LOGIN“เหตุใดแม่นางใหญ่ซุนจึงได้ทำเช่นนี้!”
หานเถิงซีเมื่อรู้ว่า ที่ซุนอันเล่อให้การต้อนรับคุณชายทั้งสี่เป็นการพิเศษเมื่อคืนเพราะอะไร เขาผู้ที่จงรักภักดีต่อนางทั้งสอง และนางย่อมรู้ดีว่าเขามีใจผูกสมัครต่อซุนหย่งเล่อ เหตุใดต้องฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นเช่นนี้
“เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ รอให้ได้ยินจากปากหย่งเล่อก่อนดีกว่าหรือไม่”
ฟางลี่อิง อี้จี้แห่งหอบุปผาสำราญอีกหนึ่งนาง ที่มีความงามไม่ได้ด้อยไปจากซุนหย่งเล่อเลยแม้แต่น้อย
หอบุปผาสำราญแห่งนี้ใช่มีเพียงความงามของอี้จี้ที่ให้กล่าวขาน หากแต่คณิกาของที่นี่ล้วนมีรูปโฉมงดงามจนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วอันฉี หากผู้ใดที่ได้ผ่านเข้ามาที่เมืองอันฉีจำต้องแวะมาชมความงามของอี้จี้และหาความสำราญกับคณิกาที่นี่สักครา
“แต่เมื่อคืนข้าก็เห็นอยู่ว่า แม่นางใหญ่ซุนใช้ยารัญจวนจิตกับคุณชายท่านนั้น หากข้ารู้ว่าในสุราจอกที่ให้หย่งเล่อดื่มมียารัญจวนจิตอีกตัว ข้าคงปัดให้มันตกไปเสียแล้ว”
นึกแล้วก็รู้สึกโกรธตัวเองที่รู้ไม่เท่าทันซุนอันเล่อ
“แต่เจ้าก็น่าจะรู้ว่า อะไรที่แม่นางใหญ่ซุนต้องการแล้ว ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปได้”
ฟางลี่อิงเตือนสติสหายที่เติบโตด้วยกันมา
“แต่ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดต้องทำเช่นนี้กับหย่งเล่อ”
“เพราะนางอยากให้หย่งเล่อออกจากหอบุปผาสำราญอย่างไรละ ... เถิงซี”
ฟางลี่อิงสรุปความให้อีกฝ่ายได้เข้าใจอย่างชัดเจน
“หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็พร้อมที่จะพาหย่งเล่อออกไปจากที่นี่ เงินข้าก็มีมากพอที่จะดูแลนางไปได้ตลอดชีวิต”
“แต่เจ้าไม่ใช่คนที่เหมาะสมอย่างไรละ”
สิ่งที่นางเอ่ยออกมาไม่ได้ต้องการหยามเกียรติ หรือดูหมิ่นอีกฝ่ายแต่อย่างใด หากแต่นางรู้จักนิสัยซุนอันเล่อดี แม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกันไม่มาก แต่ซุนอันเล่อก็รักและหวงแหนซุนหย่งเล่อราวกับลูกในไส้ เช่นนั้นไม่แปลกที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับหลานสาวตัวเอง
ฟางลี่อิงไม่รู้หรอกว่าบุรุษผู้นั้นแท้จริงแล้วเป็นใคร ฐานะเป็นเช่นไรแต่ก็เชื่อว่า กว่าที่ซุนอันเล่อจะทำเรื่องเช่นนี้ได้ต้องผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว
“แต่เจ้าอย่าลืมไปว่า ... สตรีที่เกิดและโตในหอนางโลมเช่นเจ้าสองคนจะมีใครรัก และรับเจ้าเป็นฮูหยินเอกได้ หากมีใจรักจริงอย่างมากก็เป็นได้แค่อนุเท่านั้น”
“หานเถิงซี!”
ฟางลี่อิงมองชายตรงหน้านัยน์ตาแข็งกร้าว น้ำเสียงที่เรียกนามอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าโกรธจัด
“ลี่อิง ... ข้า ... ข้า ขอโทษ”
ทว่าคำเอ่ยนั้นเป็นเพียงคำที่ดังตามหลังนางไปเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เร่งฝีเท้าเดินจากไปนั้นจะได้ยินหรือไม่
ร่างเล็กของสตรีผู้มีใบหน้างดงามราวกับภาพวาด ในชุดฮั่นฝูผ้าเนื้อดีสีม่วงของดอกจื่อเถิง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยก ใบหน้ารูปไข่ประกอบด้วยเครื่องหน้าประณีต คิ้วโก่งสวยได้รูปทรงกิ่งหลิว ดวงตาหงส์คู่สวยรับกับเครื่องหน้าทอดมองไปยังที่กว้างเบื้องหน้า ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านหลังเล็กที่นางใช้พักหลบแดดฝนยามมาที่หมู่บ้านจื่อเถิงแห่งนี้
“แม่นางซุน”
เสียงของผู้อาวุโสท่านหนึ่งดังจากด้านหลังสตรีเจ้าของชื่อนั้น เรียกสติให้คนกำลังเหม่อลอยต้องสะดุ้งเล็กน้อย
“แอบมาอยู่ตรงนี้นี่เอง ...”
