Share

ตอนที่ 5 ยอมรับความผิด

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-04 19:37:09

หยางเสวี่ยเฟยได้ยินอย่างนั้นโกรธเคืองที่นางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าประชดข้าหรือ” เขาเอ่ยถาม “เจ้าไม่เคยยอมรับสักครั้งว่าเป็นคนทำ จำไม่ได้หรือว่าตอนที่เจ้าไม่สบาย นางเป็นคนเอาสมุนไพรไปให้เจ้าดื่มด้วยความเป็นห่วงแต่เจ้ากลับปัดทิ้ง ไม่ยอมดื่มยาจนนางโดนดุ พอครั้งต่อไป นางอุตส่าห์นำก้อนน้ำตาลไปให้เจ้ากินหลังดื่มยาเจ้าก็คว่ำถาดขนมทิ้งอีกครั้ง”

“...” เจ้าตัวนึกเหตุการณ์ที่ผ่านมาอยู่เงียบ ๆ เถียงไม่ออกเพราะเป็นความจริง นางไม่ชอบรสชาติของโสมแสงเงินเลยแม้แต่น้อย มันทั้งขมและคาว เพียงแค่ได้กลิ่นจากที่ไกล ๆ ก็นึกอยากอาเจียนออกมาพาลรู้สึกป่วยมากกว่าเดิมจึงไม่เข้าใจเลยว่ายาดีมีตั้งมากมาย เหตุใดจึงเอาแต่คะนั้นคะยอให้ดื่มของที่ไม่ชอบอยู่ได้

“เจ้าไม่รู้หรือว่าโสมแสงเงินเป็นสมุนไพรหายาก นางอุตส่าห์นั่งบดนั่งต้มยาให้เจ้า…

“เจ้ารู้ได้อย่างไร นางไปฟ้องเจ้าหรือ” หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่าย ไม่คิดว่าเขาจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วย

“นางไม่มีทางฟ้อง แต่ข้าเป็นคนไปเก็บสมุนไพรมา”

ดวงตามู่หรงเซียวเบิกโตเพิ่งได้รู้ความจริงจึงเผลอพูดไปว่า “หากรู้ว่าเจ้าเก็บมาให้ก็คงฝืนดื่มจนหมดถ้วยแล้วล่ะ”

“เฮอะ กล้าพูดมาได้” ชายหนุ่มส่ายหน้ายังไม่ได้ยินคำขอโทษจากปากนางเลยสักครั้งจึงเอ่ยถึงเรื่องเก่านมนาน “เจ้าเคยผลักนางล้มมือกระแทกพื้นเป็นแผลเพียงเพราะนางเผลอชนเจ้าแล้วถังหูลู่ในมือหล่นพื้น”

“รองแม่ทัพ เจ้าพูดถึงเรื่องตั้งแต่ข้าตัวเท่าต้นหอมทำไมกัน” นางจำได้ว่าครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่คิดว่าเขาจะจำได้ด้วย “รองแม่ทัพหยางคงมีเรื่องในใจมากมายเลยสินะ ไหน ๆ เจ้าก็มารอข้าหลายวันแล้ว หากไม่ได้พูดคงอกแตกตาย”

“มู่หรงเซียว!!!” เสียงตวาดดังลั่นจนคนตรงหน้าตกใจไปด้วยแต่สายตาแสดงออกไม่สะทกสะท้าน

“ข้าทำอันใดผิดอีก เจ้าพูดมาสิ” น้ำเสียงท้าทายทำเอาชายหนุ่มอดกลั้นไม่ได้ ต่อให้เจอผู้คนมามากมายแต่เขากลับไม่เคยทนนิสัยหญิงสาวผู้นี้ได้เลย 

“ฤดูใบไม้ผลิสองปีก่อน องค์หญิงเยว่หลิงจัดการแข่งขันปักลายผ้า เจ้าก็รู้ว่านางไม่ถนัดด้านนี้จึงทำได้ไม่ดี เจ้าอยู่ตรงนั้นด้วยแต่กลับไม่ห้ามปราม ปล่อยให้ผู้อื่นหัวเราะนาง ทำให้นางเสียใจ” หยางเสวี่ยเฟยรอดูว่าหญิงสาวจะโต้ตอบเขาอย่างไรแต่กลับผิดหวังกับท่าทีของนางเหมือนเดิม

