LOGINหลิวหลงผิง แพทย์สาวจากยุคศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่มีชื่อแซ่เดียวกันและจำเป็นต้องแกล้งบ้าเพื่อความอยู่รอดของตน กับ จวิ้นอ๋อง องค์ชายสี่ที่ชีวิตเหมือนถูกสาปต้องสวมหน้ากากครึ่งซีกตั้งแต่ยังเยาว์ ภายใต้หน้ากากที่ไม่ได้แค่ปกปิดความน่ากลัวของบาดแผลเท่านั้นแต่มีบางอย่างที่ลึกลับชวนให้นางต้องค้นพบคำตอบนั้นให้จงได้ หนึ่งคนดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดแต่อีกคนดั่งมัจจุราชที่คอยตามติดเหมือนเงา นางจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้อย่างไร เมื่อปากบอกว่าเกลียดชังแต่ไม่ยอมให้นางห่างจากตัวเลยแม้เพียงก้าวเดียว - - - - - - - - - - - "ไม่ว่าเจ้าจะหนีข้าไปไกลมากเพียงใดข้าก็ตามเจ้ากลับมาได้เช่นเดิม เพราะชีวิตของเจ้าเป็นของข้า" "ท่านเป็นบ่อเงินบ่อทองของข้าเลยนะ ข้าต้องโง่เพียงใดถึงต้องหนีท่านไป" "เจ้าว่าอะไรนะ?"
View Moreแสงสลัวสาดส่องเข้ามาภายในห้องหออันหรูหรา ซึ่งถูกประดับตกแต่งด้วยผืนผ้าโทนสีแดงสลับทองอร่ามตา
ยามสายลมพัดโชยมาก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ที่ลอยล่องเข้ามาในความเงียบงัน
ผ้าม่านมงคลสีแดงปักดิ้นทองปลิวไสวไปตามแรงลม แสงเทียนจากตะเกียงที่จุดไว้ตามมุมห้องสั่นไหวระริก สะท้อนให้เห็นเงาร่างของคนคู่หนึ่งทาบทับลงบนผนังห้อง
เนิ่นนาน จนกระทั่งเทียนมงคลสีแดงที่ตั้งตระหง่านบนตะเกียงน้ำมันค่อยๆ เผาไหม้ตัวเองจนดับมอดลงไปทีละเล่ม
ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงจากจันทราสาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาทว่ากลับมิอาจขับไล่ความมืดมิดและเหน็บหนาวในใจนี้ไปได้เลย
บนเตียงกว้าง หญิงสาววัยปักปิ่นผู้มีผิวกายขาวผ่องราวหิมะแรกแย้ม รูปโฉมอรชรอ้อนแอ้นยั่วยวนตาบุรุษทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังนั่งคุดคู้ มือบางสั่นเทากอดกระชับผ้าห่มเข้าหาตัวแน่น ทว่าความงามล่มเมืองที่ใต้หล้าต่างหมายปองนั้นกลับมิอาจดึงสายตาของบุรุษตรงหน้าให้หยุดอยู่ที่นางได้เลยแม้เพียงเสี้ยววินาที
หลิวหรงผิง คุณหนูรองตระกูลหลิว สตรีผู้ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้ใบหน้ารูปไข่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มดูน่าเวทนายิ่งนัก
นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็นสามีที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและเย็นชา โดยไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมามองนางเลยแม้แต่น้อย
“หะ เหตุใดท่านอ๋องถึงใจร้ายกับหม่อมฉันนักล่ะเพคะ” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถามด้วยความตัดพ้อ
“เจ้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ทั้งตำแหน่งพระชายาเอกและคืนเข้าหอนี้ ยังมีสิ่งใดที่ข้าใจร้ายกับเจ้าอีกกระนั้นหรือ”
น้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใยตอบกลับมาทันควัน เมื่อจัดการฉลองพระองค์เรียบร้อย จวิ้นอ๋องจึงชายตามองนางด้วยสายตาดูแคลนก่อนจะเอ่ยวาจาร้ายกาจที่ทำให้หญิงสาวถึงกับจุกใน
“จงครอบครองตำแหน่งชายาที่เจ้าอยากได้นี้ไปเถิด แต่จงจำเอาไว้เจ้าไม่อาจมีอำนาจใดๆ ในจวนของข้า จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าอยู่เพียงในเรือนท้ายจวนแห่งนี้เท่านั้น…พวกเจ้าเข้ามา!”
