แชร์

EP.5 — โกดังวิศวะ (1/2)

ผู้เขียน: Camellia.ma
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-09 20:00:48

 

            ชีวิตของฉันก็ถูกเหวี่ยงกลับเข้าสู่กงล้อแห่งความวุ่นวายในฐานะเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งอีกครั้ง ราวกับโลกสองใบที่เพิ่งไปเหยียบมาถูกกำแพงล่องหนกั้นแยกออกจากกันโดยสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบในหอพักกลายเป็นเพียงความทรงจำชั่วคราว เพราะทันทีที่แสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่อง ฉันต้องดีดตัวตื่นขึ้นมาเพื่อวิ่งให้ทันเข้าเรียนวิชาเช้าที่แสนทรมาน

            พอตกบ่าย กิจกรรมของคณะนิเทศศาสตร์ก็เริ่มรุกคืบเข้ามาประชุมงานครั้งแล้วครั้งเล่าจนหัวหมุน กว่าจะถึงช่วงเย็นที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน ฉันกลับต้องไปซ้อมกิจกรรมจนขาสองข้างแทบลากกลับหอพักด้วยความอ่อนล้า ทุกอย่างหมุนวนเป็นลูปซ้ำซากจนน่าปวดหัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มหกรรมงานเฟรชชี่มหาวิทยาลัยรวบยอดเข้ามาใกล้ คณะนิเทศศาสตร์ของฉันจึงแทบจะแปรสภาพกลายเป็นศูนย์อพยพของเหล่าคนอดนอนที่สภาพร่วงโรยไม่ต่างจากซอมบี้

            “ขวัญ… ช่วยดูสคริปต์ตรงนี้หน่อยดิ”

            เสียงหมดแรงของ เพลง ดังขึ้นพร้อมกับที่นางยื่นปึกกระดาษยับยู่ยี่มาให้ ทั้งที่เจ้าตัวยังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะประชุมไม้ใต้ตึกคณะ ฉันรับมันมาคลี่ดูเงียบ ๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแทบจะทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านประโยคแรก

            “นี่มึงเขียนบทพิธีกรรับน้องหรือบทสวดมนต์วะเพลง”

            “แรงอะ...”

            “‘ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานแห่งมิตรภาพอันงดงาม’ เพลง... มึงตั้งสติ นี่งานรับน้องเฟรชชี่ ไม่ใช่งานแต่งงานที่โรงแรมห้าดาว”

            เจต ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หลุดหัวเราะก๊ากดังลั่นจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามองเป็นตาเดียว ส่วน คอปเตอร์ ที่ดูนิ่งที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่นั่งตัวสั่นไหล่ขยับขำเงียบ ๆ อยู่หน้าหน้าจอโน้ตบุ๊ก

            “กูก็บอกมันแล้วว่าภาษามันเว่อร์ไป” เจตเอ่ยพลางปาดน้ำตาที่คลอเพราะความขำ “แต่มันไม่ฟังไง กะจะเอาโล่เกียรติยศเลยมั้ง”

            เพลงคว้าหมอนรองคอที่วางอยู่ใกล้ตัวปาใส่หน้าเจตอย่างแม่นยำ “แล้วมึงช่วยอะไรกูบ้างนอกจากนั่งขำค้างแบบเนี้ย!”

            บรรยากาศในห้องประชุมยังคงวุ่นวายและเต็มไปด้วยความตึงเครียดสลับกับความฮาตามสไตล์เด็กนิเทศ บนโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวเต็มไปด้วยโน้ตบุ๊กหลายเครื่อง แก้วกาแฟที่เหลือแต่หยดน้ำละลาย เอกสารกองพะเนิน และสายชาร์จที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับสายสิญจน์ เสียงถกเถียงเรื่องงานดังสลับกับเสียงถอนหายใจยาวของคนใกล้หมดไฟเป็นระยะ

            ขณะที่ฉันกำลังจะก้มหน้าก้มตาแก้สำนวนบทพิธีกรให้เพื่อน เสียงของรุ่นพี่ปีสองใจดีคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายสมาธิจากหน้าห้องประชุม

            “น้อง ๆ เดี๋ยวมีใครพอจะว่างช่วยพี่ขนของไปเก็บหน่อยได้บ้างไหมคะ”

            สิ้นเสียงนั้น ทั้งห้องประชุมพลันเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า เพื่อนทุกคนต่างพร้อมใจกันก้มหน้าก้มตาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ราวกับหน้าจอคอมพิวเตอร์และเศษกระดาษเหล่านั้นมีความสำคัญระดับชาติ ฉันเห็นความสามัคคีในการเนียนระดับเทพแล้วก็ได้แต่หลุดขำออกมา