ผู้อาวุโสคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับส่งยิ้มให้
“ท่านป้า”
“เหตุใดจึงมาอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านเช่นนี้เจ้าคะ”
นางบอกพร้อมขยับเท้าเข้ามาใกล้ร่างเล็กอีกนิด สายตามองใบหน้างดงามหมดจดครู่หนึ่ง ก่อนมองไปยังจุดเดียวกับที่นางมองอยู่ในเวลานี้
“อีกไม่นานดอกจื่อเถิงก็จะบานแล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้ดอกยังจะคงบานเต็มต้นเหมือนทุกครั้งหรือไม่”
ซุนหย่งเล่อเอ่ยขึ้น ดวงตาคู่สวยยังคงมองที่ต้นจื่อเถิงที่เวลานี้พวงดอกสีม่วงเริ่มผลิออกมาให้ได้เห็นบ้างแล้ว
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์”เมื่อทุกคนออกไปจนหมด แม่ทัพหนุ่มรีบถามขึ้นทันที น้ำเสียงยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดิม“สักเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”“ก็ในเจ็ดวันนี้ท่านพี่ไม่ได้พบข้านี่เจ้าคะ”หลังจากได้รับราชโองการแล้ว เมื่อว่างจางหลี่จวินจะต้องไปค้างแรมกับซุนหย่งเล่อที่เรือนพักภายในหอทุกครั้ง มีเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันมงคล สำนักราชวังมีเรื่องให้เขาต้องจัดการอีกทั้งยังเป็นกฎไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อนแต่งงานเป็นเวลาสามวันด้วย แม่ทัพหนุ่มจึงได้พบเจอกับนางในวันนี้อีกครั้ง“แล้วที่ข้าไม่ได้พบ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่หย่งเล่อ”ได้ทีจึงเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเลยทีเดียว“ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว ข้าจะนอนแล้ว”เพราะความเขินอายทำให้นางต้องเลี่ยง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เขา“หย่งเล่อ”จางหลี่จวินโน้มตัวเข้าหานางพร้อมกับค่อย ๆ จับร่างนางให้พลิกกลับมาหาเขาอีกครั้ง“เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยินดีแต่งงานกับเจ้าตามคำของพี่สาวเจ้า”ได้ยินคำพูดอีกฝ่ายแล้วร่างเล็กต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเห็นเช่นนั้นจึงช่วยประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง
จางหลี่จวินยืนมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งนิ่งด้วยท่าทางที่สง่างามสมกับเป็นบุตรีของเฉินอ๋อง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออก พร้อมกับขยับเข้าใกล้นาง สองมือจับที่ผ้าสีแดงแล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเผยใบหน้างดงามให้เขาได้เห็นเต็มตาสายตาคู่สวยของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความอบอุ่น และให้การต้อนรับ จ้องมองใบหนางดงามอย่างหลงใหล“ฮูหยินของข้า ช่างงดงามยิ่งนัก”“ท่านแม่ทัพกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าไม่ได้กล่าวหนักไป สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เวลานี้บุรุษในอันฉี ต่างอิจฉาข้ากันทั้งนั้นที่ได้เจ้ามาเป็นฮูหยินอยู่ข้างกายเช่นนี้”แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา“ท่านแม่ทัพเองก็มีสตรีมากมายที่หมายปองนะเจ้าค่ะ”“ไม่เอาแล้ว ๆ เหตุใดเจ้าจึงยังเรียกข้าท่านแม่ทัพอยู่อีก นับจากนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่เข้าใจหรือไม่”ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองเช่นเดิมแล้วให้รู้สึกขัดหู จึงรีบบอกให้นางแก้คำเสียใหม่“เจ้าค่ะ ... ท่านแม่ ... เอ่อ ท่านพี่”“ฮูหยินของข้าน่ารักที่สุด”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้อย่างรักใคร่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้าที่หน้าผากมนของเจ้าสาว และไม่มีทางที่จะยอมจบเพียงแค่จุมพิตบ
วันเวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือน จนถึงวันมงคลสมรส ซุนหย่งเล่อในชุดแต่งงานผ้าไหมสีแดงสวยงามปักลายมงคลด้วยดิ้นทองอันประณีต ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา ในมือถือปิ่นหยกสีขาวของผู้เป็นมารดาที่ซุนอันเล่อเก็บเอาไว้ให้นางยืนอยู่หน้าป้ายชื่อผู้เป็นมารดา ริมฝีปากสีชาดคลี่ยิ้มออกมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข“เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ที่นี่”ซุนอันเล่อในชุดสีเดียวกับเจ้าสาวเดินมาอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนเอ่ยขึ้น“หากวันนี้ท่านแม่อยู่ด้วยข้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะเจ้าคะ”เสียงเจ้าสาวดังขึ้น พลางหันมายิ้มให้ผู้เป็นน้าสาว“ท่านแม่เจ้าก็อยู่กับเจ้าตลอด ในเวลานี้ท่านก็ยินดีและกำลังอวยพรให้เจ้าอยู่”ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยขึ้น มือก็พลางหยิบปิ่นหยกในมือเล็กนั้นมาถือไว้“มา ๆ ๆ เจ้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะปักปิ่นนี้แทนแม่เจ้าเอง”นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือเจ้าสาวให้มานั่งที่เตียงของนางด้วย“เจ้าค่ะ”ผู้เป็นเจ้าสาวรับคำพร้อมทั้งนั่งลง ตามคำบอกของนาง“ไหนมาให้ข้าได้ดูหน้าเจ้าชัด ๆ อีกทีสิ”เมื่อจัดการปักปิ่นให้เรียบร้อย นางจึงจับใบหน้างดงามของเจ้าสาวมาดูให้เต็มสองตา“ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกแ
“ทะ ๆ ... ท่านแม่ทัพ ข้า ... อ๊ะ ...”นางครางเสียงหวานออกมาไม่ขาดภายในถ้ำอุ่นเขาส่งนิ้วแข็งแรงเข้าไปสำรวจ น้ำภายในถ้ำถูกปล่อยออกมาจนเต็มฝ่ามือใหญ่ เขายังคงขยับนิ้วเข้าออกไม่ขาด สะโพกเล็กขยับรับตามจังหวะการเคลื่อนของนิ้วนั้นโดยอัตโนมัติ แม่ทัพหนุ่มมองทุกการเคลื่อนไหวของสะโพกแล้วให้ได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจเวลานี้นางพร้อมที่จะรับเขาเต็มตัวแล้ว ปลายนิ้วแข็งแรงจังหวะเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว แม้จะเพิ่มถึงสามนิ้ว และแม้เขาจะเคยขยายปากทางเข้าถ้ำนี้ด้วยขนาดของตัวเองแล้ว ทว่ามันยังคงคับแคบอยู่เช่นเดิม“อืมมมม ... ท่านแม่ทัพข้าเจ็บ”“ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”เขาเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายังคงมองการเคลื่อนไหวของสะโพกเล็กไม่วางตา“ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าเจ็บ”แม่ทัพหนุ่มเร่งจังหวะจนน้ำภายในหล่อลื่นออกมาจนชื้นแฉะเขาก็ถอนออกจนหมด ร่างเล็กกระตุกวาบสะโพกเล็กลอยค้างอยู่เช่นนั้น“อื้ออออ ... เหตุใดท่านจึงหยุด”“เพราะข้าจะเป็นผู้สำรวจถ้ำนี้เองเช่นไรเล่า”เขามอบจูบอันแสนหวานให้นางอีกครั้ง ก่อนจะกระตุ้นไฟปรารถนาให้นางด้วยการไล้เลียที่ปลายถันสีอ่อน ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางกระ
แม่ทัพหนุ่มค่อย ๆ ดันร่างเล็กให้นอนราบบนที่นอน แล้วจึงทาบทับร่างใหญ่ของตัวเองลงบนร่างนาง โดยยังคงให้แขนอีกข้างค้ำยันรับน้ำหนักตัวเองเอาไว้อยู่เขามอบจุมพิตอันหอมหวานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้ปากเล็กนั้นเป็นอิสระได้ง่าย ๆ ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางอันแสนหวานที่เขารอฟังนั้นออกมาอย่างเผลอไผล“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินหย่งเล่อ”เขายอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กได้เป็นอิสระอีกครั้ง ก่อนมากระซิบที่ข้างหูน้ำเสียงพร่า