สิ้นประโยคเฉียบขาด เสียงฝีเท้าของคนสามคนก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างนอบน้อม
คนผู้หนึ่งคุกเข่าลงตรงหน้าจวิ้นอ๋อง ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองพระชายาบนเตียงเลยแม้แต่คนเดียว
“เจ้าเอายานั่นให้นางดื่ม หากนางตั้งครรภ์ขึ้นมา หัวของพวกเจ้าทั้งหมดได้หลุดจากบ่าอย่างแน่นอน”
วาจาเฉียบขาดเยือกเย็นนั้นทำเอาหลิวหรงผิงตัวสั่นสะท้านด้วยความเสียใจระคนอับอายจับใจ จวิ้นอ๋อง หรือองค์ชายสี่แห่งแคว้นต้าหยวน บุรุษที่นางเพิ่งแต่งงานเข้าจวนมายังไม่ทันข้ามคืน เมื่อได้เข้าหอสมปรารถนาของนางแล้ว เขากลับสั่งให้นางดื่มยาระงับครรภ์ทันทีโดยไม่สนน้ำใจ
หมอหลวงที่ได้ยินคำสั่งเฉียบขาดนั้นก็รีบยกถ้วยกระเบื้องเคลือบที่มีน้ำยาสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นขมปร่าขึ้นมา
มืออวบอ้วนนั้นสั่นเทาไม่หยุดด้วยความหวาดกลัว เขาคลานเข่าเข้าไปหมายจะส่งถ้วยยาให้นาง ทว่าความเกรงกลัวในอำนาจของตระกูลหลิวที่หนุนหลังพระชายา ทั้งยังรู้สึกผิดบาปที่เป็นคนปรุงโอสถชามนี้ด้วยมือของตนเอง มือที่ยกขึ้นจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เข่าที่กำลังจะขยับไปขยับมากลับแข็งทื่อจนเกือบทำถ้วยยาหลุดมือ
โชคดีที่ หานเฟิง องครักษ์คนสนิทของจวิ้นอ๋องปราดเข้ามาช่วยประคองไว้ได้ทันเวลา ก่อนจะเป็นผู้รับถ้วยยานั้นแล้วยื่นส่งให้แก่พระชายาแทน
“พระชายาเชิญดื่มพ่ะย่ะค่ะ”
หานเฟิงส่งถ้วยยาให้นางด้วยความรู้สึกจนใจ ตัวเขาเองก็เวทนาในชะตากรรมของสตรีตรงหน้าไม่ต่างจากคนอื่นๆ ทว่าก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้ เพราะผู้เป็นนายอย่างจวิ้นอ๋องเกลียดชังสตรีผู้นี้เข้ากระดูกดำ
หลิวหรงผิงนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียง หยาดน้ำตาที่อาบแก้มเนียนมิได้ช่วยเรียกความสงสารจากจวิ้นอ๋องเลยแม้เพียงนิด ในทางกลับกันมันยิ่งจุดไฟโทสะและเพิ่มพูนความรังเกียจในใจของเขาให้มากขึ้น
‘หากไม่ใช่เพราะมารยาหญิงของนางที่หลอกล่อให้ฮองเฮาทูลขอพระราชทานสมรสสมใจอยาก มีหรือที่เขาจะต้องมาติดกับดักวิวาห์เช่นนี้’
‘ทำเป็นบอบบางอ่อนแอ แท้จริงแล้วก็คือปีศาจจิ้งจอกในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง’
หลิวหรงผิงทอดสายตาหม่นหมองมองมือหนาของอครักษ์หนุ่มที่ยื่นถ้วยยามาตรงหน้า ก่อนจะเบนสายตาเลยไปยังร่างสูงตระหง่านที่ยืนหันข้างให้
แม้ใบหน้าครึ่งซีกของเขาจะถูกปกปิดไว้ภายใต้หน้ากากทองคำอันน่าเกรงขาม ทว่าสิ่งนั้นกลับมิอาจลดทอนความหล่อเหลาคมคายของเขาลงได้เลยสักนิด
สายตาของจวิ้นอ๋องทอดตรงไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย โดยไม่คิดจะมองมาที่นางแม้เพียงหางตาหยาดน้ำตาเม็ดโตยังคงร่วงโรยเผาะๆ จากดวงตาคู่งามดูน่าเวทนาจับใจ