            รุ่นพี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเท้าสะเอวมอง “อย่ามาเนียนค่ะเด็ก ๆ พี่เห็นนะว่าใครยังหายใจอยู่บ้าง”

            เจตเงยหน้าขึ้นมาก่อนใครเพื่อนตามนิสัยคนใจอ่อนและปฏิเสธคนไม่เป็น“ของเยอะไหมครับพี่ เดี๋ยวพวกผมช่วยก็ได้”

            ฉันหันขวับไปมองหน้ามันทันที ในใจร้องประท้วงว่า อย่านะเจต อย่ารับงานเพิ่มตอนนี้ แต่แน่นอนว่าคำขอร้องในใจของฉันส่งไปไม่ถึง เพราะเจตรับปากไปเรียบร้อยแล้วด้วยรอยยิ้มซื่อ ๆ

            “ไม่เยอะมากจ้ะ แต่ต้องรบกวนเอาไปเก็บที่โกดังวิศวะหน่อยนะ”

            ชื่อสถานที่ปลายทางทำให้เพลงเงยหน้าพรวดขึ้นมาจากโต๊ะทันที “คณะวิศวะเหรอพี่?”

            “ใช่จ้ะ พอดีทางคณะนั้นเขาให้เรายืมพื้นที่เก็บของชั่วคราวในช่วงงานกิจกรรมนี้น่ะ”

            ฉันเห็นสีหน้าของเพลงเปลี่ยนไปทันควัน นางขยับเข้ามาใกล้ฉันแล้วกระซิบเสียงเบาหวิว “ขวัญ… กูว่าลางไม่ดีว่ะ” “มึงเว่อร์ไปน่า แค่ไปส่งของเอง” ฉันตอบปัดทั้งที่ในใจลึก ๆ ก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน “กูจริงจังนะมึง ฝั่งนั้นแม่งเถื่อนจะตาย”

            สุดท้ายพวกเราสี่คนก็ถูกลากมาช่วยขนของจนได้ ลังอุปกรณ์กิจกรรมกองมหึมาถูกวางรออยู่หลังตึกนิเทศ ทั้งโครงเหล็กฉากที่หนักอึ้ง ฉากไม้ทาสีที่ยังเหม็นกลิ่นสีจาง ๆ ป้ายผ้าขนาดใหญ่ และกล่องอุปกรณ์ไฟที่หนักจนฉันเริ่มรู้สึกปวดแปล๊บที่แขนตั้งแต่ยกกล่องแรกขึ้นมา

            “เจต ถ้ามึงไม่ปากไวรับงานนะ ป่านนี้กูคงนอนตีพุงอยู่ที่หอแล้ว” ฉันบ่นพึมพำขณะแบกลังไม้เล็ก ๆ

            “ช่วยพี่เขาหน่อยน่าขวัญ ถือว่าออกกำลังกายไง”

            “คนใจบุญมักอายุสั้นนะเจต จำไว้”

            คอปเตอร์หลุดขำพรืดออกมา “อันนี้คือคำสาปแช่งหรือคำอวยพรให้เพื่อนวะขวัญ”

            พวกเราเดินพยุงสังขารแบกของข้ามฝั่งมหาวิทยาลัยท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่ยังคงร้อนระอุและเหนียวตัว เมื่อเดินเข้าสู่เขตคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปจากฝั่งนิเทศอย่างสิ้นเชิง ตึกเรียนสีเทาเข้มทรงเหลี่ยมดูเคร่งขรึมตั้งตระหง่านอยู่ด้านในสุด

            ที่นี่ไม่มีเสียงเพลงประกอบกิจกรรม ไม่มีสีสันฉูดฉาดของป้ายโปรโมตงาน มีเพียงกลิ่นของเหล็กที่ถูกเผา กลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ ในอากาศ และเสียงเครื่องมือช่างที่ดังสะท้อนออกมาจากโรงประลองเป็นระยะ นิสิตวิศวะในเสื้อช็อปสีเลือดหมูเดินสวนไปมาด้วยใบหน้าที่ดูเคร่งเครียด บางคนถือฟันเฟืองเหล็กขนาดใหญ่ บางกลุ่มกำลังช่วยกันเข็นอุปกรณ์หน้าตาประหลาดผ่านพวกเราไป

            เพลงเริ่มเดินเบียดแขนฉันแน่นขึ้นจนเกือบจะสิงร่าง “มึง… กูเริ่มกลัวจริง ๆ แล้วนะ” “กลัวอะไรของมึงนักหนา” “บรรยากาศแม่งขรึมจัด เหมือนกำลังจะเดินเข้าเขตหนังมาเฟียเลยอะมึง” “มึงดูซีรีส์เยอะไปแล้วเพลง ตั้งสติหน่อย”

