เข้าสู่ระบบตำหนักมังกรสวรรค์
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง พวกนางคือสนมที่เสด็จแม่ทรงหามาให้ ไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่ได้มองหน้าพวกนางสองคนมันกลับทำให้เขารู้สึกรำคาญหูรำคาญตาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"เวินเมี่ยว มู่ลี่ พวกเจ้าไปที่ตำหนักเย็นด้วยเหตุใด แล้วไปทำร้ายจิ่งรั่วอิงทำไม"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ที่ถูกเอ่ยถามก็หาคำกล่าวมาโต้แย้งไม่ถูก เดิมทีพวกนางคิดจะหาเรื่องจิ่งรั่วอิงเพื่อระบายอามรมณ์ อย่างไรฝ่าบาทก็ไม่สนใจความเป็นความตายของสตรีนางนั้นอยู่แล้ว ต่อให้พวกนางจะกลั้นแกล้งเช่นไรฝ่าบาทย่อมไม่สน แต่ทว่ามันกลับผิดแผน กลายเป็นพวกนางเสียเองที่เป็นฝ่ายตกที่นั่งลำบาก
"เหตุใดจึงไม่ตอบ มีปากแล้วไม่พูดเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนตบปากพวกเจ้าเสีย"
"ฮือ ฝ่าบาท นางตบตีตนเองเพคะ หม่อมฉันสองคนต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกนางทำร้าย”
"ไหนเล่า ร่องรอยการถูกนางทำร้าย ข้าก็เห็นพวกเจ้าปกติดีมิใช่หรือ"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ถึงกับพูดไม่ออก จะให้นางแก้ผ้าให้ฝ่าบาทดูมันก็ไม่ใช่เรื่อง จึงทำได้เพียงร้องโอดครวญอยู่ในใจ ด้านจิ่งรั่วอิงก็ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงนั่งร้องไห้กระซิกอยู่ไม่ไกล เซี่ยเทียนอวี้สูดลมหายใดเข้าลึกๆเพื่อระงับโทสะ สตรีน่ารำคาญพวกนี้ทำให้เขาปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
"ก่อเรื่องให้ข้าปวดหัวพวกเจ้าสองคนช่างใจกล้านัก นับแต่นี้ข้าจะลดขั้นพวกเจ้าสองคนเป็นกุ้ยเหริน หากไม่มีคำสั่งจากข้าห้ามเสนอหน้าออกมาจากตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว หากกล้าฝ่าฝืนข้าจะไล่พวกเจ้าออกจากวังหลวงไปเสีย ไสหัวไป!"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ร้องได้โฮทำได้เพียงยอมรับคำสั่งและจากไปแต่โดยดี เมื่อสองคนนั้นจากไปแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ก็เดินลงมาจากที่นั่ง ก่อนจะตรงเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงทันที แล้วจึงกระชากตัวนางให้ลุกขึ้นยืน
"ก่อเรื่องพอหรือยัง ที่เจ้าทำเช่นนี้คงเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากข้าสินะ ข้าขอบอกเลยว่ามันไม่ได้ผล!"
จิ่งรั่วอิงกลอกตาไปมาคราหนึ่ง เขาใช้นิ้วโป้งเท้าคิดหรือไรกันจึงมองว่านางทำเพื่อให้เขาสนใจ จะหลงตนเองเกินไปแล้ว
"ฝ่าบาท สองคนนั้นมาหาเรื่องหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันไม่ผิดนะเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันโดนตบจนหน้าช้ำขนาดนี้ ฝ่าบาทไม่ทรงสงสารบ้างหรือเพคะ"
"เหอะ ให้สงสารเจ้า ข้าสงสารหมาแมวดีกว่า"
ปากแซ่บจริงๆ!
จิ่งรั่วอิงถึงกับลอบด่าทอเขาในใจ เซี่ยเทียนอวี้เหมือนคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆจนนางคาดเดาความคิดของเขาไม่ออก
“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอตัวลานะเพคะ วันนี้หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทมากที่ทรงตัดสินโทษอย่างยุติธรรม”
“ใครให้เจ้าไป”
เขาดึงนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระทั่งนางโผเข้าไปในอ้อมกอดของเขา จนหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่บดเบียดเข้ากับแผงอกของเขาเข้าพอดี เซี่ยเทียนอวี้ชะงักรีบก้มลงไปมองก่อนจะตกตะลึง
ใหญ่มาก ขาวด้วย!
