Home / รักโบราณ / ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง / หากพร้อมแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก

Share

หากพร้อมแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก

last update publish date: 2026-10-09 01:19:56

“นางจะผ่าท้องข้า...นางจะผ่าท้องข้า!”

ร่างที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมาด้วยใบหน้าแตกตื่น นั่นทำให้มู่หรงเฉินรีบก้าวเข้าไปหาและปลอบประโลมเสียงเบา

“ท่านแม่ ข้าเอง”

“เฉินเฉิน เจ้าได้ยินหรือไม่ว่านางจะรักษาข้าด้วยการผ่าท้อง นั่นมิใช่การฆ่าคนหรอกหรือ!”

ภายในใจของหงจื่อเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจนขนลุกชูชันไปหมดทั้งตัว สตรีที่กล้ากล่าวเรื่องฆ่าคนได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนั้นเป็นคนเดียวกันกับคนที่เคยอยู่ร่วมกันในจวนแม่ทัพจริงๆ น่ะหรือ

“ท่านแม่วางใจเถิด นั่นเป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง”

“เฉินเฉิน เจ้าสติเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร เจ้าควรจะแจ้งทางการว่านางเปิดโรงหมอหลอกลวงผู้คน เหตุใดเจ้าถึงได้เข้าข้างนางเล่า”

หงจื่อเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้บุตรชายของนางคับแค้นใจคนสกุลจ้าวยิ่งกว่าอะไรดี มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายออกคำสั่ง ยื่นหนังสือหย่าให้กับสตรีผู้นั้นโดยไม่สนใจชะตากรรมที่รออยู่ตรงหน้า

แล้วนี่อะไร...หายออกจากจวนไปไม่กี่วันก็ยอมอ่อนข้อให้นาง แม้แต่สายตาที่มองนางก็ห่างไกลจากความชิงชัง

มู่หรงเฉินลอบผ่อนลมหายใจออกมา การที่จะอธิบายเป็นคำพูดให้มารดาเชื่อนั้นเห็นทีจะลำบาก เป็นเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจถอดเสื้อตัวนอกออก เปิดเสื้อตัวข้างใน บริเวณหน้าท้องมีรอยเย็บคล้ายตะขาบอยู่ตรงนั้น

“นั่น...”

“นางรักษาข้าด้วยการผ่าตัดเช่นกัน เพราะเหตุนี้ข้าจึงมั่นใจว่านางจะต้องรักษาท่านด้วยวิธีเดียวกันอย่างปลอดภัย”

หงจื่อกะพริบตาพร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มองดูบุตรชายที่ยืนอยู่ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น

“ถึงอย่างไรข้าก็ต้องใช้เวลาทำใจบ้าง”

ริมฝีปากของมู่หรงเฉินกระตุกขึ้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยว มองดูมารดาที่มีท่าทางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านแม่พักผ่อนก่อนเถิดขอรับ”

“เจ้าก็ควรจะพักผ่อนได้แล้ว”

หงจื่อมองดูบุตรชายอย่างเป็นห่วง ถ้าหากมู่หรงเฉินเดินทางด้วยอาชามาเพียงตัวคนเดียวก็คงถึงที่หมายนานแล้ว แต่เป็นเพราะการเดินทางด้วยรถม้า จึงทำให้ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปถึงสามวัน

“ข้ามีเรื่องต้องจัดการขอรับ”

พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกไปทันที ปล่อยให้หงจื่อมองไปรอบห้องก่อนจะถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ทันทีที่ออกไปภายนอก ใบหน้าของมู่หรงเฉินก็ดูตึงเครียดขึ้นมาหลายส่วน ร่างสูงใหญ่สาวเท้ายาวๆ ไปยังห้องของจ้าวลี่อิงทันที แน่นอนว่าเขาไม่ได้เอ่ยขออนุญาตแต่อย่างใด มือหนาก็ผลักประตูเข้าไปแล้ว

ดวงตาคมสำรวจไปรอบห้อง ไม่พบเห็นสตรีที่ตนต้องการตามหา แต่แทนที่ชายหนุ่มจะเดินออกไป เขากลับค่อยๆ มองไปรอบข้างอย่างสำรวจ เตียงของนางเล็กนิดเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เลยด้วยซ้ำ