            แต่เอาเข้าจริง ฉันเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจาง ๆ จากคนแถวนี้ ยิ่งเดินลึกเข้าไปในโซนด้านหลังตึกวิศวะ เสียงเครื่องยนต์ก็เริ่มดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงคำรามต่ำ ๆ

            ครืนนน… บรื้นนนน…

            กลิ่นน้ำมันเครื่องเข้มข้นผสมกับกลิ่นยางไหม้ลอยมาแตะจมูกจนฉันเผลอขมวดคิ้วด้วยความไม่คุ้นชิน

            “โกดังอยู่ข้างหลังนี่เองครับน้อง ๆ”

            รุ่นพี่วิศวะที่อาสานำทางหันมาบอก ก่อนจะเอื้อมมือไปเลื่อนประตูเหล็กบานยักษ์ที่ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

            ครืดดดด

            ภาพเบื้องหลังประตูบานนั้นทำให้พวกเราทั้งสี่คนถึงกับชะงักกึกพร้อมกันราวกับถูกสาป ภายในโกดังเพดานสูงขนาดใหญ่มีรถแข่งหลายคันจอดเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ บางคันถูกเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้ให้เห็นไส้ในที่เป็นเครื่องยนต์โลหะซับซ้อน บางคันกำลังถูกยกรอยขึ้นเพื่อถอดล้อ ทีมช่างในชุดหมีเปื้อนคราบน้ำมันเดินวุ่นไปมา เสียงปืนลมยิงน็อต เสียงประแจกระทบเหล็ก และเสียงสั่งงานดังระงมไปทั่ว

            ที่นี่ไม่ใช่โกดังเก็บของธรรมดาที่พวกเรารู้จัก แต่มันคือ Garage แข่งรถระดับอาชีพที่มาตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยชัด ๆ

            เพลงอ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลง “โอ้โห… เว่อร์มากแม่” เจตเองก็มองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาเป็นประกาย “เชี่ยของจริงว่ะ ไม่นึกว่าจะอลังการขนาดนี้”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.124.ตอนพิเศษ 4 — LITTLE RACER

    กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ คือมู้ดประจำวันหยุดของบ้านเราในตอนนี้ ‘เรซ’ ลูกชายวัยห้าขวบกำลังอยู่ในวัยกำลังซนและติดคนเป็นพ่อแจ ชนิดที่ว่าพี่รามเดินไปไหน เด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ก็จะวิ่งเตาะแตะถือไขควงพลาสติกเดินตามหลังเป็นเงาตามตัว อย่างเช่นวันนี้ พี่รามกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เช็กความเรียบร้อยของรถอยู่ที่ลานจอดรถคอนโด โดยมีลูกชายตัวน้อยนั่งยอง ๆ อยู่ข้างล้อรถ พลางใช้ไขควงของเล่นเคาะล้อเบา ๆ ขะมักเขม้น “พ่อครับ... ล้อรถคันนี้ซิ่งได้รึยังครับ” เสียงเล็ก ๆ เจือยแจ้วถามขึ้น ใบหน้ากลมดิบที่ถอดแบบพี่รามมาเป๊ะยิ้มแฉ่งจนตาหยี พี่รามละมือจากหน้าห้องเครื่องรถ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวขาเดินมาหยุดตรงหน้าลูกชาย เขาทรุดตัวนั่งลงยอง ๆ ข้างลูก แววตาคู่คมกริบที่เคยดุดันเวลาอยู่ข้างนอก ตอนนี้กลับอ่อนโยนลงทันทีเมื่อจ้องมองไอ้ตัวแสบ “ยังครับ ต้องเช็กอีกนิดนึง” พี่รามตอบเสียงทุ้มเรียบ พลางเอื้อมมือหนาไปปัดคราบฝุ่นเปื้อนตรงแก้มยุ้ยของลูกเบา ๆ “เรซอยากซิ่งแล้วครับพ่อ พาเรซซิ่งหน่อย” เด็กชายตัวน้อยขยับเข้าไปกอดเข

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.123.ตอนพิเศษ 3 — THE WEDDING DAY

