LOGINฮันเตอร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงดับเครื่องแล้วลงจากรถเดินตามเธอเข้าไปตลอดทางตั้งแต่ล็อบบี้จนถึงในลิฟต์ เขาไม่ได้ทำอะไรเกินกว่านั้น แม้กระทั่งตอนเดินมาถึงหน้าห้องก็ยังเว้นระยะจากเธอเหมือนเดิมไอวี่หยิบคีย์การ์ดออกมาแตะ ก่อนเปิดประตูห้องแล้วก้าวเข้าไปแต่เมื่อหันกลับมา ฮันเตอร์กลับยังยืนอยู่ที่เดิม“พี่ไม่เข้ามาเหรอคะ”ฮันเตอร์เลิกคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ“อย่าชวนเลย”“ทำไมคะ”“พี่ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นนะ”แววตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอ ก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา“ถ้าพี่เข้าไป พี่คงอดใจไม่ไหวแน่”ไอวี่ชะงักฮันเตอร์มองเธอนิ่ง ๆ“อัยยังอยากให้พี่เข้าไปอยู่ไหม”คราวนี้ไอวี่รีบส่ายหน้าทันทีฮันเตอร์หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนถอยออกไปอีกนิด“งั้นก็เข้าไปสิ”แต่ไอวี่ยังคงยืนอยู่ตรงประตู มองเขาเงียบ ๆฮันเตอร์สบตาเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังพยายามตัดใจจากอะไรบางอย่างสุดท้ายเขากลับก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธออีกครั้งไอวี่ยังไม่ทันได้ถาม เขาก็ก้มลงแตะริมฝีปากลงบนแก้มเธอเบา ๆ เพียงชั่วครู่ ก่อนผละออก“ต่อไปอย่าให้ใครขึ้นมาส่งถึงหน้าห้องแบบนี้นะ”ไอวี่มองเขาอย่างไม่เข้าใจฮันเตอร์สบตาเธ
มิรินเม้มปากกลั้นยิ้ม ส่วนไทม์เพียงยกแก้วขึ้นดื่มเงียบ ๆไอวี่เห็นสายตาของเพื่อนก็รู้ทันทีว่าทุกคนกำลังคิดอะไรเธอจึงพยายามทำสีหน้าให้นิ่งที่สุด ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่แก้มยังแดงไม่หายฮันเตอร์เหลือบมองท่าทางนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แต่ไม่ได้แกล้งเธอต่อแค่นี้ก็ดูเหมือนจะเขินจนไม่กล้ามองหน้าเขาแล้ว ............... หลังผับเลิก มายด์ที่ดื่มหนักที่สุดก็เมาจนแทบเดินไม่ไหว สุดท้ายไทม์ต้องเป็นคนอุ้มเธอออกมา ส่วนมิรินเดินตามอยู่ข้าง ๆ พร้อมรองเท้าของมายด์ที่เจ้าตัวถอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้มิรินหันกลับมาหาไอวี่“แกกลับเองได้ใช่ไหม”“ได้สิ รีบไปเถอะ”ไอวี่ตอบพลางมองตามไทม์ที่กำลังอุ้มมายด์ออกไปด้วยความเป็นห่วง“โอเค งั้นถึงแล้วบอกด้วยนะ”มิรินพยักหน้า ก่อนรีบวิ่งตามสองคนนั้นไปฮันเตอร์ที่ยืนอยู่ข้างไอวี่มองตามทั้งคู่ไปครู่หนึ่ง“เขาเป็นแฟนกันเหรอ”ไอวี่นิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนส่ายหน้า“เพื่อนกันค่ะ”“เหรอ”“ทำไมคะ”ฮันเตอร์ยังคงมองตามไทม์“แต่ไทม์ไม่น่ามองมายด์แค่เพื่อนนะ”คราวนี้ไอวี่หันมามองเขาอย่างแปลกใจ“พี่ดูออกด้วยเหรอ”ฮันเตอร์พยักหน้าเหมือ