นางเป็นสตรีประเภทใดกันแน่ มีเงินทองมากมายถึงเพียงนั้นแล้วก็ไม่ยอมหาซื้อสิ่งของที่สตรีพึงชอบ

เขายังจำวันที่ขบวนเจ้าสาวนำนางมาถึงจวนแม่ทัพได้ วันนั้นนางมีทรัพย์สินติดตัวเป็นจำนวนมาก ครึ่งหนึ่งก็กลายเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับและเครื่องแป้งประทินโฉมแล้ว

มู่หรงเฉินก้มลงเปิดกล่องเหล็กที่วางอยู่ใต้เตียงของนางอย่างถือวิสาสะ กระดาษแผ่นหนาที่ยับยู่ยี่ม้วนจัดเก็บเอาไว้ภายใน มีร่องรอยของความเปียกชื้นที่แห้งไปแล้ว

ตัวอักษรที่ขีดเขียนอย่างคมชัดช่างคุ้นเคยสายตายิ่งนัก ตัวอักษรแค่ไม่กี่คำพวกนั้นสามารถสื่อความหมายถึงการตัดเยื่อใยได้อย่างชัดเจน

หนังสือหย่าที่ลงนามด้วยปลายพู่กันของเขาเอง

นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่าสตรีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนคนนี้ ก็คือจ้าวซือซือ อดีตภรรยาที่น่าเกลียดชังคนนั้นไม่ผิดแน่

ในขณะเดียวกัน เสียงพูดคุยหัวเราะต่อซิกก็ดังเข้ามาในโสตประสาทจนชายหนุ่มรีบม้วนเก็บหนังสือหย่ากลับลงที่เดิม ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

“โฮ่ง!”

ลัคกี้วิ่งเข้ามาพร้อมกับยกขาหน้าขึ้นทักทาย จ้าวลี่อิงหยุดชะงักพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ อย่างมึนงง

“ผู้ใดอนุญาตให้ท่านเข้าห้องนอนของข้า”

“ข้าต้องการคุยเรื่องข้อตกลงระหว่างพวกเรา” ชายหนุ่มปรายตามองเหมยตูที่ทำตัวไม่ถูกอยู่เบื้องหลัง “ข้าจำได้ว่าเจ้าบอกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ร่างกายของเจ้าพร้อมรับการตั้งครรภ์มากที่สุด”

ประโยคนั้นทำให้คนฟังร้อง อ้อ ออกมาครั้งหนึ่งด้วยใบหน้าไม่ยินดียินร้าย ส่วนเหมยตูกลับใบหน้าแดงก่ำ กวักมือเรียกลัคกี้ให้ออกไปด้วยกัน

“เจ้าออกมานี่”

มู่หรงเฉินมองดูเหมยตูที่พาสุนัขตัวโตออกไปอย่างรู้หน้าที่ เขามองดูหางที่ส่ายไปมานั่นอย่างค่อนขอดอยู่บ้าง

ดีเหมือนกัน เจ้าสุนัขน่าตายนั่นจะได้ไม่ทำอะไรให้เขาโมโหอีก!

“ข้าคิดจะคุยเรื่องนี้กับท่านอยู่พอดี”

หญิงสาวกล่าวออกมาในขณะที่คู่สนทนาเคลื่อนกายเข้ามาแนบชิดจนปลายจมูกของนางได้กลิ่นเหงื่อของเขาที่ปนเปออกมาในอากาศ

“เจ้าจะเริ่มผ่าตัดท่านแม่ของข้าเมื่อไหร่”

เสียงทุ้มถามออกมา ทำให้จ้าวลี่อิงยกมือขึ้นกอดอกคล้ายกำลังครุ่นคิดอยู่อย่างจริงจัง

“ผ่านพ้นคืนนี้ไป ท่านแม่ของท่านพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย”

วันนี้นางไข่ตก ครั้งเดียวเห็นทีจะสำเร็จอย่างแน่นอน

“ข้าพร้อมแล้ว ท่านพร้อมแล้วหรือยัง”

“.....”

ถึงแม้มู่หรงเฉินจะเคยร่วมอภิรมย์กับสตรีมาไม่น้อย แม้แต่นางคณิกาก็ยังต้องเสแสร้งทำเป็นเขินอายเพื่อเรียกความน่าสงสารเห็นใจ แต่หญิงผู้นี้กลับยืนมองหน้าเขา ไร้ยางอายแม้แต่นิดเดียว

รู้สึกประหลาดจนเริ่มไม่ถูกแล้ว!