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่านางปักเป็ดยวนยางไม่ใช่หนอนไม้ไผ่…”

“เจ้าอยู่ตรงนั้น เพียงแค่เอ่ยปากพูด ทุกคนก็จะฟังเจ้า”

มู่หรงเซียวยิ้มมุมปากเอ่ยด้วยสีหน้าคาดเดาความคิดอีกฝ่าย “จะบอกว่าข้าผิดอีกแล้วใช่หรือไม่ อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังจะพูดถึงคืนวันงานเลี้ยงปีใหม่ที่ข้าปล่อยให้นางกลับจวนคนเดียว”

“รู้ตัวดีนี่ แต่เจ้าคงไม่ยอมรับเช่นเดิม” เขาเลิกคิ้ว จ้องดวงตาสีทับทิม

“เจ้าโกรธเพราะข้าเปิดโอกาสให้แม่ทัพหลี่ไปส่งนางที่จวนแทนที่จะเป็นเจ้ามากกว่ากระมัง” บุตรสาวแม่ทัพยักไหล่ไม่แยแส

“อย่าเถียงข้า” สายตาดุปรามนางเหมือนอย่างเคย หากเป็นมู่หรงเซียวคนเก่าคงใจห่อเหี่ยวแต่ไม่ใช่นาง 

“เฮอะ… รองแม่ทัพความจำดีเลิศเสียจริง จำเรื่องไม่ดีของข้าได้ตั้งแต่ข้าตัวเท่าต้นถั่วงอก แล้วเรื่องดี ๆ ที่ข้าทำ อ้อ… ไม่เคยจำใช่หรือไม่เพราะคิดว่าข้าเสแสร้ง แกล้งทำมารยา อิจฉาคุณหนูสกุลเสิ่นผู้นั้นที่ได้รับความรักความห่วงใยจากเจ้า”

“...”

“เช่นนั้นย่อมได้ ข้ายอมรับว่าข้าเป็นคนผลักนางตกน้ำ ครั้งนั้นก็เช่นเดียวกัน ข้ายอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อใส่ร้ายว่านางชนข้าจนเกือบจมน้ำ ข้าเกลียดที่เจ้ามีใจให้นางจึงทำเรื่องพวกนั้นลงไป”

“…”

“พอใจแล้วใช่หรือไม่ คราวนี้เจ้าจะทำอย่างไรต่อ” นางรู้ดีว่าคนอย่างเขาจะทำเช่นไรจึงพูดไปตามที่คิด “คงไปป่าวประกาศว่าข้าเป็นคนทำใช่หรือไม่ อยากทำสิ่งใดก็ตามใจเจ้าเถอะ ข้าขอตัว เมิ่งเซียง… ส่งแขก”

มู่หรงเซียวไม่รอให้เขาพูดอะไรอีกแล้วเดินกลับเรือนตัวเอง ทันทีที่หัวถึงหมอนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าเพราะใช้แรงกายทั้งหมดที่มีถกเถียงกับอีกฝ่ายจนผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

หากแต่เช้าวันต่อมาได้ยินเสียงจากเมิ่งเซียงปลุกด้วยสีหน้ากังวลใจ

“คุณหนู องค์หญิงเยว่หลิงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าเจ้าค่ะ”

“หยางเสวี่ยเฟย เจ้าจะรอให้ข้าทำใจสักสองสามวันไม่ได้เชียวหรือ” นางบ่นพึมพำเพราะรู้ว่าต้องเจอกับอะไรก่อนจะให้สาวใช้ช่วยแต่งตัวแล้วไปเตรียมดอกละอองหญ้ามาไว้สักสามสี่กำ “เมิ่งเซียง... ข้าอยากกินน้ำแกงเนื้อ เจ้าบอกให้คนทำไว้ให้ข้าได้หรือไม่ เสร็จธุระเมื่อใดจะรีบกลับมา”

ครั้นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักจื่อเถิงฮวาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่คนที่นั่นกำลังซุบซิบเรื่องนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“คุณหนูสกุลมู่” เสียงหวานขององค์หญิงเอ่ยเรียกคนตรงหน้า นางเฝ้าดูท่าทีมู่หรงเซียวมาพักหนึ่งแล้ว เดิมทีคิดว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามเพราะฮองเฮาเอ็นดูบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ซึ่งเป็นขั้วการเมืองตรงข้ามกับเหอกุ้ยเฟย มารดาของนางผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้แคว้นฉินหมิง