ฮันเตอร์ยืนนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นตามรอยยิ้มของเธอโดยไม่รู้ตัวฮันเตอร์ละสายตาจากไอวี่ ก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะ แล้วทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามไทม์ที่ยังคงนั่งอยู่คนเดียวเขาเหลือบมองไปทางหน้าเวที ที่สาวๆ เต้นกันอยู่ ก่อนหันกลับมาถาม“ไม่ออกเต้นไปกับเพื่อน ๆ เหรอ”ไทม์ส่ายหน้า“ไม่อะ ปกติมาก็แค่คอยดูแลความปลอดภัยเฉย ๆ อยู่แล้ว”ฮันเตอร์เลิกคิ้วนิด ๆ“ดูแลความปลอดภัยอะไร ทุกคนก็โต ๆ กันหมดแล้ว”“ก็เพราะโตกันหมดแล้วนั่นแหละ ถึงต้องดูแล”คำตอบนั้นทำให้ฮันเตอร์หันมามองไทม์ยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ยิ่งโต คนที่เข้ามาหาก็ยิ่งไม่ได้เข้ามาด้วยจุดประสงค์ดี ๆ ทุกคน ไม่ใช่เหรอ”พูดจบสายตาของเขาก็หันมาหยุดอยู่ที่ฮันเตอร์อย่างจงใจฮันเตอร์มองกลับ ก่อนยกมุมปากขึ้นนิด ๆ“หมายถึงฉันเหรอ”ไทม์ไม่ได้ตอบ แต่สายตาก็ชัดเจนพออยู่แล้วฮันเตอร์จึงเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ“จริง ๆ ฉันจะดีหรือไม่ดี คงไม่ต้องอธิบายให้ใครฟังหรอก”เขาเหลือบมองไปทางไอวี่อีกครั้ง“แค่อัยรู้คนเดียวก็พอ”ไทม์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า“ใช่ แค่อัยรู้คนเดียวก็พอ”ฮันเตอร์หันกลับมามองเขา“แต่ถ้าวันไหนอ
ไทเกอร์ส่ายหน้า“ก็ได้กินน้องเขาไง อย่ามาแกล้งโง่หน่อยเลย”ฮันเตอร์ส่ายหน้า“ยัง”“มึงอย่ามาโกหก” เอเดนสวนทันที “ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมพวกมึงถึงมากันป่านนี้วะ”“น้องเขาหลับ เพิ่งตื่น”ไทเกอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า“เดี๋ยวนะ...นี่มึงไม่สบายหรือเปล่าวะ”“อะไรอีก”“ลงทุนพาผู้หญิงไปห้อง ทั้งที่ไม่เคยพาใครไป แล้วไม่ได้อะไรเลยเนี่ยนะ”ฮันเตอร์กำลังจะตอบ แต่กลับชะงักไปเล็กน้อยไม่ได้อะไรเลยงั้นเหรอ...ภาพไอวี่ที่หลับตาเคลิบเคลิ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว ตามด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากริมฝีปากของเธอมุมปากของฮันเตอร์ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ก็ไม่ถึงกับไม่ได้อะไรเลยหรอก”ไทเกอร์กับเอเดนหันมองหน้ากันทันที“นั่นไง!” ไทเกอร์ชี้หน้า “กูว่าแล้ว”ฮันเตอร์หัวเราะ ก่อนส่ายหน้า“เรื่องของกูเหอะ”เอเดนไม่ได้หัวเราะตาม คราวนี้กลับมองเพื่อนนิ่ง ๆ อย่างจับสังเกตอยู่พักหนึ่ง“ไอ้ฮันเตอร์”“อะไร”“นี่มึงจะจริงจังกับน้องเขาใช่ป่าววะ”ฮันเตอร์ชะงักเล็กน้อยเอเดนมองเขาอย่างรู้ทัน“มึงดูแปลกไปจริง ๆ นะ”ฮันเตอร์ไม่ได้ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเพียงยิ้มมุมปาก
