Share

ตอนที่ 3 เข้าใจผิด

last update Dernière mise à jour: 2026-03-02 03:26:14

ไม่นานนัก พวกเขาได้มาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ มู่หลิงอวิ๋นเห็นลูกน้องอุ้มบุตรสาวมาก็นึกกระวนกระวายใจรีบพรวดพราดออกมารับหน้าประตู

“เซียวเอ๋อร์ เจ้าไม่สบายหรือ” เขาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปบอกคนใช้ในจวน “ไปตามหมอมาเร็วเข้า”

“ท่านพ่อ ข้าแค่เวียนหัวนิดหน่อยเจ้าค่ะ หากได้นอนพักสักงีบ อาการคงจะค่อย ๆ ดีขึ้น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อแต่ไม่วายดิ้นรนอยากออกจากอ้อมกอดหยางเสวี่ยเฟย “รองแม่ทัพ ขอบคุณน้ำใจของเจ้ายิ่งนัก ถึงจวนข้าแล้วเจ้าค่ะ”

หากแต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเพราะในใจกำลังคิดว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาและอาการทั้งหมดที่คนเล่าลือว่าความทรงจำบางส่วนขาดหายเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ

ดวงตาสีทับทิมมึนงงมองเขาเพราะไม่เข้าใจ “จะไปส่งข้าถึงในเรือนหรือเจ้าคะจึงไม่ยอมปล่อย”

ครั้นเห็นเขาขยับขาก็รีบมองหน้าบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือทันที

“รองแม่ทัพไม่ต้องทำถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ถึงอย่างไรเรือนของคุณหนูก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้าไปคงไม่งามนัก” เซี่ยหลานเฟิง มือขวาแม่ทัพใหญ่ที่อายุเท่าหยางเสวี่ยเฟยกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาช้อนตัวอุ้มคุณหนูสกุลมู่

“…”

“…”

“…” มู่หรงเซียวลอบถอนหายใจที่หยางเสวี่ยเฟยไม่ปล่อยนางให้เซี่ยหลานเฟิงง่าย ๆ เอาแต่ยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น ไม่คิดเลยว่าพระรองของนิยายจะมีนิสัยดื้อด้านเช่นนี้

“ส่งคุณหนูให้ข้าเถอะขอรับ” เซี่ยหลานเฟิงเอ่ยอีกครั้งหนึ่ง

“ปกตินางมักชวนข้าไปที่เรือนบ่อย ๆ เหตุใดครั้งนี้ข้าจึงเข้าไปไม่ได้เล่า” เขาถามสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาไม่สบอารมณ์

เดิมที มู่หรงเซียวทั้งเขียนจดหมาย เอ่ยปากชวนเขามาดื่มน้ำชาที่เรือนบ่อยครั้งเพื่อหาโอกาสได้อยู่กับเขาสองต่อสอง แม้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยมาตามคำเชิญแต่ครั้งนี้รู้สึกว่าเขาดึงดันต้องเข้าไปข้างในให้ได้เสียอย่างนั้น

หญิงสาวผู้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศมาคุมองหน้าบิดาแต่เหมือนกับแม่ทัพใหญ่ไม่นึกห้าม เหตุผลเดียวก็คือรู้ว่าบุตรสาวอยากให้หยางเสวี่ยเฟยไปส่ง

ทว่า นางไม่ใช่มู่หรงเซียวจึงคัดค้านเต็มที่ ทำสีหน้าป่วยออดแอดอ้อนเซี่ยหลานเฟิง “เฟิงเกอ ข้าเวียนหัวมากเลย ท่านช่วยพาข้าไปส่งที่เรือนเร็ว ๆ ได้หรือไม่”

มู่หรงเซียวเลิกคิ้วเพราะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของหยางเสวี่ยเฟย “เฟิงเกออย่างนั้นหรือ พวกท่านคงจะสนิทกันมากสินะขอรับ”

“พวกเราโตมาด้วยกันย่อมสนิทสนมเป็นธรรมดา” เซี่ยหลานเฟิงทำหน้าเหมือนเหนือกว่า “คุณหนูต้องการพักผ่อน รบกวนรองแม่ทัพส่งคุณหนูให้ข้าด้วย”

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด เก็บสีหน้าไม่พอใจเอาไว้แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มหญิงสาวไปส่งที่เรือนด้านใน 

“คุณหนูมู่” เสียงเรียกของหยางเสวี่ยเฟยทำเอาหญิงสาวขนลุก อยากปิดหูไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

“…”

“วันหลังข้าจะมาเยี่ยม” ดวงตาสีดำขลับจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา 

“เจ้าค่ะ” มู่หรงเซียวได้แต่ตอบไปอย่างนั้นแล้วบอกให้เซี่ยหลานเฟิงไปส่งที่เรือนโดยเร็ว

เรื่องราวในวันนั้นผ่านไปได้ด้วยดีแต่นางแทบใจหายใจคว่ำเพราะความดื้อรั้นของเขา ไหน ๆ เขาก็เกลียดนางปานนั้นจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่มายุ่งเกี่ยวด้วยแล้วแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ทุกเช้า สาย บ่าย เย็นมักได้ยินเมิ่งเซียงวิ่งหน้าตาตื่นมาหาพร้อมตะโกนว่า “รองแม่ทัพหยางมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”

“บอกไปว่าข้านอนหลับ”

“บอกแล้วเจ้าค่ะ แต่รองแม่ทัพจะรอจนกว่าคุณหนูจะตื่น” สาวใช้ส่ายหน้าราวกับหมดหนทาง

“เจ้าออกไปบอกเขาอีกสักรอบว่าข้าดื่มสมุนไพรบำรุงร่างกายไปหลายขนานคงหลับยาวจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า”

“คุณหนู…” เมิ่งเซียงถอนหายใจแล้วทำตามที่บอก

สถานการณ์ระหว่างคนทั้งสองเป็นเช่นนี้อยู่นานหลายวัน หญิงสาวเอาแต่หลบหน้าอีกฝ่ายด้วยทุกวิธีที่จะทำได้ หวังลึก ๆ ว่าเขาจะเลิกสนใจนางเสียทีแต่หยางเสวี่ยเฟยยังไม่บรรลุความตั้งใจจึงไม่รามือ ขยันมาขอพบนางทุกเมื่อเชื่อวันจนมู่หลิงอวิ๋นนึกสงสัยจึงมาถามบุตรสาวให้แน่ใจ

“เซียวเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงหลบหน้าเขา” บิดาสังเกตนางมาหลายวันแล้ว ปกติแทบขอร้องให้อีกฝ่ายมาเยี่ยมเยียนที่จวนหรือหากเขาปฏิเสธคำชวนก็จะเป็นฝ่ายไปหาถึงที่ แต่หลังฟื้นจากตกสระบัวกลับไม่อยากเจอคนที่แอบรักข้างเดียวมานานเสียอย่างนั้น

“ข้าไม่มีเหตุผลใดให้เจอเขานี่เจ้าคะ” 

“เจ้าบอกว่าจะตัดใจจากเขา พูดจริงหรือ” มู่หลิงอวิ๋นไม่อยากเชื่อว่าบุตรสาวจะทำได้ อันที่จริงคนทั้งจวนสกุลมู่รู้ดีว่านางยึดติดกับหยางเสวี่ยเฟยมากเพียงใด ไม่มีทางตัดขาดได้อย่างแน่นอน บางทีการที่นางหลบหนีหน้าอาจเพราะเรียกร้องความสนใจก็เป็นได้

“จริงเจ้าค่ะ” อีกฝ่ายรีบตอบสีหน้าจริงจัง “ท่านพ่อ ข้าคิดดีแล้วว่าถึงเวลาที่ต้องหักห้ามใจเสียที รอความรักที่ไม่มีวันได้มามันเจ็บปวดเกินไปเจ้าค่ะ”

“เซียวเอ๋อร์ เจ้าบอกว่าอยากแต่งงานกับเขา เช่นนั้นพ่อจะทูลฝ่าบาทให้ดีหรือไม่” แม่ทัพใหญ่ทำผลงานมากมายเพื่อแคว้นฉินหมิงย่อมมีคุณงามความดี เพียงเอ่ยปากขอให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการให้หยางเสวี่ยเฟยมาแต่งงานกับบุตรสาวนับว่าเป็นเรื่องง่ายดายนัก

“ไม่เจ้าค่ะ” นางส่ายหน้าทันควันไม่อยากให้มู่หรงเซียวในชีวิตนี้ตกอยู่ในความทุกข์ใจอีกแล้ว ตราบใดที่นางยังอยู่ในร่างนี้จะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด “ท่านพ่อ ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขาแล้วเจ้าค่ะ”

“…” สายตาคู่นั้นมองคนตรงหน้าด้วยความสงสารคิดว่ากำลังปิดบังความรู้สึกเศร้าเสียใจเอาไว้ แม้จะเห็นว่านางยิ้มกว้างแต่กลับเข้าใจผิดว่าบุตรสาวฝืนใจอย่างยิ่ง

“ท่านพ่อ ใต้หล้ากว้างใหญ่ หากข้าอยากแต่งงานกับผู้ใด ข้าจะบอกท่านพ่อเป็นคนแรกเจ้าค่ะ”

มู่หลิงอวิ๋นทำหน้างงงวยแล้วถอนหายใจ ไม่ว่าบุตรสาวจะตัดสินใจอย่างไร เขาจะคอยอยู่เคียงข้างนางเหมือนอย่างเคย จึงเอื้อมมือลูบเรือนผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน

“เซียวเอ๋อร์ หากเจ้าเศร้าใจเมื่อใดอย่าลืมว่าผู้คนในจวนสกุลมู่อยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ พ่อกับแม่เป็นห่วงเจ้านะเซียวเอ๋อร์” คนเป็นบิดาพูดจบแล้วกอดบุตรสาวให้กำลังใจพลางหวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาความรู้สึกในใจของนาง

มู่หรงเซียวตัวปลอมสัมผัสได้ถึงความรักที่บิดามีให้รู้สึกคุ้นเคยยิ่งนักราวกับเวลานี้นางกลายเป็นมู่หรงเซียวไปจริง ๆ เสียอย่างนั้นจึงเอ่ยออกไปไม่รู้ตัว “ขอเพียงท่านพ่อกับท่านแม่รักข้าก็พอเจ้าค่ะ เซียวเอ๋อร์รู้สึกว่าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

สองสามวันต่อมา

มู่หรงเซียวชวนเมิ่งเซียงไปเที่ยวเทศกาลยามค่ำคืนเพราะอยากเห็นไฟประดับและความสวยงามของโคมไฟอย่างที่นิยายเขียนบรรยายเอาไว้

หากแต่เดินเล่นไปไม่เท่าไหร่กลับเจอเสิ่นอวี้หลานโดยบังเอิญ รู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวผมสีน้ำตาลแดงคือใคร “งดงามราวกับภาพวาด มิน่าเล่าหยางเสวี่ยเฟยจึงได้หลงใหลหัวปักหัวปำ”

“คุณหนูของข้าก็งามไม่แพ้ผู้ใดเช่นกัน อย่าน้อยใจไปเลยเจ้าค่ะ” เมิ่งเซียงปลอบใจคนข้างกาย

“ข้าจะน้อยใจไปทำไมกัน ข้าเป็นถึงหนึ่งในสาวงามของแคว้นฉินหมิงเชียวนะ” มู่หรงเซียวยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจแล้วคิดว่า สตรีที่ทั้งงดงาม เย็บปักถักร้อยเก่ง ทำอาหารอร่อย มารดาร่ำรวย เป็นถึงบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ เพียบพร้อมและสูงส่งถึงเพียงนี้จะมาทำตัวขี้อิจฉาผู้อื่นเพราะผู้ชายคนเดียวทำไมกัน เหตุผลที่ถูกวางให้เป็นนางร้ายช่างไร้สาระจริง ๆ

ครั้นมองภาพตรงหน้าแล้วก็นึกบางอย่างได้จึงคล้องแขนเมิ่งเซียงไปยังที่แห่งหนึ่ง

“คุณหนู ทำไมจึงทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้เล่า” เมิ่งเซียงถูกลากมาด้วยโดยไม่รู้เรื่องราว

“ชู่ อย่าเสียงดังสิ” นางบอกให้สาวใช้เงียบเสียงเพราะกำลังลุ้นกับฉากเบื้องหน้า จำรายละเอียดในนิยายได้อย่างแม่นยำ

ค่ำคืนจันทร์เต็มดวง เสิ่นอวี้หลานนัดพบกับหลี่หมิงฮ่าวในเทศกาลรื่นเริง เดินเที่ยวเล่นด้วยกันสองต่อสอง สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความสุข ต่างฝ่ายต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันตลอดไป หญิงสาวรอคอยวันคืนที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขาโดยไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้ามีอุปสรรครออยู่

“น่าสงสารยิ่งนัก” มู่หรงเซียวพึมพำแล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวนางเองก็ต้องเข้าฉากด้วยเหมือนกัน “เฮ้อ อุตส่าห์หลบหน้าได้ตั้งหลายวัน ต้องเจอเขาจริง ๆ หรือ”

หลังจากเสิ่นอวี้หลานแยกกับหลี่หมิงฮ่าวแล้ว นางยังคงยืนเล่นอยู่บนสะพานสักพักหนึ่ง สายตามองดูปิ่นปักผมแทนใจที่ชายหนุ่มให้ไว้จนไม่ทันได้สังเกตว่าใครบางคนเดินเข้ามาใกล้

“องค์หญิง!” เสิ่นอวี้หลานตกใจที่จู่ ๆ นางแย่งปิ่นปักผมในมือไป 

“เฮอะ” องค์หญิงยิ้มมุมปาก สีหน้าเกลียดชังนางเป็นอย่างยิ่ง “เจ้ากล้าแอบนัดพบกับเขาหรือ”

“…” เสิ่นอวี้หลานไม่ตอบ รู้ดีว่าองค์หญิงเยว่หลิงพูดถึงใครและไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเพราะรู้ว่าไม่มีทางใดเลยที่จะเอาชนะคนตรงหน้าได้

หากแต่ความเงียบงันทำให้องค์หญิงฉุนเฉียวมากกว่าเดิม “ข้าถาม เหตุใดไม่ตอบ ไม่มีปากหรืออย่างไร”

“พระองค์คืนปิ่นให้หม่อมฉันเถิดเพคะ” 

“ท่านพี่ให้เจ้ามาใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามพลางยกปิ่นขึ้นมาดูให้แน่ชัดแล้วยื่นออกไปข้าง ๆ ราวกับจะปล่อยทิ้งลงคลองน้ำเบื้องล่างที่เย็นยะเยือก

“แม่ทัพหลี่ให้หม่อมฉันไว้เพคะ แต่ว่าองค์หญิงได้โปรดคืนของสิ่งนั้นให้หม่อมฉันด้วยเพคะ” หญิงสาวอ้อนวอนเพราะนั่นเป็นของแทนใจระหว่างกัน

องค์หญิงเยว่หลิงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วปล่อยปิ่นปักผมตกลงไปในคลองน้ำด้วยสีหน้าไม่แยแสก่อนจะเอื้อมมือจับใบหน้าเสิ่นอวี้หลาน บีบใบหน้าเรียวพูดว่า “อย่าริอาจมายุ่งกับท่านพี่อีก ข้าจะเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าเจ้าจะฝันถึงสิ่งใด จงล้มเลิกไปให้หมด ท่านพี่เป็นของข้า ท้ายที่สุดแล้วย่อมต้องแต่งงานกับข้า”

“อื้อหือ…” มู่หรงเซียวที่แอบดูเหตุการณ์คุกรุ่นกับเมิ่งเซียงเอ่ยพึมพำ ตอนที่อ่านนิยายก็รู้สึกว่าองค์หญิงทำตัวได้เหมือนนางร้ายที่ได้แต่ร้องกรี๊ดกร๊าดไปวัน ๆ เอาแต่ตามผู้ชายไปทุกหนทุกแห่งแล้วราวีคนรักของพระเอก ยิ่งมาเห็นภาพนั้นกับตาก็เหมือนดูละครที่สมจริงมากกว่าเดิมจนเกิดความรู้สึกว่านางน่าหมั่นไส้จริง ๆ 

“คุณหนู เหตุใดองค์หญิงจึงน่ากลัวถึงเพียงนั้น” เมิ่งเซียงไม่คิดว่าองค์หญิงแสนดีจะร้ายกาจได้ขนาดนี้

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด” หญิงสาวพูดแต่เพียงเท่านั้นพลันได้ยินเสียงดังเพียะก้องกังวาน “อูย… เจ็บน่าดู” องค์หญิงเยว่หลิงตบหน้าเสิ่นอวี้หลานสุดแรงจนแก้มนางเป็นรอยช้ำแดงทันใด

“อย่าได้คิดเอาไปฟ้องท่านพี่ล่ะ ไม่อย่างนั้นข้าจะทำมากกว่านี้อีก” นางโพล่งออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ในขณะที่หญิงสาวอีกคนน้ำตารื้นด้วยความเจ็บ พยายามอดกลั้นไม่แสดงท่าทีอ่อนแอออกมา

ความหึงหวงดันถาโถมเข้าหาองค์หญิงมากเกินไปจึงไม่ยอมจบแต่เพียงเท่านั้น นางแสยะยิ้มแล้วผลักเสิ่นอวี้หลานตกลงไปในคลองน้ำแล้วพูดว่า “อาลัยอาวรณ์กับปิ่นนั่นนักก็งมหามันทั้งคืนเถอะ” จากนั้นก็เดินหนีไปไม่แยแส

เสิ่นอวี้หลานตะเกียกตะกายยืนขึ้น โชคดีที่คลองตรงนี้ระดับน้ำสูงแค่เข่าจึงไม่เป็นอันตราย หญิงสาวไม่สนว่าอากาศยามค่ำคืนหนาวเย็นมากแค่ไหน ลืมไปแล้วว่าเพิ่งถูกใครทำร้ายมา รู้เพียงอย่างเดียวว่านางต้องหาปิ่นของหลี่หมิงฮ่าวให้เจอ

“แย่แล้ว!!!” มู่หรงเซียวนึกขึ้นได้ตะโกนออกมา

“อะไรหรือเจ้าคะ คุณหนู... อะไรแย่เจ้าคะ”

หญิงสาวส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “เฮ้อ ไหน ๆ เขาก็เกลียดข้าอยู่แล้ว ต่อให้เกลียดมากกว่านี้ก็คงไม่เป็นอันใดหรอก”

“คุณหนู อย่าพูดคนเดียวสิเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ…” สาวใช้ทำหน้าสับสนรอฟังคำอธิบาย

“เมิ่งเซียง ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ข้าต้องทำ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าห้ามเข้ามายุ่งโดยเด็ดขาด” สีหน้านางจริงจังราวกับย้ำเตือนให้สาวใช้คนสนิททำตามอย่างเคร่งครัด “อย่าลืมที่ข้าพูดว่าห้ามเข้ามายุ่ง เข้าใจใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ คุณหนู” สาวใช้ได้แต่พยักหน้าแล้วแอบอยู่มุมเดิม มองตามแผ่นหลังของมู่หรงเซียวที่กำลังเดินไปหาเสิ่นอวี้หลาน ภาวนาในใจว่าอย่าได้เกิดเรื่องใดไม่ดีกับเจ้านายของนางเลย

มู่หรงเซียวเข้าไปช่วยหญิงสาวที่น่าสงสาร ห่มผ้าคลุมให้เพราะเห็นว่านางกำลังตัวสั่นเทา ใบหน้าแดงก่ำเป็นรอยนิ้วถือปิ่นปักผมที่เพิ่งหาเจอด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าแทบหมดแรงแล้วพยุงขึ้นมาจากน้ำพลันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย “อวี้หลาน”

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่มองไปทางต้นเสียง คิดในใจว่า นั่นไง พระรองของเราโผล่มาแล้ว ยังไม่ทันได้ถามไถ่เรื่องราวสักนิดกลับมองข้าตาขวาง สีหน้ากราดเกรี้ยวเช่นนี้ ความเกลียดชังที่มีต่อข้าคงจะพุ่งกระฉูดสูงเฉียดฟ้าแล้วกระมัง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 3 เข้าใจผิด

