Share

ตอนที่ 4 คาดคั้น

last update publish date: 2026-03-03 16:14:13

ค่ำคืนนั้น หยางเสวี่ยเฟยไม่พูดอะไรเพราะรีบพาเสิ่นอวี้หลานไปส่งที่จวน แม้มู่หรงเซียวจะรอดพ้นจากชายหนุ่มไปได้แต่เช้าตรู่วันต่อมากลับได้ยินเมิ่งเซียงปลุกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ท่านรองแม่ทัพมารอคุณหนูเจ้าค่ะ”

“บอกไปว่าข้าไม่อยู่” นางส่ายหน้าคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงไม่อยากรับรู้สิ่งใด

“แต่ว่าเขาจะรอ” เมิ่งเซียงพูดเหมือนทุกวันไม่ผิดเพี้ยน “รองแม่ทัพบอกว่าเรื่องเมื่อคืนนี้…”

“เมิ่งเซียง ข้าง่วงนอน เจ้าอย่าเสียงดังได้หรือไม่”

“คุณหนู… ข้าเองก็ไม่อยากไปเจอรองแม่ทัพเหมือนกันเจ้าค่ะ ทั้งสายตาเยือกเย็น หน้าตาเหมือนเสือพร้อมขย้ำเหยื่อ ถึงจะรูปงามแต่น่ากลัวเกินไปเจ้าค่ะ” สาวใช้บรรยายสภาพอารมณ์ความรู้สึกของหยางเสวี่ยเฟยในเวลานี้

มู่หรงเซียวเข้าใจเป็นอย่างดีเพราะเคยอ่านฉากนี้ในนิยายมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อยากไปพบเขาเช่นกัน ใครเล่าจะอยากได้ยินคนที่ตัวเองแอบรักมานานต่อว่าด้วยความเกลียดชัง

ถึงแม้นางจะไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง แต่กลับรู้สึกได้อย่างท่วมท้นเสียอย่างนั้นจึงทำทีไม่ฟังสาวใช้บ่นพึมพำแล้วแต่งตัวหนีออกไปข้างนอกจวนแทนที่

เมิ่งเซียงถอนหายใจเฮือกใหญ่กลัวว่าสิ่งที่เจ้านายทำจะยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให้รองแม่ทัพ ทั้งยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมูู่หรงเซียวจึงไม่ลองอธิบายให้อีกฝ่ายฟังว่าเขากำลังเข้าใจผิด

ช่วงสองสามวันนี้จึงพยายามโน้มน้าวใจนางให้ออกไปพบหน้าหยางเสวี่ยเฟยสักครั้งแต่กลับโดนหญิงสาวปฏิเสธ

“คุณหนู…” เสียงเมิ่งเซียงดังมาจากนอกห้องช่วงเช้าตรู่ของอีกวัน มู่หรงเซียวรู้ได้ในทันทีว่าสาวใช้จะเอ่ยเรื่องใดจึงตัดบทด้วยการบอกว่า “ข้าไม่สบาย เห็นทีวันนี้ทั้งวันคงไปพบใครไม่ได้”

“คุณหนูไม่สบายหรือเจ้าคะ” นางรีบผลักประตูเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วงแต่เมื่อเห็นว่าเจ้านายนั่งจับคันศรประจำกายเล่นก็กุมขมับทันที “คุณหนูจะให้ข้าบอกรองแม่ทัพไปอย่างนั้นจริงหรือเจ้าคะ”

“อืม” มู่หรงเซียวพยักหน้า ไม่อยากพบเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว 

“แต่ว่า…”

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่แต่เจ้าน่ะคิดผิดแล้ว” สีหน้าของนางดูปลงกับความสัมพันธ์ของมู่หรงเซียวกับหยางเสวี่ยเฟย ค่อย ๆ พูดให้สาวใช้ได้เข้าใจ “รองแม่ทัพหยางเกลียดข้าเข้ากระดูกดำ ไม่ว่าข้าจะทำหรือไม่ได้ทำ หากเขาปักใจเชื่อสิ่งใดไปแล้ว ต่อให้ข้าพยายามอธิบายอย่างไร เขาก็คงหาว่าข้าแก้ตัวอยู่ดี”

“เฮ้อ คุณหนู…”

