เข้าสู่ระบบ“หลันฮูหยิน?”
“คนที่นี่เรียกนางเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือช่วงที่เรากลับเมืองหลวงเดือนที่แล้ว นางก็คือฮูหยินน้อยตระกูลอวี้ หลันเฟิงเกอ เป็นบุตรสาวของแม่ทัพหลัน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลันที่ยังมีชีวิตอยู่”
“แม่ทัพหลันสองพ่อลูกเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในสนามรบ อันที่จริงข้าไม่เคยรู้ว่าเขามีบุตรสาว” หานจวินเจ๋อมองสตรีที่สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอก จากจุดที่มองเห็นนั้นไกลมาก เพียงเห็นว่านางนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองดูคนดูแลหมู่บ้านคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา
“คนของนางนับว่าฝีมือไม่เลว วุ่นวายถึงเพียงนี้ก็ยังสามารถคุ้มกันนางเอาไว้ได้”
“นั่นเป็นคนของตระกูลเซิงขอรับ พี่สะใภ้ของนางเป็นคนตระกูลเซิง เซิงซือซือ ได้ยินมาว่านางเป็นคนส่งหลันฮูหยินออกมาจากเมืองหลวง”
หานจวินเจ๋อขมวดคิ้วหันไปมองคนของตัวเอง “เจ้ากลับเมืองหลวงไปไม่กี่วัน ดูเหมือนจะรู้เรื่องของจวนตระกูลอวี้ดีทีเดียว”
อีกฝ่ายรีบคุกเข่าลง “มิได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ทูลท่านอ๋อง น้องสะใภ้ของเขาถูกขายออกมาจากจวนตระกูลอวี้พ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ บังเอิญยิ่ง แล้ว...น้องสะใภ้ของเจ้ารู้อะไรมาอีกบ้าง”
“ดูเหมือน...มีการกล่าวหาว่าหลันฮูหยินคบชู้ดังนั้นนางจึงถูกโบยตีและถูกส่งออกจากจวนพ่ะย่ะค่ะ หากไม่ได้เซิงซื่อช่วยเอาไว้ นางก็คงมีชะตากรรมที่ลงเอยไม่ดีนัก ที่นางมาอยู่ที่นี่ก็คงเพราะหมู่บ้านในละแวกนี้เดิมทีก็เป็นสินเดิมของนาง เกิดการทุจริตในหมู่คนดูแล นางคงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง”
“น่าสนใจ...เป็นสตรีหากแต่กล้าลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง หายาก...ไม่เสียทีที่เป็นคุณหนูจวนแม่ทัพ พวกเจ้าให้คนคอยดูด้วยที่นี่ใกล้กับป้อมเป่ยหยวน ดูให้มั่นใจว่าชาวบ้านจะได้รับความเป็นธรรมจริงๆ ไม่ใช่หลุดพ้นจากคนกลุ่มหนึ่งก็ต้องมาโดนเจ้าของที่ดินขูดรีดต่ออีก แม้ว่าจะเป็นที่ดินศักดินา แต่ชาวบ้านก็นับเป็นคนของต้าเฟิง หาไม่ข้าจะยึดคืนเสีย!”
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะให้คนคอยตรวจสอบ”
“ไปได้แล้ว” หานจวินเจ๋อไสม้ากลับเข้าไปในป่า กระทั่งตรงกลับไปยังป้อมทางเหนือเป่ยหยวน.
หลันเฟิงเกอนั่งมองชาวบ้านที่เดินแถวกันเข้ามาลงชื่อ... พวกเขาทั้งหมดแต่งกายซอมซ่อร่างกายผอมบาง แม้แต่คนแก่ก็ยังต้องทำงานเนื่องจากถูกหลอกว่านางจะไม่ให้ส่วนแบ่งหากไม่ยอมทำงาน...
คนดูแลหกคนกับคนคุ้มกันสิบสามคน พวกเขาแต่งกายหรูหรา แต่ละคนอยู่ดีกินดีบ้านใหญ่โตสุขสบาย ขณะที่ชาวบ้านที่ลงแรงทำนาทำไร่ถูกขูดรีด ผลผลิตที่เก็บมาได้ต้องส่งให้คนดูแลถึงเก้าในสิบส่วน ทว่ามันถูกส่งไปถึงมือนางเพียงสองส่วน ที่เหลือคนดูแลเหล่านี้ล้วนเก็บเอาไว้เองทั้งสิ้น!!!