"ในใจของข้า... เจ้าคือภรรยาเพียงคนเดียว และอาเฟยคือผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของข้าตลอดไป เช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะทิ้งพวกเราไปอีกหรือ"น้ำตาที่หลิวหรงผิงพยายามสะกดกลั้นไว้พังทลายลงมาเป็นสาย นางมองดูราชโองการในมือสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มที่ยอมสยบแทบเท้านางเพื่อร้องขอความรักความรักที่เขาโยนเกราะกำบังอันแน่นหนาที่สุดมาปกป้องนางทำให้นางซาบซึ้ง ทว่าลึกๆ ในใจของหญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ก็ยังคงกรีดร้องด้วยสัจธรรมอันโหดร้าย"ท่านพี่... ท่านช่างแสนดีกับข้าเหลือเกิน" นางเอ่ยปนสะอื้น"แต่ท่านคิดบ้างหรือไม่ การที่ท่านกักขังพวกนางไว้ให้ไร้รัก ไร้สิทธิ์ ไร้ทายาทมันไม่เท่ากับเป็นการสร้างศัตรูที่เคียดแค้นข้าและอาเฟยเพิ่มขึ้นอีกร้อยเท่าพันทวีหรือเพคะ และสำหรับข้า… การที่ต้องแบ่งปันพื้นที่บ้านหลังนี้กับสตรีที่ข้ารู้ดีว่าท่านต้องรับผิดชอบชีวิตพวกนางตามหน้าที่ มันคือการทรมานใจกันไปชั่วชีวิต"องค์รัชทายาทนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางไว้แน่นหนา ซบใบหน้าลงบนซอกคอของนาง"ข้ารู้... ข้ารู้ว่ามันไม่ยุติธรรมต่อเจ้า" เขาซุกหน้าสะอื้นเบาๆ"แต่นี่คือโลกของข้า ผิงเอ๋อ... ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้จริงๆ หากเจ
"หึ!... ข้าในยามนั้นยังไม่ใจกล้าและเจ้าแผนการเท่าเขาเลยเสียด้วยซ้ำ"ฮ่องเต้ทรงถอนพระทัยยาวพลางเคาะพระดัชนีลงบนเทียบรายชื่อสีแดงชาดบนโต๊ะทรงงานเสียงดัง กึก... กึก..."ในตอนแรก ข้านึกว่าเขาจะดื้อรั้นแข็งทื่อจนยอมหักไม่ยอมงอเพื่อสตรีเพียงคนเดียวเหมือนพวกคนเขลาทั่วไป ทว่าที่ไหนได้… เขากลับยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อกลืนสตรีตระกูลใหญ่เหล่านั้นเข้ามา แล้วใช้อำนาจที่มีผนึกอำนาจพวกนางให้อยู่ในกรงขังที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียว"ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเทียบรายชื่อนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าและยากจะหยั่งถึง"การรับชายารองและอนุในครั้งนี้ ขุนนางเหล่านั้นคิดว่าตนเองได้ส่งลูกสาวมาเสวยสุขและกุมอำนาจร่วมกับมังกร... แต่แท้จริงแล้วลูกชายของข้ากลับตลบหลังใช้ลูกสาวของพวกเขามาเป็นตัวประกันทางการเมืองเพื่อคานอำนาจพวกนั้นเสียเองต่างหาก""ยอมทำตามประเพณีเพื่อปิดปากราชสำนักแต่ในขณะเดียวกันก็กางปีกปกป้องเมียรักและลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้อย่างหมดจด... ช่างเป็นหมากที่ไร้ช่องโหว่และเหี้ยมเกรียมสิ้นดี”"องค์รัชทายาททรงปรีชาสามารถยิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ แผ่นดินนี้ภายใต้การปกครองของพระองค์ในวันข้างหน้าย่อมต้องเกรียงไกรและมั่นคงดั