เข้าตรู่ของวันกลับได้ยินเรื่องจากปากหยางเสวี่ยเฟยจึงเรียกตัวนางมาสอบปากคำเพิ่มแม้ว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุเรื่องราวทั้งหมดก็ตาม

“ข้ารู้เรื่องจากรองแม่ทัพหยางแล้ว” สตรีสูงศักดิ์เอ่ยอย่างไม่แยแส ทำตัวเหนือปัญหาที่ตัวเองก่อแล้วเล่าเรื่องที่เขารายงานให้ฟังโดยละเอียด “เจ้าอยากอธิบายสิ่งใดอีกหรือไม่”

ดวงตากลมโตมองมาอย่างคาดหวัง มู่หรงเซียวเข้าใจอย่างยิ่งว่าไม่อาจพูดความจริงได้เพราะองค์หญิงเยว่หลิงคือธิดาที่ฮ่องเต้รักและหวงแหนมากที่สุด

“หม่อมฉันยอมรับความผิดเจ้าค่ะ” 

เพียงได้ยินคำพูดนั้น องค์หญิงแสยะยิ้มหวังจะทำให้มู่หรงเซียวเกลียดเสิ่นอวี้หลานมากขึ้นกว่าเดิมเพราะถึงอย่างไรก็มีศัตรูหัวใจคนเดียวกัน พลางคิดว่านับจากนี้บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จะต้องกลายเป็นพวกของนางคอยกลั่นแกล้งและเอาคืนบุตรสาวหมอหลวงอย่างแน่นอน

พร้อมทั้งสั่งกำชับว่าห้ามผู้ใดพูดถึงเรื่องนี้อีกเพราะเห็นแก่แม่ทัพใหญ่มู่ก่อนที่นางกำนัลได้รับคำสั่งให้นำตัวมู่หรงเซียวไปลงโทษในทันที 

มู่หรงเซียวกัดฟันรู้ดีว่าคงเจ็บแสบเล็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงหวายเรียวยาวฟาดน่องขาเพียะ ๆ อยู่สิบครั้งจนผิวขาวนวลแดงเป็นปื้นมีเลือดซึมออกมา

ครั้นเดินพ้นจากตำหนักจื่อเถิงฮวา เมิ่งเซียงรีบวิ่งมาหาเจ้านายแล้วถามว่า “คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”

มู่หรงเซียวยิ้มกว้างแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บแปลบที่น่องขาสองข้างอยู่บ้างแต่สายตาของเมิ่งเซียงกลับไวกว่าเพราะสังเกตได้ทันทีว่าเจ้านายของตนแปลกไป

“คุณหนู!!!” เสียงตะโกนลั่นทำเอาตกใจไปด้วย “ใครทำเช่นนี้กับคุณหนูเจ้าคะ”

“เบาเสียงหน่อยเมิ่งเซียง” เจ้าตัวห้ามปราม รีบคว้าคออีกฝ่ายเข้ามาปิดปากแล้วกระซิบ “ข้าเพิ่งถูกองค์หญิงลงโทษมา ถ้าเจ้าเสียงดัง ข้าอาจจะโดนตีอีกก็ได้”

“คุณหนู…” สาวใช้เสียงอ่อยสงสารเจ้านาย รีบวิ่งมาขวางแล้วนั่งลงข้างหน้า “คุณหนู ขึ้นมาเจ้าค่ะ”

“ทำไม”

“ข้าจะแบกคุณหนูกลับจวนเอง ขึ้นหลังข้าเลยเจ้าค่ะ” นางปาดน้ำตานึกเสียใจอยากเป็นคนที่ถูกหวายเฆี่ยนแทน

“ไม่ต้องหรอก” มู่หรงเซียวส่ายหน้าแล้วเดินกะเผลกผ่านนางไป “ถึงจวนเมื่อใดก็นำดอกละอองหญ้ามารักษาแผลให้ข้าทีแล้วก็อย่าได้บอกเรื่องนี้ให้ท่านพ่อท่านแม่รู้เด็ดขาด”

