LOGINเขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลง
แม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้จริงได้ จางหลี่จวินล้วนมีสติในทุก ๆ บทเพลงรัก ที่ได้ทำการขับกล่อมร่วมกับซุนหย่งเล่อตลอดค่ำคืน
มือเรียวเล็กลูบไล้ไปที่แขนแข็งแรง ที่พาดผ่านรอบเอวตัวเองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ จับท่อนแขนนั้นออกให้พ้นจากตัว ซุนหย่งเล่อลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่น
นางเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกระจกแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้า ๆ น้ำใส ๆ เอ่อจนล้นออกมานอกกรอบตาคู่สวย
“เหตุใดสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วย”
ริมฝีปากเล็กที่เวลานี้บวมช้ำหน่อย ๆ จากการที่ถูกคนบนเตียงระดมจูบอยู่หลายครั้งหลายหน ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าอันงดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่
“เวลานี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ ... ความบริสุทธิ์ได้ถูกเขาทำลายมันลงไปแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”
ริมฝีปากเล็กเอ่ยตัดพ้อต่อว่าตัวเอง ต่อให้บอกใครต่อใครว่า นางโดนวางยา แต่สตรีที่เติบโตอยู่ในหอนางโลมเช่นนางพูดออกไป ผู้คนที่ได้ยินก็คงกล่าวหาว่านางปั้นเรื่องขึ้น แม่นางน้อยซุนค่อย ๆ ฟุบหน้าลงที่โต๊ะเครื่องแป้งปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจนหมดสิ้น
เมื่อได้สติอีกครั้ง ร่างเล็กจึงลุกขึ้นยืนทอดสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่ยังคงนอนหายใจสม่ำเสมอบนเตียงนั้น ดวงตาคู่สวยเห็นถึงความงามของอีกฝ่าย แม้จะเป็นชายหากแต่ผิวกายขาวละเอียดไม่แพ้สตรี นิ้วแข็งแรงที่แม้จะดูกร้านไปบ้างแต่ยังคงเป็นลำเทียนดูสวย ใบหน้าคมคายหล่อไปผิดไปจากเทพบุตรในเทพนิยาย
เสื้อผ้าที่สวมใส่เพียงแค่ได้เห็น เมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษแม้จะไม่รู้สถานะที่แท้จริงแต่ก็เดาได้ไม่ยากว่า ต้องเป็นคุณชายที่มีชาติตระกูลสูงศักดิ์ด้วยเหตุนี้ทำให้นางต้องกล่าวโทษสวรรค์ที่แกล้งให้นางต้องมาร่วมเตียงกับเขา ผู้ที่นางมิอาจเอื้อมได้ถึง
ซุนหย่งเล่อผ่อนลมหายใจยาวออกมา แล้วก็พาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ทว่าเมื่อเข้าไปถึงสายตาคู่สวยพลันได้เห็นสิ่งของบางอย่างวางอยู่ข้าง ๆ สระน้ำที่เมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาทั้งคู่ใช้เป็นที่คลายร้อนในกายอันเกิดจากฤทธิ์ยารัญจวนจิต เท้าเล็กพาตัวเองเข้าไปใกล้สิ่งของนั้นแล้วจึงย่อตัวลงหยิบขึ้นมาพิจารณา
“ข้าไม่คู่ควรกับท่านจริง ๆ ท่านแม่ทัพจาง”
สิ่งที่อยู่ในมือนางคือป้ายบ่งบอกแสดงถึงตัวตนของชายร่างใหญ่ที่ยังคงนอนลืมตื่นอยู่ในเวลานี้ ยิ่งได้เห็นสิ่งที่อยู่ในมือน้ำตาที่เพิ่งหายไปเมื่อครู่ก็ไหลออกมาอีกครั้ง
สิ่งที่ควรต้องให้ ข้าได้ให้ท่านแล้ว
ขอท่านแม่ทัพ อย่าได้เอาผิดต่อพี่สาวข้า
ที่กระทำในสิ่งไม่สมควรต่อท่าน
ซุนหย่งเล่อ
