LOGINตอนที่ 8 แสดงความยินดี
หลายวันต่อมา
ห้องโถงใหญ่ในตำหนักหลุนหลง มีสตรีมากมายเข้ามาร่วมแสดงความยินดีเมื่ออาการของฮองเฮาเริ่มดีขึ้นผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทุกคนคือไทฮองไทเฮา ข้างซ้ายคือฮองไทเฮา ข้างขวาคือหวงไท่เฟย สองข้างฝั่งจะเป็นหวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย 2 ลำดับและเหล่าสนมของฝ่าบาท มาหาฮองเฮาถึงตำหนัก
“ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี ฮองเฮาข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้าตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่นจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้า คุณงามความดีของเจ้าข้าจะมอบที่ดินผืนงามลุ่มน้ำเจียงซีให้เจ้าเป็นของกำนัลและเอาไว้เป็นสมบัติของทายาทที่กำลังจะเกิดจากเจ้า หากเป็นโอรสข้าจะมอบเขาไท่หยางให้ตระกูลไป๋เป็นการตอบแทน” ทุกคนต่างได้ยินก็พากันดวงตาลุกวาวเมื่อไทฮองไทเฮามอบที่เหมือนแผ่นดินทองคำให้แก่ฮองเฮา
“เป็นพระมหากรุณาเพคะ”
“ข้าเองก็มีของกำนัลให้เจ้าเช่นเดียวกัน”
แปะ ๆ ฮองไทเฮาเอ่ยจบตบมือเสียงดังสองสามครั้งเหล่าทหารแบกหีบสมบัติเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกำไลสร้อยหยก อัญมณีหายากมากมายกองอยู่ต่อหน้าทุกคน แสงประกายแวววาวกระทบทุกสายตา
“ขอบพระทับเพคะฮองไทเฮา”
“ของข้าก็มิได้น้อยหน้า ยกเข้ามา” หวงไท่เฟยเอ่ยจบทหารอีกชุดก็เดินเข้ามาพร้อมหีบสมบัติ ผ้าไหมหายากลวดลายมีเฉพาะในพื้นที่บ้านเกิดของหวงไท่เฟยเท่านั้น ล้วนมีค่าและราคาหาเปรียบมิได้ ทุกคนต่างพากันดีใจและตื่นเต้นแทนซินเหยียน มีเพียงหนึ่งที่จ้องมองด้วยความริษยาอิจฉาดวงตาลุกวาว
ซินเหยียนลุกขึ้นยกมือประสานกันกลางอกโน้มตัวลงคารวะผู้อาวุโสทั้งสาม เมื่อชาติที่แล้วทั้งสามก็ดีกับนาง ชาตินี้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน
ทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดีดื่มน้ำชาไม่นานก็พากันเสด็จกลับเพื่อให้ฮองเฮาได้พักผ่อน
ตำหนักฉู่อี๋
ฟางหรูดวงตาร้อนผ่าวนั่งไม่เป็นสุข ขนาดยังไม่คลอดโอรสออกมาทุกคนยังดีและมอบทุกอย่างให้ขนาดนี้มีหวังหากฮองเฮาคลอดบุตรออกมาคงจะมอบกระทั่งบัลลังก์ให้นางเสียกระมั่ง ยิ่งคิดเช่นนั้นนางยิ่งเห็นความย่อยยับและอำนาจที่นางต้องการสลายไปกับตา ลุกขึ้นพรวดสั่งนางกำนัลให้จัดเตรียมรถม้า นางจะเดินทางไปเรือนตระกูลจื่อ หากชักช้าทุกอย่างที่วางแผนเอาไว้คงจบสิ้นลงจริงๆ
“ซือหยาสั่งการให้ขันทีเตรียมรถม้าให้ข้า ข้าจะเดินทางไปเรือนตระกูลจื่อ”
“เพคะหวงกุ้ยเฟย”
