تسجيل الدخولเพราะฤทธิยารัญจวนจิต ทำให้ ‘อี้จี้’ แห่งหอบุปผาสำราญนางผู้มีความงามลือเลื่อง ต้องตกเป็นของแม่ทัพใหญ่แห่งอันฉี ... อุปสรรคระหว่างชนชั้น สตรีนางโลมเช่นนางจะก้าวข้ามขึ้นเป็นฮูหยินได้เช่นไร ...
عرض المزيدในยามราตรี ณ หอบุปผาสำราญสถานเริงรมย์ แหล่งรวมโฉมสะคราญที่ชวนเชิญให้บุรุษต่างเคลิ้มหลงใหล บรรดาขุนนาง และคหบดีต่างยินดีหอบเงินมาเที่ยวหาความสุข ความสำราญกันที่นี่
สายตาคู่สวยของซุนอันเล่อสตรีผู้ดูแลหอบุปผาสำราญแห่งนี้ กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้สตรีอีกนางที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าให้เข้ามาหา
“แม่นางใหญ่ซุนมีอันใดหรือเจ้าคะ”
“เจ้าไปบอกเชิญคุณชายสี่ท่านนั้นว่าข้าเชิญที่ห้องรับรองแขกพิเศษ แล้วให้เถิงซีจัดเตรียมสุราชั้นดีให้ข้าด้วย”
“เจ้าค่ะ”
นางรับคำแล้วจึงเดินตรงไปยังบุรุษน่าเกรงขามทั้งสี่ตามคำบอกของผู้ดีแลหอฯ แห่งนี้
“ช้าก่อนเจ้าค่ะคุณชายทั้งสี่”
ถีหลันเอ่ยทักชายทั้งสี่เอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้
“แม่นางใหญ่ซุนผู้ดูแลหอบุปผาสำราญให้ข้ามาเชิญคุณชายทั้งสี่ไปที่ห้องรับรองแขกพิเศษเจ้าค่ะ”
นางเอ่ยขึ้นต่อด้วยวาจาอ่อนหวาน ทว่าหูตานั้นแพรวพราวสมเป็นคณิกาสาว
“เชิญพวกข้าเช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดจึงต้องเชิญพวกข้าด้วย”
บุรุษหนึ่งในสี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อน แววตากรุ้มกริ่มไม่ต่างไปจากสตรีผู้เชื้อเชิญ
“ข้อนี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ความคิดของผู้ดูแลหอนี้ได้ หากคุณชายอยากรู้เมื่อถึงห้องแล้วคงได้ทราบเจ้าค่ะ”
คณิกาสาวเอ่ยบอกพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญก่อนเดินนำหน้าบุรุษทั้งสี่ไปยังห้องรับรองแขกวีไอพี
บรรยากาศภายในห้องรับรองแขกพิเศษ อบอบอวลไปด้วยกลิ่นของกำยานที่ได้จากดอกไม้หายาก พร้อมด้วยอาหารเครื่องดื่ม และคณิกาสาวที่ซุนอันเล่อได้คัดเลือกมาเป็นพิเศษ
“เชิญคุณชายเจ้าค่ะ”
ถีหลันเอ่ยเชิญอีกครั้งเมื่อประตูห้องถูกเปิดขึ้น
“มากันแล้ว ๆ เชิญคุณชายทั้งสี่พักผ่อนตามสบายนะเจ้าคะ ... เด็ก ๆ ดูแลคุณชายให้ดีด้วย อย่าให้เสียชื่อข้าได้”
ซุนอันเล่อเดินเฉิดฉายออกมาจากฉากกั้นห้องซึ่งอยู่ภายในห้องรับแขกนั้น พร้อมกับเอ่ยต้อนรับน้ำเสียงและท่วงท่ามีจริตจะก้านไม่น้อย
“เหตุใดแม่นางจึงได้เชิญพวกข้ามาที่ห้องรับรองแขกพิเศษเช่นนี้”
คุณชายท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น สายตาคมดุจเหยี่ยวมองร่างอรชรของแม่นางในชุดสีแดงสด แววตาฉายชัดว่าพึงพอใจเจ้าของเรือนกายเล็กนั้นอยู่มาก
“เก็บอาการหน่อยท่านอ๋อง ...”