แววตาที่มองนางนั้นหวานซึ้งซึ่งคงมีเพียงนางผู้เดียวที่จะได้เห็นแววตาเช่นนี้“นี่ท่านคงไม่ได้โดนท่านพี่อันเล่อวางยามาอีกใช่หรือไม่”ได้ฟังน้ำเสียงและได้เห็นแววตาแล้วอดที่จะถามออกมาไม่ได้“กับเจ้าเพียงแค่ท่านพี่เจ้าเอ่ยปากบอกกับข้าตรง ๆ ข้าก็ยินดีโดยที่ไม่ต้องเสียยาเลยแม้แต่นิดเดียว”“ท่านแม่ทัพ”ทั้งวาจาและแววตาที่จ้องมองนางในตอนนี้ ทำให้นางถึงกับไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย“หย่งเล่อ กายข้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วเจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ใบหน้าตัวเองไปตามใบหน้าเล็กจนมาถึงริมหูเล็ก“กายเจ้าก็ร้อนไม่ต่างจากข้าเลยนะหย่งเล่อ”“ข้า ...”“เช่นนั้นวันนี้ไม่ต้องลำบากให้เจ้าต
“เป็นอะไรไป”“อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าต้องคิดถึงเจ้าแน่ ๆ เลย”นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยเพราะความที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อถึงเวลาต้องห่างกันก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ข้าก็ต้องคิดถึงเจ้าเช่นกัน ... แต่ใช่ว่าข้าไปอยู่ไกลจากที่นี่เสียที่ไหน เจ้าจะไปหาข้า หรือให้ข้ามาหาเจ้าทุกวันยังได้เลย”“เจ้าก็พูดไป เจ้าแต่งงานนะไม่ใช่ว่าย้ายที่อยู่ เมื่อเจ้าเข้าจวนไปแล้ว ย่อมต้องมีเรื่องมากมายให้เจ้าจัดการ จะให้เทียวไปเทียวมาอย่างที่เจ้าบอกมันจะได้เช่นไรกัน”ฟางลี่อิงเอ่ยค้านคำพูดของสหายรักขึ้น“ข้าต้องหาเวลามาพบเจ้า กับท่านพี่อันเล่อได้บ่อยครั้งอย่างแน่นอน”“จริง ๆ นะหย่งเล่อ”คนได้ฟังเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าโอบกอดร่างของสหายรักเอาไว้ทันที แม้จะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็อดดีใจกับคำพูดนางไม่ได้“ข้าเคยโกหกเจ้าเช่นนั้นหรือ”“ข้าจะเชื่อเจ้า ... เจ้าพักเถอะ ข้าต้องไปเตรียมตัวแล้ว แต่จะว่าไปเจ้าไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันนะ ต่อไปนี้ข้าแขกของที่นี่จะได้สนใจแต่ข้าแต่เพียงผู้เดียว”จากน้ำเสียงที่ดูเศร้าเมื่อครู่ กลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อได้แกล้งส
แม่ทัพหนุ่มผละร่างใหญ่ออกมาเพียงนิด เพื่อจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ส่วนบนเผยแผงอกกว้างที่มีล่องลอยของบาดแผลให้ได้เห็นอยู่บ้าง กล้ามหน้าท้องเป็นคลื่นลอนสวยสมส่วนซุนหย่งเล่อมองร่างกายกำยำได้ครู่เดียวก็หลับตาปี๋ สองมือเล็กกุมไว้ที่ผ้าชิ้นสุดท้ายที่พันรอบอกนั้นเอาไว้แน่น ส่งผลใ
หลังจากคืนวันนั้นซุนหย่งเล่อก็พาตัวเองหลบไปอยู่ที่หมู่บ้านจื่อเถิงอยู่สามราตรีมิได้กลับมา“แม่นางใหญ่ซุน ให้ข้ามาดักรอเจ้า”“ท่านพี่อันเล่อมีอะไรกับข้าหรือ”“เรื่องนี้ข้าไม่อาจรู้ได้ เจ้าอยากรู้ก็ไปหานางเถิด นางรออยู่ในห้องพักเจ้าค่ะ”ซุนหย่งเล่อได้ฟังก็พยักหน้ารับแล้วก็เดินจากไป ใช่ว่านางจะเชื่อใ
ถ้อยคำเพียงสั้น ๆ ทว่าดึงดูดความสนใจให้กับหนานอ๋องได้ไม่น้อย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีคำนี้หลุดออกจากปากแม่ทัพใหญ่ผู้นี้“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะมาปรึกษาข้า ... นี่หูข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่”อ๋องหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง มือก็พลางจับที่หูตัวเองไปด้วยจางหลี่จวินยังคงนิ่ง สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองที่จอกสุ
ซุนเล่อเหยียน เข้าไปอยู่ในหอบุปผาสำราญตั้งแต่นางเพิ่งอยู่ในวัยปักปิ่น ซึ่งในตอนนั้นนางหอบเอาซุนอันเล่อไปขอทำงานกับ เหลียงเจียผิง เจ้าของหอนางโลมนี้ ด้วยเพราะนางมีใบหน้างดงามอีกทั้งผิวพรรณดี และความสามารถของนางที่มีมากกว่าสตรีหลายคนในนั้น ทำให้เหลียงเจียผิงสนใจและรับนางไว้ ในตอนนั้นซุนเล่อเหยี







