LOGINเด็กดื้อคนนี้ ยังพอฟังกันบ้าง
ตลอดการซ้อม ไอวี่ตั้งใจ เดินกลางแดดก็ไม่บ่นสักคำ จนกระทั่งการซ้อมสิ้นสุดลง นักกีฬาทยอยเดินออกจากสนาม ไอวี่กำลังจะเก็บของเตรียมกลับ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเอวาเดินตรงเข้ามาทางฮันเตอร์ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเขา “พี่ฮันเตอร์คะ” ฮันเตอร์หันมาตามเสียงเรียก “ขอถ่ายรูปไปทำรายงานได้ไหมคะ” “ได้สิ” เขาพยักหน้ารับ ก่อนขยับเข้ามายืนข้างเธอ ไอวี่ยกโทรศัพท์ขึ้น แต่แกล้งทำหน้าลำบากใจ “พี่ถือโทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหมคะ แบบนี้อัยหน้าใหญ่มากเลย” ฮันเตอร์หัวเราะเบา ๆ “เรื่องเยอะจริง” เขารับโทรศัพท์จากมือเธอ แล้วหันกล้องกลับมาเตรียมถ่ายเซลฟี จังหวะนั้นเอง ไอวี่ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนแกล้งเสียหลัก “อุ๊ย!” ร่างบางเอนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากแตะแก้มของฮันเตอร์เพียงเสี้ยววินาที ฮันเตอร์ชะงักไปทันที เขาหันมามองเธออย่างตกใจ ส่วนไอวี่ก็รีบถอยออก สีหน้าตื่นไม่แพ้กัน “ขอโทษค่ะ!” เธอยกมือปิดปากตัวเอง “อัยเซ…ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” ฮันเตอร์มองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี “ไม่เป็นไร” เขายื่นโทรศัพท์คืนให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ในดวงตากลับบอกอีกอย่าง ไอวี่รับโทรศัพท์มา ก่อนรีบกล่าวขอบคุณ “งั้นอัยไปก่อนนะคะ” เธอหมุนตัวเดินออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินพ้นฮันเตอร์มาได้ไม่กี่ก้าว เธอหันไปมองด้านหลัง เห็นเอวาหยุดยืนอยู่ไกล ๆ สีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหันกลับและเดินจากไป ไอวี่เม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างคนพอใจ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วกลับคอนโดอย่างอารมณ์ดี เมื่อกลับมาถึงคอนโด ไอวี่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปที่ถ่ายไว้ในวันนี้ มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างพอใจ เสียงเรียกเข้าดังขึ้นในจังหวะนั้น หน้าจอขึ้นชื่อ ป๊า ไอวี่สูดหายใจเบา ๆ ก่อนกดรับสาย “มีอะไรคะ” “แกรู้จักกับฮันเตอร์เหรอ” เธอชะงักไปเล็กน้อย “ค่ะ” ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนเสียงของผู้เป็นพ่อจะดังขึ้นอีกครั้ง “เอวากับฮันเตอร์เขาคบกันอยู่” “แกเลิกยุ่งกับเขาซะ” น้ำเสียงเด็ดขาดจนแทบไม่มีช่องให้โต้แย้ง “น้องเสียใจมาก ตั้งแต่กลับถึงบ้านก็ร้องไห้ไม่หยุด” ไอวี่หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างคนสมเพชตัวเอง “ทำไม…ป๊าต้องมาห้ามอัยด้วย” เธอถามเสียงนิ่ง แต่ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว “แล้วถ้าอัยเสียใจ…ร้องไห้บ้าง” “มันไม่สำคัญใช่ไหมคะ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงเข้มจะตอบกลับมา “อย่าพูดมาก” “ถ้าแกยังไม่ฟัง…ป๊าจะตัดค่าใช้จ่ายแกทั้งหมด” ประโยคนั้นเหมือนมีค้อนหนัก ๆ ทุบลงกลางอก ไอวี่กำโทรศัพท์แน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนซีด สุดท้าย… เธอไม่พูดอะไรอีก เพียงกดตัดสาย ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไอวี่ยังคงนั่งนิ่ง มองหน้าจอที่ดับลง ไม่นานนัก… หยดน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลลงอาบแก้ม เธอรีบยกมือขึ้นเช็ด แต่ยิ่งเช็ด น้ำตากลับยิ่งไหล พ่อเลือกเชื่อน้องสาว โดยไม่เคยถามความรู้สึกของเธอเลยสักครั้ง ไอวี่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที...เปลือกตาก็หนักอึ้ง เธอเผลอหลับไปทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้ม ... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทำให้ไอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น รอบห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากอาคารด้านนอกที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เกือบสี่ทุ่มแล้ว ไอวี่นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว เธอเปิดอัลบั้มรูป เลือกรูปนักกีฬาที่ถ่ายไว้ในวันนี้ แล้วกดส่งไปให้ฮันเตอร์ จากนั้นพิมพ์ข้อความสั้น ๆ [ฝากส่งให้พี่ ๆ นักกีฬาด้วยนะคะ 😊] ส่งข้อความไปแล้ว...เธอกลับไม่ยอมวางโทรศัพท์ สายตาจับจ้องหน้าจอ รอลุ้นว่าอีกฝ่ายจะอ่านเมื่อไร ไม่นานนัก คำว่า อ่านแล้ว ก็ปรากฏขึ้น หัวใจของไอวี่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมา [ฮันเตอร์ : ยังไม่นอนเหรอ] ไอวี่ยิ้มบาง ๆ แล้วกดโทรออกทันที ปลายสายรับแทบจะในทันที “ว่าไง” “ไปทานข้าวกันไหมคะ” ฮันเตอร์เลิกคิ้ว มองนาฬิกาบนผนังห้อง “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” “ดึกแล้วนะ” “หลับไปค่ะ เพิ่งตื่น” ไอวี่ตอบเสียงอ่อย “พี่ทานแล้วสินะคะ” เธอเงียบไปนิด ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “งั้นไม่รบกวนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอัยออกไปหาอะไรกินเอง” ปลายสายเงียบไปเพียงครู่เดียว ก่อนฮันเตอร์จะตอบกลับเสียงเรียบ “ส่งที่อยู่มา” ไอวี่ชะงัก “เดี๋ยวพี่ไปรับ” มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ค่ะ” เธอตอบรับเบา ๆ ก่อนกดวางสาย จากนั้นรีบส่งโลเคชั่นคอนโดให้เขาทางข้อความ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกเดรสสีดำเรียบหรูที่เข้ารูปเล็กน้อย แต่งหน้าอ่อน ๆ เพิ่มลิปสติกสีชมพูระเรื่อ ปล่อยผมยาวสลวยให้ดูเป็นธรรมชาติ เมื่อมองตัวเองในกระจก เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะพูดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “ถ้าอยากให้อัยเลิกยุ่ง...” ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ “ป๊าก็ต้องเอาของของแม่อัยคืนมาก่อน” เธอจะไม่ยอมถอยอีกแล้ว ..................... ไม่นานนัก โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชื่อของฮันเตอร์ปรากฏบนหน้าจอ “ลงมาได้แล้ว” “ค่ะ” ไอวี่หยิบกระเป๋าแล้วรีบลงลิฟต์ภายในกว้างกว่าที่เธอคิดมาก ห้องรับแขกเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารและครัวแบบเปิด กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นวิวเมืองด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นโทนดำ เทา และน้ำตาลเข้ม ดูเรียบหรูแต่ทันสมัย ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบจนแทบไม่มีของวางเกะกะ ครั้งก่อนที่มา เธอมัวแต่ตกใจกับสถานการณ์จนแทบไม่ได้สังเกตอะไรเลย “มองอะไร” เสียงของฮันเตอร์ดังขึ้นด้านหลัง “เปล่าค่ะ ห้องพี่สวยดี” ฮันเตอร์เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเย็นออกมาขวดหนึ่งแล้วยื่นให้เธอ “เอ่อ...พี่ไปอาบน้ำเถอะค่ะ” ฮันเตอร์พยักหน้า ก่อนเดินเข้าไปในห้อง ไอวี่จึงเดินไปนั่งรอที่โซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก เธอเงยหน้าขึ้นตามเสียง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่คนที่เพิ่งเดินออกมา ฮันเตอร์เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวสบาย ๆ เส้นผมที่เพิ่งสระยังเปียกหมาด ปรกลงมาบริเวณหน้าผากเล็กน้อย ใบหน้าหล่อที่ปกติดูดีอยู่แล้วกลับดูสะดุดตาขึ้นไปอีกในลุคเรียบ ๆ แบบนี้ ไอวี่เผลอมองเขานิ่งอยู่หลายวินาที ฮันเตอร์สังเกตเห็นจึงยิ้ม “มองอะไรเนี่ย” เขายกมือเสยผมที่ยังเปียก “เริ่มเขินแล้วนะ” ไอวี่ห