“หากพร้อมแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกกันเถิด”

เป็นประโยคเชิญชวนที่ไม่มีความยั่วเย้าเลยสักนิด ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ ปลดอาภรณ์ของตัวเองออกโดยไม่ช้อนสายตามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ

เอาน่า! ต่างคนต่างถอด ไม่มีอะไรให้อายหรอก เรือนร่างของบุรุษก็เหมือนๆ กันทั้งนั้นแหละ

หญิงสาวคิดในใจเช่นนั้นแล้วสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หากแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องผงะเมื่อเห็นมู่หรงเฉินยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มิหนำซ้ำยังเอามือไพล่หลังจ้องมองนางตาไม่กะพริบ

“เหตุใดท่านมิถอดออกเล่า”

หญิงสาวมองเขาตาโต ในขณะที่หมอนี่ยังคงสวมใส่ทุกอย่างครบถ้วน ทว่าเสื้อผ้าของนางหล่นไปกองอยู่ที่ปลายเท้า เหลือเพียงเอี๊ยมสีขาวเบาบางปิดบังรูปร่าง

ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัว แม้แต่สายตาก็จดจ้องตาไม่กะพริบ

“เจ้าต้องการสิ่งใดก็จัดการเอาเอง”

เสียงทุ้มเค้นลอดไรฟัน ถึงแม้จะไม่ใช่สตรีที่เขามีใจให้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีความต้องการเช่นบุรุษทั่วไป แต่เขาจะไม่กระโจนเข้าใส่ให้นางได้ใจอย่างแน่นอน

จ้าวลี่อิงทวนคำพูดของเขาก่อนจะขบเม้มริมฝีปากเล็กน้อย

หมอนี่กำลังสั่งให้นางเป็นฝ่ายเริ่ม?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   หนังสือปฏิเสธการรักษา

    ”ฝ่าบาท...”เสียงเรียกของขันทีทำให้ฮ่องเต้ลืมตาขึ้นมอง ขันทีสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวทั้งบนและล่างก้าวเข้ามาหา“ตอนนี้หมอหญิงจ้าวถูกคุมขังอยู่ ฝ่าบาทมีคำสั่งออกมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ตามขนบธรรมเนียม หมอที่ถวายการดูแลองค์หญิงองค์ชาย ล้วนมีชีวิตผูกติดอยู่กับการรักษาด้วย ถึงแม้จ้าวลี่อิงจะไม่ได้เป็นหมอหลวง แต่ในเมื่อตัดสินใจถวายการรักษาแล้วก็ย่อมมีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันทว่าฮ่องเต้กลับโบกมือไหว“รอจัดการเรื่ององค์หญิงเก้าให้เสร็จเสียก่อน”“แต่ว่า...”รอจัดการเรื่องพระศพเสร็จก่อนถึงจะลงโทษหมอที่ถวายการรักษาไม่เคยมีมาก่อนในขณะที่ขันทียังคงมีความกระอักกระอ่วนใจเกิดขึ้น นางกำนัลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง“ฝ่าบาท หมอหลวงขอเข้าเฝ้าเพคะ”“เข้ามา”ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อของตน จากนั้นจึงโบกมือให้ขันทีถอยห่างออกไปก่อน ไม่นานหมอหลวงสูงวัย เส้นผมเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาทั้งหมดก็เดินเข้ามา“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“มีเรื่องอะไร”“จากการตรวจสอบตำหนักขององค์หญิงเก้า กระหม่อมคิดว่าหมอหญิงจ้าวยังไม่เริ่มต้นการรักษาด้วยมีด...”ประโยคนั่นทำให้ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนอย่างห้ามไม่ได้“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”หมอหลวงลอบสูดลมหายใจ

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   องค์หญิงเก้าสิ้นพระชนม์แล้ว!