เขาถอนหายใจเบา ๆเสียดายอยู่เหมือนกันที่โทรศัพท์ดันดังขึ้นเสียก่อนฮันเตอร์ส่ายหน้าให้กับความคิดตัวเอง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นขวดน้ำหอมราคาแพงที่วางอยู่หน้ากระจกของไอวี่...เขาหยิบมันขึ้นมาดู พลิกขวดในมือไปมาเล็กน้อยปกติเขาไม่ชอบให้ใครทิ้งของส่วนตัวไว้ในห้องของเขา ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กแค่ไหนก็ตาม เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนมีใครเข้ามาทิ้งร่องรอยไว้ในพื้นที่ส่วนตัวแต่แปลก...พอเป็นของไอวี่ เขากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยสักนิดตรงกันข้าม เขากลับชอบที่ได้เห็นของของเธอวางอยู่ตรงนี้เสียด้วยซ้ำฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก ก่อนวางขวดน้ำหอมกลับลงที่เดิมอย่างตั้งใจเอาไว้ตรงนี้แหละครั้งหน้าค่อยกลับมาเอาแล้วกันอย่างน้อย...เขาก็มีเหตุผลให้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง ..............ฮันเตอร์ขับรถพาไอวี่มายังผับที่เพื่อน ๆ นัดกันไว้ตลอดทางไอวี่แทบไม่พูดกับเขาเลย นอกจากตอบคำถามสั้น ๆ เป็นบางครั้ง แถมยังเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมหันมาสบตากับเขาตรง ๆฮันเตอร์สังเกตเห็นทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูดแซว ปล่อยให้เธอนั่งเงียบไปตลอดทางจนกระทั่งรถจอดสนิท ไอวี่รีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูทันทีแต่ยัง
เธอนั่งลงข้างโซฟา ตั้งใจจะปลุกเขา แต่พอขยับเข้าไปใกล้ สายตากลับเผลอหยุดอยู่บนใบหน้าของคนที่กำลังหลับสนิทตอนหลับเขาดูต่างจากเวลาปกติไม่น้อยไม่มีสายตาเจ้าเล่ห์หรือรอยยิ้มกวน ๆ ที่ชอบทำให้เธอเสียอาการ ใบหน้าหล่อคมที่ปกติดูมั่นใจกลับสงบนิ่ง คิ้วเข้มคลายลง ขนตายาวทอดอยู่เหนือแก้ม จนดูอ่อนโยนกว่าปกติไอวี่มองแล้วเผลอยิ้มออกมาตอนหลับแบบนี้...ก็ดูน่ารักเหมือนเด็ก ๆ เหมือนกันแฮะเธอนั่งมองเขาเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะค่อย ๆ ไล่จากคิ้วเข้ม ผ่านจมูกโด่งเป็นสัน แล้วมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากได้รูปรอยยิ้มของเธอค่อย ๆ จางลง เมื่อความทรงจำในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาริมฝีปากที่ตอนนี้ดูนิ่งสงบ กลับเป็นริมฝีปากเดียวกับที่เคยจูบเธออย่างช่ำชอง จนทำเอาเธอแทบหายใจไม่ทันใบหน้าของไอวี่เริ่มร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัวทั้งที่ควรละสายตา แต่เธอกลับยังคงมองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเผลอขยับเข้าไปใกล้ทีละนิดโดยไม่ทันรู้ตัวใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ...จนกว่าจะรู้ตัวอีกที ใบหน้าของเธอก็อยู่ห่างจากเขาเพียงนิดเดียวแต่แล้ว—“จูบสิ...รอนานแล้วนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ลืมตาไอวี่เบิกตากว้าง ก่อนรีบผละตัวออกด้วยความตกใจแ







