าวออกไปนอกประตูตำหนักสายลมอ่อน ๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของดอกไห่ถังโชยมาข้าเกิดเหม่อลอยไปชั่วขณะราวกับย้อนกลับไปในวัยสิบหกปี เด็กหนุ่มที่นัยน์ต

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 9

    เผยอวี่กับซูชีชีที่สภาพกึ่งเป็นกึ่งตายถูกคุมขังอยู่ในเกวียนนักโทษภายในวันเดียว ถูกพาแห่ประจานไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวงทางการประกาศความผิดของทั้งสองทีละข้อ พร้อมติดประกาศให้ผู้คนได้รับรู้พวกชาวบ้านต่างโกรธแค้นและชิงชัง พากันถ่มน้ำลายและสาดน้ำโสโครกใส่ จนแทบจะท่วมร่างของเผยกับซูชีชีอยู่แล้วหลังจากการแห่ประจานสิ้นสุดลงเผยอวี่และซูชีชีถูกนำตัวไปคุมขังในคุกหลวงเซี่ยหลินยวนส่งหมอหลวงที่ดีที่สุดไปเฝ้าดูอาการ เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้ถูกทรมานทุกวัน ทั้งสองก็จะไม่ขาดใจตายเด็ดขาดวันที่เจ็ดหลังจากทั้งสองถูกคุมขังข้าเดินทางไปยังคุกหลวงด้วยตัวเองประจวบเหมาะกับเวลาที่เผยอวี่และซูชีชีเพิ่งรับโทษทรมานเสร็จทั้งสองถูกโยนลงกับพื้นราวกับสุนัขใกล้ตาย ส่วนข้ายืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม มองทุกสิ่งด้วยสายตาเย็นชาจนกระทั่งได้ยินเสียงผู้คนคุกเข่าถวายบังคม เผยอวี่จึงฝืนยกศีรษะขึ้นอย่างเชื่องช้า ตระหนักได้ว่าข้าเป็นผู้มาเยือน"หุยเอ๋อร์?"เสียงที่แหบแห้งถึงขีดสุดเพิ่งเปล่งออกมาจากลำคอเขาก็ถูกตบปากอย่างแรงสองฉาด"บังอาจ! ยังกล้าเสียมารยาทต่อฮองเฮาอีกหรือ!"เผยอวี่ถูกตบจนคว่ำลงกับพื้น

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 8

    "ขุนนางผู้กระทำผิดเผยอวี่ใจกล้าคับฟ้า หมิ่นเบื้องสูงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลากตัวออกไปโบยหนึ่งร้อยไม้ก่อน! หญิงผู้กระทำผิดซูชีชี วาจาสามหาว ใส่ร้ายป้ายสีฮองเฮาและองค์รัชทายาท ลากตัวลงไปรับทัณฑ์ตัดลิ้น!"ขันทีข้างกายเซี่ยหลินยวนกระแอมให้คอโล่ง ก่อนจะเอ่ยประกาศด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก"ฝ่าบาทโปรดละเว้น!"เสียงร้องขอชีวิตดังระงมไม่ขาดสายเผยอวี่และซูชีชีถูกลากตัวออกไปราวกับสุนัขที่ตายแล้ว เพียงไม่นาน ด้านนอกท้องพระโรงก็มีเสียงทุบของไม้โบยทหารและเสียงครางทรมานดังแว่วมาเสียงร้องขอชีวิตของซูชีชีดังอยู่ครู่เดียวเท่านั้น มันหยุดลงหลังจากเสียงกรีดร้องโหยหวนหนึ่งครั้งลงโทษครบแล้วเผยอวี่ถูกโยนกลับเข้ามาในท้องพระโรงอีกครั้ง เสื้อบนแผ่นหลังแนบสนิทติดไปกับบาดแผลและหยาดเลือด เนื้อหนังฉีกขาดเหวอะหวะ สภาพอนาถจนไม่อาจทนดูได้หากเขาไม่ใช่ขุนพลฝ่ายบู๊ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ไม้โบยทหารหนึ่งร้อยไม้นี้คงคร่าชีวิตของเขาไปได้อย่างง่ายดายแล้วทว่าซูชีชีที่อยู่อีกด้านกลับมีสภาพน่าอัปยศและอนาถยิ่งกว่ายามที่บ่าวรับใช้ประคองถาดใส่ลิ้นของนางกลับมาเพื่อรายงาน นางนั้นเจ็บปวดจนสิ้นสติไปนานแล้วขากรรไกรที่ถูกหักจนหลุ