    หลังจากที่จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น มู่หรงเฉินก็เตรียมตัวจะออกเดินทางจากเมืองหลวงไปสู่โรงหมอของจ้าวลี่อิงที่ชายแดนทันทีเมื่อเช้าหลังจากการประชุมในท้องพระโรงเสร็จสิ้น ภายในวังหลวงก็เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง ฮ่องเต้เองก็เหมือนจะมีเรื่องเร่งด่วนบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจทันทีที่ก้าวออกมาหน้าจวน ร่างบอบบางที่เดินหมุนไปหมุนมาอย่างลังเลนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มชะงัก ในขณะเดียวกันเมื่อนางหันมาเห็นมู่หรงเฉินก็สะดุ้ง“เหตุใดถึงเป็นเจ้า”มู่หรงเฉินเค้นเสียงต่ำ มองดูเหมยตูที่ประสานมือกันไว้แน่นอย่างกระอักกระอ่วน“คุณหนูอยู่ที่นี่หรือไม่เจ้าคะ”“นางจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เพิ่งกลับไปกับพวกเจ้ามิใช่หรือ”ได้ยินแบบนั้นแล้วสีหน้าของเหมยตูก็ดูเคียดขึ้งขึ้นมาในทันที แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลเช่นนั้นทำให้มู่หรงเฉินรู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติ“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”“......”เหมยตูขยับริมฝีปาก แต่ก็ไม่ได้มีเสียงใดๆ หลุดออกมา เห็นทีเรื่องนี้ท่านแม่ทัพจะยังไม่รู้เรื่อง อีกทั้งการที่นางไม่แจ้งข่าวคราวให้ท่านแม่ทัพก็ดูเหมือนจะตั้งใจไม่บอกให้รู้อยู่แล้วมู่หรงเฉินเห็นแบบนั้นแล้วก็ขบกรามแน่น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมา

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   คำขอร้องขององค์หญิงเก้า

    หลังจากที่ได้รับกุหลาบพันปีแล้ว จ้าวลี่อิงก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วยามหญิงสาวก็เริ่มการผ่าตัดทันทีนางเกรงว่าหากมัวแต่รีรอช้าไปกว่านี้แล้วมู่หรงเฉินรู้เข้า เขาอาจจะเข้ามาขัดขวางก็เป็นไปได้ตรงหน้านางตอนนี้ก็คือตำหนักขององค์หญิงเก้าที่นางเคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าครั้งนี้กลับมีทหารเฝ้าอยู่โดยรอบตำหนัก แม้กระทั่งหมอหลวงอาวุโสหลายคนก็มารอชมการรักษาอยู่ห่างๆ เช่นกันภายในจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือที่นางร้องขอเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่ทำให้องค์หญิงเก้าหมดสติให้มากพอสำหรับระยะเวลาในการผ่าตัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ผลมากที่สุด นี่คือเป้าหมายสำคัญในผู้ป่วยทุกรายที่เข้ารับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นในยุคสมัยไหนก็ตามก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปภายใน ฮ่องเต้ก็ก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดูตึงเครียดกว่าก่อนหน้านี้หลายส่วนนัก“เจ้าคิดว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด”“อาจจะต้องใช้เวลาถึงสามชั่วยามเพคะ”การผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องใช้ความแม่นยำตัดแต่งมันออกทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่นิดเดียวฮ่องเต้เอามือไพล่หลัง แววตาดูหม

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

    หลังจากที่จ้าวลี่อิงกลับมาที่โรงหมอได้เพียงหนึ่งคืน รุ่งเช้าของอีกวันหญิงสาวก็เก็บข้าวของที่จำเป็นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดขึ้งอยู่หลายส่วนเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ความคิด นางหันไปมองคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง มองเข้ามาอย่างกระอักกระอ่วน“พี่เหมย”จ้าวลี่อิงเองก็รู้สึกลำบากใจไม่แพ้กัน อีกฝ่ายให้ความเคารพนับถือนางเช่นเจ้านายแท้ๆ มาเนิ่นนาน มาวันนี้นางกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว“ท่านจะกลับไปวังหลวงจริงๆ หรือ”“ข้าสัญญากับพี่หมิงเอาไว้แล้วว่าจะนำกุหลาบพันปีกลับมาช่วยนางให้ได้”จ้าวลี่อิงระบายรอยยิ้มออกมา ถึงแม้ว่าแววตาจะมีความมั่นใจอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ว่าอย่างไรโรคที่องค์หญิงเก้าเป็นอยู่ก็ไม่มีทางหายขาด...นางหวังแค่เพียงให้การผ่าตัดครั้งนี้สามารถเอาก้อนเนื้อออกให้ได้ก็เพียงพอ“ข้าขอโทษที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้”“มิใช่ความผิดของท่านหรอก อันที่จริงท่านก็พยายามบอกข้าแล้วว่าท่านมิใช่คุณหนูของข้า แต่ข้าก็ยังดื้อด้านไม่รับฟัง”ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่เจ้านายที่แท้จริงของตน ทว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี้พวกนางได้ก้าวผ่านความทุกข์ความสุขมาด้วยกันมามา

