Share

บทที่ 2

Author: ช็อกโกแลต
ในวันนี้มีเพียงคลาสเดียว ในหอพักจึงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของนักศึกษา พวกรูมเมตถ้าไม่นอนอุดอู้อยู่บนเตียง ก็เอาแต่ตะโกนด่ากันในเกม

“เสี่ยเซียว สักตาไหม?”

ผมตอบกลับไปอย่างเกียจคร้าน “ยุ่งอยู่”

จะมีเกมไหนในโลกสนุกไปกว่าเกมทำได้ตามใจนึกอีกล่ะ?

เมื่อได้ยินคำปฏิเสธ พวกรูมเมตก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับรูมเมตจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ทว่ามันก็มีช่องว่างที่ไม่อาจถมเต็มได้ พวกนั้นไม่มีใครล่วงรู้ถึงรสนิยมเบื้องลึกของผมเลยแม้แต่น้อย และมักจะเอ่ยปากบ่นเสียดายแทนผมอยู่บ่อย ๆ ว่าคนเพอร์เฟกต์ทั้งรูปลักษณ์และฐานะอย่างผม ทำไมถึงยังครองตัวโสดซิงมาจนถึงทุกวันนี้

นั่นก็เพราะผมไม่ใช่พวกที่ชอบฝืนใจตัวเอง สำหรับผมแล้ว หากไม่ได้ครอบครองสิ่งที่ดีที่สุด การไม่มีเลยเสียยังจะดีกว่า

และอาจารย์เหลียงคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมตามหา ผมรู้ซึ้งถึงข้อนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเขา แม้แต่เส้นผมที่โค้งรับกับรูปหน้า ทุกอย่างล้วนจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ผมพึงพอใจจนไร้ที่ติ

ราวกับสรรสร้างมาเพื่อเป็นของผมเพียงคนเดียว

เท่าที่ได้ยินเสียงเล่าลือกันมา อาจารย์เหลียงเองก็ครองโสดซิงมาทั้งชีวิตเช่นกัน ใครต่อใครก็ขนานนามว่าเขาคือ ดอกฟ้าบนยอดเขาหิมะที่ขาวสะอาด หนาวเหน็บ และเด็ดลงมาครอบครองได้ยากที่สุดในบรรดาอาจารย์ทั้งหมด

เนื่องจากความสูงส่งที่จับต้องไม่ได้นั้นเอง ที่ทำให้ผมไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปจีบเขาอย่างคนทั่วไป

“เฮ้ย พวกมึงรู้ข่าววงในของอาจารย์เหลียงป่ะ?”

หน่วยส่งข่าวประจำหอทิ้งเบ็ดล่อเหยื่ออย่างเจ้าเล่ห์ และเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อมันสามารถเรียกความสนใจจากทุกคนได้อย่างแนบเนียน

มือของผมที่กำลังไล่สำรวจฟังก์ชันในเกมถึงกับชะงักกึกทันที

เพื่อนคนหนึ่งก่นด่าออกมาพลางรัวนิ้วกดเกมในมืออย่างบ้าคลั่ง “รีบ ๆ เล่ามาสิวะ นี่ไม่ใช่เวลามาดึงเชิงให้พวกกูเสียสมาธินะเว้ย”

หน่วยส่งข่าวประจำหอไม่ยอมดึงเวลาให้เสียอารมณ์ “กูเคยบอกพวกมึงใช่ป่ะว่ากูมีเพื่อนเป็นเก้งคนหนึ่ง มันชอบไปเที่ยวบาร์เกย์แถวย่านดังอยู่บ่อย ๆ แล้วมีครั้งหนึ่งที่มันลงสตอรี่ไอจี กูสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันข้าง ยิ่งกูเพ่งมองเท่าไหร่ ใจกูก็ยิ่งเต้นแรง เพราะใบหน้าแม่งคุ้นตาฉิบหาย...”