ไม่นานหลังจากนั้น เกี้ยวของหวงกุ้ยเฟยได้ออกเดินทางออกไป สายตาคู่หนึ่งจับจ้องการเคลื่อนไหวของนางอยู่เสมอ
“หลี่เจี๋ยเจ้าจงตามออกไปเฝ้าดูห่าง ๆ ข้าสังหรณ์ใจว่านางต้องมีแผนอันใดแน่นอน สายตาที่ข้าเห็นวันนี้ช่างชัดเจน ข้าต้องรักษาเด็กคนนี้เอาไว้ให้ได้เป็นอย่างดีจนกว่าจะคลอดออกมา”
“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา อีกอย่างกระหม่อมมีเรื่องจะแจ้งพ่ะย่ะค่ะ เรื่องที่ฮองเฮาให้ไปตามสืบยามนี้กระหม่อมได้รายชื่อใต้เท้าที่ร่วมในแผนการครั้งนี้แล้ว” หลี่เจี๋ยมอบหนังสือรายชื่อให้แก่ฮองเฮา นางรับเอามาและรีบเก็บซ่อนไว้ใต้เสื้อ สั่งการให้เขาตามหวงกุ้ยเฟยออกไปได้แล้ว
“เจ้าทำดีมาก ตอนนี้รีบตามหวงกุ้ยเฟยไปได้แล้วอย่าให้นางจับได้เป็นอันขาด”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจี๋ยปลีกตัวแยกออกตามหวงกุ้ยเฟยไปอย่างลับ ๆ
ส่วนซินเหยียนเมื่อได้หนังสือรายชื่อนางรีบกลับเข้าตำหนักเพื่ออ่านมันอยากจะรู้เหลือเกินว่ามีตระกูลใดบ้างที่เป็นฝ่ายเดียวและหนุนหลังใต้เท้าจื่อซุนห่าวกับหวงกุ้ยเฟย
ฝั่งด้านหวงกุ้ยเฟย
นางเดินทางมาถึงเรือนรีบเข้าพบบิดาในห้องทำงานปิดประตูมิดชิดไม่ให้ผู้ใดเข้ามาด้านใน
“ท่านพ่อเหตุใดถึงชักช้าเช่นนี้ ท่านคงรู้เรื่องที่ฮองเฮาทรงตั้งครรภ์แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ชายชราลูบคลำเขลานั่งใช้ความคิดก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“หวงกุ้ยเฟยใจเย็น ๆ ก่อนเถิดใช่ว่าอยากจะลงมือก็ลงมือได้ทันที ส่วนเรื่องฮองเฮาทรงตั้งครรภ์นั้นรับรู้และวันนี้ก็ได้เข้าไปที่ท้องพระโรงเอ่ยแสดงความยินดีกับฮ่องเต้กันถ้วนหน้า”
“จะให้ใจเย็นรอได้เช่นไรกัน ท่านไม่รู้หรือหากเด็กกำเนิดออกมาและเป็นโอรสเมื่อนั้นเรื่องที่เราวางแผนเอาไว้คงจบสิ้นไร้ความหมาย” ฟางหรูหายใจแรงอย่างร้อนใจ
“อย่าให้เรื่องนั้นตะขิดตะขวางใจ เพียงหวงกุ้ยเฟยเข้าหานางสนมชั้นสาม และนำยานี้ให้นางไปมอบให้ฮองเฮา ต้มดื่มบำรุงร่างกายทุก ๆ วันเพียงเท่านี้ก็ไม่มีเรื่องให้คิดมาแล้ว”
“มันจะดีต่อเราเช่นไรหรือ ? ข้าไม่เห็นหนทางเลย”
“ยาบำรุงมีตัวยาสมุนไพรที่ไม่เหมาะกับสตรีที่ตั้งครรภ์ ไร้กลิ่นไร้รสชาติ กินต่อเนื่องกันเพียง 5-7วัน ก็เกิดอาการตกเลือดอย่างไรล่ะ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ฮ่าฮ่า ข้าคิดดีจริง ๆ ที่ออกมาหาท่านพ่อที่เรือนในครั้งนี้ทำให้ความกังวลของข้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง ว่าแต่กุ้ยเหรินจะยอมทำตามหรือเพคะหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น นางจะไม่ชี้นิ้วมาที่ข้าหรอกหรือ?”
