Mag-log inน้ำแข็งยังไม่ทันละลายหมดแก้ว ร่างแบบบางในชุดเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนขาสั้นขาดรุ่ยก็เดินตรงมาที่โต๊ะพวกเขา เรียวขาขาวเนียนทำให้พวกหมาป่าหิวโหยจับจ้องไม่วางตา วินเนอร์ขมวดคิ้วยุ่ง เงยหน้ามองใบหน้าน่ารักใต้กรอบแว่นเชยๆ ผมเผ้าฟูฟ่อง ภาพลักษณ์ก็ไม่น่ามองสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงหงุดหงิดใจขนาดนี้
“ใส่ชุดบ้าอะไรมา กางเกงขายาวไม่มีแล้วหรือไง?”
“ก็มันไม่มีชุดไหนแล้ว”
เธอไม่ได้โกหก ชุดนี้ธรรมดาที่สุดในตู้เสื้อผ้าเธอแล้วแหละ แต่มันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง ดูวินเนอร์ทำหน้าสิ อย่างกับเธอมีความผิดฐานไปฆ่าใครตาย
“มาจริงด้วยว่ะ แม่ง ต้องเปิดเหล้าเลยกู หมดแล้วเงินเติมเกมกู”
“ใครจะไปนึกว่าจะมาจริง ๆ”
“เอ้า ยืนอยู่ทำไม มานั่งนี่”
เจ้าของดวงตากลมหันไปมองวินเนอร์ราวกับจะขอความช่วยเหลือ แต่ไม่รู้ทำไมพอสบตากันกลับอ้าปากไม่ออก จำใจเดินไปอีกทาง
เพื่อขยับไปนั่งให้มันจบๆ ไป แต่ยังไม่ทันไรก็โดนมือแกร่งดึงจนล้มลงนั่งข้างคนตัวสูงที่สุดในกลุ่ม
“โอ๊ยย เจ็บนะวิน ปล่อยแขนเราก่อน”
ลูกพีชบิดข้อมือตัวเองออกให้เป็นอิสระ วินเนอร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ไม่ยอมให้เธอลุกขยับออก แก้วเหล้าถูกวางลงตรงหน้าคนตัวเล็ก เธอลังเลเล็กน้อย เหล้าดีกรีแรงแถมราคาแพงที่เป็นของเดิมพันเมื่อครู่ถูกรินลงแก้วใส
เดี๋ยวสิไม่เรียกแท็กซี่ให้เธอเหรอ แผนเธอไม่ใช่แบบนี้นี่
แล้วไอ้บ้านี่มันจะพาเธอไปไหนกัน ปลุกเธอมาถามทางกลับบ้านก่อนสิเว้ยย!!!
น่าแปลกใจที่นั่งรถมาได้สักพักแล้วแต่วินเนอร์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะปลุกเธอมาถามทางกลับบ้านแม้แต่น้อย จะว่าไปไอ้คนขับรู้ว่าบ้านเธออยู่ไหนก็ไม่น่าจะใช่ ลูกพีชแอบลืมตาขึ้นข้างหนึ่งเพื่อมองทิวทัศน์รอบตัว เมื่อเห็นป้ายบอกก็รู้ว่าทิศทางคือคนละซีกเมืองกับคอนโดฯ ของเธอเลยด้วยซ้ำ
“อื้อออ” ทำอะไรไม่ได้เลยต้องรีบแกล้งตื่นมีสติโดยด่วน สารถีจำเป็นหันกลับมามองเธอทันที
“นี่มึงไหวไหมเนี่ยลูกพีช”
“อื้อ ไหว ปล่อยฉันให้ลงตรงนี้ก็ได้”
“กูให้คิดอีกที มึงจะลงตรงนี้จริง?”