“ในบาร์มันมืดจะตาย แสงไฟก็สลัวอีก มึงก็บอกเองว่าเห็นแค่ด้านข้าง อาจจะไม่ใช่อาจารย์เหลียงก็ได้”

ผมโพล่งขัดจังหวะขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เจ้าหน่วยส่งข่าวได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มตั้งท่าเตรียมตัวเพื่อจะพูดต่อจากเรื่องราวเมื่อครู่ ทว่าในเสี้ยววินาที เขากลับเปลี่ยนใจเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่เพื่อตัดบท

“เสี่ยเซียวตาถึงว่ะ กูแค่ล้อพวกมึงเล่น 555555”

เหล่ารูมเมตคนอื่น ๆ ต่างหัวเราะร่าแล้วก้มหน้าก้มตาไถหน้าจอเล่นเกมต่ออย่างไม่คิดอะไร ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ไลน์ของผมก็สั่นแจ้งเตือนเบา ๆ ข้อความที่ถูกส่งมาคือ รูปภาพ เพียงแค่ภาพเดียวก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึกไปในชั่วพริบตา

ท่ามกลางแสงสีที่สาดสลับไปมาอย่างละลานตาภายในบาร์แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เพียงลำพังบริเวณมุมมืด ทว่ากลับดูโดดเด่นและทรงเสน่ห์ราวกับมีสปอตไลต์ส่องจับอยู่ตลอดเวลา บนใบหน้านั้นไร้ซึ่งแว่นกรอบทองที่เคยสวมใส่เพื่อสร้างภาพลักษณ์เคร่งขรึมยามอยู่บนโพเดียม เผยให้เห็นดวงตาฉ่ำหวานและไฝเม็ดเล็ก ๆ ตรงหางตานั้นเด่นชัดอยู่บนผิวขาวเนียนดุจน้ำนม

ไม่มีทางผิดแน่

นั่นคือไฝเม็ดเดียวกับที่ผมเคยจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงแห่งความฝัน

อาจารย์เหลียง ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เด็กดีอย่างที่ผมคิดเลยนะครับ

ความขุ่นเคืองสายหนึ่งพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนร้อนรุ่ม ผมรีบพิมพ์ตอบกลับข้อสงสัยของเพื่อนคนนั้นไป

“อาจารย์เป็นญาติกู เงียบไว้”

เขาสวมหน้ากากเก็บซ่อนภาพลักษณ์ตัวตนไว้ได้มิดชิดจริง ๆ แม้แต่คนอย่างผมยังไม่ระแคะระคายเลยสักนิดว่าแท้จริงแล้วเขาจะเป็นพวกประเภทเดียวกับผม ไม่รู้ว่าภายใต้ท่าทางเย่อหยิ่งนั้น เขาแอบไปบาร์เกย์เพื่อล่าเหยื่อไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ไอ้ข่าวลือที่ว่าโสดซิงมาทั้งชีวิตนั่น คงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

ใบหน้าที่ดูใสซื่อสะอาดสะอ้านนั้น เวลาที่ต้องอ้อนวอนอยู่ใต้ร่างคนอื่นจะเป็นยังไงกันนะ?

ในช่วงหัวค่ำของวันเดียวกัน ผมกำลังยืนเคาะประตูอยู่หน้าบ้านของเขา

“เซียวรุ่ย?” เขาออกมาเปิดประตูด้วยชุดลำลองที่ดูผ่อนคลายด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “นายมาที่นี่ได้ยังไง?”