จางหลี่จวินไล่สายตาอ่านข้อความที่แม่นางซุนได้เขียนวางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีป้ายบ่งบอกสถานะตัวตนของเขาวางทับไว้อยู่ ซึ่งนั่นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า นางทราบสถานะตัวเองจากสิ่งนี้จึงได้เขียนข้อความนี้ทิ้งไว้ให้
“แม่นางใหญ่ซุนให้ข้ามาเชิญคุณชายที่ห้องรับรอง เชิญคุณชายเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนเจ้าค่ะ”
เป็นถีหลันที่เข้ามา ในมือมีอ่างน้ำพร้อมกับผ้าสำหรับเช็ดหน้า นางพูดจบก็เดินเอาสิ่งที่ถือติดมือมาไปวางไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ เตียงนั้น
“เจ้านายเจ้าได้ใส่อะไรมาให้ข้าอีกหรือไม่”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด เขาไม่ได้กลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายมอมเมาอะไรอีก เพราะเชื่อว่านางคงไม่กล้าทำกับเขาต่อเนื่อง
“บางเรื่องบางอย่าง แม่นางใหญ่ซุนเคยบอกข้าว่าไม่ควรทำบ่อยครั้งเจ้าค่ะ”
แทนที่จะตอบตรง ๆ ถีหลันเลี่ยงเป็นเอ่ยถึงคำสอนของนางขึ้นมาแทน
“เจ้านายสอนไว้ได้ดี”
“ข้าจะออกไปรอคุณชายด้านนอกนะเจ้าคะ”
ถีหลันลอบมองหน้าคุณชายจาง ได้เห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าคณิกาสาวต้องรีบหลุบสายตาลงต่ำ แม้นางจะใกล้บุรุษมาหลายคนหากแต่ชายผู้นี้กลับทำให้หัวใจนางเต้นเร็วขึ้นมาได้ เช่นนี้ถีหลันจึงรีบบอกต่ออีกฝ่ายทันที
“แล้วแม่นางน้อยซุนอยู่ที่ใด เหตุใดข้าจึงตื่นมาเพียงผู้เดียว”
จางหลี่จวินเอ่ยถามถึงสตรีที่เขานอนก่ายกอดตลอดทั้งคืน แต่ไยจึงไม่เห็นแม้แต่เส้นผมของนางในเช้านี้ แม่ทัพหนุ่มรู้สึกเคืองที่ปล่อยให้ตัวเองหลับลืมตื่นได้เช่นนี้ หากเป็นในกองทัพเขามิโดนปลิดชีพไปแล้วหรือ อดที่จะตำหนิตัวเองไม่ได้อีกเช่นกัน
เหตุที่เขาหลับลึกได้เช่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ยารัญจวนจิต อีกส่วนก็เพราะความหักโหมในการขับกล่อมบทเพลงรักอันแสนหวานให้สตรีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเวลานี้
“ข้ามาถึงก็ไม่เห็นนางเช่นกันเจ้าค่ะ”
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับรู้แทนคำตอบ ถีหลันเห็นเช่นนั้นก็ถอยหลังออกจากเขาไปได้สามก้าว ก็ยอบตัวลงเพียงเล็กน้อยก่อนหันหลังเดินออกจากห้องส่วนตัวซุนหย่งเล่อไป
“เจ้าคิดจะหนีข้าเช่นนั้นหรือซุนหย่งเล่อ”
สายตาคมดุจเหยี่ยวมองยังตัวอักษรที่นางเขียนทิ้งไว้ให้อีกครั้ง ริมฝีปากหนาสวยขยับเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแอบคาดโทษเจ้าของตัวอักษรนั้นเอาไว้ด้วย
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์”เมื่อทุกคนออกไปจนหมด แม่ทัพหนุ่มรีบถามขึ้นทันที น้ำเสียงยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดิม“สักเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”“ก็ในเจ็ดวันนี้ท่านพี่ไม่ได้พบข้านี่เจ้าคะ”หลังจากได้รับราชโองการแล้ว เมื่อว่างจางหลี่จวินจะต้องไปค้างแรมกับซุนหย่งเล่อที่เรือนพักภายในหอทุกครั้ง มีเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันมงคล สำนักราชวังมีเรื่องให้เขาต้องจัดการอีกทั้งยังเป็นกฎไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อนแต่งงานเป็นเวลาสามวันด้วย