“เช่นนั้นไปบอกเขาเถอะว่าข้าไม่สบาย” นางลุกขึ้นยืนจัดชุดสีดำทะมัดทะแมงให้เรียบร้อยแล้วถือคันธนูเดินไปที่ริมกำแพง “ข้าจะรีบกลับมาก่อนพลบค่ำ หากท่านพ่อท่านแม่ถามหา เจ้าก็บอกว่าข้าไปฝึกยิงธนูกับเฟิงเกอก็แล้วกัน”

เมิ่งเซียงไม่ทันได้อ้าปากถามสิ่งใดต่อก็เห็นเพียงแค่ชายเสื้อสะบัดพลิ้วหายวับไปกับตา

วันนั้น มู่หรงเซียวนัดพบกับเซี่ยหลานเฟิงเหมือนอย่างเคย พวกเขาจะเข้าไปในป่าไม่ไกลจากค่ายฝึกของแม่ทัพใหญ่เพื่อฝึกยิงธนูตามประสาคนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทั้งยังมีอาจารย์สอนยิงธนูคนเดียวกันอีกด้วย

มือขวาแม่ทัพใหญ่ไม่ได้เห็นท่าทีสนุกสนานของคุณหนูสกุลมู่มานานมากแล้วจึงโล่งใจไปเปราะหนึ่ง หวังว่าการละเล่นจะทำให้นางลืมเรื่องราวของหยางเสวี่ยเฟยไปได้ทีละนิด

“เฟิงเกอ วันนี้ข้าขอท้าท่านยิงธนูสามดอกในคราวเดียว” เสียงสดใสโพล่งออกมาด้วยสีหน้าร่าเริง

“คุณหนูแน่ใจหรือ” เขาเลิกคิ้วทำราวกับไม่ใช่เรื่องยาก

“เข้าเป้าจุดเดิมสิบครั้ง ผู้แพ้ต้องเลี้ยงสุราดอกท้อที่หอราตรี” หญิงสาวยิ้มแป้นมั่นใจว่าตัวเองจะต้องชนะ

“หอราตรี คุณหนูเป็นสตรีจะไปเที่ยวที่นั่นได้อย่างไร” เขามองหน้าบุตรสาวแม่ทัพใหญ่พลันนึกความคิดนาง “คงไม่ใช่ว่าจะปลอมตัวเป็นบุรุษหรอกกระมัง”

“เฟิงเกอ ท่านช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก” นางตบบ่าเขาไปทีหนึ่งแล้วพูดอีกว่า “ข้าได้ยินมาว่าคืนจันทร์เต็มดวงครั้งถัดไป เสี่ยวเหมยฮวาจะบรรเลงกู่ฉินเพลงที่ข้าชอบ”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไปไม่ได้ขอรับ” 

“ถ้าท่านไม่ไป ข้าจะไปกับเมิ่งเซียง” เจ้าตัวไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปให้ได้

“คุณหนูไม่มีทางได้ไปแน่นอนเพราะว่าผู้ชนะจะต้องเป็นข้า แล้วข้าจะเปลี่ยนรางวัลเป็นเรื่องอื่น” เซี่ยหลานเฟิงยักคิ้วให้นาง ท่าทีที่แสดงออกไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้องแต่เหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา บางครั้งความคิดเห็นก็ไปทิศทางเดียวกันและบางครั้งก็ขัดขากันเองเสียอย่างนั้น

“เอาชนะข้าให้ได้ก่อนเถอะ เฟิงเกอ” หญิงสาวไม่รอช้ายืนประจำที่แล้วหยิบลูกศรออกมาหนึ่งดอก ยกคันธนูเล็งไปที่เป้าด้วยความตั้งใจ เพียงพริบตาศรแหลมคมก็ลอยลิ่วปักกลางเป้าอย่างจัง

หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันดวลธนูทั้งวันจนลืมไปเลยว่าต้องถึงจวนก่อนพลบค่ำ ไหน ๆ ได้กลับช้าแล้ว มู่หรงเซียวจึงแอบไปเที่ยวตรงโน้นตรงนี้กับเซี่ยหลานเฟิงอยู่พักหนึ่งแล้วเผลอกลับเข้ามาทางประตูด้านหน้า

เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยกับชายหนุ่มหยุดชะงักทันทีที่เห็นใบหน้าเย็นชาของรองแม่ทัพหยาง

“เฮอะ…” สายตาที่มองมาทางนางเหมือนกับกำลังคิดว่า นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จะอ่อนแอเหมือนสตรีอื่น ไม่มีทาง...