“ไม่ต้องกังวลใต้เท้าโหวบิดาของนางเป็นใต้เท้าที่อยู่ในบัญชาการของข้าผู้นี้ ชี้ตายเป็นตาย เจ้าวางใจเถิดส่วนเรื่องที่เราจะทำอีกไม่นานแล้วอดทนรออำนาจที่หอมหวานอยู่ในวังหลวงอย่างสบายใจเถอะ” สายตาเจ้าเล่ห์ของใต้เท้าจื่อมองมายังบุตรสาวหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อนึกถึงแผนที่กำลังจะลงมือทำ ฟางหรูสบายใจไม่น้อยกลับตำหนักด้วยรอยยิ้มและอารมณ์ดี
เมื่อกลับมาถึงวังหลวงนางมิได้กลับตำหนักในทันที มองดูท้องฟ้าดวงอาทิตย์ยังอยู่สูงน่าจะยามเซิน (16.00) จึงเดินทางไปหากุ้ยเหรินที่ตำหนักของนาง
กุ้ยเหรินตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ หวงกุ้ยเฟยเดินทางมาหานางถึงตำหนัก พวกนางเป็นเพียงสนมชั้นผู้น้อยไม่เป็นที่โปรดปราณของฮ่องเต้ได้ยศได้ตำแหน่งเพราะได้รับพระราชทานเข้ามา ไม่เคยได้ปรนนิบัติฮ่องเต้เลยสักครั้งแต่ก็มีชีวิตที่สุขสบาย
“ถวายพระพรหวงกุ้ยเฟย ท่านมาเยือนที่ตำหนักของหม่อมฉันน่าจะให้ขันทีมาแจ้งล่วงหน้า หม่อมฉันมิได้เตรียมการอะไรไว้ต้อนรับอย่างสมควรเลยเพคะ”
“กุ้ยเหรินเจ้าไม่ต้องกังวลและมากพิธีที่ข้ามาหาเจ้าเพราะข้าเอ็นดูเจ้า มองเห็นเจ้าเหมือนน้องสาวของข้า นางอ่อนแอเจ็บป่วยบ่อย ๆ ใบหน้าซีดเซียวจนออกจืดชืดช่างคล้ายเจ้า อยู่ในวังหลวงเต็มไปด้วยอันตราย อีกทั้งยังโดดเดี่ยวไร้ผู้ที่สามารถพูดคุยได้ เห็นเจ้าคล้ายเห็นนาง มาเถิดมานั่งใกล้ ๆ ข้าต่อจากนี้จงเรียกข้าว่าพี่หญิงก็แล้วกัน”
กุ้ยเหรินความคิดความอ่านช้าและไม่ทันคนคิดว่าหวงกุ้ยเฟยเอ็นดูตนเองจริง ๆ ในใจเต็มไปด้วยความดีใจ ยิ้มกว้างนั่งลงข้าง ๆ หวงกุ้ยเฟย นางกำนัลเตรียมน้ำชาและขนมว่างมาให้ทั้งสอง หวงกุ้ยเฟยสอบถามความเป็นอยู่ของนางทุกอย่าง ทั้งสองคุยกันถูกคอและคุยกันเนินนานจนกระทั้งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยมากกว่าเดิม
ตอนที่ 8 แสดงความยินดีหลายวันต่อมาห้องโถงใหญ่ในตำหนักหลุนหลง มีสตรีมากมายเข้ามาร่วมแสดงความยินดีเมื่ออาการของฮองเฮาเริ่มดีขึ้นผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทุกคนคือไทฮองไทเฮา ข้างซ้ายคือฮองไทเฮา ข้างขวาคือหวงไท่เฟย สองข้างฝั่งจะเป็นหวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย 2 ลำดับและเหล่าสนมของฝ่าบาท มาหาฮองเฮาถึงตำหนัก“ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี ฮองเฮาข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้าตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่นจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้า