LOGIN”ฝ่าบาท...”เสียงเรียกของขันทีทำให้ฮ่องเต้ลืมตาขึ้นมอง ขันทีสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวทั้งบนและล่างก้าวเข้ามาหา“ตอนนี้หมอหญิงจ้าวถูกคุมขังอยู่ ฝ่าบาทมีคำสั่งออกมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ตามขนบธรรมเนียม หมอที่ถวายการดูแลองค์หญิงองค์ชาย ล้วนมีชีวิตผูกติดอยู่กับการรักษาด้วย ถึงแม้จ้าวลี่อิงจะไม่ได้เป็นหมอหลวง แต่ในเมื่อตัดสินใจถวายการรักษาแล้วก็ย่อมมีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันทว่าฮ่องเต้กลับโบกมือไหว“รอจัดการเรื่ององค์หญิงเก้าให้เสร็จเสียก่อน”“แต่ว่า...”รอจัดการเรื่องพระศพเสร็จก่อนถึงจะลงโทษหมอที่ถวายการรักษาไม่เคยมีมาก่อนในขณะที่ขันทียังคงมีความกระอักกระอ่วนใจเกิดขึ้น นางกำนัลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง“ฝ่าบาท หมอหลวงขอเข้าเฝ้าเพคะ”“เข้ามา”ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อของตน จากนั้นจึงโบกมือให้ขันทีถอยห่างออกไปก่อน ไม่นานหมอหลวงสูงวัย เส้นผมเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาทั้งหมดก็เดินเข้ามา“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“มีเรื่องอะไร”“จากการตรวจสอบตำหนักขององค์หญิงเก้า กระหม่อมคิดว่าหมอหญิงจ้าวยังไม่เริ่มต้นการรักษาด้วยมีด...”ประโยคนั่นทำให้ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนอย่างห้ามไม่ได้“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”หมอหลวงลอบสูดลมหายใจ
หลังจากที่จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น มู่หรงเฉินก็เตรียมตัวจะออกเดินทางจากเมืองหลวงไปสู่โรงหมอของจ้าวลี่อิงที่ชายแดนทันทีเมื่อเช้าหลังจากการประชุมในท้องพระโรงเสร็จสิ้น ภายในวังหลวงก็เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง ฮ่องเต้เองก็เหมือนจะมีเรื่องเร่งด่วนบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจทันทีที่ก้าวออกมาหน้าจวน ร่างบอบบางที่เดินหมุนไปหมุนมาอย่างลังเลนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มชะงัก ในขณะเดียวกันเมื่อนางหันมาเห็นมู่หรงเฉินก็สะดุ้ง“เหตุใดถึงเป็นเจ้า”มู่หรงเฉินเค้นเสียงต่ำ มองดูเหมยตูที่ประสานมือกันไว้แน่นอย่างกระอักกระอ่วน“คุณหนูอยู่ที่นี่หรือไม่เจ้าคะ”“นางจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เพิ่งกลับไปกับพวกเจ้ามิใช่หรือ”ได้ยินแบบนั้นแล้วสีหน้าของเหมยตูก็ดูเคียดขึ้งขึ้นมาในทันที แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลเช่นนั้นทำให้มู่หรงเฉินรู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติ“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”“......”เหมยตูขยับริมฝีปาก แต่ก็ไม่ได้มีเสียงใดๆ หลุดออกมา เห็นทีเรื่องนี้ท่านแม่ทัพจะยังไม่รู้เรื่อง อีกทั้งการที่นางไม่แจ้งข่าวคราวให้ท่านแม่ทัพก็ดูเหมือนจะตั้งใจไม่บอกให้รู้อยู่แล้วมู่หรงเฉินเห็นแบบนั้นแล้วก็ขบกรามแน่น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมา
หลังจากที่ได้รับกุหลาบพันปีแล้ว จ้าวลี่อิงก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วยามหญิงสาวก็เริ่มการผ่าตัดทันทีนางเกรงว่าหากมัวแต่รีรอช้าไปกว่านี้แล้วมู่หรงเฉินรู้เข้า เขาอาจจะเข้ามาขัดขวางก็เป็นไปได้ตรงหน้านางตอนนี้ก็คือตำหนักขององค์หญิงเก้าที่นางเคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าครั้งนี้กลับมีทหารเฝ้าอยู่โดยรอบตำหนัก แม้กระทั่งหมอหลวงอาวุโสหลายคนก็มารอชมการรักษาอยู่ห่างๆ เช่นกันภายในจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือที่นางร้องขอเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่ทำให้องค์หญิงเก้าหมดสติให้มากพอสำหรับระยะเวลาในการผ่าตัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ผลมากที่สุด นี่คือเป้าหมายสำคัญในผู้ป่วยทุกรายที่เข้ารับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นในยุคสมัยไหนก็ตามก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปภายใน ฮ่องเต้ก็ก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดูตึงเครียดกว่าก่อนหน้านี้หลายส่วนนัก“เจ้าคิดว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด”“อาจจะต้องใช้เวลาถึงสามชั่วยามเพคะ”การผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องใช้ความแม่นยำตัดแต่งมันออกทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่นิดเดียวฮ่องเต้เอามือไพล่หลัง แววตาดูหม