ผมก้มหน้าลงต่ำ แสร้งทำสีหน้าลำบากใจพลางปั้นเรื่องราวเท็จด้วยท่วงท่าที่สมบทบาท “พอดีห้องข้างบนน้ำรั่วลงมาครับ เตียงผมเปียกจนนอนไม่ได้เลย วันนี้เป็นวันศุกร์ด้วย ผมลองหาโรงแรมข้างนอกแล้วแต่ถูกจองเต็มหมด ผู้คุมหอเลยแนะนำให้ผมลองมาขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ แล้วอาจารย์ที่ปรึกษาก็ให้ที่อยู่ของอาจารย์มาครับ”

ทั้งหมดนี้คือแผนการที่ผมยอมลงทุนลงแรงจัดฉากขึ้นมาอย่างประณีต แม้ข้ออ้างมันอาจจะฟังดูหละหลวมและมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมด แต่สำหรับอาจารย์เหลียงผู้แสนดีและไม่เท่าทันโลก แค่นี้ถือว่าเกินพอแล้วที่จะใช้เป็นตั๋วผ่านทาง

ทุกอย่างเป็นไปตามคาด แผนการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เขาเชื่อในสิ่งที่ผมกุขึ้นอย่างสนิทใจ แม้จะมีแววตาลังเลอยู่บ้างชั่วครู่ ทว่าสุดท้ายก็ยอมเปิดประตูรับผมเข้าไปข้างในแต่โดยดี

ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ผมกวาดสายตาสำรวจพื้นที่ในบ้านของเขาทั่วทุกมุม

บ้านของเขาถูกจัดตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ช่างขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่แสนเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของเขาอย่างสิ้นเชิง

ภายในห้องพบเพียงความเงียบเหงาที่ไร้ร่องรอยการใช้ชีวิตของผู้อื่น เขาอยู่ตัวคนเดียวจริง ๆ

ชุดลำลองเนื้อนุ่มที่ดูหลวมโคร่งเล็กน้อยบนร่างของเขา ทำให้ภาพลักษณ์อาจารย์เหลียงผู้แสนเจ้าระเบียบในชุดสูทเนี้ยบกริบพังทลายลงสิ้น ความรู้สึกเย็นชาที่เคยเป็นดั่งกำแพงน้ำแข็งสูงชันดูเบาบางลงไปมาก

“อาจารย์เปลี่ยนผ้าห่มใหม่ไว้ให้แล้วที่ห้องรับแขก ปรับแอร์ได้ตามใจชอบเลยนะ มีอะไรขาดเหลือก็บอกอาจารย์นะ”

ผมพยักหน้าตอบรับด้วยความตื้นตัน

“ขอบคุณครับอาจารย์เหลียง”

ทว่า ผมไม่ได้คิดจะนอนในห้องแขกน่ะสิ

เมื่อดึกสงัดมาถึง ความเงียบงันปานป่าช้าก็เริ่มแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมไปทั่วทั้งบ้าน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าเกมทำได้ตามใจนึกอีกครั้ง แสงสีฟ้าหม่นจากหน้าจอสาดกระทบลงบนใบหน้าของผมที่กำลังแสยะยิ้ม จ้องมองไปยังร่างจำลองของอาจารย์เหลียงที่กำลังหลับใหลอยู่บนหน้าจอ ท่าทางไร้ทางสู้นั่นทำให้ผมคอแห้งผากด้วยความกระหายอย่างควบคุมไม่ได้

มีเพียงผนังห้องบาง ๆ เพียงแผ่นเดียวเท่านั้นที่กั้นกลางระหว่างเรา เขานอนอยู่ห้องข้าง ๆ นี้เอง

ผมยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อปลดล็อกทุกฟังก์ชันในเกมจนครบถ้วน

และบอกได้คำเดียวเลยว่า ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม

ผมเริ่มขยับเลื่อนปลายนิ้วไปปั่นป่วนร่างที่หลับใหลบนหน้าจออย่างช่ำชองแล้วแผ่วเบา ราวกับนักดนตรีที่กำลังบรรเลงบทเพลงชิ้นเอกที่คุ้นมือ

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? เอาอีกแล้วเหรอ!”