บัดซบ!อาการป่วยของเขากำเริบแน่ๆ เสียงปีศาจหื่นกามมันมาอีกแล้ว
ชายหนุ่มพยายามดึงสติตนเองกลับมา เขาไม่มองหน้าอกของนางอีก แต่กลับจ้องหน้านางเขม็ง
"พูดมา เจ้าต้องการอะไรกันแน่ จึงเรียกร้องความสนใจไม่หยุดเช่นนี้"
จิ่งรั่วอิงพยายามเบี่ยงหน้าหนีเพราะไม่อยากสัมผัสกับลมหายใจมังกรอีก แต่ทว่าวันนี้ลมหายใจของเขากลับหอมสดชื่นยิ่งนัก
"ตอบ!"
“โอย รำคาญแล้วนะ ฮ่องเต้บัดซบนี่ ข้าจะเรียกร้องความสนใจจากท่านไปทำไมกัน มีสิ่งใดน่าทำกัน หน้าตาท่านก็งั้นๆ หล่อก็หล่อไม่สุด เหมือนกบที่กำลังอ้าปากรองับเหยื่อ แต่กลับหลงตนเองอยู่ได้ หัดชะโงกหน้าดูเงาตนเองหน่อยเถอะ คิดว่าดีมากนักหรือไงกัน ข้าทนท่านมามากแล้วนะ หากไม่ชอบหน้ากันก็ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลยสิ จะเก็บข้าไว้ทำไม ประสาท!”
เซี่ยเทียนอวี้ที่ถูกด่าอย่างไม่เหลือชิ้นดีก็ชะงักไปทันที ที่มันเกิดอะไรขึ้น ที่เขาจำได้นางไม่เคยด่าเขาแรงๆเลยสักหน ซ้ำยังยั่วเขาไม่หยุด แต่วันนี้นางกลับมีท่าทีรำคาญเขาอย่างชัดเจน
หรือนี่จะเป็นแผนการใหม่ ต้องใช่แน่ๆ
“เหอะ เจ้าคิดจะด่าข้าเพื่อให้ข้าสนใจเจ้าสินะ ด่าได้แค่นี้หรือ ด่าให้แรงกว่านี้สิ ด่ามา!”
ด่าข้าเลยสิ ด่าข้าว่าไอ้โง่ ฮ่องเต้โง่เหมือนหมู ด่ามาเลย!
จิ่งรั่วอิงจ้องเซี่ยเทียนอวี้พลางเอ่ยตอบอย่างเบื่อหน่าย
“สนใจบ้านท่านสิ ข้ารำคาญ อ่านปากข้านะ รำคาญ! ท่านสะกดเป็นหรือไม่”
“เจ้ากล้ารำคาญข้า คิดว่าข้าไม่กล้าลงโทษเจ้าหรือ!”
“เช่นนั้นก็ลงโทษไปเลยสิ ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลย มาเลย เขียนราชโองการมาเลย!”
เซี่ยเทียนอวี้ถูกยั่วโมโหจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด สตรีบ้านี่ นางด่าจนเขาหาช่องไฟด่าแทรกไม่ทันเลย!
"ฝ่าบาท ซื่อจื่อเซี่ยซู่อัน ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"
ในขณะที่เขาและนางกำลังพ่นไฟใส่กันอยู่นั้น ไป๋กงกงกงก็เข้ามารายงานว่าเซี่ยซู่อันมาขอเข้าพบ จิ่งรั่วอิงย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ลอบสังเกตท่าทีของจิ่งรั่วอิงแต่กลับไม่พบความผิดปกติใด
เก็บสีหน้าได้ดีนักนะ!
"ให้เขาเข้ามา"
เซีี่ยเทียนอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะดึงจิ่งรั่วอิงเข้ามากอดเอาไว้ เมื่อเซีี่ยซู่อันเข้ามาถึงและเห็นภาพตรงหน้าเข้าพอดี เขาก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ
สุดท้ายแล้ว ฝ่าบาทก็พ่ายแพ้ให้กับสาวงามจนได้สินะ
"ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรพระสนมจิ่งผิน"
"ท่านพี่ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่งได้ตามสบาย ท่านมาหาข้าวันนี้มีเรื่องอะไรหรือ ข้ากำลังเล่นสนุกอยู่กับรั่วรั่วพอดีเลย"
รั่วรั่ว?