มู่หรงเซียวลอบถอนหายใจ ค่อย ๆ ถอยไปหลบอยู่ด้านหลังพี่ชายคนสนิท

“คุณหนูมู่หายดีแล้วอย่างนั้นหรือ” หยางเสวี่ยเฟยเอ่ยถามพร้อมเดินเข้ามาใกล้ “อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้างเล่า”

“เฟิงเกอ” เจ้าตัวส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือก่อนที่เซี่ยหลานเฟิงจะก้าวเข้ามาขวางตรงหน้า

“ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับคุณหนูสกุลมู่” เสียงเย็นยะเยือกเอ่ยปรามมือขวาแม่ทัพใหญ่ 

“ข้าไม่เคยบอกเจ้าหรือว่ามืดค่ำป่านนี้แล้วชายที่ไม่มีความเกี่ยวข้องไม่สมควรอยู่เรือนสตรี”

หยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปาก “เช่นนั้นเจ้าเกี่ยวพันอย่างไรเล่า”

สายตาทั้งคู่จ้องกันราวกับรอเวลาเปิดฉาก หากเป็นศัตรูคู่แค้นคงหยิบดาบประลองกันให้รู้แล้วรู้รอด ผู้เป็นต้นเหตุจึงได้แต่ถอนหายใจคิดถึงเนื้อเรื่องในนิยาย ต่อให้หลบหน้าเขาไปก็เปล่าประโยชน์ ถึงอย่างไรก็ต้องปะทะคารมกันอยู่ดี

“เฟิงเกอ ขอบคุณที่มาส่งข้า” นางยิ้มให้เขาแล้วหันไปหาอีกคน “เชิญรองแม่ทัพทางนี้เถิด”

เซี่ยหลานเฟิงมองตามคุณหนูสกุลมู่ด้วยความเป็นห่วง ไม่ชอบหน้ารองแม่ทัพเป็นทุนเดิมเพราะเข้าใจว่าเขาคือคนที่พรากความสดใสของนางไป ทำให้หญิงสาวจมทุกข์กับรักข้างเดียวมาเนิ่นนาน

ครั้นทั้งคู่ได้อยู่กันเพียงลำพังที่ศาลากลางสวน ชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน “คืนนั้น เจ้าผลักอวี้หลานตกสะพานใช่หรือไม่”

“ข้าไม่ได้ทำ” มู่หรงเซียวเอ่ยไปตามตรงเพราะอยากลองดูสักครั้งว่าทำเช่นนี้แล้วเรื่องราวในนิยายจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

“ไม่จริง วันงานเลี้ยงตำหนักจื่อเถิงฮวา เจ้าคิดว่าอวี้หลานชนเจ้าตกสระบัวใช่หรือไม่” หยางเสวี่ยเฟยควบคุมสีหน้าของตัวเองไม่ให้มีน้ำโหเพราะไม่ว่าจะถามอะไรออกไป อีกฝ่ายไม่เคยคิดยอมรับความจริง “เจ้ารู้ดีว่านางไม่ได้ทำแต่กลับพูดใส่ร้ายนาง คราวนี้เจ้าเลยเอาคืน ทั้งยังตบหน้านางเป็นรอยแดง”

“ข้าไม่...”

“ขณะที่เจ้าเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกสนาน รู้หรือไม่ว่านางยังนอนซมอยู่ที่จวน” สีหน้าของเขาเป็นกังวล ห่วงใยสตรีนางนั้นอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องวันงาน ข้าได้อธิบายกับทุกคนแล้วว่าข้าลื่นล้มไปเอง แล้วครั้งนี้... ข้าไม่ได้รังแกนางอย่างที่เจ้าพูด” หญิงสาวจ้องอีกฝ่ายไม่หลบหน้า 

“อย่าพูดอะไรน่าขันไปเลย เจ้าอยู่กับนางเพียงลำพังสองคน หากเจ้าไม่ได้ทำแล้วผู้ใดจะทำ เจ้าจะบอกว่านางกระโดดลงไปในน้ำเอง ใบหน้าที่เป็นรอยแดงเกิดจากฝีมือตัวเองอย่างนั้นหรือ นางไม่ใช่คนมากเล่ห์เช่นเจ้าเสียหน่อย”

คำพูดของหยางเสวี่ยเฟยทำให้หญิงสาวเบ้หน้าไม่สบอารมณ์ รู้สึกอยากกรีดร้องระบายความอึดอัดใจที่ต้องสงบเสงี่ยมสวมบทบาทมู่หรงเซียว สตรีที่อดทนกับคำพูดหักหาญน้ำใจที่เขาเอ่ยออกมาทุกครั้งที่พบหน้ากัน