เป็นถึงครูบาอาจารย์แท้ ๆ กลับงมงายเรื่องลี้ลับถึงขั้นคิดว่าตัวเองโดนผีอำงั้นเหรอ? แบบนี้มันน่าโดนทำโทษให้หนักกว่าเดิมนัก

ในจังหวะที่เขาไม่อาจกักเก็บเสียงหอบพร่าที่แสนทรมานได้อีกต่อไป ผมเองก็ไม่อาจสะกดกั้นความต้องการเห็นผลลัพธ์ด้วยตาตัวเองที่พุ่งพล่านจนอกแทบระเบิดได้อีกเช่นกัน ผมลองหมุนลูกบิดประตูดูเบา ๆ และใครจะคิดว่าโชคจะเข้าข้างถึงเพียงนี้ ประตูไม่ได้ล็อก ช่องว่างที่เปิดแง้มเพียงเล็กน้อยเผยให้เห็นภาพที่ทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน

อาจารย์เหลียงผู้สูงส่งบัดนี้ไร้ซึ่งท่าทีทรนง เขาทรุดกายลงไปกองกับพื้นอย่างหมดรูป ชุดนอนตัวใหญ่บางเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนละเอียดที่สั่นระริกจากการถูกรังแก

ภาพอาจารย์จอมเนี้ยบผู้สูงส่ง กลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้เปราะบางที่กำลังบิดเร่าและเอ่ยปากร้องขอชีวิตจากความเสียวซ่านที่มองไม่เห็น

ภาพความแตกต่างที่แสนขัดแย้งแบบสุดขั้วนี้ มันช่างกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวผมให้...

“ออกไป!”

เขาเค้นเสียงสั่งลอดไรฟันทั้งที่ยังแหบพร่า ดวงตาคู่นั้นฉายแววโกรธเคืองและอับอายอย่างปิดไม่มิด

รูปลักษณ์ของเขาไร้ที่ติราวกับหลุดออกมาจากร่างจำลองในเกมไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อเห็นชัดแล้วว่าเขาไม่ใช่พวกที่เที่ยวเล่นสำมะเลเทเมาอย่างที่ผมหวั่นใจในตอนแรก ผมก็เผลอลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ทว่า มือที่ถือโทรศัพท์ของผมกลับพลันแข็งค้าง

จากช่องว่างที่มองลอดเข้าไป ผมเห็นอาจารย์เหลียงกำลังพยายามจะปลดปล่อยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวเองต่อหน้าผมด้วยการ...

ในวินาทีนั้นเอง ความเจ้าเล่ห์ก็เข้าครอบงำจิตใจ ผมตัดสินใจผลักประตูพรวดเข้าไปโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง

อีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว รีบปกปิดร่างกายตัวเองด้วยความลนลาน

“เซียวรุ่ย นาย...”

“ขอโทษครับอาจารย์!” ผมรีบโพล่งขัดจังหวะ แสร้งตีหน้าซื่อทำเป็นตื่นตกใจเกินเหตุ ยิ่งกว่าคนตรงหน้าเสียอีก “พอดีผมได้ยินเสียงหอบแว่วออกมาเลยนึกว่าอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกของอาจารย์กำเริบขึ้นมา แต่ไม่ใช่ก็ดีแล้วครับ เชิญอาจารย์ตามสบายเลยครับ มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย ผมเข้าใจดีครับ”

ผมแสร้งยืนนิ่งด้วยท่าทางเก้อเขินวางตัวไม่ถูก

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สายตาของผมกลับกำลังโลมเลียไปตามผิวพรรณที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของเขาอย่างจาบจ้วง วินาทีนั้น ร่างกายมันประท้วงจนแทบจะยับยั้งสัญชาตญาณไม่ให้โถมตัวเข้าไปคร่อมร่างนั้นไว้ไม่อยู่

เมื่อเห็นท่าทางหมดแรงจนลุกไม่ขึ้น ผมจึงถือวิสาสะขยับเข้าไปหา เลือกจังหวะที่เข้าล็อกพอดีเพื่อช่วยพยุงเขาขึ้นมา

“อ๊ะ อาจารย์เป็นอะไรมากไหมครับ?”