“ไม่บอกได้หรือเจ้าคะ คุณหนูเดินกะเผลกขนาดนี้”

“เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่ไปธุระข้างนอก เจ้าเองอย่าได้ปริปาก” หญิงสาวเอ่ยห้ามเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โตกลัวว่าบิดาจะไม่ยอมแล้วหาเรื่องฮ่องเต้

“ก็ได้เจ้าค่ะ” นางส่ายหน้า “คุณหนู ข้าบอกว่าให้ขี่หลังข้าอย่างไรเล่า กว่าจะถึงจวนก็อีกนาน คุณหนูรอข้าด้วยเจ้าค่ะ” 

บุตรสาวแม่ทัพเมินเสียงสาวใช้เพราะไม่อยากให้นางกังวลใจเกินเหตุ พอเดินมากเข้าบาดแผลที่ขาก็เริ่มมีเลือดซึมจนเปื้อนทะลุชายกระโปรง

“คุณหนูเลือดออกเจ้าค่ะ” เสียงพูดตะกุกตะกักของสาวใช้ทำเอารู้สึกแสบแผลขึ้นมาทันใด

“อย่าทักสิ เดี๋ยวเจ็บมากกว่าเดิม” นางบอกคนสนิทด้วยสีหน้าระรื่น พอหันกลับไปอีกทีจึงเห็นว่าหยางเสวี่ยเฟยยืนอยู่หน้าจวนแม่ทัพใหญ่

กระนั้น หญิงสาวคิดว่าจบเรื่องที่ต้องสะสางกับรองแม่ทัพเรียบร้อยแล้วจึงไม่มีเหตุต้องพบหน้า คราวนี้จะถือโอกาสหลุดจากวังวนความวุ่นวายของรักสี่ห้าเส้าตามความตั้งใจเพราะไม่มีเรื่องใดต้องข้องเกี่ยวกับเสิ่นอวี้หลานอีกแล้วจึงเบือนหน้าหนีไม่มองเขา

“คุณหนูสกุลมู่” เสียงเข้มเอ่ยเรียกนาง 

“…” นางไม่ตอบเดินผ่านชายหนุ่มไปที่ประตูบานใหญ่แต่ถูกรั้งแขนเอาไว้

“เหตุใดจึงมีเลือดติดชายกระโปรงเช่นนั้น”

“เมิ่งเซียง ส่งแขก... ข้าจะรีบกลับไปพักผ่อน” น้ำเสียงเย็นชาสั่งสาวใช้คนสนิทแล้วสะบัดแขนหลบหลีก “ปล่อยข้าเจ้าค่ะ”

“ข้าถามว่าเกิดอันใดขึ้น” หยางเสวี่ยเฟยสบดวงตาสีทับทิม สีหน้าจริงจังยิ่งกว่าครั้งใด

“ข้าเพียงแค่รับโทษที่ใส่ร้ายคนรักของรองแม่ทัพ เฆี่ยนสิบครั้งพอใจหรือไม่” มู่หรงเซียวสะบัดแขนอีกครั้งแต่เขาไม่ยอมปล่อยเช่นเดิมพลางคิดในใจว่า ปล่อยสักทีได้หรือไม่ ข้าเมื่อย เดินมาตั้งนาน หิวน้ำ หิวข้าวด้วย ข้าอยากกลับไปซดน้ำแกงเนื้อเต็มทีแล้ว

“…”

“หากไม่พอใจนัก ครั้งหน้าก็ทูลขอให้องค์หญิงลงโทษข้าจนกว่าจะพอใจเถิด ปล่อยข้าได้แล้วเจ้าค่ะ”

“บาดแผลเจ้า…” หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นมองที่ชายกระโปรง “ข้า…”

“ข้าไม่อยากเห็นหน้ารองแม่ทัพ นับจากนี้ไป อย่าได้วนเวียนข้องเกี่ยวกันอีกเลย” หญิงสาวหวังว่าเขาจะดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นแต่สีหน้าของเขากลับหมองเศร้ากว่าเดิม 

“…”

มู่หรงเซียวหันกลับมาเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตามุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน คิดในใจว่าเวลานี้ควรบอกให้คนตรงหน้าได้รู้ว่านางคิดกับเขาเช่นไรจะได้จบสิ้นความสัมพันธ์ที่คาราคาซังกันมานานเสียที