“แล้วพี่แย่งของอัยไปทำไมคะ”ฮันเตอร์ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนตอบหน้าตาเฉย“มันขโมยของมหาวิทยาลัยมันมา พี่ช่วยเก็บหลักฐาน”“...”ไอวี่มองเขานิ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาข้ออ้างอะไรของเขาเนี่ยฮันเตอร์มองรอยยิ้มสวย ๆ ของเธออยู่ครู่หนึ่งแค่เห็นเธอยิ้ม เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“จะไปเปลี่ยนชุดไม่ใช่เหรอ”ไอวี่พยักหน้า “ค่ะ”“ชุดเราอยู่ในรถพี่”ฮันเตอร์หยิบกุญแจรถออกมายื่นให้เธอ“เอาไปสิ”ไอวี่รับมาอย่างงง ๆ“แล้วอัยจะคืนพี่ยังไง พี่เดินไปด้วยกันได้ไหมคะ”“พี่ต้องไปเตรียมตัวแข่งแล้ว”เขาถอยหลังไปสองก้าว ก่อนยิ้มให้เธอ“เจอกันที่สนามบาสนะ”พูดจบก็หันหลังเดินออกไปทันที“อะ...พี่ฮันเตอร์”ไอวี่เรียกตาม แต่เจ้าตัวกลับยกมือขึ้นโบกโดยไม่หันกลับมาเธอก้มมองกุญแจรถในมือ ก่อนถอนหายใจเบา ๆแบบนี้ก็เท่ากับว่า...เธอต้องเอากุญแจไปคืนเขาที่สนามบาสอยู่ดีสินะไอวี่มองตามแผ่นหลังของฮันเตอร์ที่เดินห่างออกไป“วางแผนไว้แล้วหรือเปล่าเนี่ย...”เธอบ่นเบา ๆ ก่อนกำกุญแจในมือแล้วเดินไปทางลานจอดรถ...............หลังเปลี่ยนชุดเสร็จ ไอวี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามิริน“พวกแกอยู่ไหนกัน”เสียงรอบข้างจากปลายสายดังจนแทบ
ทันใดนั้นเสียงโห่จากกลุ่มนักกีฬาที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ดังขึ้นทันที“โห่!”“บันไดไม่ต้องแล้วมั้ง!”“แบบนี้ตั้งใจลืมหรือเปล่านะ!”เสียงหัวเราะดังตามมาเป็นระยะใบหน้าของไอวี่ร้อนขึ้นทันที เธอไม่รู้จะมองไปทางไหน จึงได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อยฮันเตอร์เองไม่ได้สนใจเสียงแซว เขาอุ้มเธอแล้วส่งเธอขึ้นไปนั่งด้านบนอย่างระมัดระวัง“โอเคไหม”“ค่ะ”เมื่อแน่ใจว่าเธอนั่งเรียบร้อยดีแล้ว ฮันเตอร์จึงหันกลับไปหากลุ่มนักกีฬาที่ยังส่งเสียงแซวไม่เลิก“เอาล่ะ เลิกเล่นได้แล้ว”เขาปรบมือสองครั้งเรียกทุกคน“ประจำที่ ขบวนจะเริ่มแล้ว”“ครับ ประธาน!”เสียงตอบรับดังพร้อมเสียงหัวเราะฮันเตอร์ส่ายหน้า ก่อนหันกลับไปมองไอวี่อีกครั้งเธอยังคงนั่งอยู่ด้านบน แก้มมีสีแดงจาง ๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่พอสบตากับเขา ไอวี่ก็รีบหันไปอีกทางฮันเตอร์เห็นอย่างนั้นก็หลุดยิ้มออกมานิดหนึ่ง ก่อนเดินกลับไปเตรียมตัวกับทีมของตัวเอง...........ขบวนพาเหรดของแต่ละมหาวิทยาลัยค่อย ๆ เคลื่อนผ่านสนาม ท่ามกลางเสียงเชียร์จากนักศึกษารอบอัฒจันทร์ตลอดทางมีสายตาของนักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัยอื่นมองไอวี่อย่างสนใจหนึ่งในนั้นคือ คีรัน หนุ่มหล่อ กัปตันทีมบาสของมหาวิ
ไอวี่มองเขาแล้วอดคิดไม่ได้เมื่อกี้ยังทำหน้าดุอยู่เลย...พอเธอยอมก็ยิ้มเสียอย่างนั้น“งั้นพี่กลับแล้วนะ”“ค่ะ” ไอวี่เปิดประตูลงจากรถ ก่อนหันกลับมา “ขับรถดี ๆ นะคะ”เธอยกมือโบกให้เล็กน้อยฮันเตอร์ยิ้มรับ ก่อนขับรถออกไปไอวี่ยืนมองรถของเขาจนลับสายตา แล้วจึงหันกลับเข้าไปในคอนโด............