เขาพยายามอธิบายด้วยความลำบากใจ

“พอดีอาการกำเริบน่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดไปทั่วทั้งตัว ไม่ใช่อย่างที่นายคิด”

ที่ผมคิดน่ะมันแบบไหนกันล่ะครับอาจารย์?

อาจารย์เหลียงเห็นผมเป็นเด็กประถมหรืออย่างไรกัน ถึงได้ยกเรื่องอาการป่วยมาหลอกกันง่าย ๆ แบบนี้

ผมแสร้งทำเป็นคล้อยตาม ปั้นหน้าตาใสเหมือนคนเพิ่งประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ แล้วจ้องมองเขาด้วยท่าทีลนลานที่ปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน

“ยังไงดีครับ? ให้ผมเรียกรถพยาบาลไหมครับ? หรือจะให้พาไปโรงพยาบาลเลยดี?”

“ไม่ต้อง ให้ครูพักสะ...”

“เมื่อกลางวันอาจารย์ยังบอกว่าการนวดช่วยบรรเทาได้เลยนี่ครับ” ผมแสดงความหวังดีออกมาอย่างเปี่ยมล้น “เดี๋ยวผมช่วยนวดให้อาจารย์อีกรอบดีไหมครับ เผื่อจะดีขึ้น จะได้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล”

ผมไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์ด้านการแสดงขนาดนี้ สีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยของผมมันช่างไร้ที่ติจนคนมองใจอ่อน

“เจ็บตรงไหนครับ? หรือว่าเส้นยึดครับ?”

เขายังไม่ทันได้อ้าปากทักท้วง ปรมาจารย์ด้านการนวดกิตติมศักดิ์ก็ได้เวลาลงสนาม
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักจับอาจารย์   บทที่ 5

    คำถามของเขาช่างหนักอึ้งเกินกว่าที่ผมจะเค้นถ้อยคำใดมาหาคำตอบได้ร่างกายของอาจารย์ในยามนี้ร้อนผ่าวราวกับสุมด้วยเปลวเพลิง ทว่าเขากลับไม่ได้ผลักไสสัมผัสของผมเหมือนทุกครั้ง มีเพียงลมหายใจหอบถี่ที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นสุราเข้มข้นที่พรั่งพรูรดรินอยู่ชิดใกล้ ยิ่งใกล้มากเท่าไหร่ กลิ่นอายของเขาก็ยิ่งมอมเมาผมให้จมดิ่งลงไปมากกว่าเดิม“โดนยาอะไร...”เขายกมือขึ้นประคองศีรษะของตนเองที่หนักอึ้ง สีหน้าฉายแววทุกข์ทรมานจนผมไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ ผมจึงตัดสินใจรีบเรียกแท็กซี่เพื่อพาเขากลับสู่ที่พักโดยเร็วที่สุดตลอดทางภายในรถแท็กซี่ที่เงียบสงัด อาจารย์เหลียงกลับสงบเสงี่ยมผิดคาด ร่างกายที่ร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงแผดเผารุ่มอยู่ภายในซุกตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของผมอย่างโหยหา บางคราเขาก็พึมพำถ้อยคำแผ่วเบาที่ไม่เป็นคำศัพท์ ราวกับกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังถาโถมเข้าใส่ตัวเขาไม่หยุดหย่อน“เซียวรุ่ย...”ยามที่เขาว่าง่ายเช่นนี้ กลับดูเปราะบางจนน่ารังแกให้แหลกคามือผมทำได้เพียงป้อนน้ำเย็นให้เขาด้วยความกระวนกระวายใจทันทีที่ถึงจุดหมายและควานหากุญแจมาเปิดประตูได้สำเร็จ เพียงก้าวแรกที่เท้าพ้นขอบประตูห้องเข้