ดวงตากลมกวาดมองไปนอกรถอีกครั้ง คราวนี้แสงสีจากเมืองใหญ่หายไปแล้ว เห็นแค่พงหญ้าขึ้นสูงท่วมหัว แถมยังไม่มีไฟสักดวง บรรยากาศราวกับจะมีผีโผล่มาดักหน้ารถ ใจดวงน้อยเต้นโครมครามด้วยความกลัว หมอนี่คงไม่ได้บ้าคิดจะเอาเธอมาฆ่าทิ้งใช่ไหมนะ? ไม่หรอกมั้ง
“ทำไมทางเปลี่ยวแบบนี้ หรือว่านาย…จะทำมิดีมิร้ายฉัน” แต่ถามสักหน่อยก็ดี แพ้เสียงในหัว
“คิดเพ้อเจ้ออะไรของมึงอีก มันทางลัดไปคอนโดกูต่างหาก”
“แล้วจะไปคอนโดวินทำไม”
“ก็มึงไม่ยอมตื่นมาบอกกูว่าบ้านมึงอยู่ไหน หรือจะให้กูเลี้ยวเข้าโรงแรมหรือไง”
วินเนอร์พูดเสียงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจ ส่วนหนึ่งเพราะขาขาว ๆ นั่นที่ทำเอาเขาปั่นป่วน กางเกงส้นตีนอะไร แม่ง สั้นฉิบหาย กูอยากถอดแล้วเอาไปเผาให้มันจบ ๆ
“ก็แล้วทำไมไม่ปลุกเล่า”
“เลิกบ่นสักที ลงได้แล้ว”
รถหรูจอดนิ่งใต้คอนโดฯ ราคาแพง วินเนอร์หันไปสั่งคนตัวบางอย่างเอาแต่ใจ แต่ให้ตายเถอะ ลูกพีชดื้อกว่าที่เขาคิด เธอนั่งกอดอกนิ่ง สะบัดหน้าที่ประดับด้วยกรอบแว่นเทอะทะไปอีกทาง
คิดว่าตัวเองน่ารักมากมั้ง
“ลงรถเดี๋ยวนี้ลูกพีช”
“ไม่”
“อ้าปากอีกรอบกูจะจูบให้ปากช้ำ”
เขากระซิบขู่ ปลดเบลท์ของตัวเองแล้วชะโงกหน้าไปใกล้ ลูกพีชหันมาเตรียมเปิดปากด่าด้วยความเหลืออดเหลือทน เธอนับเลขได้แค่สามแสนกว่า แต่วันนี้ขอข้ามไปหนึ่งล้านเลยละกัน!
“ใครมันจะไปยอ... อื้ออ เดี๋ยวสิวิน อือออ”
“กูเตือนแล้วไงพีช” วินเนอร์ผละจูบออก ก่อนจะก้มลงไปจูบใหม่
รสสัมผัสแปลกใหม่ชวนให้ชายหนุ่มลุ่มหลงได้อย่างง่ายดาย เรียวลิ้นเล็กกวาดไปมาเงอะงะไม่เป็นงานสักนิด เขาต้องค่อย ๆ ดูดลิ้นเธอแล้วชักนำให้ไปตามตัวเอง เสียงจูบดังก้องทั่วทั้งรถ ลมหายใจสองสายสอดประสาน จวบจนกลีบปากนิ่มช้ำชอกแดงก่ำตามที่วินเนอร์ลั่นไว้ เขาถึงค่อยผละปากออกช้า ๆ น้ำลายใสไหลยืดเชื่อมทั้งสองไว้ด้วยกันครู่หนึ่งก่อนจะหายไป
“ปล่อย”
ลูกพีชทำลายบรรยากาศวาบหวามด้วยการเอ่ยบอกเบา ๆ แต่คนตัวโตไม่ยอม ดื้อแพ่งช้อนเอาปลายคางมนให้หันกลับมาหา กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางในลมหายใจมอมเมาเราสองให้ลุ่มหลง
“ลูกพีช” เสียงทุ้มกระซิบ “เงยหน้าหน่อย อย่าให้กูต้องใช้กำลัง” เขาใช้จมูกคลอเคลียหน้าผากมนของเธอเชื่องช้า
ลูกพีชกำลังคิดว่าตอนนี้เธอเมาอยู่หรือเปล่า ก็อาจจะใช่ เพราะถ้าไม่เมา เธอคงไม่มีทางเงยหน้าขึ้นรับจูบจากเขาอีกครั้งแน่นอน