ข้าวสารหนึ่งร้อยกระสอบ เมล็ดพันธุ์อีกหนึ่งร้อยกระสอบที่ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อนำไปขาย เงินอีกพันตำลึง ยังไม่รวมเครื่องประดับ แพรพรรณ แม้กระทั่งวัว หมู แม่ไก่ที่ถูกยึดมาจากชาวบ้าน...
หลันเฟิงเกอโกรธจนกัดฟันกรอด นางส่งตัวคนดูแลที่คดโกงให้กับคนคุ้มกันให้นายกองที่มาช่วยจับคน ขอให้คนเหล่านั้นออกรบแนวหน้าเพื่อเป็นการลงโทษ!!
เงินหนึ่งพันตำลึงที่ยึดมาได้ นางแบ่งออกเป็นสามส่วน สองส่วนกับข้าวสารอีกสิบกระสอบนางมอบให้นายกอง สมทบเป็นสินน้ำใจให้กับกองทัพ
อีกส่วนนางมอบให้คนคุ้มกันของตระกูลเซิงตามสัญญา ที่เหลือ...หลันเฟิงเกอจัดแบ่งคืนให้ชาวบ้านทั้งหมด นางไม่เก็บเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
ชาวบ้านที่ลงชื่อรับของล้วนคุกเข่าโขกศีรษะให้นาง ปากก็ร่ำไห้กล่าวขอบคุณด้วยท่าทีที่ทำให้ผู้คนสะเทือนใจ
“จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้กับพวกท่านอีกแล้ว ข้าสัญญา” นางขอบตาร้อนผ่าวจากนั้นร่างสัญญาขึ้นมาใหม่
ผลผลิตที่ได้นั้นนางขอเพียงหนึ่งในสิบส่วนที่พวกเขาได้เป็นค่าเช่าที่ดิน ที่เหลือชาวบ้านสามารถเก็บเอาไว้เองได้... หากมีเรื่องใดร้องเรียนก็ให้ไปหานางที่เรือนยังหมู่บ้านติงชุน
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
นอกจากกังหันน้ำและกังหันลมส่งน้ำแล้ว หญิงสาวยังช่วยกรมโยธาเรื่องการชลประทานได้มาก เนื่องจากหมู่บ้านในครอบครองของหญิงสาว ทั้งหมดล้วนเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตร สิ่งใดที่ดีต่อชาวนา ชาวบ้าน หญิงสาวมักทดลองจากแดนเหนือก่อน หากได้ผลนางก็จะส่งต่อมาให้ฮ่องเต้พิจารณา กระทั่งกรมโยธาดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ของต้าเฟิงโดยแท้นางทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เอาหน้า ไม่แทรกแซง ไม่ล่วงล้ำหน้าที่ ดังนั้นแม้มีขุนนางที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ไม่อาจลืมกล่าวถึง...จินซาไห่หลังสิ้นองค์ชายหลัวซีหยุนเล่อ จินซาไห่ผลักดันองค์หญิงหลัวซาอิ่นเล่อขึ้นมาเป็นเหยียนหวาง นางรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้สองแคว้นขัดแย้ง ดังนั้นแทนที่จะรอให้ต้าเฟิงรวบรวมทหารบุกเข้าไป นางกลับขอเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแท้จริง ยอมส่งเครื่องบรรณาการและทำข้อตกลงในการค้าขายของสองแคว้นอย่างเท่าเทียมด้วยข้อตกลงนี้ฮ่องเต้ยอมผูกมิตรโดยไม่จำเป็นต้องมีสงคราม สองแคว้นสงบสุข ผู้คนเองก็สรรเสริญ สงครามให้อย่างไรก็มีเพียงความสูญเสีย ไม่มีสงคราม หลีกเลี่ยงความสูญเสีย นี่ต่างหากจึงจะเป็นหลักการปกครองของฮ่องเต้ผู้ประเสริฐอย่างแท้จริงรัชสมัยฮ่องเต้หานจื่อหลงท
อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองนาง...นานมาก เขาลุกขึ้นจากนั้นก้าวฉับๆ มานั่งลงตรงหน้า จากนั้นดึงนางเข้าไปกอด “ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”“อะไร”“ว่าเจ้าจะบอกว่าพวกเราอย่าพบกันอีกเลย”หลันเฟิงเกอเลิกคิ้ว “อย่าพบกันอีก? เหตุใดท่าน...”นึกถึงเรื่องที่เขาเคยบอกว่าผู้ใดอยู่ใกล้เขาล้วนไม่ตายดี นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เขากังวลกระมัง เขาคงกลัวว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ คนข้างกายจะค่อยๆ ล้มหายไม่ก็จากไปเพราะความกลัว“ข้าจะไปที่ใดได้ ข้ายังขูดรีดท่านไม่หนำใจเลย!!”เขาหัวเราะ “ได้ ข้ายอมให้เจ้าขูดรีด อยากได้อะไรข้าล้วนยินยอมทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าไม่ไปจากข้า”นางดันเขาออกอมยิ้มมองเขา “เชยชะมัด”หานจวินเจ๋อกุมมือนางแน่น “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าแดนเหนือก็คือบ้าน”“ตั้งแต่...ไม่รู้สิ คงตั้งแต่ที่ข้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งแต่มีกังหันน้ำ ตั้งแต่วันที่ข้า...ไปจากเมืองหลวง? ข้าจำไม่ได้หรอก”“แล้วหากกลับไปเจ้ายังอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านติงชุน?”นางหรี่ตามองเขา “ทำไมจะชวนข้าไปอยู่ที่ป้อมเป่ยหวาง?”หานจวินเจ๋อมองหญิงสาวที่ถามออกมาอย่างโจ่งแจ้ง กระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “เสี่ยวเฟิง”“อะไร”“
“ฮูหยินเชิญกล่าว”“ข้าอยากให้พวกท่านแบ่งคนออกเป็นสี่ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่นี่ตามปกติ อีกสามส่วนแบ่งกันออกไปสำรวจหมู่บ้านทั้งสาม เกิดอะไรขึ้นบ้าง คนดูแลเป็นอย่างไร ผลผลิตที่นั่นเป็นอย่างไร ชาวบ้านที่นั่นมีความเป็นอยู่อย่างไร”“ท่านสงสัยว่าคนดูแลจะคิดไม่ซื่อ?” แม่นมเซิงเลิกคิ้ว“บัญชีเหล่านี้มีปัญหาเจ
“คือ...” เขาล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมา “มีจดหมายถูกส่งมาจากชายแดนขอรับ คนของแม่ทัพอวี้ยังอยู่ด้านนอก“แม่ทัพอวี้?” นางเลิกคิ้ว แม่นมเซิงเดินเข้ามายืนข้างๆ นาง “แม่นมเซิง”“ข้าไปดูเองเจ้าค่ะ ท่านกลับเข้าไปในห้องก่อน เสี่ยวหวนพาฮูหยินกลับเข้าไปด้านใน”“เจ้าค่ะ”ก่อนเดินกลับเข้าห้องหญิงสาวยังได้ยินแม่นม
“หีบนี้มีโฉนดที่ดิน หีบนี้เครื่องประดับ หีบนี้...เงินตำลึงทอง อีกหีบเป็นตั๋วแลกเงิน หีบนี้แลกเป็นตำลึงเงินแล้ว หีบนี้เป็น...หยก หีบอีกสามหีบเป็นแพรพรรณที่ยังไม่ตัดเย็บ เสื้อผ้าของนางบางส่วน ยังมีใบชา ยา สมุนไพร”เสียงของเซิงซือซือกำชับสาวใช้ดังแว่วมา ไม่นานใบหน้าของอีกฝ่ายก็ชะโงกเข้ามามอง“คุณหนูหล
“ฮูหยินจะไปที่ใดเจ้าคะ”“ไม่ใช่ข้า ข้าจะส่งฮูหยินน้อยออกจากจวนตระกูลอวี้”“เอ๋!! แต่ว่า...”“หากไม่ส่งนางออกไปตอนนี้ เกรงว่าหากรอคงไม่มีโอกาสแล้ว แม่ทัพหลันทำความดีเอาไว้มากมาย ทั้งยังเคยช่วยชีวิตท่านพ่อของข้า จะอย่างไรนางก็เป็นคนตระกูลหลันคนสุดท้ายที่เหลือรอด ข้าไม่อาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”ครู่ต่อม