บุรุษหนึ่งในสามที่ยืนข้างกายเขากระซิบบอกให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
“ก็เพราะท่านไม่ใช่แขกธรรมดาของหอบุปผาสำราญแห่งนี้”
ซุนอันเล่อเอ่ยบอก น้ำเสียงและท่วงท่ายังคงมีจริตจะก้านเช่นเดิม
“หากข้าไม่ใช่แขกธรรมดา เช่นนั้นเจ้ารู้หรือว่าพวกข้าเป็นใครมาจากไหน”
“ไม่มีอะไรที่ข้า ซุนอันเล่อผู้นี้ไม่รอบรู้”
“หากรู้แล้วไยจึงส่งเด็ก ๆ เหล่านี้มาให้ความสุขกับข้าแทนเจ้ากันเล่า”
แววตาเจ้าของเสียงจ้องมองร่างเล็กราวกับเสือร้ายที่จ้องตะครุบกวางตัวน้อย
“เห็นว่าตัวข้าจะไม่เหมาะ เช่นนั้นข้าขอดื่มสุรากับท่านสักจอกแทนแล้วกัน”
ซุนอันเล่อเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าไปรินสุราลงจอก แล้วยกขึ้นให้เกียรติแขกผู้มีเกียรติขอหอบุปผาสำราญในค่ำคืนนี้ก่อนจะดื่มจนหมดจอก
แม้คำพูดคำจาจะหยอกเย้าบุรุษหนุ่มที่เป็นคู่สนทนาตั้งแต่แรก หากแต่ก็มิลืมที่จะปรายตามองไปยังบุรุษหนุ่มอีกคน ที่เวลานี้ยังคงวางท่าทางนิ่งสงบ ดูสุขุมไม่ใช่ชายช่างเจรจาเหมือนอีกคน แต่ช่างต้องตาต้องใจนางยิ่งนัก
ทำไมนางจะไม่รู้ว่าชายสี่คนเป็นใคร เพราะบุรุษทั้งสี่นี้เคยมาที่หอบุปผาสำราญแล้วครั้งหนึ่ง และชายผู้ที่วางหน้านิ่ง แววตาดูเย็นชาอยู่ในเวลานี้คือผู้ที่ช่วย ‘ซุนหย่งเล่อ’ หลานสาวคนเดียวของนางให้รอดพ้นจากกลุ่มแขกอันธพาล
ซุนอันเล่อให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ ในวันรุ่งขึ้นจึงให้คนไปตามสืบว่าบุรุษหนุ่มนิรนามผู้นั้นเป็นใคร ไม่นานก็ได้ความว่าแท้จริงแล้วเขาคือแม่ทัพใหญ่แห่งอันฉีที่เพิ่งกลับมาจากการปราบกบฏจากทางตอนใต้ของแคว้น ส่วนอีกคนที่เป็นคู่สนทนากับนางในตอนนี้คือท่านหนานอ๋อง น้องชายต่างมารดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแห่งอันฉี
“คืนนี้ข้ายังเตรียมการแสดงพิเศษไว้ให้ท่านด้วย ท่านโปรดรอสักครู่ข้าจะให้เด็กไปตามมาเจ้าค่ะ”
แม่นางซุนเอ่ยบอก แล้วเดินไปกระซิบกระซาบกับเถิงซี ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าประตู
“จะดีหรือขอรับ”
ซุนอันเล่อไม่ตอบอะไร ได้แต่สบตาอีกฝ่ายเพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าสิ่งที่ให้ทำคือสิ่งที่ดีที่สุด
“ขอรับ”
เพียงแค่เห็นสายตาหานเถิงซีจึงรีบรับคำ แล้วเร่งออกไปทำตามคำสั่งที่ได้รับทันทัน
เสียงบรรเลงพิณภายในห้องโถงรับรองแขกโอ่อ่า สะกดทุกสายตาของแขกพิเศษเมื่อครู่ ค่อย ๆ เงียบลง และเมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับคำชื่นชม สตรีเจ้าของเสียงพิณลุกขึ้นพร้อมกับประสานมือย่อตัวลงแทนคำกล่าวขอบคุณ และลาในเวลาเดียวกัน
‘ซุนหย่งเล่อ’ หญิงงามของหอบุปผาสำราญแห่งนี้ ในตำแหน่ง ‘อี้จี้’ นางผู้มีความงามลือเลื่องไปทั่วเมืองอันฉีว่า มีรูปโฉมงดงามราวกับภาพวาด เช่นนั้นไม่แปลกที่หอนางโลมแห่งนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดัง และเรียกแขกให้มาเที่ยวหาความสุขสำราญได้ไม่น้อย แม้เพียงแค่ได้ฟังเสียงพิณจากแม่นางซุนสักเพลงก็ไม่นึกเสียดายเงินแล้ว
*** (อี้จี้ - หญิงขายบริการด้านศิลปะและความบันเทิง เช่นร้องเพลง เล่นดนตรี แต่งกลอน ฯลฯ มิได้ขายบริการทางเพศ)
“แม่นางน้อยจะให้เกียรติดื่มสุรากับข้าสักจอกได้หรือไม่”