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ตอบแทนบุญคุณ

    ”นางคือคนรักของข้า”เสียงของหมิงเจ๋อดังขึ้นมาอย่างเหม่อลอย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง“นางเป็นฮูหยินของแม่ทัพมู่มิใช่หรือ”“นั่นเป็นเพราะนางต้องทำตามคำสั่งอดีตแม่ทัพจ้าวต่างหาก นางทำทุกอย่างเพื่อปกป้องข้า นางยอมทำทุกอย่างตามที่บิดาของนางสั่งก็เพื่อรักษาชีวิตของข้าเอาไว้”ในตอนนั้นอดีตแม่ทัพจ้าวใช้ชีวิตเขาเป็นเครื่องมือต่อรองให้จ้าวซือซือแต่งเข้าจวนแม่ทัพมู่เพื่อเป็นสายให้กับกลุ่มกบฏ“แสดงว่าเรื่องที่นางวางยาพิษในสุรา ก็เป็นคำสั่งของอดีตแม่ทัพจ้าวหรอกหรือ”นางด่าจ้าวซือซือไปเสียยกใหญ่ ไม่คิดว่าจริงๆ แล้วชีวิตของนางจะต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอะไรบ้าง เรื่องนี้ก็ต้องขอโทษนางจริงๆ“นั่นเป็นความคิดของนาง”“.....”เอาคำขอโทษเมื่อกี้กลับคืนมา!“นางคิดว่าถ้าหากทำให้ท่านแม่ทัพหมดลมหายใจได้ ก็จะไม่ถูกอดีตแม่ทัพจ้าวบีบบังคับอีก นางโง่เขลาเหลือเกิน” ถึงแม้น้ำเสียงของหมิงเจ๋อจะมีความเย้ยหยันเกิดขึ้น ทว่าแววตาที่ใช้มองนางกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “แม่ทัพมู่เฉลียวฉลาดอย่างกับอะไรดี มีหรือที่จะมองไม่ออก”“ก็นั่นน่ะสิ”บุรุษผู้นั้นถึงแม้จะไม่ได้ดูชาญฉลาดอย่างโดดเด่น แต่หลายๆ อย่างนางก็รู้สึกว่

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   จ้าวซือซือตัวจริง

    โรงหมอที่รักของข้า...ข้ากลับมาแล้ว!จ้าวลี่อิงกระโดดลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางเบิกบานใจ แม้แต่ลัคกี้เองก็วิ่งวนไปรอบๆ พร้อมกับกระดิกหางอย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน“ท่านหมอกลับมาแล้ว”“ท่านหมอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ พวกเราเป็นห่วงท่านแทบแย่”“ข้าทำขนมมาฝากด้วย ข้าคิดว่าการอยู่ในกองทัพทหารจะต้องไม่มีของอร่อยให้กินแน่”ชาวบ้านที่นั่งรออยู่บริเวณโรงหมอต่างเข้ามาต้อนรับอย่างยินดีเมื่อเห็นหมอหญิงที่เก่งกาจและใจดีของตัวเองกลับมา“พวกท่านมาทำอะไรกันที่นี่”“พวกเราก็มารอท่านหมอกลับมาน่ะสิ”จ้าวลี่อิงได้ยินแบบนั้นแล้วก็กะพริบตาปริบๆ รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ต้องปล่อยให้พวกเขาเฝ้ารอนางอยู่หลายวัน“พวกท่านคงจะลำบากแย่...ว่าแต่มีผู้ใดอาการแย่ลงหรือไม่”“ท่านหมอมิต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ระหว่างที่ท่านไม่อยู่ ในบางวันก็มีท่านหมอหมิงช่วยจัดโอสถให้พวกเราอยู่บ้าง”“พี่หมิงกลับมาแล้วหรือ”จ้าวลี่อิงเบิกตากว้างแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางบ้านอีกหลังของหมิงเจ๋อทันที“พี่หมิง”หญิงสาวตะโกนเรียกทันทีเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่ไม่ไกล เจ้าของชื่อหันมาระบายรอยยิ้มให้กับนางเล็กน้อย“กลับมาแล้วหรือ ข้าได้ย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status