แม่ทัพหนุ่มจึงได้พบเจอกับนางในวันนี้อีกครั้ง“แล้วที่ข้าไม่ได้พบ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่หย่งเล่อ”ได้ทีจึงเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเลยทีเดียว“ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว ข้าจะนอนแล้ว”เพราะความเขินอายทำให้นางต้องเลี่ยง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เขา“หย่งเล่อ”จางหลี่จวินโน้มตัวเข้าหานางพร้อมกับค่อย ๆ จับร่างนางให้พลิกกลับมาหาเขาอีกครั้ง“เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยินดีแต่งงานกับเจ้าตามคำของพี่สาวเจ้า”ได้ยินคำพูดอีกฝ่ายแล้วร่างเล็กต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเห็นเช่นนั้นจึงช่วยประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง
จางหลี่จวินยืนมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งนิ่งด้วยท่าทางที่สง่างามสมกับเป็นบุตรีของเฉินอ๋อง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออก พร้อมกับขยับเข้าใกล้นาง สองมือจับที่ผ้าสีแดงแล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเผยใบหน้างดงามให้เขาได้เห็นเต็มตาสายตาคู่สวยของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความอบอุ่น และให้การต้อนรับ จ้องมองใบหนางดงามอย่างหลงใหล“ฮูหยินของข้า ช่างงดงามยิ่งนัก”“ท่านแม่ทัพกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าไม่ได้กล่าวหนักไป สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เวลานี้บุรุษในอันฉี ต่างอิจฉาข้ากันทั้งนั้นที่ได้เจ้ามาเป็นฮูหยินอยู่ข้างกายเช่นนี้”แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา“ท่านแม่ทัพเองก็มีสตรีมากมายที่หมายปองนะเจ้าค่ะ”“ไม่เอาแล้ว ๆ เหตุใดเจ้าจึงยังเรียกข้าท่านแม่ทัพอยู่อีก นับจากนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่เข้าใจหรือไม่”ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองเช่นเดิมแล้วให้รู้สึกขัดหู จึงรีบบอกให้นางแก้คำเสียใหม่“เจ้าค่ะ ... ท่านแม่ ... เอ่อ ท่านพี่”“ฮูหยินของข้าน่ารักที่สุด”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้อย่างรักใคร่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้าที่หน้าผากมนของเจ้าสาว และไม่มีทางที่จะยอมจบเพียงแค่จุมพิตบ
วันเวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือน จนถึงวันมงคลสมรส ซุนหย่งเล่อในชุดแต่งงานผ้าไหมสีแดงสวยงามปักลายมงคลด้วยดิ้นทองอันประณีต ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา ในมือถือปิ่นหยกสีขาวของผู้เป็นมารดาที่ซุนอันเล่อเก็บเอาไว้ให้นางยืนอยู่หน้าป้ายชื่อผู้เป็นมารดา ริมฝีปากสีชาดคลี่ยิ้มออกมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข“เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ที่นี่”ซุนอันเล่อในชุดสีเดียวกับเจ้าสาวเดินมาอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนเอ่ยขึ้น“หากวันนี้ท่านแม่อยู่ด้วยข้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะเจ้าคะ”เสียงเจ้าสาวดังขึ้น พลางหันมายิ้มให้ผู้เป็นน้าสาว“ท่านแม่เจ้าก็อยู่กับเจ้าตลอด ในเวลานี้ท่านก็ยินดีและกำลังอวยพรให้เจ้าอยู่”ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยขึ้น