คุณงามความดีของเจ้าข้าจะมอบที่ดินผืนงามลุ่มน้ำเจียงซีให้เจ้าเป็นของกำนัลและเอาไว้เป็นสมบัติของทายาทที่กำลังจะเกิดจากเจ้า หากเป็นโอรสข้าจะมอบเขาไท่หยางให้ตระกูลไป๋เป็นการตอบแทน” ทุกคนต่างได้ยินก็พากันดวงตาลุกวาวเมื่อไทฮองไทเฮามอบที่เหมือนแผ่นดินทองคำให้แก่ฮองเฮา“เป็นพระมหากรุณาเพคะ”“ข้าเองก็มีของกำนัลให้เจ้าเช่นเดียวกัน”แปะ ๆ ฮองไทเฮาเอ่ยจบตบมือเสียงดังสองสามครั้งเหล่าทหารแบกหีบสมบัติเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกำไลสร้อยหยก อัญมณีหายากมากมายกองอยู่ต่อหน้าทุกคน แสงประกายแวววาวกระทบทุกสายตา“ขอบพระทับเพคะฮองไทเฮา”“ของข้าก็มิได้น้อยหน้า ยกเข้ามา” หวงไท่เฟยเอ่ยจบทหารอีกชุดก็เดินเข้ามาพร้อมหีบ
ตอนที่ 7 เรื่องน่ายินดีหลังจากนั้นทั้งสองคนเดินทางออกจากตำหนักฉู่อี๋และพากันมุ่งหน้าไปตำหนักหลุนหลงตามที่กำหนดเอาไว้ ระหว่างทางเว่ยเจี่ยลอบมองใบหน้าของซินเหยียนรอยยิ้มพึ่งปรากฏบนใบหน้า จนนางรู้สึกได้ว่าถูกสายตาของเขาจ้องมองอยู่“ฝ่าบาทคิดอันใดในใจหรือเพคะ จ้องมองใบหน้าของหม่อมฉันก็ยิ้มขึ้นมา ปกติท่านยิ้มเป็นด้วยหรือ? "“ข้าเพียงแค่ยิ้มที่เห็นนิสัยของฮองเฮาเปลี่ยนไปเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะสนใจความเจ็บความเป็นผู้อื่น หรือว่าฮองเฮาพึ่งจะนึกหึงหวงข้าขึ้นมา”“ฮึ …! หม่อมฉันนะหรือเพคะ จะหึงหวงฝ่าบาท ผิดแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นห่วงหวงกุ้ยเฟยจริง ๆ หรือว่าท่านไม่พอใจที่หม่อมฉันไปขัดขวางไม่ให้ท่านอยู่เคียงข้างนางหรือเพคะ หากเป็นเช่นนั้นท่านก็จงกลับไปหานางเถิด” ซินเหยียนเอ่ยพลางมองไปเบื้องหน้า หากนางเป็นอะไรไปยามนี้ก็หมดสนุกพอดี ไม่สาสมกับสิ่งที่นางทำเอาไว้ ต้องให้นางมีชีวิตอยู่เนินนาน เฝ้ารอดูวันที่ตระกูลของนางจะล่มสลายเสียก่อน เมื่อนั้นซินเหยียนจะยอมให้นางตาย“ผู้ใดว่าข้าไม่พอใจ ข้าพอใจต่างหากเพราะใจจริงของข้าต้องการไปหาฮูหยินที่ตำหนัก” ฝ่าบาทเดินเข้ามาสวมกอดนางจากด้านหลังกระซิบข้างหูจนขนลุ
ตอนที่ 6 ข้าจะดูแลฝ่าบาทเองยามโหย่ว (18.00) ซือหยานางกำนัลบของหวงกุ้ยเฟยแอบมองระหว่างทางหน้าตำหนักหงซือ เฝ้ารอขบวนฮ่องเต้จะเดินทางไปที่ตำหนักหลุนหลง จนกระทั่งนางเห็นฝ่าบาทเดินนำหน้าขันทีนางกำนัลและองครักษ์กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ตำหนักฮองเฮา ซือหยาหลับตาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาเดินกึ่งวิ่งสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเกิดเรื่องอะไรขึ้น“ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันมีเรื่องมาทูลฝ่าบาทเป็นการเร่งด่วนเพคะ” เว่ยเจี่ยหยุดเดินเมื่อเห็นนางกำนัลตำหนักฉู่อี๋ยืนอยู่ตรงหน้าท่าทางรีบร้อนตื่นตระหนก“เจ้ามีเรื่องอันใดรีบเอ่ยมา”“ทูลฝ่าบาท