“หยางเสวี่ยเฟย นับจากนี้ไปข้าจะไม่ตามติดเจ้าเหมือนวันวาน ไม่โผล่หน้าไปให้เจ้าเห็นอีก ไม่ทำสิ่งใดที่ทำให้ใจของเจ้าขุ่นมัวข้าจะไม่รักเจ้าแล้ว... ปล่อยข้าเสียที” น่าแปลกนักที่คราวนี้รองแม่ทัพปล่อยมืออย่างง่ายดายจนนางคิดไปว่าเขาอาจจะดีใจจนทำตัวไม่ถูกก็ได้

กระนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องรับรู้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวจึงรีบกลับเข้าจวนในพริบตาเพราะหิวข้าวจนตาลายทิ้งให้เขายืนนิ่งเพียงลำพังอยู่เนิ่นนาน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
MooMinn
แล้วนางเอกดอกบัวขาวทำไมไม่พูดอะไรละโว้ยยยย เป็นอะไรสาวเป็นใบ้เหรอ?
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 2/2

    “ท่านพ่อ…” หยางเสวี่ยหลิงเอ่ยเรียกบิดาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา “หลับแล้วหรือขอรับ”“ท่านพ่อ หลับจริง ๆ หรือ” หยางเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามอีกคน “ยังเล่านิทานไม่จบเสียหน่อย”“พวกเจ้าอย่ากวนท่านพ่อสิ” หยางเสวี่ยอิงห้ามปรามน้องชายทั้งสองก่อนจะเล่าสิ่งที่บิดาพูดก่อนหน้าต่อ “หญ้าแก้วไพลินน่ะเป็นวัชพืชก็จริงแต่เอาไปทำเป็นก้อนน้ำตาลไว้ตรวจพิษได้ด้วย ท่านพ่อจึงมักพกติดตัวอยู่เสมอ”“อร่อยมากเลยหรือ” เด็กน้อยสองคนถามคำเดียวกัน ก่อนที่พี่ชายคนโตจะหยิบออกมาให้ดูแล้วถามว่า “อยากลองกินหรือไม่”ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องรีบพยักหน้าทันควัน หยางเสวี่ยอิงจึงพึมพำราวกับไม่อยากให้บิดารู้สึกตัว “หากได้กินแล้วจะรีบนอนหรือไม่”“ขอรับ”ครั้นได้ลิ้มรสหวานก็พากันยิ้มกว้างชอบใจยิ่งนัก เปลือกตาจึงค่อย ๆ เผยอปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเล่นทั้งวันจนหมดแรงไปโดยปริยายทั้งสามคนหยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแกล้งหลับ อยากรู้ว่าพี่ชายน้องชายจะทำอย่างไรพลันนับหนึ่งถึงสิบให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิท ก่อนห่มผ้าให้แล้วกลับเข้าไปยังห้องของฮูหยิน“หลับกันหมดแล้วหรือ” มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่ามีไออุ่นใครบางคน

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 1/2

    หยางเสวี่ยเฟยพาครอบครัวไปเมืองเหอผิงเพื่อเยี่ยมแม่ทัพหลี่กับเสิ่นอวี้หลาน แม้ระหว่างทางวุ่นวายเพราะเด็ก ๆ ไปบ้างแต่นับว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอที่จะได้พบกันในรอบสองปีเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาติดภารกิจจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ทันทีที่ลงจากรถม้า หยางเสวี่ยอิงรีบวิ่งไปที่หน้าจวนแล้วทักทายหลี่หมิงฮ่าวกับเสิ่นอวี้หลานโดยไม่รีรอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน“ฟางฮวา เจ้าสบายดีหรือไม่”“อืม…” บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหลี่พยักหน้า ดวงตาสีอำพันเหมือนมารดามองสหายด้วยความคิดถึง พลันน้องชายของนางวิ่งผ่านหน้าไปหาคนที่เหลือ “เอ๊ะ… ฟางหมิง เจ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้มอีก”เด็กหญิงหันมาหาหยางเสวี่ยอิงแล้วรับของขวัญเป็นภาพวาดที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาให้ ส่วนบิดามารดาได้แต่ยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูในมิตรภาพแล้วเดินไปต้อนรับสหายคนสนิทที่รถม้า“เสวี่ยหลิง! เสวี่ยเฟิง!” หลี่ฟางหมิงตะโกนเรียกบุตรชายคนรองและบุตรชายคนที่สามของรองแม่ทัพหยางด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าเด็กชายอายุราวสามขวบที่ยืนอยู่ข้างพวกเขาเป็นใคร “เสิ่นฮ่าวเฉิน น้องของพวกเราอย่างไรเล่า