มู่หรงเซียว เจ้าเคยตบหน้าเขาเพื่อเรียกสติสักครั้งหรือไม่ นางเอ่ยถามตัวตนในอดีต ขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักแต่ก็ต้องหักห้ามใจตัวเองแล้วบอกความจริงไป

“คืนนั้น องค์หญิงเยว่หลิงเป็นคนทำร้ายนาง ทั้งตบหน้าแล้วก็ผลักนางตกคลองน้ำ”

“องค์หญิงไม่มีทางทำเช่นนั้น เจ้าอย่าใส่ร้ายผู้อื่นเพราะอยากพ้นผิด” เขาฉุนเฉียวที่มู่หรงเซียวเลือกพูดถึงคนอื่นในทางไม่ดี ทั้งยังผิดหวังที่นางกล้าเอ่ยเช่นนั้นออกมา

“เฮ้อ” บุตรสาวแม่ทัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ เข้าใจแล้วว่าบทบาทนางร้ายอันดับสามยังคงต้องดำเนินต่อไป “แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้ายอมรับใช่หรือไม่ว่าข้าเป็นคนทำ”

“หากเจ้าทำผิดต้องรีบแก้ไข”

“แต่ข้าไม่ผิด” มู่หรงเซียวดื้อรั้นเป็นครั้งสุดท้าย รอดูท่าทีของเขาด้วยความหวังว่าอาจจะเปลี่ยนเรื่องราวได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 2/2

    “ท่านพ่อ…” หยางเสวี่ยหลิงเอ่ยเรียกบิดาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา “หลับแล้วหรือขอรับ”“ท่านพ่อ หลับจริง ๆ หรือ” หยางเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามอีกคน “ยังเล่านิทานไม่จบเสียหน่อย”“พวกเจ้าอย่ากวนท่านพ่อสิ” หยางเสวี่ยอิงห้ามปรามน้องชายทั้งสองก่อนจะเล่าสิ่งที่บิดาพูดก่อนหน้าต่อ “หญ้าแก้วไพลินน่ะเป็นวัชพืชก็จริงแต่เอาไปทำเป็นก้อนน้ำตาลไว้ตรวจพิษได้ด้วย ท่านพ่อจึงมักพกติดตัวอยู่เสมอ”“อร่อยมากเลยหรือ” เด็กน้อยสองคนถามคำเดียวกัน ก่อนที่พี่ชายคนโตจะหยิบออกมาให้ดูแล้วถามว่า “อยากลองกินหรือไม่”ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องรีบพยักหน้าทันควัน หยางเสวี่ยอิงจึงพึมพำราวกับไม่อยากให้บิดารู้สึกตัว “หากได้กินแล้วจะรีบนอนหรือไม่”“ขอรับ”ครั้นได้ลิ้มรสหวานก็พากันยิ้มกว้างชอบใจยิ่งนัก เปลือกตาจึงค่อย ๆ เผยอปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเล่นทั้งวันจนหมดแรงไปโดยปริยายทั้งสามคนหยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแกล้งหลับ อยากรู้ว่าพี่ชายน้องชายจะทำอย่างไรพลันนับหนึ่งถึงสิบให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิท ก่อนห่มผ้าให้แล้วกลับเข้าไปยังห้องของฮูหยิน“หลับกันหมดแล้วหรือ” มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่ามีไออุ่นใครบางคน

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 1/2

    หยางเสวี่ยเฟยพาครอบครัวไปเมืองเหอผิงเพื่อเยี่ยมแม่ทัพหลี่กับเสิ่นอวี้หลาน แม้ระหว่างทางวุ่นวายเพราะเด็ก ๆ ไปบ้างแต่นับว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอที่จะได้พบกันในรอบสองปีเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาติดภารกิจจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ทันทีที่ลงจากรถม้า หยางเสวี่ยอิงรีบวิ่งไปที่หน้าจวนแล้วทักทายหลี่หมิงฮ่าวกับเสิ่นอวี้หลานโดยไม่รีรอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน“ฟางฮวา เจ้าสบายดีหรือไม่”“อืม…” บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหลี่พยักหน้า ดวงตาสีอำพันเหมือนมารดามองสหายด้วยความคิดถึง พลันน้องชายของนางวิ่งผ่านหน้าไปหาคนที่เหลือ “เอ๊ะ… ฟางหมิง เจ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้มอีก”เด็กหญิงหันมาหาหยางเสวี่ยอิงแล้วรับของขวัญเป็นภาพวาดที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาให้ ส่วนบิดามารดาได้แต่ยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูในมิตรภาพแล้วเดินไปต้อนรับสหายคนสนิทที่รถม้า“เสวี่ยหลิง! เสวี่ยเฟิง!” หลี่ฟางหมิงตะโกนเรียกบุตรชายคนรองและบุตรชายคนที่สามของรองแม่ทัพหยางด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าเด็กชายอายุราวสามขวบที่ยืนอยู่ข้างพวกเขาเป็นใคร “เสิ่นฮ่าวเฉิน น้องของพวกเราอย่างไรเล่า