ซุนหย่งเล่อที่กำลังจะแยกตัวกลับไปยังที่พักปรายตามองไปยังซุนอันเล่อผู้เป็นน้าสาวแท้ ๆ เหมือนต้องการความช่วยเหลือ
“ได้ ๆ ... แต่ข้าขอให้นางดื่มสุราจอกนี้แทนจะได้หรือไม่ นางไม่เคยดื่มสุรามาก่อน เกรงว่าสุราจอกในมือท่านนั้นนางจะดื่มไม่ได้”
ได้ยินคำตอบผู้เป็นน้าสาวแล้ว ใช่เพียงซุนหย่งเล่อเท่านั้นที่มองหน้านาง หากแต่หานเถิงซีเองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะไม่เคยสักครั้งที่ซุนอันเล่อจะสนับสนุนให้นางดื่มสุราอย่างเช่นวันนี้
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์”เมื่อทุกคนออกไปจนหมด แม่ทัพหนุ่มรีบถามขึ้นทันที น้ำเสียงยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดิม“สักเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”“ก็ในเจ็ดวันนี้ท่านพี่ไม่ได้พบข้านี่เจ้าคะ”หลังจากได้รับราชโองการแล้ว เมื่อว่างจางหลี่จวินจะต้องไปค้างแรมกับซุนหย่งเล่อที่เรือนพักภายในหอทุกครั้ง มีเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันมงคล สำนักราชวังมีเรื่องให้เขาต้องจัดการอีกทั้งยังเป็นกฎไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อนแต่งงานเป็นเวลาสามวันด้วย แม่ทัพหนุ่มจึงได้พบเจอกับนางในวันนี้อีกครั้ง“แล้วที่ข้าไม่ได้พบ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่หย่งเล่อ”ได้ทีจึงเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเลยทีเดียว“ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว ข้าจะนอนแล้ว”เพราะความเขินอายทำให้นางต้องเลี่ยง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เขา“หย่งเล่อ”จางหลี่จวินโน้มตัวเข้าหานางพร้อมกับค่อย ๆ จับร่างนางให้พลิกกลับมาหาเขาอีกครั้ง“เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยินดีแต่งงานกับเจ้าตามคำของพี่สาวเจ้า”ได้ยินคำพูดอีกฝ่ายแล้วร่างเล็กต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเห็นเช่นนั้นจึงช่วยประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง
จางหลี่จวินยืนมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งนิ่งด้วยท่าทางที่สง่างามสมกับเป็นบุตรีของเฉินอ๋อง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออก พร้อมกับขยับเข้าใกล้นาง สองมือจับที่ผ้าสีแดงแล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเผยใบหน้างดงามให้เขาได้เห็นเต็มตาสายตาคู่สวยของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความอบอุ่น และให้การต้อนรับ จ้องมองใบหนางดงามอย่างหลงใหล“ฮูหยินของข้า ช่างงดงามยิ่งนัก”“ท่านแม่ทัพกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าไม่ได้กล่าวหนักไป สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เวลานี้บุรุษในอันฉี ต่างอิจฉาข้ากันทั้งนั้นที่ได้เจ้ามาเป็นฮูหยินอยู่ข้างกายเช่นนี้”แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา“ท่านแม่ทัพเองก็มีสตรีมากมายที่หมายปองนะเจ้าค่ะ”“ไม่เอาแล้ว ๆ เหตุใดเจ้าจึงยังเรียกข้าท่านแม่ทัพอยู่อีก นับจากนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่เข้าใจหรือไม่”ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองเช่นเดิมแล้วให้รู้สึกขัดหู จึงรีบบอกให้นางแก้คำเสียใหม่“เจ้าค่ะ ... ท่านแม่ ... เอ่อ ท่านพี่”“ฮูหยินของข้าน่ารักที่สุด”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้อย่างรักใคร่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้าที่หน้าผากมนของเจ้าสาว และไม่มีทางที่จะยอมจบเพียงแค่จุมพิตบ
วันเวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือน จนถึงวันมงคลสมรส ซุนหย่งเล่อในชุดแต่งงานผ้าไหมสีแดงสวยงามปักลายมงคลด้วยดิ้นทองอันประณีต ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา ในมือถือปิ่นหยกสีขาวของผู้เป็นมารดาที่ซุนอันเล่อเก็บเอาไว้ให้นางยืนอยู่หน้าป้ายชื่อผู้เป็นมารดา ริมฝีปากสีชาดคลี่ยิ้มออกมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข“เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ที่นี่”ซุนอันเล่อในชุดสีเดียวกับเจ้าสาวเดินมาอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนเอ่ยขึ้น“หากวันนี้ท่านแม่อยู่ด้วยข้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะเจ้าคะ”เสียงเจ้าสาวดังขึ้น พลางหันมายิ้มให้ผู้เป็นน้าสาว“ท่านแม่เจ้าก็อยู่กับเจ้าตลอด ในเวลานี้ท่านก็ยินดีและกำลังอวยพรให้เจ้าอยู่”ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยขึ้น มือก็พลางหยิบปิ่นหยกในมือเล็กนั้นมาถือไว้“มา ๆ ๆ เจ้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะปักปิ่นนี้แทนแม่เจ้าเอง”นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือเจ้าสาวให้มานั่งที่เตียงของนางด้วย“เจ้าค่ะ”ผู้เป็นเจ้าสาวรับคำพร้อมทั้งนั่งลง ตามคำบอกของนาง“ไหนมาให้ข้าได้ดูหน้าเจ้าชัด ๆ อีกทีสิ”เมื่อจัดการปักปิ่นให้เรียบร้อย นางจึงจับใบหน้างดงามของเจ้าสาวมาดูให้เต็มสองตา“ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกแ
“ทะ ๆ ... ท่านแม่ทัพ ข้า ... อ๊ะ ...”นางครางเสียงหวานออกมาไม่ขาดภายในถ้ำอุ่นเขาส่งนิ้วแข็งแรงเข้าไปสำรวจ น้ำภายในถ้ำถูกปล่อยออกมาจนเต็มฝ่ามือใหญ่ เขายังคงขยับนิ้วเข้าออกไม่ขาด สะโพกเล็กขยับรับตามจังหวะการเคลื่อนของนิ้วนั้นโดยอัตโนมัติ แม่ทัพหนุ่มมองทุกการเคลื่อนไหวของสะโพกแล้วให้ได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจเวลานี้นางพร้อมที่จะรับเขาเต็มตัวแล้ว ปลายนิ้วแข็งแรงจังหวะเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว แม้จะเพิ่มถึงสามนิ้ว และแม้เขาจะเคยขยายปากทางเข้าถ้ำนี้ด้วยขนาดของตัวเองแล้ว ทว่ามันยังคงคับแคบอยู่เช่นเดิม“อืมมมม ... ท่านแม่ทัพข้าเจ็บ”“ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”เขาเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายังคงมองการเคลื่อนไหวของสะโพกเล็กไม่วางตา“ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าเจ็บ”แม่ทัพหนุ่มเร่งจังหวะจนน้ำภายในหล่อลื่นออกมาจนชื้นแฉะเขาก็ถอนออกจนหมด ร่างเล็กกระตุกวาบสะโพกเล็กลอยค้างอยู่เช่นนั้น“อื้ออออ ... เหตุใดท่านจึงหยุด”“เพราะข้าจะเป็นผู้สำรวจถ้ำนี้เองเช่นไรเล่า”เขามอบจูบอันแสนหวานให้นางอีกครั้ง ก่อนจะกระตุ้นไฟปรารถนาให้นางด้วยการไล้เลียที่ปลายถันสีอ่อน ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางกระ