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 2/2

    “เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 1/2

    มู่หรงเซียวชวนผู้เป็นสามีไปเที่ยวที่หอจันทราเพื่อฟังเสียงบรรเลงกู่ฉินตามเคย หากแต่อีกฝ่ายคิดว่าสถานที่นั้นเหมือนกับหอราตรีในเยว่จวนจึงอิดออดไม่อยากให้ไปสักเท่าใดนัก ก่อนจะรู้ว่าหอจันทราเป็นเพียงสถานที่ให้ความสำราญทั่วไปจึงเบาใจไปบ้างคืนนี้ ภรรยาของเขาจึงแต่งกายเป็นสตรีเหมือนอย่างปกติแล้วรอฟังเพลงกู่ฉินด้วยสีหน้าระรื่นพลันได้ยินจังหวะที่คุ้นเคยจึงหันขวับไปมองต้นเสียงเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกันโดยบังเอิญ “เซียงเซียงหรอกหรือ”หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสหายของเซี่ยหลานเฟิงที่นั่งข้าง ๆ เข้าใจแล้วว่าเหตุใด บุรุษผู้มีดวงตาสีเทาจึงปักหลักอยู่ต้าหลินนานนัก“เจ้าไปดักทางซ้าย ข้าจะไปดักทางขวา” หลินเพ่ยอินวางจอกเหล้าลง สายตาจ้องแม่นางผู้นั้นไม่วางตาแล้วหันมาหาเสิ่นจื้อเหลียงกับหยางเสวี่ยเฟย “ข้ารบกวนพวกเจ้าได้หรือไม่”“ขอรับ” เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้รู้ว่าเขาจะรบกวนเรื่องใดแต่รับปากไว้ก่อน“อืม” หยางเสวี่ยเฟยเองก็พยักหน้าน้อย ๆ พอคาดเดาเหตุผลของเขาได้“หากเขาหนีมาทางนี้ ได้โปรดช่วยข้าจับเขาด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขอร้อง สีหน้ามีความหวังอย่างยิ่งก่อนจะเริ่มแผนการจับค

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 2/2

    ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็กางแขนรอเก้อเพราะอดกอดผู้เป็นน้องสาว “ฮูหยินของข้า” หยางเสวี่ยเฟยมองหน้าอีกฝ่าย “นางมีสามีแล้ว ไม่ควรใกล้ชิดบุรุษ ผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้”“เฮอะ…” เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก “ใครเล่าจะเข้าใจผิด ทุกคนรู้ว่าข้าสนิทกับคุณหนู ส่วนเจ้าเป็นสามีที่นางรักยิ่ง กลัวหรืออย่างไร…”“เฟิงเกออย่าไปแกล้งเขา” หญิงสาวคนกลางเอ่ยห้ามพี่ชายพลางหันมองสามีตัวเองจึงได้รู้ว่าหัวใจของเขานั้นบอบบางเสียเหลือเกิน จนรู้สึกว่าภาพฝันที่เห็นครานั้นยังคงฝังลึกในใจ“หือ… เจ้าร้องไห้หรือ” ดวงตาของหัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเบิกกว้าง รู้สึกเหมือนพลาดเรื่องบางอย่างไป แต่เมื่อมองไปทางเสิ่นจื้อเหลียงเพื่อถามไถ่ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นกัน“เฟิงเกอ ข้าฝากสองคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็ท่านพ่อท่านแม่รออยู่ที่จวน รีบกลับไปชิมอาหารที่เมิ่งเซียงทำไว้ด้วย พวกข้าสองคนจะกลับช้าหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”พลันควงแขนผู้เป็นสามีเดินแยกไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ลังเลเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง ตลอดทางเดินขึ้นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อผลิบาน นางไม่ปล่อยมือจากคนข้างกายเลยสักนิดเดียวเพราะรู้ว่าเวลานี้ไออุ่นที่แผ่จากฝ่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 1/2