    เวลาหมุนผ่านไปเร็วมาก จากเด็กปีหนึ่งดื้อรั้นในวันนั้น ในที่สุดฉันก็เรียนจบและก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว และวันนี้คือวันที่ฉันตั้งตารอคอยมากที่สุดในชีวิต งานแต่งงานของเราถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่สวนหลังบ้านพักตากอากาศริมทะเล สถานที่ที่พี่รามเคยใช้สวมแหวนจองฉันไว้เมื่อหลายปีก่อน แขกในงานส่วนใหญ่มีเพียงญาติผู้ใหญ่และกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมฝ่าฟันมรสุมกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย “โอ๊ย ยัยขวัญ! มึงสวยมาก สวยจนกูอยากร้องไห้” เพลงเดินเข้ามาชมในห้องแต่งตัว พลางทำท่าซับน้ำตา “มึงก็เว่อร์ไปเพลง” ฉันหัวเราะขำในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบเรียบหรู “ไม่เว่อร์หรอก วันนี้เพื่อนกูขายออกอย่างเป็นทางการแล้ว” เจตเดินตามเข้ามาสมทบพร้อมคอปเตอร์ที่ถือกล้องเตรียมถ่ายรูปไม่หยุด เมื่อได้เวลาเริ่มงาน ฉันก้าวเดินออกไปท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของทุกคน พี่ขุนทัพ วินทร์ พี่ภูผา และพี่จอมขวัญ ยืนส่งยิ้มยินดีมาให้จากฝั่งที่นั่งแขก และตรงปลายทางเดินนั้น... พี่รามในชุดสูทสากลสีดำสนิทกำลังยืนรอฉันอยู่ เขาต

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.122.ตอนพิเศษ 2: DRIVING LESSON (2/2)

    “ไม่ชนครับ” “แต่หนูว่าใกล้มากเลยนะ” “ขวัญข้าว” “คะ” “มองไปไกล ๆ อย่าจ้องแค่หน้ารถ” ฉันเม้มปากนิดหนึ่งก่อนพยายามทำตาม รถค่อย ๆ เลี้ยวผ่านกรวยแรกไปได้จริง ๆ “เก่งมากครับ” ฉันหันไปมองเขาทันที “จริงเหรอ” “อือ” “หนูขับเก่งไหม” พี่รามนิ่งคิดเหมือนกำลังประเมินจริงจัง ก่อนตอบเรียบ ๆ “เก่งกว่าไอ้จอมขวัญตอนหัดแรก ๆ เยอะ” ฉันหลุดหัวเราะลั่นทันที “พี่ราม!” “จริงครับ วันแรกมันขับชนกรวยไปสามอัน” “แล้วพี่ว่าเขารอดมาได้ยังไง” “บุญมันเยอะ” ฉันหัวเราะจนแทบจับพวงมาลัยไม่อยู่ ส่วนพี่รามก็หลุดยิ้มชัดขึ้นตามไปด้วย หลังจากนั้นฉันลองขับวนอยู่ในสนามอีกหลายรอบ จากตอนแรกที่มือสั่นจนจับพวงมาลัยแทบไม่อยู่ ตอนนี้เริ่มกะระยะได้ดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว พี่รามคอยนั่งสอนอยู่ข้าง ๆ ตลอด เวลาเข้าโค้งเขาจะคอยบอกจังหวะ เวลาฉันเริ่มตื่น เขาจะเอื้อมมือมาจับมือฉันเบา ๆ เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกลัว จนสุดท้ายฉันเริ่มผ่อนคลายลงจริง ๆ รถค่อย ๆ แ

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.121.ตอนพิเศษ 2: DRIVING LESSON (1/2)

    “พี่ราม! หนูบอกให้เหยียบเบรกไง!” ฉันร้องเสียงหลงพร้อมรีบคว้าสายคาดนิรภัยไว้แน่นจนตัวแทบติดเบาะ ขณะที่รถสปอร์ตสีดำพุ่งโค้งผ่านกรวยยางในสนามซ้อมหลังอู่ด้วยความเร็วที่สำหรับพี่รามอาจเรียกว่าธรรมดา แต่สำหรับฉันมันเร็วเกินไปจนหัวใจแทบหยุดเต้น “พี่เหยียบแล้วครับขวัญข้าว” คนขับตอบเสียงเรียบ หน้าตานิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือหนาหมุนพวงมาลัยหักหลบกรวยยางได้อย่างแม่นยำราวกับรถทั้งคันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ฉันหันไปมองด้วยสีหน้าจะร้องไห้ “นี่เรียกว่าเหยียบเบรกแล้วเหรอคะ!” เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นในลำคอเบา ๆ ทันที “ถ้าพี่ไม่เบรก ป่านนี้เราหมุนไปกอดเสาแล้วครับ” “พี่ราม!” เขายิ่งหัวเราะกว่าเดิม ส่วนฉันได้แต่นั่งหน้าบูด มือเย็นเฉียบเพราะโดนลากมานั่งรถเล่นในสนามซ้อมแบบไม่ทันตั้งตัว จริง ๆ จุดเริ่มต้นมันเกิดจากตอนบ่าย ฉันนั่งดูพี่รามกับพี่ขุนทัพเซ็ตรถอยู่ในอู่ แล้วเผลอพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่าอยากลองหัดคุมรถดูบ้าง เพราะเวลานั่งมองผู้ชายพวกนี้ทำงานกับรถแข่งทีไร มันดูเท่มากทุกครั้ง