“แล้วสิงห์เป็นไงบ้าง มาอยู่กับแพรไหมหลายวัน ปรับตัวได้หรือยัง?”“แพรไหมดูแลผมดีมากครับ”“ดีแล้ว แม่ก็ดีใจที่คู่หมั้นได้เจอหน้ากันสักที ว่าแต่ยัยแพรจำสิงห์ได้เหรอลูก?” หญิงวัยกลางคนลูบหลังชายหนุ่มแล้วถามเสียงนุ่ม พวกเขาคุยกันไม่ดังมากนักเพราะกลัวจะรบกวนคนหลับ “คู่หมั้น…เหรอคะ?”แต่เหมือนจะยังดังเกินไปอยู่ดี เพราะตอนนี้แพรไหมลืมตามองทุกคนอยู่บนเตียงแล้ว คิ้วเรียวขมวดมุ่นให้กับสิ่งที่ได้ยิน ร่างเล็กยันตัวขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สิงห์จึงถือวิสาสะช่วยประคอง นั่นทำเอาแพรไหมมองตาขวาง“แพรไหม เป็นไงบ้างคะลูก?”“แม่ เมื่อกี้แม่พูดอะไรนะคะ แม่ว่าใครเป็นคู่หมั้นใครนะ?”“สิงห์ยังไม่ได้บอกแพรเหรอลูก ว่าสิงห์เป็นคู่หมั้น”“ตั้งใจจะบอกเร็ว ๆ นี้ครับ” สิงห์เหนือกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเมื่อเห็นว่าคนป่วยมีแรงเหลือพอจะลุกขึ้นนั่งทำหน้างอแล้ว“เห็นบอกแม่กับพ่อว่าให้ปิดไว้ก่อนกลัวแพรตกใจ แล้วจะมาบอกเอง แม่ก็นึกว่าได้คุยกันแล้ว”“ทำไม…นี่แก!” คราแรกแพรไหมไม่เข้าใจ แต่พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ก็หันไปพูดเสียงเข้มใส่สิงห์เหนือที่นั่งทำหน้าทองไม่รู้ร้อนอยู่ทันที ถ้าเป็นแบบนี้คือสิงห์เหนือไม่ใช่คนสวน แต่เป็นคู
คนที่เพิ่งนั่งลงได้ไม่ถึงสิบนาทีดีดักลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนจะก้าวยาว ๆ ตรงไปยังไทเกอร์ที่ตั้งท่าจะอุ้มแพรไหม ทว่ากลับมีมือหนาคว้าเอวเธอแล้วดึงให้เข้าประชิดตัว ก่อนจะช้อนอุ้มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน“เดี๋ยวสิน้อง!” ไทเกอร์ยืนขวางหน้าเครียด เขากำลังทำเรื่องเสี่ยงตายอย่างการกำลังจะมีปัญหากับลูกหลานผู้มีอิทธิพล แต่จะให้มองดูเพื่อนร่วมปีโดนอุ้มไปต่อหน้าต่อตาก็ทำไม่ได้เช่นกัน “แพรไหมเป็นเพื่อนพี่ พี่จะพาเธอไปพักเอง น้องเป็นใครถึงมาอุ้มเพื่อนพี่ แบบนี้?”ดวงตาคมกริบมองรุ่นพี่ทั้งหลายที่ยืนล้อมตัวเองไว้ก่อนจะพรูลมหายใจเบา ๆ ดวงตาคมกรอกไปด้านบนเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิด แต่เมื่อขี้เกียจจะหาข้ออ้าง ท้ายที่สุดก็เอ่ยบอกไปแบบดื้อ ๆ“เป็นผัว”“ห๊ะ อะไรนะ ไม่ตลกนะโว้ย?”“เป็นผัวแพรไหมครับ”ไทเกอร์ช็อค ฟรังค์ช็อค และทุกคนที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น แต่คนพูดก็ไม่แยแสอะไร เพราะเริ่มรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เขาเลยแทรกตัวเดินผ่านทุกคนไปดื้อ ๆ แต่เพื่อนสาวคนสนิทก็ยังดื้อรั้นตามไปเพราะความเป็นห่วงแพรไหม เธอยืนขวางร่างสูงอีกครั้ง จนสิงห์เหนือชักจะอารมณ์เสีย“ปล่อ