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 2/2

    “เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 1/2

    มู่หรงเซียวชวนผู้เป็นสามีไปเที่ยวที่หอจันทราเพื่อฟังเสียงบรรเลงกู่ฉินตามเคย หากแต่อีกฝ่ายคิดว่าสถานที่นั้นเหมือนกับหอราตรีในเยว่จวนจึงอิดออดไม่อยากให้ไปสักเท่าใดนัก ก่อนจะรู้ว่าหอจันทราเป็นเพียงสถานที่ให้ความสำราญทั่วไปจึงเบาใจไปบ้างคืนนี้ ภรรยาของเขาจึงแต่งกายเป็นสตรีเหมือนอย่างปกติแล้วรอฟังเพลงกู่ฉินด้วยสีหน้าระรื่นพลันได้ยินจังหวะที่คุ้นเคยจึงหันขวับไปมองต้นเสียงเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกันโดยบังเอิญ “เซียงเซียงหรอกหรือ”หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสหายของเซี่ยหลานเฟิงที่นั่งข้าง ๆ เข้าใจแล้วว่าเหตุใด บุรุษผู้มีดวงตาสีเทาจึงปักหลักอยู่ต้าหลินนานนัก“เจ้าไปดักทางซ้าย ข้าจะไปดักทางขวา” หลินเพ่ยอินวางจอกเหล้าลง สายตาจ้องแม่นางผู้นั้นไม่วางตาแล้วหันมาหาเสิ่นจื้อเหลียงกับหยางเสวี่ยเฟย “ข้ารบกวนพวกเจ้าได้หรือไม่”“ขอรับ” เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้รู้ว่าเขาจะรบกวนเรื่องใดแต่รับปากไว้ก่อน“อืม” หยางเสวี่ยเฟยเองก็พยักหน้าน้อย ๆ พอคาดเดาเหตุผลของเขาได้“หากเขาหนีมาทางนี้ ได้โปรดช่วยข้าจับเขาด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขอร้อง สีหน้ามีความหวังอย่างยิ่งก่อนจะเริ่มแผนการจับค

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 2/2

    ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็กางแขนรอเก้อเพราะอดกอดผู้เป็นน้องสาว “ฮูหยินของข้า” หยางเสวี่ยเฟยมองหน้าอีกฝ่าย “นางมีสามีแล้ว ไม่ควรใกล้ชิดบุรุษ ผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้”“เฮอะ…” เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก “ใครเล่าจะเข้าใจผิด ทุกคนรู้ว่าข้าสนิทกับคุณหนู ส่วนเจ้าเป็นสามีที่นางรักยิ่ง กลัวหรืออย่างไร…”“เฟิงเกออย่าไปแกล้งเขา” หญิงสาวคนกลางเอ่ยห้ามพี่ชายพลางหันมองสามีตัวเองจึงได้รู้ว่าหัวใจของเขานั้นบอบบางเสียเหลือเกิน จนรู้สึกว่าภาพฝันที่เห็นครานั้นยังคงฝังลึกในใจ“หือ… เจ้าร้องไห้หรือ” ดวงตาของหัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเบิกกว้าง รู้สึกเหมือนพลาดเรื่องบางอย่างไป แต่เมื่อมองไปทางเสิ่นจื้อเหลียงเพื่อถามไถ่ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นกัน“เฟิงเกอ ข้าฝากสองคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็ท่านพ่อท่านแม่รออยู่ที่จวน รีบกลับไปชิมอาหารที่เมิ่งเซียงทำไว้ด้วย พวกข้าสองคนจะกลับช้าหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”พลันควงแขนผู้เป็นสามีเดินแยกไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ลังเลเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง ตลอดทางเดินขึ้นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อผลิบาน นางไม่ปล่อยมือจากคนข้างกายเลยสักนิดเดียวเพราะรู้ว่าเวลานี้ไออุ่นที่แผ่จากฝ่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 1/2

