LOGINเมื่อแม่ทัพสาว ได้ตื่นมาในร่างคุณหนูผู้อาภัพ ทำให้นางต้องเปลี่ยนชะตาอาภัพของเจ้าของร่าง ให้พบกับความสุข ทว่าทุกอย่างมันหาได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคนที่ต้องการช่วงชิงทุกอย่าง ยังคงไม่ยอมรามือ
View Moreบ้านเดิมสกุลถง เมืองเจียงเป่ย
ลานกว้างหน้าเรือน สาวใช้รูปร่างซูบผอม กำลังถือไม้กวาดด้ามยาว กวัดแกว่งไปมา เพื่อขับไล่มิให้ชายแปลกหน้าทั้งสาม ที่กำลังย่างสามขุมเข้ามา ให้ถอยห่างออกไป แม้จะรู้ว่ามันจะไม่เป็นผลก็ตามที
“พวกเจ้าเป็นใครกัน! ถอยออกไปนะ!”
สาวใช้ยังคงตวาดคนแปลกหน้าทั้งสาม ด้วยน้ำเสียงอันดัง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับสั่นเทายิ่งนัก! กรี๊ด!! หญิงสาวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว มันไม่เป็นผลอย่างที่นางรู้ดีแก่ใจ เมื่อด้ามไม่กวาดถูกกระชากจนหลุดมือ และตัวนางถูกฝ่ามือหนา ตบเข้าที่ใบหน้าอย่างเต็มแรง จนรู้สึกชาหนึบไปทั้งใบหน้า
ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว ฝ่ามือคำรบสอง ก็ประเคนใส่เต็มใบหน้าอีกข้างของนาง จนร่างนั้นเซถลาล้มลงกระแทกกับพื้นหิน มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก ถึงกับปริแตกด้วยแรงกระแทก ก่อนที่เส้นผมอันยุ่งเหยิงของนาง ถูกกระชากจนใบหน้าแหงนขึ้นสูง
ถุย! ชายหยาบช้า ถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าบวมช้ำของหญิงสาว ราวกับนางมิใช่คน ริมฝีปากดำคล้ำของชายผู้นั้น แสยะยิ้มกว้าง ทว่าใสความรู้สึกของนางแล้ว มันช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
“ฮ่า ๆ ช่างน่าสมเพชนัก เสียดายที่สภาพเยี่ยงนี้ ขายไปก็คงไม่ได้ราคา แต่มาเป็นสาวใช้ของพวกข้ายังได้อยู่ ฮ่า ๆ”
ชายแปลกหน้ากล่าวอย่างถือดี ทั้งวาจาและการกระทำ ช่างกรักขระยิ่งนัก หญิงสาวแม้จะเป็นเพียงสาวใช้ ทว่านางก็ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อรับใช้นายในสกุลใหญ่
“อย่าเสียเวลา รีบเข้าไปจัดการคนข้างใน ให้เรียบร้อยเถอะ”
สหายอีกสองคนเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาไม่น้อยแล้ว จบงานไว ก็ได้รับค่าจ้างเร็วเท่านั้น ชายผู้ที่ยังขยุ้มเส้นผมของสาวใช้ จึงลากร่างของหญิงสาว ก้าวตรงไปยังหน้าประตูห้องนอน เสียงหัวเราะอย่างชอบใจของคนทั้งสาว มันมิต่างจากเดรัจฉานที่กำลังหิวโหย
“ไม่นะ!”
หญิงสาวยังคง แสดงอาการปกป้องนายตน อย่างเต็มกำลัง แม้ว่าเรี่ยวแรงของนางแทบไม่มีหลงเหลือแล้ว แต่ต่อให้นางต้องตาย คนชั่วช้าเหล่านี้ ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องนายสาวของนางเป็นอันขาด หญิงสาวกัดฟันดิ้นรน เพื่อให้หลุดจากมือของชายแปลกหน้า ดวงตาที่บวมช้ำ จับจ้องไปที่ประตูห้องนอนของผู้เป็นนาย คุณหนูของนางอาภัพเกินไปแล้ว...
