Share

ตั้งครรภ์

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-27 00:54:43

“ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”

น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมอง

ทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว

“ฮูหยินน้อย”

หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่

หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า

“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”

“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”

ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้

ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...

ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบุตรให้เขาบ้างหรือไม่?

เหมยกั๋วเห็นผู้เป็นนายเงียบไป หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เรียกอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

“ฮูหยินเจ้าคะ?”

ยังมิทันจะได้คิดตก จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านหน้าทำให้ทั้งหมดต่างหยุดบทสนทนา

“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ นายหญิงให้มาตาม บอกว่ามีเรื่องจะขอวานให้ช่วยเจ้าค่ะ”

สิ้นเสียงเรียกก็ได้ยินฝีเท้าสตรีค่อยๆ เดินห่างออกไป

เหมยกั๋วกัดฟันแน่น ทำสีหน้าขัดเคือง

“ยังไม่ปล่อยกันไปอีก!”

อวิ๋นถิงเค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อย นางทราบดีว่าตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น

ฮูหยินผู้เฒ่าก็มองนางและคนสกุลอวิ๋นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวาจาและการกระทำที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ามิได้ต้องการรับนางเป็นสะใภ้เลยแม้แต่นิดเดียว

“เจ้าอย่าโมโหไปเลย ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”

ว่าไปแล้วก็ปรายตามองไปยังหมอตู้ที่ยังเต็มไปด้วยความอึดอัด

“ข้าต้องขอบคุณท่านหมอมาก วานท่านเขียนเทียบยาไว้ให้เหมยกั๋วแล้วรีบออกไปจากเรือนนี้เถิด หากเรื่องนี้ไปถึงหูฮูหยินผู้เฒ่าท่านจะเดือดร้อนเพราะข้า”

“ขอรับ”

หมอตู้พยักหน้าแรงๆ มองดูอวิ๋นถิงที่ลุกเดินออกไปอย่างเชื่องช้า

ร่างใหญ่พ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า เดิมทีเขาเป็นเพียงหมอเล็กๆ จากครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง มีเหตุบังเอิญได้ช่วยเหลืออดีตแม่ทัพทิศบูรพาคนก่อนที่บาดเจ็บจากสงคราม หลังจากนั้นเขาถึงได้ถูกปลุกปั้นให้กลายเป็นหมอฝีมือดีคนหนึ่งในแคว้น กลายเป็นหมอประจำตระกูลจ้าวที่ใครๆ ต่างอิจฉา

บุญคุณที่ทำให้ครอบครัวของเขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาล้วนทราบซึ้งในบุญคุณของฮูหยินผู้เฒ่า

ในขณะเดียวกัน...เขาก็รู้สึกเห็นใจอวิ๋นถิงมากเช่นเดียวกัน ตั้งแต่สามปีก่อน ไม่มีครั้งใดที่เขาไม่เห็นอวิ๋นถิงถูกคนในจวนรังแก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่จ้าวเฟิงเยี่ยนไม่อยู่

“ฮูหยิน ข้าน้อยไปด้วยเจ้าค่ะ”

เหมยกั๋วลุกขึ้นยืน ทำท่าจะวิ่งตามเจ้านายไป แต่แล้วขาทั้งสองก็ชะงักลง หันมาทางหมอตู้นัยน์ตาขอร้องอยู่บ้าง

“ท่านรอที่นี่ก่อนได้หรือไม่ ข้ากลัวว่าฮูหยินจะถูกรังแกจนเป็นลมไปอีก”

หมอตู้ที่ตกอยู่ในห้วงความคิดถึงได้พยักหน้าช้าๆ การที่เขาคอยช่วยเหลืออวิ๋นถิงห่างๆ แบบนี้คงไม่เป็นไรกระมัง!