หลังอาบน้ำเสร็จ ไอวี่เดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมีข้อความจากฮันเตอร์ส่งเข้ามาตอนที่เธอกำลังอาบน้ำเธอกดเปิดอ่านHunter : ถึงห้องแล้วครับไอวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปIvy : บอกอัยทำไมคะไม่นานข้อความจากอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาHunter : ก็อยากให้รู้แล้วอีกข้อความก็ตามมาติด ๆHunter : วันนี้ไม่ได้ไปไหน กลับห้องแล้วครับนิ้วของไอวี่ชะงักอยู่เหนือหน้าจอเธอมองข้อความนั้นซ้ำอีกครั้งนี่เขา...กำลังรายงานตัวกับเธอเหรอทั้งที่เธอก็ไม่ได้ถามสักหน่อยว่าจะไปไหนต่อหรือเปล่าHunter : เจอกันพรุ่งนี้นะครับHunter : ฝันดีไอวี่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนพิมพ์ตอบIvy : ค่ะ ฝันดีนะคะเธอวางโทรศัพท์ลงข้างหมอน ก่อนเอนตัวลงบนเตียงแต่เพียงไม่นานก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความของเขาอ
เขาชี้ไปยังเสื้ออีกตัวที่แขวนอยู่ด้านหลังรถ“ได้ค่ะ”ฮันเตอร์จึงขยับตัวหันไปด้านหลัง แล้วเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแต่เพราะเสื้อแขวนอยู่เยื้องมาทางฝั่งของไอวี่ เขาจึงต้องโน้มตัวผ่านเข้ามาใกล้เธอโดยไม่ตั้งใจไอวี่ชะงักกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาปะปนกับกลิ่นฝนลอยเข้ามาใกล้ ทำให้ใจเธอเต้นแรงขึ้นมาเธอขยับตัวชิดเบาะโดยอัตโนมัติ พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรไม่นานฮันเตอร์ก็หยิบเสื้อมาได้ ก่อนขยับกลับไปนั่งที่เดิมเขาก้มมองเสื้อเปียกของตัวเอง แล้วเหลือบมองเธอ“เอ่อ...พี่ขอเปลี่ยนเสื้อได้ไหม”ไอวี่ไม่ได้คิดอะไร จึงพยักหน้ารับทันที“ได้สิคะ”“อืม”ฮันเตอร์พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อไอวี่ที่กำลังมองออกไปด้านนอกเหลือบกลับมาเห็นพอดี ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อยเดี๋ยวนะ...เปลี่ยนเสื้อ...ก็ต้องถอดเสื้อสิใบหน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาทันที ก่อนรีบหันกลับไปอีกทางแทบไม่ทันหัวใจเต้นแรงจนตัวเองยังรู้สึกได้ถึงจะรู้ว่าไม่มีอะไร แต่เธอก็ไม่เคยต้องมานั่งอยู่ใกล้ผู้ชายที่กำลังเปลี่ยนเสื้อแบบนี้มาก่อนฮันเตอร์เหลือบมองคนข้าง ๆ ที่จู่ ๆ ก็หันหน้าไปทางหน้าต่างเสียเต็มที่มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเมื่อกี้ยังตอบว
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ดับลงอีกครั้งไอวี่มองหน้าปัด ก่อนเงยหน้ามองฮันเตอร์ที่ยืนอยู่ด้านนอกรถ“ดับอีกแล้วค่ะ”ฮันเตอร์ขมวดคิ้ว ก่อนเปิดฝากระโปรงขึ้นดูอีกครั้งคราวนี้เขาใช้เวลาไม่นานก็ปิดมันลง“ไม่ต้องลองแล้ว”ไอวี่เปิดประตูลงมา“เป็นอะไรคะ”“น่าจะมีปัญหาที่ระบบจ่ายน้ำมัน”“ซ่อมได้ไหมคะ”“ตรงนี้ไม่ได้”ฮันเตอร์ส่ายหน้า“ต้องให้ศูนย์เช็กอีกที ขืนฝืนสตาร์ตไปก็ไม่มีประโยชน์”ไอวี่พยักหน้ารับ ก่อนมองรถตัวเองอย่างเซ็ง ๆฮันเตอร์เหลือบมองถนนรอบ ๆ ก่อนหันกลับมาหาเธอ“ไปนั่งรอในรถพี่ก่อน”คราวนี้ไอวี่ไม่ได้ปฏิเสธ เดินตามเขาไป“ค่ะ”เธอหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ออกจากรถ ก่อนล็อกประตูให้เรียบร้อยฮันเตอร์รอจนเธอจัดการเสร็จ จึงเดินนำกลับไปที่รถของตัวเองไอวี่เดินตามหลังฮันเตอร์ไป ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถของเขาเงียบ ๆไม่นานนัก ลมด้านนอกก็เริ่มพัดแรงขึ้น กิ่งไม้ริมทางไหวไปมาตามแรงลมฮันเตอร์เหลือบมองออกไปนอกกระจก“เหมือนฝนจะตกเลย”สิ้นเสียงเขาได้ไม่นาน เม็ดฝนก็เริ่มตกกระทบกระจก ก่อนจะเทลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นด้านนอกภายในรถกลับเงียบสนิท มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำลงบนหลังคาไอวี่นั่งมองออกไปนอกหน้า