จิ่งรั่วอิงรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที บุรุษตรงหน้าของนางอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อย่างน่าแปลกประหลาด เมื่อครู่ยังเถียงนางคอเป็นเอ็น แต่ยามนี้กลับมาเอ่ยเรียกนางอย่างหวานซึ้ง เขาเป็นคนประเภทใดกัน
เซี่ยซู่อันยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม
"กระหม่อมมาเพราะมีเรื่องจริงๆพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าฝ่าบาททรงลงโทษพระสนมจิ่ง เมื่อกระหม่อมและท่านพ่อทราบเรื่องก็กังวลใจเป็นอย่างมาก นางเป็นบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ฝ่าบาทเพิ่งทรงขึ้นครองราชย์ยังต้องพึ่งพาขุนนางอีกมาก กระหม่อมและท่านพ่อจึงเกรงว่าพระองค์จะทรงผิดใจกับแม่ทัพใหญ่จิ่งโดยใช่เหตุ ท่านพ่อทรงเป็นห่วงพระองค์มากจึงให้กระหม่อมเข้าวังหลวงมาเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยสักหน เพราะได้ยินว่าคุณชายใหญ่จิ่งรุ่ยมาขอร้องแทนพระสนมจิ่งแล้วหนหนึ่งแต่ฝ่าบาทกลับปฏิเสธไป กระหม่อมจึงอยากมาโน้มน้าวพระองค์อีกแรง แต่วันนี้กระหม่อมคงมาเสียเที่ยว เพราะดูแล้วฝ่าบาทกับพระสนมจิ่งน่าจะคืนดีกันแล้ว ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ"
เซี่ยซู่อันเอ่ยคำพูดมากมายออกมาโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี เซี่ยเทียนอวี้ลอบส่งเสียงเหอะในลำคอ ทำเป็นแสร้งพูดดีว่าห่วงใยเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความจริงคิดจะออกหน้าช่วยจิ่งรั่วอิงมากกว่า
ด้านจิ่งรั่วอิงก็จ้องมองเซี่ยซู่อันอย่างไม่วางตาเช่นเดียวกัน แต่เขากลับยิ้มให้นางอย่างนอบน้อม เขารักษาระยะห่างจากนางได้เป็นอย่างดีราวกับไม่เคยมีความรู้สึกดีดีต่อกันมาก่อน หญิงสาวลอบดูแคลนเขาอยู่ในใจ บุรุษเฮงซวยนี่ก็อีกคน วางแผนชั่วได้โดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี ช่างชั่วช้ายิ่งนัก เอาคำว่ารักมาหว่านล้อมสตรีนางหนึ่งเพื่อหลอกใช้นาง นี่เรียกรักแท้เสียที่ไหน
หล่อสู้เซี่ยเทียนอวี้ก็ไม่ได้ สันดานยังเสียยิ่งกว่าอีก!
อยากจะกระโดดถีบยิ่งนักแต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อน
เซี่ยเทียนอวี้ลอบสังเกตท่าท่ีของจิ่งรั่วอิงแต่กลับพบกับความผิดปกติที่เขาไม่คาดคิด
เหตุใดในแววตาของนางยามมองเซี่ยซู่อันจึงมีไอสังหารเจืออยู่เล่า
ไม่เพียงเซี่ยเทียนอวี้ แม้แต่เซี่ยซู่อันก็ยังจับสังเกตได้ แต่ชายหนุ่มพยายามไม่แสดงพิรุธ
เซี่ยเทียนอวี้ละสายตาจากจิ่งรั่วอิงก่อนจะยิ้มเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยกับเซี่ยซู่อันด้วยน้ำเสียงปกติ
"ขอบคุณท่านพี่และเสด็จอาที่ทรงห่วงใย ข้าเพียงเล่นสนุกกับพระสนมจิ่งชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้ถือเป็นจริงเป็นจัง พวกท่านคิดมากเกินไปแล้ว ในเมื่อท่านเข้าวังหลวงมาแล้ว มิสู้วันนี้อยู่กินมื้อเย็นกับข้าสักหน่อยดีหรือไม่ พระสนมจิ่งก็อยู่กินด้วยกันเถอะ สนมรักของข้า"
จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินก็บังเกิดความสงสัยในใจ นางคิดเอาได้แล้วว่าเซี่ยเทียนอวี้หากไม่ย้อนเวลามาเกิดใหม่ก็จะต้องมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเช่นเดียวกับนางแน่อย่างนอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีท่าทีเช่นนี้ต่อนาง
