INICIAR SESIÓNหลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
ชื่อเสียงของลู่เหลียงตอนนี้ในราชสำนักน่ากลัวไม่น้อย เพียงแค่มองผู้อื่นยิ้มๆ ก็ทำให้ขนลุกแล้ว อีกอย่างฮุ่ยเจียงยังมีความผิดติดตัว เรื่องครั้งก่อนที่พวกเขาไปดื่มสุราด้วยกัน แล้วเรียกสาวงามมานั่งด้วย ต่อให้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ หากลู่เหลียงฟ้องหลี่เหยาขึ้นมา เขาคงได้ถูกตีแน่นอนฝั่งเจ้าบ่าวได้แต่ส่งเสียงโห่
จวนลั่วกับจวนลู่ประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแดงมงคล ก่อนหน้าแต่งงานสามวัน ลู่จวินที่สงสัยมาเนิ่นนานว่ายามค่ำคืนบุตรชายออกไปที่ใดก็เฝ้าจับตามองเขาอย่างใกล้ชิด“ข้าไม่เคยถามเจ้าเลยว่าเจ้าออกไปที่ใดเกือบทุกคืน”“ไปพบสหายขอรับ” ลู่เหลียงตอบอย่างเฉยชา เขาอยากจะขอตัวกลับเรือนพักแล้ว แต่ดูเหมือนบิดาจะไม่ปล่อยเข้
หวงซีเยว่ยังไม่ทันจะติดไตร่ตรองเรื่องราวให้กระจ่าง ความเจ็บปวดที่ท้องก็แล่นขึ้นมาเจ็บปวดไปทั้งตัว จนนางต้องร้องออกมาเบาๆ สาวใช้ที่อยู่ภายในห้องต่างก็วิ่งวุ่นทันที เมื่อฮูหยินกำลังจะคลอดในคืนนั้น หวงซีเยว่คลอดบุตรสาวออกมาให้ใต้เท้าหย่วน สร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย ด้วยใต้เท้าหย่วนมีบุตรชายทั้งหมด บ
หรูเซียนดันตัวของเขาออก นางลุกขึ้นไปหยิบของที่ทำตกเอาไว้ หยกพกพร้อมพู่ห้อยเอวแกะสลักตัวอักษรเหลียงกับเซียนเอาไว้ด้านใน ยังมีผ้าเช็ดหน้าอีกหนึ่งผืนที่ปักอักษรไม่ต่างกันยื่นไปตรงหน้าของเขาลู่เหลียงรับมาดูเอายกยิ้มอย่างยินดี ทั้งยังพรมจูบไปทั่วใบหน้าของนางอย่างรักใคร่ “เซียนเซียนมอบผ้าเช็ดหน้าให้ข้า