ทว่าเสียงนั้นของคนทั้งสี่ ที่ยื้อยุดกันอยู่ ได้ทำให้คนที่กำลังหลับอยู่บนเตียง พลันงัวเงียตื่นขึ้นมา หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นางใช้สองมือปิดใบหน้าเอาไว้ พร้อมถอนหายใจแรงๆ
เมื่อนึกถึงความฝันเมื่อครู่นี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่สามีกับมารดาเลี้ยง จะร่วมมือกันสังหารนาง คงเพราะเหน็ดเหนื่อยจากงานในกองทัพ จนทำให้ฝันไปเรื่อยเปื่อยเช่นนี้
ว่าแต่เสียงใครอยู่ข้างนอก ทำไมมันถึงเหมือนคนกำลังเสียขวัญ ผู้ใดบังอาจมาก่อกวนถึงในเรือนของนาง อ๊ะ! ทว่าในจังหวะที่กำลังจะลงจากเตียง
พลันหัวของนาง เหมือนถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่ ซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง จนแม่ทัพสาวต้องนั่งนิ่ง แล้วปรับลมหายใจให้คงที่ ทว่ากลับมีภาพของหญิงสาวอีกคน ที่มีใบหน้างดงามราวเทพธิดา กำลังทรมานจากการถูกทำร้าย และ! คนงามนั่น ตาย! ลงในที่สุด ปัง!
“กรี๊ด!! พวกสารเลวอย่าได้เข้าไปนะ!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมประตูที่เปิดออกกว้าง ชายใบหน้าดุดันสามคน ย่างสามขุมเข้ามา โดยมีสาวใช้หน้าตาบวมช้ำ กอดขาของหนึ่งในสามเอาไว้ ทุกก้าวของเขาคนนั้น ก็ลากร่างของสาวใช้ผู้นั้นเข้ามาด้วย
ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นแสง ได้ตวัดมองไปยังคนที่บังอาจบุกรุกเข้ามาภายในห้อง มันไม่มีคำว่าอ่อนแสงเยี่ยงในอดีต คงมีเพียงความเย็นเยียบเท่านั้น ที่จับจ้องไปยังคนทั้งสี่
ซึ่งภาพตรงหน้า ได้ทำให้สาวใช้ผู้ภักดี และชายแปลกหน้าทั้งสาม ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง อย่างไม่อยากจะเชื่อในสายตา ว่าคนที่คิดว่าสมควรใกล้ตาย ไยยังจึงมีพละกำลังลุกขึ้นมา นั่งจับจ้องพวกเขาอยู่เช่นนี้ได้
“คุณหนู”
เสี่ยวไป๋ เรียกนายสาวด้วยน้ำเสียงยินดียิ่ง ก่อนที่ใบหน้าของนางจะซีดเผือดลงอีกครั้ง เมื่อนึกถึงภัยที่กำลังจะคืบคลานเข้าหาผู้เป็นนาย
“เป็นไปไม่ได้”
ชายทั้งสามเอ่ยออกมาพร้อมกัน ด้วยน้ำเสียงอันเบาหวิว อาจเพราะสายตาที่ไม่อ่อนแสง หรือหวาดผวาของนางเช่นเมื่อก่อน ได้สะกดให้พวกเขาต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ
“พวกเจ้าจะมาพาศพข้า กลับไปให้นายเจ้าดูหรือ! รึจะตัดหัวของข้าไปยืนยันดีเล่า”
น้ำเสียงคล้ายหยอกเย้า ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความเยียบเย็น อีกทั้งแววตาและรอยยิ้มของนางในตอนนี้ ได้ทำให้ชายทั้งสามเริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมาในทันที ในจังหวะนั้นเอง ที่เสี่ยวไป๋ คลายแขน ที่รั้งขาของหนึ่งในสามชายแปลกหน้าออก เพื่อที่จะไปหาผู้เป็นนาย
“คุณหนู...ฮึกๆ กรี๊ด!!”
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ถอยห่าง เพื่อกลับไปหาผู้เป็นนาย เส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเสี่ยวไป๋ พลันถูกรวบเอาไว้เสียก่อน แรงกระชากของชายผู้นั้น ทำให้เสี่ยวไป๋จำต้องคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ไม่อาจไปหานายสาวได้อย่างใจคิด
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช

