    ไม่นานนัก พวกเขาได้มาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ มู่หลิงอวิ๋นเห็นลูกน้องอุ้มบุตรสาวมาก็นึกกระวนกระวายใจรีบพรวดพราดออกมารับหน้าประตู“เซียวเอ๋อร์ เจ้าไม่สบายหรือ” เขาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปบอกคนใช้ในจวน “ไปตามหมอมาเร็วเข้า”“ท่านพ่อ ข้าแค่เวียนหัวนิดหน่อยเจ้าค่ะ หากได้นอนพักสักงีบ อาการคงจะค่อย ๆ ดีขึ้น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อแต่ไม่วายดิ้นรนอยากออกจากอ้อมกอดหยางเสวี่ยเฟย “รองแม่ทัพ ขอบคุณน้ำใจของเจ้ายิ่งนัก ถึงจวนข้าแล้วเจ้าค่ะ”หากแต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเพราะในใจกำลังคิดว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาและอาการทั้งหมดที่คนเล่าลือว่าความทรงจำบางส่วนขาดหายเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพดวงตาสีทับทิมมึนงงมองเขาเพราะไม่เข้าใจ “จะไปส่งข้าถึงในเรือนหรือเจ้าคะจึงไม่ยอมปล่อย”ครั้นเห็นเขาขยับขาก็รีบมองหน้าบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือทันที“รองแม่ทัพไม่ต้องทำถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ถึงอย่างไรเรือนของคุณหนูก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้าไปคงไม่งามนัก” เซี่ยหลานเฟิง มือขวาแม่ทัพใหญ่ที่อายุเท่าหยางเสวี่ยเ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

    เช้าวันต่อมามู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้วเจ้าค่ะ”มารดาโอบกอดนางด้วยความห่วงใย ลูบแผ่นหลังเบา ๆ “แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ไม่เป็นอันใดก็ดีมากแล้วแต่ว่าเมิ่งเซียงบอกว่ายังมีบางสิ่งที่เจ้ายังจำไม่ได้ใช่หรือไม่”มู่หรงเซียวพยักหน้าตอบไปตามตรง ต่อให้อ่านนิยายจนจำได้ขึ้นใจแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำบรรยายในหนังสือ ป่านนี้แล้วนางยังนึกหน้าหยางเสวี่ยเฟยไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไร เหตุใดบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงได้หลงใหลมากเพียงนั้น“อย่างน้อยเจ้าจำพ่อกับแม่ได้ก็พอแล้วเซียวเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความโล่งใจ หญิงสาวยิ้มให้พวกเขาทั้งสองพลางทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรก น่าแปลกนักที่นางรู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ปกติ ทั้งคำพูด กิริยาท่าทาง ลักษณะนิสัย ไม่มีใครสงสัยเลยว่านางไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 1 วิญญาณฉัน... ร่างใคร

    จื่อเถิงฮวา ตำหนักขององค์หญิงเยว่หลิงกำลังมีงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิเหมือนอย่างทุกปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและสดใสไม่แพ้ดอกจื่อเถิงที่ผลิบานส่งกลิ่นหอมอบอวลในสวนกว้างใหญ่“คุณหนูจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียง สาวใช้วัยสิบหกปีของบุตรสาวสกุลมู่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านาย “อืม… ข้ารู้สึกเวียนหัว” นางตอบอีกฝ่าย สีหน้าอิดโรยเล็กน้อยไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด สายตามองไปยังทางออกแต่เพราะมีผู้คนยืนออกันหนาแน่นจึงเลี่ยงไปทางริมสระน้ำเพื่อที่จะได้กลับจวนเร็วขึ้นกว่าเดิม“คุณหนู ทางนี้…” เมิ่งเซียงยังพูดไม่ทันจบ มัวแต่มองทางข้างหน้าเพื่อพาเจ้านายออกไปโดยเร็ว หันกลับมาอีกทีจึงได้เห็นแต่ร่างบางที่กำลังลอยเคว้งตกสระบัวตู้ม น้ำใสแจ๋วกระจายเป็นวงกว้างในขณะที่ตัวคนพยายามตะเกียกตะกายเพราะว่ายน้ำไม่เป็น“คุณหนู!” สาวใช้ร้องลั่นรีบขอให้คนช่วยแต่บริเวณนั้นกลับมีแต่บุตรสาวขุนนางไฉนจะว่ายน้ำเป็นกัน จึงหยิบท่อนไม้ยาวยื่นไปหาเจ้านายพร้อมตะโกนไม่หยุด “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ!!!”ทว่า เพียงพริบตาเดียว ร่างบางกลับหมดแรงลงดื้อ ๆ เพราะปวดหัวเป็นทุนเดิม สายตาที่มองมายังเมิ่งเซียงราวกับจะบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างไรอย่างนั้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status