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.120. ตอนพิเศษ 1: FIRST VALENTINE (2/2)

    “พวกไอ้ขุนทัพบอกว่า วันนี้เขาฮิตให้ดอกไม้กัน” พี่รามเงยหน้าขึ้นสบตาฉันตรงๆ “แต่พี่คิดว่า ดอกไม้มันอยู่ได้ไม่กี่วันก็เหี่ยว พี่เลยเอาสิ่งที่มีค่าที่สุดของพี่มาให้เราแทน” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น มองเกียร์ตรงข้อมือตัวเองนิ่งๆ มันไม่ใช่เกียร์ใหม่เอี่ยม ตรงขอบมีรอยขีดข่วนเล็กๆ จากการใช้งานจริง สีเงินบางจุดเริ่มด้านลงตามเวลา แต่กลับยิ่งทำให้รู้ทันทีว่ามันสำคัญกับเขามากแค่ไหน สำหรับเด็กวิศวะ เกียร์ไม่ใช่แค่เครื่องประดับธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของชีวิตช่วงมหาวิทยาลัย เป็นทั้งความทรงจำ ความผูกพัน และความภูมิใจของคนคนนั้น ยิ่งเป็นเกียร์ที่ผ่านการใช้งานจริงมาตลอดหลายปีแบบนี้ มันยิ่งมีค่ามากกว่าเดิมหลายเท่า “ฝากดูแลด้วยนะขวัญข้าว” น้ำตาฉันแทบไหลออกมาทันที ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูไม่โรแมนติกที่สุดในโลกคนนี้ จะเลือกของขวัญชิ้นนี้ให้กับฉัน ไม่มีดอกไม้ ไม่มีคำหวาน แต่กลับเป็นสิ่งที่มีค่ากับเขาที่สุดจริงๆ ฉันขยับเข้าไปกอดรอบคอเขาแน่นทันที พี่รามชะงักไปนิด ก่อนยกแขนขึ้นกอดตอบช้าๆ อ้อมแขนของเขายังคงอบอุ่นและมั่นคงเสมอ อุ่นจนความเหนื่อย

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.119. ตอนพิเศษ 1: FIRST VALENTINE (1/2)

    หลังจากเรื่องราวฟ้องร้องฝั่ง Falcon จบลง ชีวิตนักศึกษาปีสองของฉันก็หมุนวนอยู่กับตารางเรียน คณะนิเทศศาสตร์เริ่มปล่อยบทเรียนหินๆ ออกมาทักทาย ไหนจะงานกลุ่ม โปรเจกต์ ถ่ายคลิป ตัดต่อ ไปจนถึงกิจกรรมคณะสารพัดจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ส่วนพี่รามก็อยู่ในช่วงพักการแข่งขันอย่างจริงจัง เขาแวะเวียนเข้าอู่ RED ENGINEERING ทุกวัน แต่ขยับบทบาทจากคนหลังพวงมาลัยมาเป็นคนคุมทีม คุมงานเซ็ตรถ และดูแลช่างฝึกงานรุ่นใหม่แทน ถึงไม่ได้ลงสนามแข่งเองแล้ว แต่ชื่อ “ราม RED ENGINEERING” ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงการ ยิ่งหลังจบแมตช์ FINAL RACE วันนั้น คนทั้งวงการแทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา แต่สำหรับฉัน รามในตอนนี้ต่างจากภาพจำของคนอื่นโดยสิ้นเชิง เวลาอยู่อู่เขาอาจจะดูนิ่ง ดุ และจริงจัง แต่เวลาอยู่กับฉันสองคน ผู้ชายคนนี้กลับกลายเป็นคนอบอุ่นอย่างน่าตกใจ เขาชอบมารับฉันหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน วันไหนอู่ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ ก็ยังโทรมาถามเสมอว่ากินข้าวหรือยัง เหนื่อยไหม หรือบางครั้งก็แอบซื้อโกโก้เย็นแก้วโปรดมาวางไว้ให้หน้าตาย ยัยเพลงชอบบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า “มึงรู้ตัวมั้ย ว่าพี่รามแม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status