“แพรไหม แกไหวไหมวะ?” ฟรังค์ลูบแขนเพื่อนสาวที่สภาพไม่ค่อยดีนักด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ใบหน้าหวานของแพรไหมตอนนี้ซีดเซียวชนิดที่ว่าเครื่องสำอางค์ก็ปิดไม่มิด ดวงตาคู่สวยฉายแววเหนื่อยล้า แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแพรไหมก็ยังยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ที่ถามตัวเองอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรฟรังค์ เราแค่นอนไม่พอ”“ไปนั่งพักก่อนก็ได้นะ”“เราไหวน่า”เจ้าของร่างแบบบางยืนยันกับเพื่อนหนักแน่น ทั้งที่ความจริงก็รู้สึกแย่ไม่น้อย เพราะเมื่อวานเธอโดนผู้ชายคนนั้นเล่นงานจนแทบลุกมาเรียนไม่ไหว แต่เนื่องจากเป็นกิจกรรมรับน้องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนก็ดูเหมือนไม่ค่อยพออยู่แล้ว เพราะมีบางคนต้องไปเตรียมงานอื่น ถ้าเธอไปอีกคนก็คงทำกิจกรรมลำบากขึ้นอีก สู้มาช่วยเพื่อน ๆ คงจะดีกว่าเธอเป็นรุ่นพี่ปีสาม และกิจกรรมนั่นคือการรับน้องที่จัดขึ้นในคณะ รุ่นพี่หลายคนถูกแบ่งกลุ่มไปทำแต่ละหน้าที่แตกต่างกันไป แพรไหมกับกลุ่มเพื่อนได้รับหน้าที่เป็นพี่สันทนาการร่วมกับเพื่อนในคณะคนอื่นอีกนิดหน่อย พวกเขายืนเรียงกันในโซนหลัง ส่วนด้านหน้าคือกลุ่มรุ่นน้องที่นั่งเรียงรายและพี่ว๊ากที่ยืนคุมอยู่รอบ ๆ“ไหน มาครบกันรึยัง?” เฮดว๊ากของปีนี้คือประธานรุ่นปีสามอย่า
อาณาเขตบ้านมีรั้วรอบขอบชิด และตรงที่พวกเขาอยู่ก็อับสายตาเมื่อมองจากภายนอก แต่ยังไงมันก็เป็นกลางแจ้ง คุณหนูของบ้านเลยประท้วงสุดในยามโดนคนสวนดึงแพนตี้ชุ่มน้ำหวานให้ร่นลงไปอยู่บนเรียวขา“หยุดนะ เป็นบ้ารึไง? นี่มันข้างนอกนะสิงห์”“หุบปากแล้วจับไว้” ชายหนุ่มตลบชุดนอนกระโปรงของเธอให้ขึ้นไปกองบนเอวบางแล้วบังคับให้เธอจับไว้ ด้วยความตกใจเลยทำตามที่สิงห์บอก เธอยืนพิงหลังไปกับต้นไม้สูง มองตามร่างหนาที่ทรุดกายลงนั่งบนส้นของตัวเองตรงหน้ด้วยสายตาไม่เข้าใจดวงตาคมกริบมองสภาพดอกไม้งามที่ทั้งแดงจากการเสียดสีเมื่อครู่ ทั้งฉ่ำด้วยน้ำหวานมากมายด้วยความกระหาย เขาไม่รอให้คนสวยเอ่ยอะไรให้ระคายหู รีบตรงเข้าไปใช้จมูกหอมลงบนเนินเนื้ออวบอูมขาวผ่องทันที ก่อนจะแลบปลายลิ้นแยงเลียร่องกลีบจนคนที่ยืนอยู่ขาอ่อนขาเปลี้ย“อื้ออ อ๊าา สิงห์ อย่านะ ไป ไปในบ้านได้ไหม?”“ไม่เอา ควxกูปวดตั้งแต่เห็นคุณหนูใส่ชุดร่าน ๆ นี่แล้ว”สิงห์ไม่ฟังคนที่ระแวดระวังรอบด้านอีกต่อไป เขาฝังใบหน้าลงหาความอุ่นชื้นอย่างหิวโหย ดุนปลายลิ้นแหย่เข้าไปทักทายปากรูก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของเธอพาดบ่า เงยหน้าซดน้ำหวานลงคอ ดูดกัดขบขยี้ทั้งกลีบบางและเม็ดเสียวจน