เซีี่ยซู่อันไม่ปฏิเสธ เย็นวันนั้นคนทั้งสามจึงร่วมกินมื้อเย็นด้วยกันที่ตำหนักมังกรสวรรค์
เซี่ยเทียนอวี้สั่งให้ห้องเครื่องทำอาหารดีดีมาหลายสิบอย่างเพื่อรองรับเซี่ยซู่อัน สองพี่น้องพูดคุยสนทนากันอย่างสนิทสนมเหมือนเช่นที่ผ่านมา ส่วนจิ่งรั่วอิงก็ไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะสนทนาอะไรกัน ยามนี้นางกำลังจับจ้องเนื้อย่างเบื้องหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไอหยา เนื้อย่างนี่ดีมาก ข้าจะกินให้หมดจานเลย หิวโซมานานแล้ว กินแต่นกแต่มันจนจะผอมตายอยู่แล้ว
หญิงสาวคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เนื้อย่างนี่รสชาติดีมาก ผักก็กรอบสดใหม่ ช่างทำให้คนเจริญอาหารดีแท้
เซี่ยเทียนอวี้ลอบก่นด่าจิ่งรั่วอิงในใจว่าไปตายอดตายอยากมาจากที่ไหน แต่กลับไม่ได้เอ่ยขัดนาง ด้านเซี่ยซู่อันก็บังเกิดความสงสัยในใจเช่นเดียวกัน
เหตุใดจิ่งรั่วอิงจึงไม่เอาอกเอาใจเซี่ยเทียนอวี้กันเล่า นางควรต้องทำเช่นนั้นสิ ไม่ใช่เอาแต่นั่งสวาปามอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจผู้ใดเช่นนี้
ไวกว่าความคิด เขาพยายามส่งสายตาให้นาง แต่จิ่งรั่วอิงกลับทำเป็นมองไม่เห็นเสียอย่างนั้น
ขยิบตาไปเถอะ ขยิบให้ตาบอดข้าก็ไม่สนใจคนเฮงซวยอย่างเจ้าหรอก!
ทุกการกระทำของคนทั้งสองล้วนอยู่ในสายตาของเซี่ยเทียนอวี้ทั้งหมด ชายหนุ่มลอบยิ้มเย็นในใจ อยากจะดูนักว่าสองคนนี้จะเล่นละครตบตาเขาไปถึงเมื่อไหร่
จิ่งรั่วอิงที่กำลังคีบเนื้อเข้าปากอยู่นั้น อยู่ๆสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นว่าที่แก้มซ้ายของเซี่ยซู่อันมียุงตัวหนึ่งกำลังเกาะอยู่ หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก ไวกว่าความคิดนางรีบลุกขึ้นก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของเซี่ยซู่อันเต็มแรง จนคนถูกตบหน้าชา
เซี่ยซู่หันมามองจิ่งรั่วอิงด้วยแววตาเย็นชา แต่เพียงครู่เดียวเขาก็รีบปรับสีหน้าตนให้กลับมาเป็นปกติ
“ขออภัยด้วยซื่อจื่อ เมื่อครู่ข้าเห็นยุงเกาะอยู่บนหน้าท่าน ข้าเกรงว่าท่านจะถูกมันดูดเลือดจนป่วย จึงตั้งใจจะฆ่ามัน แต่ข้าคงลงมือหนักไปหน่อย ขออภัยด้วย หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสากระมัง”
จิ่งรั่วอิงรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก ไอ้ชั่วนี่นางเห็นในฝันยังเกลียดเข้าไส้ ยิ่งได้มาเจอตัวจริงยิ่งยากกระทืบให้ตายคาเท้า หลอกใช้สตรีคนหนึ่งไม่พอ ยังเอาความรู้สึกของนางมาล้อเล่นอีก นับแต่นี้นางจะเอาคืนแทนเจ้าของร่างเดิมเอง!
เซี่ยเทียนอวี้ลอบหัวเราะในใจ เขาพอใจมาก ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคนตบหน้ากันบนโต๊ะอาหารเช่นนี้ ให้ตายเถอะ อาหารมื้อนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
ด้านเซี่ยซู่อันนั้นเขาอยากด่าคนแต่กลับไม่อาจทำได้ จึงต้องปั้นหน้าแสร้งบอกว่าไม่เป็นอะไร
"กระหม่อมจะถือสาพระสนมได้อย่างไรกัน ต้องขอบพระทัยเสียด้วยซ้ำ"
"เซี่ยซื่อจื่อช่างใจกว้างยิ่งนัก มาเถอะ รีบกินอาหารกัน ท่านลองชิมขาหมูจานนั้นดูสิรสชาติดีมากเลยล่ะ หรือท่านอยากกิน ตีน! ไก่ ดี”
จิ่งรั่วอิงเน้นคำว่าตีนเสียงดังฟังชัดจนเซี่ยซู่อันสะดุ้ง เขาลอบเบ้ปากในใจ สตรีบัดซบ! ท้องนางทำจากโอ่งมังกรหรือไรกัน จึงกินไม่หยุดปากได้เช่นนี้ อาหารบนโต๊ะล้วนถูกนางสวาปามไปกว่าครึ่ง เขาเพิ่งกินไปได้เพียงสามคำเท่านั้น!