ยามนี้หวงกุ้ยเฟยไม่สบายเสวยอาหารไม่ได้เลยเพคะ หม่อมฉันคิดอยู่นานว่าจะมาแจ้งฝ่าบาทดีหรือไม่ หวงกุ้ยเฟยไม่ให้หม่อมฉันมาแจ้งเกรงว่าจะรบกวนเวลาของฝ่าบาทที่อยู่กับฮองเฮาเพคะ”“หวงกุ้ยเฟยไม่สบายอย่างนั้นหรือ? ขันทีเปลี่ยนทิศทางข้าจะไปที่ตำหนักฉู่อี๋เจ้าจงไปแจ้งฮองเฮาว่าวันนี้ข้าไม่ได้ไปเยือนตำหนักหลุนหลง” ซือหยาก้มหน้าเผยรอยยิ้มอย่างดีใจที่ฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยไปหาหวงกุ้ยเฟยนายหญิงของตนเอง ทำให้เห็นว่าฝ่าบาทยังคงเป็นห่วงเป็นใยหวงกุ้ยเฟย“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งกำลังจะเดินแยกไป
ตอนที่ 5 ฤกษ์ดีภายในห้องบรรทมสลัว ๆ มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยที่ส่องสว่าง กลิ่นกำยานคละคลุ้งในอากาศ เขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ซินเหยียนยิ้มกริ่มยื่นมือคล้องคอของเว่ยเจี่ยจนเขาถลาล้มนอนนาบลงทับกายของนาง ร่างเล็กกระตุกยิ้มก่อนจะพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมร่างกายของเว่ยเจี่ย“ค่ำคืนนี้ขอให้หม่อมฉันเป็นคนปรนนิบัติฝ่าบาทนะเพคะ” นางยื่นมือแตะลงที่ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้ลูบไล้เบา ๆ เลื่อนลงมาหาลำคออย่างยั่วยวน ก่อนที่จะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กกวาดเข้าไปด้านในสัมผัสดูดดื่มร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม ทั้งสองค่อย ๆ เปลืองผ้าออกทีละชิ้น ลมหายใจหอบถี่ การรุกล้ำอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพัน รสหวานโหยหาเคล้าเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายแนบชิดจนหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทิ้งสติสัมปชัญญะไว้เบื้องหลังเหลือเพียงความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วแฮ่ก ๆ !! เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังระงมไปทั่วห้องนอน เขาค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากนางช้า ๆ เพื่อให้นางได้หายใจคล่องตัว“ฮองเฮาเจ้าช่างหอมหวานยิ่งนัก” ซินเหยียนยิ้มหวานก่อนที่เขาจะขยับกายโอบกอดรัดนางเอาไว้เขาบดจูบลงมาอย่างโหยหา