มือก็พลางหยิบปิ่นหยกในมือเล็กนั้นมาถือไว้“มา ๆ ๆ เจ้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะปักปิ่นนี้แทนแม่เจ้าเอง”นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือเจ้าสาวให้มานั่งที่เตียงของนางด้วย“เจ้าค่ะ”ผู้เป็นเจ้าสาวรับคำพร้อมทั้งนั่งลง ตามคำบอกของนาง“ไหนมาให้ข้าได้ดูหน้าเจ้าชัด ๆ อีกทีสิ”เมื่อจัดการปักปิ่นให้เรียบร้อย นางจึงจับใบหน้างดงามของเจ้าสาวมาดูให้เต็มสองตา“ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกแ
“ทะ ๆ ... ท่านแม่ทัพ ข้า ... อ๊ะ ...”นางครางเสียงหวานออกมาไม่ขาดภายในถ้ำอุ่นเขาส่งนิ้วแข็งแรงเข้าไปสำรวจ น้ำภายในถ้ำถูกปล่อยออกมาจนเต็มฝ่ามือใหญ่ เขายังคงขยับนิ้วเข้าออกไม่ขาด สะโพกเล็กขยับรับตามจังหวะการเคลื่อนของนิ้วนั้นโดยอัตโนมัติ แม่ทัพหนุ่มมองทุกการเคลื่อนไหวของสะโพกแล้วให้ได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจเวลานี้นางพร้อมที่จะรับเขาเต็มตัวแล้ว ปลายนิ้วแข็งแรงจังหวะเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว แม้จะเพิ่มถึงสามนิ้ว และแม้เขาจะเคยขยายปากทางเข้าถ้ำนี้ด้วยขนาดของตัวเองแล้ว ทว่ามันยังคงคับแคบอยู่เช่นเดิม“อืมมมม ... ท่านแม่ทัพข้าเจ็บ”“ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”เขาเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายังคงมองการเคลื่อนไหวของสะโพกเล็กไม่วางตา“ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าเจ็บ”แม่ทัพหนุ่มเร่งจังหวะจนน้ำภายในหล่อลื่นออกมาจนชื้นแฉะเขาก็ถอนออกจนหมด ร่างเล็กกระตุกวาบสะโพกเล็กลอยค้างอยู่เช่นนั้น“อื้ออออ ... เหตุใดท่านจึงหยุด”“เพราะข้าจะเป็นผู้สำรวจถ้ำนี้เองเช่นไรเล่า”เขามอบจูบอันแสนหวานให้นางอีกครั้ง ก่อนจะกระตุ้นไฟปรารถนาให้นางด้วยการไล้เลียที่ปลายถันสีอ่อน ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางกระ
แม่ทัพหนุ่มค่อย ๆ ดันร่างเล็กให้นอนราบบนที่นอน แล้วจึงทาบทับร่างใหญ่ของตัวเองลงบนร่างนาง โดยยังคงให้แขนอีกข้างค้ำยันรับน้ำหนักตัวเองเอาไว้อยู่เขามอบจุมพิตอันหอมหวานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้ปากเล็กนั้นเป็นอิสระได้ง่าย ๆ ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางอันแสนหวานที่เขารอฟังนั้นออกมาอย่างเผลอไผล“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินหย่งเล่อ”เขายอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กได้เป็นอิสระอีกครั้ง ก่อนมากระซิบที่ข้างหูน้ำเสียงพร่า แววตาที่มองนางนั้นหวานซึ้งซึ่งคงมีเพียงนางผู้เดียวที่จะได้เห็นแววตาเช่นนี้“นี่ท่านคงไม่ได้โดนท่านพี่อันเล่อวางยามาอีกใช่หรือไม่”ได้ฟังน้ำเสียงและได้เห็นแววตาแล้วอดที่จะถามออกมาไม่ได้“กับเจ้าเพียงแค่ท่านพี่เจ้าเอ่ยปากบอกกับข้าตรง ๆ ข้าก็ยินดีโดยที่ไม่ต้องเสียยาเลยแม้แต่นิดเดียว”“ท่านแม่ทัพ”ทั้งวาจาและแววตาที่จ้องมองนางในตอนนี้ ทำให้นางถึงกับไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย“หย่งเล่อ กายข้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วเจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ใบหน้าตัวเองไปตามใบหน้าเล็กจนมาถึงริมหูเล็ก“กายเจ้าก็ร้อนไม่ต่างจากข้าเลยนะหย่งเล่อ”“ข้า ...”“เช่นนั้นวันนี้ไม่ต้องลำบากให้เจ้าต