-------------------------------------------------------------------------------------

“ท่านแม่มีอะไรให้ถิงถิงรับใช้หรือเจ้าคะ”

อวิ๋นถิงก้าวเข้ามาพร้อมกับคุกเข่าลงเช่นเดิมในขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่ายกพัดในมือพัดให้ตัวเองอย่างสง่างามโดยมีมู่ลี่เจินอยู่เคียงข้างราวนางพญา ส่วนองค์หญิงผิงหยางน่าจะกลับห้องไปเสียแล้ว

คนถูกถามไม่ได้พูดอะไร นอกจากจะมีสาวใช้คนสนิทผู้หนึ่งของฮูหยินผู้เฒ่าส่งห่อกระดาษห่อหนึ่งมาให้โดยไม่ได้กล่าวอะไร

“นี่คือยาที่หมอตู้เขียนไว้ให้ข้ากับเจินเอ๋อร์ วานเจ้าไปต้มให้ข้าได้หรือไม่”

อวิ๋นถิงมองห่อกระดาษในมือด้วยใบหน้างงงวย

“แล้วเหตุใด...”

“ขออภัยฮูหยิน จางจิ้งเกิดรู้สึกไม่ค่อยสบาย ฮูหยินผู้เฒ่าจึงให้จางจิ้งไปพักผ่อนเจ้าค่ะ” ผู้ที่เอ่ยหาใช่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ หากแต่เป็นสาวใช้ที่เป็นคนยื่นห่อกระดาษให้นางเมื่อครู่นี่เอง

ดวงตากลมโตถึงได้เหลือบมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไร้อารมณ์

“สาวใช้คนอื่นๆ ล้วนมีหน้าที่ที่ต้องทำ ส่วนเจินเอ๋อร์ก็ต้องดูแลข้า วานเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เจ้าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่”

“ถิงถิงจะรีบนำไปต้มให้เจ้าค่ะ”

อวิ๋นถิงคลี่ยิ้มก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วหมุนตัวผละออกไปโดยที่ผู้คนในห้องล้วนมองตามไปอย่างพออกพอใจ

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม อวิ๋นถิงก็ถือถาดใส่ถ้วยยามาสองถ้วยโดยที่เหมยกั๋วมองตามมาอย่างเป็นห่วง ตัวเหมยกั๋วเองไม่สามารถตามเจ้านายเข้าไปภายในเรือนเซียงอี้ได้ เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็นผู้กำหนดว่ามีใครที่สามารถเข้าไปได้บ้าง

ซึ่งนางเป็นผู้ถูกสั่งห้ามเช่นกัน...อาจจะเพราะกลัวนางจะอาละวาดแทนอวิ๋นถิงกระมัง!

ประตูถูกเปิดออก เป็นจังหวะเดียวกับที่มู่ลี่เจินแสดงสีหน้าตกใจอยู่หน้าประตูในระยะเพียงสองก้าว ใบหน้างามนั่นปรับเปลี่ยนเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ริมประตูข้างหนึ่งจางจิ้งก็ก้มหน้าก้มตา ใช้มือแตะหน้าอกตัวเองอย่างตระหนก

อวิ๋นถิงมองท่าทีแปลกประหลาดนั่นอย่างสงสัย

“ไหนเจ้าว่ารู้สึกไม่สบาย เหตุใดถึงยังอยู่ที่นี่เล่า”

จางจิ้งกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง

“จางจิ้งรู้สึกดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”

อวิ๋นถิงมองร่างเล็กนั่นอย่างไร้วาจา หลังจากนั้นจึงช้อนสายตาขึ้นมองมู่ลี่เจินที่จ้องมายังนางด้วยดวงตาประกายวาบ

“ท่านแม่เห็นว่าท่านหายไปนาน เลยจะให้ข้าออกไปช่วยเจ้าค่ะ” ไม่ต้องมีใครถาม นางก็อธิบายยาวเหยียดอย่างเสร็จสรรพ

“ต้องสนทนาอะไรกันมากมาย เสร็จแล้วก็ยกเข้ามาเสีย ข้าง่วงแล้ว อยากจะนอนพักเสียที”

ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือโหยง เรียกให้คนทั้งหมดที่ขวางกันอยู่หน้าประตูเข้ามาในขณะที่มู่ลี่เจินรีบหันกายกลับไป เป็นจังหวะเดียวกับที่อวิ๋นถิงก้าวเข้ามาในห้องติดๆ หลังจากนั้นถึงได้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาขัดขา ร่างทั้งร่างคะมำไปข้างหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งถาดในมือเช่นกัน!

เพล้ง!!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status