แสงแดดอ่อนจางสอดทะลุผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง มันอาบไล้ไปทั่วร่างแบบบางที่นอนนิ่ง ไม่นานนักแพรไหมก็ตื่นขึ้นเพราะแสงที่ส่องมาบนหน้า เธอขยับขึ้นนั่ง อาการขัด ๆ และเจ็บเสียดหายไปจนเกือบหมดแล้ว เพราะได้นอนพักผ่อนมาสองวันเต็มโดยไม่มีใครบางคนมากวนน่าเจ็บใจที่ต้องบอกว่ายาที่สิงห์ซื้อมาให้มันได้ผลดีชะงักเรียวขาขาวในชุดนอนกระโปรงสั้นประมาณเข่าเดินไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างงัวเงีย พอเสร็จก็ชะโงกหน้าลงไปมองสวนหน้าบ้าน หรี่ตามองต้นพันธุ์ที่น่าจะเพิ่งมาถึงเมื่อเช้า ก่อนจะรีบเดินลงไปเพื่อเช็คว่าได้ครบตามที่สั่งหรือเปล่า“คุณหนู ต้นกุหลาบมาส่งแล้วนะคะ”“แพรเห็นแล้วค่ะป้าใจ ว่าจะไปดูอยู่”“รีบจนลืมเปลี่ยนชุดเลยเหรอคะเนี่ย?”เธอก้มมองชุดนอนของตัวเองอย่างอาย ๆ แต่แม่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่เอ็นดูเท่านั้น เธอตักข้าวต้มให้คุณหนูของบ้านก่อนจะวางลงบนโต๊ะ แพรไหมเลยตัดสินใจมานั่งทานก่อน จะได้มีแรงทำแปลงปลูกกุหลาบเพิ่ม“เดี๋ยวป้าต้องออกไปซื้อกับข้าวนะคะคุณหนู อาจจะกลับมาอีกทีช่วงเย็นเลย มื้อเที่ยงป้าเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ”“ขอบคุณนะคะ”หญิงสาวจัดการข้าวต้มกุ้งตรงหน้าจนหมด จังหวะเดียวกับที่ป้าใจเตรียมตัวออกไปด้านนอ
“อ่าาส์ อย่าเกร็งสิวะ ขยับลำบากฉิบ”“อืออ ๆ ไม่เอา เจ็บ”ความเสียวแทบเลือนหายเมื่อความเจ็บมีมากกว่า สิงห์ที่ขยับตัวไม่ได้เลยยอมก้มลงจูบปลอบเธออย่าเอาใจ มือข้างหนึ่งกอบกุมเต้านิ่มของคนที่นอนราบ ส่วนอีกข้างก็บดขยี้เม็ดเสียวให้ด้วยความชำนาญสิงห์เองก็เจ็บไปทั่วท่อนลำเพราะรูร้อนมันนวดเอ็นเขาไม่หยุด ยิ่งมีแตงกวายัดเบียดอยู่อีกยิ่งทำให้โคตรจะแน่นและเสียวตรงปลายไม่หยุด เมื่อรู้สึกได้ว่าเธอเริ่มปรับตัวได้ก็ค่อย ๆ ขยับช้า ๆ“อึ่กก อื้มม”ริมฝีปากร้อนยังคงจูบเธออย่างหนักหน่วง ลิ้นเล็กถูกคาบดึงออกมานอกปากแล้วดูดอย่างแรง ไม่นานนักแพรไหมเริ่มจูบตอบกลับมา มือบางคว้าไหล่เขาไว้แล้วจิกเล็บลงไป เอวสอบเลยค่อย ๆ เร่งจังหวะกระแทกให้เร็วขึ้นทีละระดับไม่นานนักสิงห์ก็เด้าเอวได้ไวขึ้นเพราะรูนุ่มเริ่มขยาย ทุกครั้งที่ตอกอัดลำเอ็นเข้าไปก็จะได้ยินเสียงครางออกมาเสมอ แพรไหมคับแน่นไปหมดทั้งรูหน้ารูหลัง เธอเชิดใบหน้าขึ้นเมื่อชายหนุ่มก้มลงบดขยี้ยอดอกสวยรุนแรง เกี่ยวขารัดเอวสอบไว้ให้ขยับเข้าลึกอีก“แรงอีก อ๊าาา ลึก ลึกมาก อ๊ะ”“ไม่เจ็บแล้วเหรอคุณหนู อ่าา เสียวรูมากกว่าใช่ไหม?”“อึ่กก สะ เสียวมาก อ๊าา ตรงนั้น”สะดุ้งโห