ไม่พบเจอกันเพียงไม่นาน เหตุใดนางจึงดูตละกละเช่นนี้เล่า!
“ฝ่าบาท ลองชิมขาหมูนี่ดูสิเพคะ รสชาติดีมาก”
“สนมรักช่างใส่ใจนัก”
จิ่งรั่วอิงคีบขาหมูให้เซี่ยซู่อันพลางส่งยิ้มหวานล้ำให้เขา เซี่ยซู่อันเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกร้อนรนในใจ
หรือว่านางจะหลงรักเซี่ยเทียนอวี้เข้าให้แล้ว!
ไม่ได้! ตราบใดที่แผนการของเขายังไม่สำเร็จนางจะปันใจไปให้ชายอื่นไม่ได้เด็ดขาด!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง
เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร
วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ
เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ
ด้านเซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันนั้น หลังจากที่รับอนุทั้งสามนางเข้าจวนมา พวกเขาสองพ่อลูกก็แทบไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว พวกนางมักจะหาเรื่องเข้าใกล้เขาสองคนไม่หยุด จนพวกเขาอยู่ในจวนไม่ได้ อยากจะฆ่าจะแกงจะทำร้ายพวกนางก็ไม่อาจทำได้อีก มิเช่นนั้นจะเป็นการเผยพิรุธให้เซี่ยเทียนอวี้สงสัยเอาได้เซี่ยชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อย้อมใจ ยามนี้เขากำลังหลบอยู่ในห้องใต้ดินของจวนอ๋องพร้อมกับเซี่ยซู่อัน"สารเลวนัก! มันจงใจสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้ากับข้าชัดๆ เซี่ยซู่อัน หรือว่าเทียนอวี้จะรู้แล้วว่าพวกเรามีใจคิดก่อกบฏ"เซี่ยซู่อันที่ได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้นก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา"ไม่มีทาง เขาโง่ออกปานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าได้สังเกตดูท่าทีของเขาแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยขอรับท่านพ่อ ข้าบอกอะไรเขาก็เชื่อ เอาอย่างนี้ หากเราไม่สบายใจ แผนต่อไปก็ควรเริ่มให้เร็วขึ้นหน่อย ข้าจะส่งคนไปแฝงตัวอยู่ในตำหนักของเซี่ยเทียนอวี้ แต่ทว่าเราต้องรอให้ผ่านพ้นการทำพิธีขอพรจากท่านเทพไปเสียก่อน""ดี จัดการให้เรียบร้อย ยิ่งวางยาพิษมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย ข้าจะได้ฆ่าอีแก่สามคนนั่นทิ้งซะ!"เซี่ยชินอ๋องเ
เซี่ยเทียนอวี้ดึงทิึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ยามนี้เขาและนางอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เซี่ยเทียนอวี้จูบจิ่งรั่วอิงอย่างดูดดื่ม เขาสอดแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างเอาแต่ใจ จิ่งรั่วอิงยื่นสองแขนไปโอบรัดรอบลำคอของเขา อีกทั้งยังจูบตอบเขาอย่างรู้งาน ก่อนที่นางจะผลักเขาให้เป็นฝ่ายลงไปนอนราบอยู่บนเตียง จากนั้นนางก็ขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขา"เซี่ยเทียนอวี้ วันนี้ท่านทำได้ดี ข้าจะตอบแทนท่านอย่างถึงใจเลย""ดี!"เซี่ยเทียนอวี้รับคำอย่างตื่นเต้น จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางเลิื่อนใบหน้าลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะยื่นมือเรียวงามคว้าจับเข้าไปที่ลำแท่งเอ็นร้อนใหญ่ยาวจนเต็มมือ แล้วจึงสาวชักขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้น จากนั้นนางก็แลบลิ้นเลียปลายหัวหยักของเขาอย่างหยอกเย้า เซี่ยเทียนอวี้ร่างกายกระตุกวาบ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน"โอว เสียว!"เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านอนบิดเกร็งจิ่งรั่วอิงก็ยิ่งได้ใจ นางครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เซี่ยเทียนอวี้หายใจไม่ทั่วท้อง มือของเขาจัับผ้าปูเตีย