“เป็นอะไรไป”“อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าต้องคิดถึงเจ้าแน่ ๆ เลย”นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยเพราะความที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อถึงเวลาต้องห่างกันก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ข้าก็ต้องคิดถึงเจ้าเช่นกัน ... แต่ใช่ว่าข้าไปอยู่ไกลจากที่นี่เสียที่ไหน เจ้าจะไปหาข้า หรือให้ข้ามาหาเจ้าทุกวันยังได้เลย”“เจ้าก็พูดไป เจ้าแต่งงานนะไม่ใช่ว่าย้ายที่อยู่ เมื่อเจ้าเข้าจวนไปแล้ว ย่อมต้องมีเรื่องมากมายให้เจ้าจัดการ จะให้เทียวไปเทียวมาอย่างที่เจ้าบอกมันจะได้เช่นไรกัน”ฟางลี่อิงเอ่ยค้านคำพูดของสหายรักขึ้น“ข้าต้องหาเวลามาพบเจ้า กับท่านพี่อันเล่อได้บ่อยครั้งอย่างแน่นอน”“จริง ๆ นะหย่งเล่อ”คนได้ฟังเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าโอบกอดร่างของสหายรักเอาไว้ทันที แม้จะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็อดดีใจกับคำพูดนางไม่ได้“ข้าเคยโกหกเจ้าเช่นนั้นหรือ”“ข้าจะเชื่อเจ้า ... เจ้าพักเถอะ ข้าต้องไปเตรียมตัวแล้ว แต่จะว่าไปเจ้าไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันนะ ต่อไปนี้ข้าแขกของที่นี่จะได้สนใจแต่ข้าแต่เพียงผู้เดียว”จากน้ำเสียงที่ดูเศร้าเมื่อครู่ กลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อได้แกล้งส
แม่ทัพหนุ่มผละร่างใหญ่ออกมาเพียงนิด เพื่อจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ส่วนบนเผยแผงอกกว้างที่มีล่องลอยของบาดแผลให้ได้เห็นอยู่บ้าง กล้ามหน้าท้องเป็นคลื่นลอนสวยสมส่วนซุนหย่งเล่อมองร่างกายกำยำได้ครู่เดียวก็หลับตาปี๋ สองมือเล็กกุมไว้ที่ผ้าชิ้นสุดท้ายที่พันรอบอกนั้นเอาไว้แน่น ส่งผลใ
หลังจากคืนวันนั้นซุนหย่งเล่อก็พาตัวเองหลบไปอยู่ที่หมู่บ้านจื่อเถิงอยู่สามราตรีมิได้กลับมา“แม่นางใหญ่ซุน ให้ข้ามาดักรอเจ้า”“ท่านพี่อันเล่อมีอะไรกับข้าหรือ”“เรื่องนี้ข้าไม่อาจรู้ได้ เจ้าอยากรู้ก็ไปหานางเถิด นางรออยู่ในห้องพักเจ้าค่ะ”ซุนหย่งเล่อได้ฟังก็พยักหน้ารับแล้วก็เดินจากไป ใช่ว่านางจะเชื่อใ
ถ้อยคำเพียงสั้น ๆ ทว่าดึงดูดความสนใจให้กับหนานอ๋องได้ไม่น้อย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีคำนี้หลุดออกจากปากแม่ทัพใหญ่ผู้นี้“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะมาปรึกษาข้า ... นี่หูข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่”อ๋องหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง มือก็พลางจับที่หูตัวเองไปด้วยจางหลี่จวินยังคงนิ่ง สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองที่จอกสุ
ซุนเล่อเหยียน เข้าไปอยู่ในหอบุปผาสำราญตั้งแต่นางเพิ่งอยู่ในวัยปักปิ่น ซึ่งในตอนนั้นนางหอบเอาซุนอันเล่อไปขอทำงานกับ เหลียงเจียผิง เจ้าของหอนางโลมนี้ ด้วยเพราะนางมีใบหน้างดงามอีกทั้งผิวพรรณดี และความสามารถของนางที่มีมากกว่าสตรีหลายคนในนั้น ทำให้เหลียงเจียผิงสนใจและรับนางไว้ ในตอนนั้นซุนเล่อเหยี