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 7

    เสียงหัวเราะนี้ราวกับสายฟ้าลูกใหญ่ฟาดกระหน่ำจนทั้งสองชาวาบหนังศีรษะในชั่วพริบตาเดียวโดยเฉพาะซูชีชีเดิมทีนางก็มีชาติกำเนิดต่ำต้อยอยู่แล้ว มีหรือจะเคยพบเจอสถานการณ์ยิ่งใหญ่กดดันเช่นนี้แรงกดดันอันทรงพลังที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องบน แทบจะทำให้นางขาดใจตายนางพยายามระงับน้ำเสียงอันสั่นเครืออย่างสุดความสามารถ ไม่มีเวลาสนใจอะไรมากแล้ว คิดแต่ว่าจะชี้แจงความอยุติธรรมของตนก่อนที่โอรสสวรรค์จะพิโรธ"ฝ่าบาท ห้าปีก่อนหลังจากหม่อมฉันให้กำเนิดบุตรที่ชายแดน ก็ได้ส่งตัวเด็กกลับมายังเมืองหลวง เพื่อขอความเมตตาให้คนบาปเจียงเยว่หุยช่วยอบรมเลี้ยงดู แต่นึกไม่ถึงว่านางจะผูกใจเจ็บเคียดแค้น นางจึงเลี้ยงดูบุตรของหม่อมฉันกับท่านแม่ทัพให้กลายเป็นคนหยาบช้าไร้เหตุผล ไร้มนุษยธรรมเพคะ นางแค้นที่ท่านแม่ทัพจะแต่งหม่อมฉันเป็นฮูหยินเอก จึงพาลูกเข้าวังเพื่อทูลฟ้องร้อง ทั้งยังทำเรื่องหมิ่นเบื้องสูงพวกนั้น นางสมควรตายหมื่นครั้งเพคะ!"ทั้งท้องพระโรงพลันเกิดเสียงสูดหายใจเฮือกดังเป็นระลอกเมื่อได้ยินปฏิกิริยาของเหล่าขุนนาง ซูชีชีก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นหลายส่วนนางเสียงดังขึ้นเช่นกัน"คนบาปเจียงเยว่หุยยังไม่ได้แต่งเข้าตระกูล

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 6

    พอหลุดคำพูดนี้ออกมาสีหน้าของผู้คุมก็เปลี่ยนไปฉับพลันเขาชักแส้ที่พกติดตัวออกมาทันที แล้วฟาดเข้ามาอย่างแรง"บังอาจ! พวกเจ้ากล้าเอ่ยนามนี้ออกมาตรง ๆ ด้วยหรือ หากอยากตายก็อย่าดึงข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย!"เผยอวี่ชักมือกลับอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวอันเข้มข้นของผู้คุม ซูชีชีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ลนลานขึ้นมาทันที"ดูท่าพี่หญิงคงจะไปล่วงเกินฝ่าบาทเข้าจริง ๆ แล้ว ยามนี้แม้แต่นามก็กลายเป็นข้อห้ามไปเสียแล้ว ฮองเฮาทรงกริ้วจนประชวรเพราะนางไร้มารยาทแน่ ๆ ทำให้ฮองเฮาทรงขุ่นเคืองพระทัยเช่นนี้ ภายนอกต้องเกิดการนองเลือดขึ้นแล้วแน่เลย นางอยากตายก็ตายไปคนเดียวสิ ยังจะพาลูกข้าไปด้วยอีก ท่านแม่ทัพ น่าสงสารลูกของเรายิ่งนัก เด็กบริสุทธิ์จริง ๆ นะเจ้าคะ!"ซูชีชียกมือปิดหน้า ร้องไห้จนแทบขาดใจแต่เผยอวี่กลับจ้องมองไปทางที่ผู้คุมเดินจากไปอย่างเหม่อลอยในหัวเขาเหลือเพียงถ้อยคำที่ซูชีชีเอ่ยออกมาแม้ในใจเขาจะสิ้นหวังในตัวเจียงเยว่หุยไปนานแล้ว ทว่าไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด ในอกกลับรู้สึกแน่นตึงอย่างบอกไม่ถูกเจียงเยว่หุยตายแล้วสตรีที่เป็นรักแรกตั้งแต่วัยเยาว์ คอยเดินตามหลังและเรียกเขาว่าพี่เผยอวี่อยู่ทุกว

  • ฮองเฮาอย่างข้า ไม่เป็นอนุใคร   บทที่ 5

    เผยอวี่สีหน้าเปลี่ยนทันทีเขาจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยทันที ขณะกำลังจะหันกลับไปทำความเคารพ ก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอยจากนั้นสติสัมปชัญญะของเขาก็หายไปในชั่วพริบตาในพริบตา ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเผยอวี่พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในคุกมืดอันอับชื้นข้างกายของเขายังมีซูชีชีที่นอนหมดสติอยู่เช่นกันเขาลูบคราบเลือดที่แห้งกรังตรงท้ายทอยนานแล้ว นึกอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าใครกันแน่จะใจกล้าถึงขั้นมาลงมือกับเขาตอนนี้เอง ซูชีชีที่อยู่ด้านข้างก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมานางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แววตาพลันฉายแววหวาดกลัวอยู่บ้าง"ท่านแม่ทัพ หรือจะเป็นเพราะนังคนบ้าเจียงเยว่หุยนั่นทูลสิ่งใดต่อฝ่าบาท ฝ่าบาทถึงได้ลงโทษพวกเรา"ยามที่เอ่ยถึงโอรสสวรรค์น้ำเสียงของนางก็เริ่มสั่นเครือแล้วหลายปีมานี้ แม้นนางจะอยู่เคียงข้างเผยอวี่ที่ชายแดนมานาน ไม่เคยเข้าเฝ้าฝ่าบาทเลยแต่ต่อให้จะอยู่ไกลถึงชายขอบแคว้น นางก็ยังเคยได้ยินชื่อเสียงบารมีของฮ่องเต้ใหม่พระองค์นี้มาแล้วฮ่องเต้องค์ปัจจุบันในปีนั้นเคยผ่านศึกสายเลือด 'กบฏเจ็ดอ๋อง' มาก่อน เคยเหยียบย่ำกองกระดูกและโลหิตขอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status