    หลายวันต่อมาสายลมเย็นของวสันตฤดูพัดผ่านต้าหลินเป็นระลอก ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มผลิบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลให้ชาวเมืองรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงสงครามระหว่างแคว้นอันยาวนานสิ้นสุดลง ความสงบสุขจึงหวนกลับคืนมา เทศกาลครั้งนี้จึงมีแต่ความรื่นเริงของผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองกันเจ็ดวันเจ็ดคืน“จื้อเหลียง เจ้านั่งลงดี ๆ ข้าผูกไม่ถนัด” หยางเสวี่ยฮวาพึมพำเพราะคนตรงหน้ามัวแต่หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะถูกใครจับได้“คุณหนู ข้าผูกเองได้ขอรับ แค่คุณหนูปักผ้าผูกผมให้ก็นับว่าซึ้งใจมากแล้ว” เจ้าตัวยิ้มกว้างที่ได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากนาง“ข้าเห็นพี่สะใภ้ผูกให้ท่านพี่นี่ ข้าอยากผูกให้เจ้าด้วย” แม้เด็กใหม่หน่วยซิงอวี่ได้ยินเสียงตุบดังมาจากทางข้างหน้า หากแต่เวลานี้หนีไปไหนไม่ทันแล้ว“ใครอยากผูกอะไรให้ผู้ใดนะ” หยางเสวี่ยเฟยถามคนตรงหน้า แววตาดุปราดมองพร้อมแสยะยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง “ข้ามัดผ้าผูกผมให้จื้อเหลียงอยู่เจ้าค่ะ ท่านพี่มีอันใดหรือจึงมาหาตั้งแต่เช้าตรู่” คนเป็นน้องสาวกลับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เข้าใจความหมายและความรู้สึกในเวลานี้ของพี่ชายเลยสักนิด ความตึงเครียดจึงตกไปอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 11 ฮ่องเต้กริ้ว

    มู่หรงเซียวบอกลาเจ้าของเรือนยาเรียบร้อยแล้วเดินจากมาทันทีโดยมีเมิ่งเซียงสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ สีหน้าอยากรู้อยากเห็นว่าใจของเจ้านายกำลังอดกลั้นอยู่หรือไม่“เมิ่งเซียง มีอะไรก็พูดมาเถอะ”“คุณหนู เหตุใดจึงแนะนำนางไปเช่นนั้นเล่า ต่อให้คุณหนูบอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 10 ไม่สบอารมณ์

    เช้าวันต่อมามู่หรงเซียวไม่เห็นหน้าเสิ่นจื้อเหลียงจึงนึกเป็นห่วง ได้ยินมาว่าถูกหัวหน้าลงโทษอย่างหนักเพราะขัดคำสั่งไม่ยอมรายงานเรื่องของนางไปตามตรงไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ไม่เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่มักจะมายิงธนู เที่ยวเล่นหรือช่วยนางทำอาหารเหมือนอย่างเคยได้แต่รอฟ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 9 น่ารำคาญ

    สายตาที่เปลี่ยนไปของรองแม่ทัพทำให้นางมั่นใจว่าต่อให้สาธยายความผิดของนางผู้นั้นจนเช้าอีกวัน เขาจะยังคงฟังนางไม่มีเบื่อหน่าย“นางเป็นสตรีไม่มีทางเข้าหอราตรีได้ บางทีเจ้าอาจตาฝาดไปกระมัง” แม้ปากจะพูดอย่างนั้นแต่ใจกลับเชื่อว่าคนอย่างนางมักทำในสิ่งที่ตนเองต้องการเสมอเพียงแต่หอราตรีมีอันใดน่าสนใจจึงอยากร

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 8 วางแผนชีวิตใหม่

    ครั้นสมาชิกกลุ่มครบองค์ประชุม มู่หรงเซียวจึงพาเซี่ยหลานเฟิง เสิ่นจื้อเหลียงและเมิ่งเซียงออกไปเที่ยวเล่นในป่าไม่ไกลจากค่ายฝึกแม่ทัพใหญ่แทบทุกวันต่างฝ่ายต่างดวลธนูท้าทายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้น้องเล็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะมีฝีมือพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิมจนหัวหน้าอย่างห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status