ตอนที่ 4 เปลี่ยนไปฝั่งด้านซินเหยียนก่อนออกจากตำหนักไม่ลืมที่จะแจ้งขันทีว่าค่ำคืนนี้ขอให้ฝ่าบาทเสด็จไปหานางที่ตำหนักหลุนหลง นานมากแล้วที่นางมิได้เสวยอาหารกับฝ่าบาท คืนนี้จึงขอให้ฝ่าบาทเจียดเวลาเสด็จไปหานางเมื่อกลับตำหนักหลี่เจี๋ยได้มารออยู่ที่ห้องโถงเพื่อรายงานสิ่งที่ฮองเฮาให้เขาไปตามสืบ ตอนนี้เขาเริ่มรู้และให้ลูกน้องเฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจื่อซุนห่าวและหวงกุ้ยเฟย“เจ้ามาแล้วสินะเป็นเช่นไรบ้างเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการ”“ทูลฮองเฮา ยามนี้กระหม่อมเห็นความผิดปกติฝั่งด้านของเสนาบดีจื่อซุนห่าว ยามราตรีมักออกไปที่หอนางโลมแถมยังมีใต้เท้าชั้นผู้น้อยหลายคนที่ตามเข้าไป หากดูไม่ออกคิดว่าเหล่าใต้เท้าเข้าไปกินดื่มสังสรรค์หากแต่ว่ามิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้จักนางคณิกาในหอนางโลมอยู่บ้างจึงยัดเงินให้นางเพื่อให้นางเข้าไปสืบเรื่องที่เสนาบดีไปหารือกันอีกไม่นานคงได้เรื่อง ”“ดีมาก บอกนางคณิกาหากนางทำสำเร็จหาข่าวมาให้ข้าได้ข้าจะให้ของกำนัลแก่นางเองไม่ว่านางต้องการสิ่งใดที่ข้าสามารถหาให้นางได้ข้าจะทำให้นางทุกอย่างที่นางประสงค์”“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ”“จริงสิ สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าไปจัด
ตอนที่ 3 เดินตามแผนการ“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าฮองเฮาของข้าจะเจ็บปวดเพียงนี้ เช่นนั้นต่อจากวันนี้ข้าจะชดใช้สิ่งที่ผ่านมาเอง” เว่ยเจี่ยเอ่ยจบใช้มือช้อนกายของซินเหยียนมาอยู่ในแขนแกร่ง อุ้มนางขึ้นราวกับไม่มีน้ำหนักเดินตรงไปที่ห้องบรรทม ก่อนจะเอ่ยสั่งการขันทีไม่ให้ผู้ใดเข้าไปก่อกวนจนกว่าเขาจะออกมาจากห้องบรรทมเอง“อย่าให้ผู้ใดเข้ามากวนเวลาที่ข้ากำลังอยู่กับฮองเฮา หากมีเรื่องอันใดเอาไว้มาหาข้าคราวหลัง”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งพร้อมเดินออกจากห้องโถงปิดประตูและยืนทำหน้าที่อยู่หน้าห้องตามเคยซินเหยียนยื่นมือไปกอดคอเว่ยเจี่ยเอาไว้แน่น นานมาแล้วที่นางไม่เคยถูกเขาปฏิบัติเช่นนี้ เพียงแค่คิดย้อนกลับไปใจของนางเจ็บแปลบขึ้นมาไม่น้อย“ฝ่าบาทยามนี้มิใช่ยามราตรีนะเพคะ เหล่าใต้เท้าจะไม่ต่อว่าเอาหรือเพคะ ”“จะมีผู้ใดกล้าว่าข้าได้ล่ะ อีกอย่างยามนี้ข้ากำลังทำเพื่อแผ่นดินสงบสุข การที่มีรัชทายาทสายตรงก็เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าอย่าสนใจอย่างอื่นเลย ยามนี้สิ่งที่เจ้าต้องจับจ้องมีเพียงแค่ข้าเท่านั้น” สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองใบหน้านวลวางนางลงบนเตียงไม้อย่างเบามือ ซินเหยียนยิ้มบางๆ อย่างเขินอายนานมาแล้วตั้ง