    หลายวันต่อมาสายลมเย็นของวสันตฤดูพัดผ่านต้าหลินเป็นระลอก ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มผลิบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลให้ชาวเมืองรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงสงครามระหว่างแคว้นอันยาวนานสิ้นสุดลง ความสงบสุขจึงหวนกลับคืนมา เทศกาลครั้งนี้จึงมีแต่ความรื่นเริงของผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองกันเจ็ดวันเจ็ดคืน“จื้อเหลียง เจ้านั่งลงดี ๆ ข้าผูกไม่ถนัด” หยางเสวี่ยฮวาพึมพำเพราะคนตรงหน้ามัวแต่หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะถูกใครจับได้“คุณหนู ข้าผูกเองได้ขอรับ แค่คุณหนูปักผ้าผูกผมให้ก็นับว่าซึ้งใจมากแล้ว” เจ้าตัวยิ้มกว้างที่ได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากนาง“ข้าเห็นพี่สะใภ้ผูกให้ท่านพี่นี่ ข้าอยากผูกให้เจ้าด้วย” แม้เด็กใหม่หน่วยซิงอวี่ได้ยินเสียงตุบดังมาจากทางข้างหน้า หากแต่เวลานี้หนีไปไหนไม่ทันแล้ว“ใครอยากผูกอะไรให้ผู้ใดนะ” หยางเสวี่ยเฟยถามคนตรงหน้า แววตาดุปราดมองพร้อมแสยะยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง “ข้ามัดผ้าผูกผมให้จื้อเหลียงอยู่เจ้าค่ะ ท่านพี่มีอันใดหรือจึงมาหาตั้งแต่เช้าตรู่” คนเป็นน้องสาวกลับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เข้าใจความหมายและความรู้สึกในเวลานี้ของพี่ชายเลยสักนิด ความตึงเครียดจึงตกไปอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 33 เลียนแบบ 2/2

    ชายหนุ่มยิ้มมุมปากนึกอยากรู้บางสิ่งจึงเอื้อมจับมืออีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนแล้วถามว่า “หากข้าตาบอด แขนขาขาด เจ้ายังคงรักข้าอยู่หรือไม่”เสิ่นอวี้หลานงุนงงว่าเหตุใดเขาจึงหยิบยกเรื่องนี้มาพูด นางรักเขามาเนิ่นนาน รักมากจนยอมรับได้ทุกอย่าง ดังนั้นสิ่งที่เขาเอ่ยถามมาเมื่อครู่ย่อมตอบได้ไม่ลังเลว่าความรักไม่มีว

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 44 แรกพบเจอ 2/2

    ห้าปีต่อมาหยางเสวี่ยเฟยได้เห็นเจ้าของดวงตาสีทับทิมปรากฏตัวอยู่ในเยว่จวนอีกครั้ง แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนานแต่เขายังคงจำวีรกรรมและคำพูดของนางได้ขึ้นใจใบหน้างดงาม แก้มแดงระเรื่อ สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ดูเรียบร้อยขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวไม่ทันได้คิดสิ่งใดมากมายรีบวิ่งไปหาคนตรงหน้าที่กำลังเดินข้ามสะพ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 45 ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง 2/2

    เขาพูดจบแต่เพียงเท่านั้นแล้วเบือนหน้าหนีไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับนางอีกเลย ทว่า มู่หรงเซียวไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น ในเมื่อปักใจแล้วว่าวันหนึ่งเขาจะต้องยอมแพ้ให้นางจึงคอยหาเรื่องรั้งอีกฝ่ายอยู่เสมอแต่กลับไม่เป็นผล สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสีหน้าเรียบเฉย ยิ่งนานวันเข้าจึงกลายเป็นความเย็นชาและห่างเหินมากขึ้

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 59 กลัว 2/2

    ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่ยกแขนสองข้างขึ้นรอรับกอดจากคนตรงหน้า เพราะถึงอย่างไรเวลานี้ในใจกำลังขุ่นหมองจากความฝันโหดร้ายเสียมากกว่าจึงต้องการอ้อมกอดอบอุ่นปลอบประโลมมู่หรงเซียวเห็นท่าทางออดอ้อนมีหรือจะอดใจไว้ได้ “ฝันร้ายหรือเจ้าคะ ท่านพี่ร้องไห้ด้วย…”“อืม… ข้าฝันเห็นเจ้ากับหยางหยาง… ลูกของเรามีดวงตาสีท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status