  • เกมรักจับอาจารย์   บทที่ 4

    เหตุการณ์ชกต่อยที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ เกิดขึ้นไม่ไกลรั้วมหาวิทยาลัยนัก การที่เขาจะรู้เรื่องก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร แต่ทำไมผลลัพธ์มันถึงได้ตาลปัตรออกมาเป็นแบบนี้ไปได้?อาจารย์เหลียงขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าถูกเคลือบด้วยความเย็นชา “รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป นายวู่วามเกินไปแล้วเซียวรุ่ย ไม่คิดถึงผลที่ตามมาบ้างเลยหรือยังไง ถ้าไม่อยากโดนลงโทษ ก็รีบเขียนเรียงความสำนึกผิดมาส่งซะ”ไอ้หมอนั่นมันคือเหยื่อที่อาจารย์หามาจากบาร์เกย์หรือไง?ผมเกือบจะโพล่งถามออกไปแล้วนี่ผมกลายเป็นแค่ส่วนเกินในเกมของพวกเขางั้นเหรอแต่ผมจะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าผมถือไพ่เหนือกว่าอยู่ ผมจึงทำเพียงกล้ำกลืนฝืนทน นั่งลงที่โต๊ะตรงข้ามเขา“ครับ ผมจะเขียน”ผมแสร้งก้มหน้าจัดวางกระดาษและปากกาอย่างนอบน้อมราวกับยอมรับผิด ทว่าในความจริง ผมกำลังแอบเข้าเกมทำได้ตามใจนึกต่างหาก สถานะอารมณ์ของเขาแสดงผลว่า ไม่พอใจอย่างรุนแรง พร้อมแถบข้อความแสดงผลความคิดที่ทำเอาผมหน้าตึง “จะไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ได้อีก”เกลียดขี้หน้าผมขนาดนั้นเลยเหรอผมลอบแสยะยิ้มในส่วนลึกของหัวใจ ยิ่งเขาพยายามผลักไสไม่ให้ผมเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ผมก็จะยิ่งเบียดกายเข้า

  • เกมรักจับอาจารย์   บทที่ 3

    ผมโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวพรรณที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากของผมคลอเคลียอยู่ไม่ห่างแทบจะอดใจไม่ไหวอยากจะขบเม้มมันเสียให้ได้ใบหูที่ดูบอบบางรับกับกรามคมชัดนั้น ช่างดูละเอียดอ่อนและงดงามราวกับวงพระจันทร์เสี้ยว“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ?”อาจารย์เหลียงพ่ายแพ้และทิ้งตัวซบลงกับแผงอกของผมอย่างหมดท่า ริมฝีปากของเขาที่เคยปิดสนิทสั่นระริก เมื่อใบหน้าที่คมคายบัดนี้ปราศจากแว่นสายตาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกัน แววตาที่เจือไปด้วยความเปราะบางจึงปรากฏชัดมันเป็นภาพที่ช่างยั่วยวน ปลุกสัญชาตญาณดิบ จนผมแทบอยากจะฉุดกระชากคนตรงหน้าลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้าอันสูงส่งให้แปดเปื้อนด้วยน้ำมือของผมเหลือเกินอาจารย์ผู้เยือกเย็นในยามปกติ บัดนี้กลับนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของผมราวกับเด็กน้อยผู้เปราะบาง ฝันที่ผมเคยเฝ้าละเมอซ้ำแล้วซ้ำเล่ากลับกลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้เสียที“ดีขึ้นแล้ว” “ค่อยยังชั่วครับ” ผมแสร้งลอบถอนหายใจเฮือกหนึ่งให้ตายเถอะ ใครจะรู้บ้างว่าผมปรารถนาจะจูบซับรอยแดงที่หางตาคู่เย้ายวนนั่นใจจะขาด รอยระเรื่อที่เกิดจากการถูกผมรังแกผ่านเกมปริศนาที่เขาไม่เคยรู้ น้ำเส

  • เกมรักจับอาจารย์   บทที่ 2

    ในวันนี้มีเพียงคลาสเดียว ในหอพักจึงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของนักศึกษา พวกรูมเมตถ้าไม่นอนอุดอู้อยู่บนเตียง ก็เอาแต่ตะโกนด่ากันในเกม“เสี่ยเซียว สักตาไหม?”ผมตอบกลับไปอย่างเกียจคร้าน “ยุ่งอยู่”จะมีเกมไหนในโลกสนุกไปกว่าเกมทำได้ตามใจนึกอีกล่ะ?เมื่อได้ยินคำปฏิเสธ พวกรูมเมตก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรความสัมพันธ์ระหว่างผมกับรูมเมตจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ทว่ามันก็มีช่องว่างที่ไม่อาจถมเต็มได้ พวกนั้นไม่มีใครล่วงรู้ถึงรสนิยมเบื้องลึกของผมเลยแม้แต่น้อย และมักจะเอ่ยปากบ่นเสียดายแทนผมอยู่บ่อย ๆ ว่าคนเพอร์เฟกต์ทั้งรูปลักษณ์และฐานะอย่างผม ทำไมถึงยังครองตัวโสดซิงมาจนถึงทุกวันนี้นั่นก็เพราะผมไม่ใช่พวกที่ชอบฝืนใจตัวเอง สำหรับผมแล้ว หากไม่ได้ครอบครองสิ่งที่ดีที่สุด การไม่มีเลยเสียยังจะดีกว่าและอาจารย์เหลียงคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมตามหา ผมรู้ซึ้งถึงข้อนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเขา แม้แต่เส้นผมที่โค้งรับกับรูปหน้า ทุกอย่างล้วนจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ผมพึงพอใจจนไร้ที่ติราวกับสรรสร้างมาเพื่อเป็นของผมเพียงคนเดียวเท่าที่ได้ยินเสียงเล่าลือกันมา อาจารย์เหลียงเองก็ครองโสดซิงมาทั้งชีวิตเช่นกั

  • เกมรักจับอาจารย์   บทที่ 1

    “ทำได้ตามใจนึก? ชื่อเกมตรงตัวชะมัด”นาฬิกานับถอยหลังอีกไม่กี่นาทีคลาสก็จะเริ่ม ผมจดจ่ออยู่กับเกมปริศนาลึกลับที่โผล่เข้ามาในเครื่องอย่างไร้ที่มา ความนึกสนุกเริ่มเข้าครอบงำเมื่อผมลองอัปโหลดรูปของอาจารย์เหลียงลงไปในตัวละครจำลองรายละเอียดของมันยอดเยี่ยมจนน่าขนลุก ร่างจำลองบนหน้าจอสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ แม้แต่ริ้วรอยจาง ๆ บนผิวหรือความเนียนละเอียดของเนื้อสัมผัสก็ยังปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนราวกับมีชีวิต หากเกิดขึ้นในโลกความจริงได้ก็คงจะดีร่างจำลองในหน้าจอเป็นโมเดล 3D เปลือยเปล่าที่ยั่วยวนล่อตาล่อใจ ทว่าระบบกลับขึ้นข้อความแจ้งเตือนให้เติมเงินถึงจะสามารถเข้าถึงได้ ในฐานะสายฟรีผู้แน่วแน่ ผมทำเพียงเหยียดหยิ้มหยันให้กับข้อเสนอหน้าเลือดนั่นจังหวะนั้นเอง อาจารย์เหลียงก้าวเดินเข้ามาในห้องเรียน สายตาของผมเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการเยื้องกรายของเขาอย่างไม่อาจละเว้น ตั้งแต่ช่วงสะโพกสอบที่งอนโค้งได้รูปรับกับเอวคอดเพรียว ไล่เรื่อยไปจนถึงใบหน้าเรียวยาวสะอาดสะอ้าน ทุกอย่างช่างน่าลุ่มหลงจนแทบหยุดหายใจในโลกแห่งความจริง เขาแต่งกายด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบทุกระเบียบนิ้ว ท่าทางที่แสดงออกนั้นทั้งเย็นชาและสูงส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status