หลังจากที่จ้าวลี่อิงกลับมาที่โรงหมอได้เพียงหนึ่งคืน รุ่งเช้าของอีกวันหญิงสาวก็เก็บข้าวของที่จำเป็นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดขึ้งอยู่หลายส่วนเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ความคิด นางหันไปมองคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง มองเข้ามาอย่างกระอักกระอ่วน“พี่เหมย”จ้าวลี่อิงเองก็รู้สึกลำบากใจไม่แพ้กัน อีกฝ่ายให้ความเคารพนับถือนางเช่นเจ้านายแท้ๆ มาเนิ่นนาน มาวันนี้นางกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว“ท่านจะกลับไปวังหลวงจริงๆ หรือ”“ข้าสัญญากับพี่หมิงเอาไว้แล้วว่าจะนำกุหลาบพันปีกลับมาช่วยนางให้ได้”จ้าวลี่อิงระบายรอยยิ้มออกมา ถึงแม้ว่าแววตาจะมีความมั่นใจอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ว่าอย่างไรโรคที่องค์หญิงเก้าเป็นอยู่ก็ไม่มีทางหายขาด...นางหวังแค่เพียงให้การผ่าตัดครั้งนี้สามารถเอาก้อนเนื้อออกให้ได้ก็เพียงพอ“ข้าขอโทษที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้”“มิใช่ความผิดของท่านหรอก อันที่จริงท่านก็พยายามบอกข้าแล้วว่าท่านมิใช่คุณหนูของข้า แต่ข้าก็ยังดื้อด้านไม่รับฟัง”ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่เจ้านายที่แท้จริงของตน ทว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี้พวกนางได้ก้าวผ่านความทุกข์ความสุขมาด้วยกันมามา
”นางคือคนรักของข้า”เสียงของหมิงเจ๋อดังขึ้นมาอย่างเหม่อลอย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง“นางเป็นฮูหยินของแม่ทัพมู่มิใช่หรือ”“นั่นเป็นเพราะนางต้องทำตามคำสั่งอดีตแม่ทัพจ้าวต่างหาก นางทำทุกอย่างเพื่อปกป้องข้า นางยอมทำทุกอย่างตามที่บิดาของนางสั่งก็เพื่อรักษาชีวิตของข้าเอาไว้”ในตอนนั้นอดีตแม่ทัพจ้าวใช้ชีวิตเขาเป็นเครื่องมือต่อรองให้จ้าวซือซือแต่งเข้าจวนแม่ทัพมู่เพื่อเป็นสายให้กับกลุ่มกบฏ“แสดงว่าเรื่องที่นางวางยาพิษในสุรา ก็เป็นคำสั่งของอดีตแม่ทัพจ้าวหรอกหรือ”นางด่าจ้าวซือซือไปเสียยกใหญ่ ไม่คิดว่าจริงๆ แล้วชีวิตของนางจะต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอะไรบ้าง เรื่องนี้ก็ต้องขอโทษนางจริงๆ“นั่นเป็นความคิดของนาง”“.....”เอาคำขอโทษเมื่อกี้กลับคืนมา!“นางคิดว่าถ้าหากทำให้ท่านแม่ทัพหมดลมหายใจได้ ก็จะไม่ถูกอดีตแม่ทัพจ้าวบีบบังคับอีก นางโง่เขลาเหลือเกิน” ถึงแม้น้ำเสียงของหมิงเจ๋อจะมีความเย้ยหยันเกิดขึ้น ทว่าแววตาที่ใช้มองนางกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “แม่ทัพมู่เฉลียวฉลาดอย่างกับอะไรดี มีหรือที่จะมองไม่ออก”“ก็นั่นน่ะสิ”บุรุษผู้นั้นถึงแม้จะไม่ได้ดูชาญฉลาดอย่างโดดเด่น แต่หลายๆ อย่างนางก็รู้สึกว่
โรงหมอที่รักของข้า...ข้ากลับมาแล้ว!จ้าวลี่อิงกระโดดลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางเบิกบานใจ แม้แต่ลัคกี้เองก็วิ่งวนไปรอบๆ พร้อมกับกระดิกหางอย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน“ท่านหมอกลับมาแล้ว”“ท่านหมอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ พวกเราเป็นห่วงท่านแทบแย่”“ข้าทำขนมมาฝากด้วย ข้าคิดว่าการอยู่ในกองทัพทหารจะต้องไม่มีของอร่อยให้กินแน่”ชาวบ้านที่นั่งรออยู่บริเวณโรงหมอต่างเข้ามาต้อนรับอย่างยินดีเมื่อเห็นหมอหญิงที่เก่งกาจและใจดีของตัวเองกลับมา“พวกท่านมาทำอะไรกันที่นี่”“พวกเราก็มารอท่านหมอกลับมาน่ะสิ”จ้าวลี่อิงได้ยินแบบนั้นแล้วก็กะพริบตาปริบๆ รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ต้องปล่อยให้พวกเขาเฝ้ารอนางอยู่หลายวัน“พวกท่านคงจะลำบากแย่...ว่าแต่มีผู้ใดอาการแย่ลงหรือไม่”“ท่านหมอมิต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ระหว่างที่ท่านไม่อยู่ ในบางวันก็มีท่านหมอหมิงช่วยจัดโอสถให้พวกเราอยู่บ้าง”“พี่หมิงกลับมาแล้วหรือ”จ้าวลี่อิงเบิกตากว้างแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางบ้านอีกหลังของหมิงเจ๋อทันที“พี่หมิง”หญิงสาวตะโกนเรียกทันทีเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่ไม่ไกล เจ้าของชื่อหันมาระบายรอยยิ้มให้กับนางเล็กน้อย“กลับมาแล้วหรือ ข้าได้ย