กลิ่นหมึกและกระดาษอบอวลไปทั่วห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสผู้เย็นชาที่กำลังคุกเข่าอยู่อย่างสงบนิ่ง เบื้องพระพักตร์ขององค์เหนือหัวคือม้วนเทียบรายชื่อหญิงงามจากตระกูลใหญ่ที่ฮองเฮาส่งมา"เจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องสตรีเหล่านี้ใช่หรือไม่"ฮ่องเต้ตรัสทำลายความเงียบขึ้นมาเป็นคำแรก สุรเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจและยากจะหยั่งถึง"ฮองเฮารายงานข้าว่าเจ้าต่อต้านอย่างหนัก... รัชทายาท เจ้าเป็นผู้ชนะในศึกรุ่ยอ๋อง ทว่าเจ้าจะพ่ายแพ้พังพินาศเพียงเพราะเรื่องสตรีฝ่ายในไม่ได้ จารีตนี้มีมาแต่โบราณก็เพื่อค้ำจุนราชบัลลังก์ของตัวเจ้าเองทั้งสิ้น""ลูกทราบดีพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ"องค์รัชทายาททูลตอบพลางประสานมือถวายบังคม สุรเสียงเรียบนิ่งทว่าหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้องทรงพระอักษร"ลูกไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธสมรสพระราชทาน ลูกยินดีจะรับสตรีจากทั้งสองตระกูลเข้าสู่ตำหนักบูรพาตามจารีตประเพณีทุกประการ"ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นด้วยความแปลกพระทัย"โอ้? แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงอาละวาดจนฮองเฮาต้องปวดหัวกันเล่า""เพราะลูกต้องการข้อแลกเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ" องค์รัชทายาทเงยพระพักตร์ขึ้นสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่เกรงกลัว"ลูกยอมรับพว
"เจ้าพูดอะไรออกไป" มู่อิงเถารีบขยับเข้าไปใกล้ พลางจ้องมองใบหน้าเพื่อนรักเขม็ง"ข้าบอกเขาว่า… ให้เขาทำเพื่อตัวเองและอาเฟย และข้ามีวิธีของข้าเอง"พูดจบนางก็ถอนหายใจยาว แววตาที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด"พยัคฆ์อย่างเขา... ไวต่อกลิ่นอายอันตรายเสมอ พอได้ยินเช่นนั้นเขาคงสั่งเพิ่มกำลังทหารเพื่อกักบริเวณข้าทันที เป็นการบีบบังคับกลายๆ ไม่ให้ข้าก้าวขาออกจากตำหนักบูรพาแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว"มู่อิงเถาสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้างามซีดเผือดลงทันใดเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย"นี่มันไม่ใช่การอารักขาธรรมดาแล้วนะหรงผิง... แต่มันคือกรงขังทองคำชัดๆ องค์รัชทายาทกำลังใช้กำลังทหารทั้งหมดที่มีเพื่อล่ามเจ้าไว้ใต้ปีกของเขา แล้วหากกองกำลังทหารหนาแน่นถึงเพียงนี้ แผนการเดินทางไปหุบเขาซีหยวนในอีกสามเดือนข้างหน้า เจ้าจะเริ่มลงมือได้อย่างไรกัน"หลิวหรงผิงไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแต่ลดสายตาลงมองฝ่ามือของตนเองที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย"ถึงอย่างไร ข้าก็แค่ย้อนถามเจ้าไปอย่างนั้น วันก่อนข้าก็ย้ำกับเจ้าไปแล้วเรื่องของอาเฟย... เจ้าทำใจทิ้งเด็กค












reviews