Share

บทที่ 7

last update Huling Na-update: 2026-01-23 19:52:42

ชิงหลานพาสาวใช้ย้อนกลับไปร้านเครื่องเขียนอีกคราหนึ่ง นางกล่าวขอบคุณเถ้าแก่เนี่ยแล้วขอซื้อกระดาษอย่างดีอีกห้าแผ่น

“เงินที่เหลือทั้งหมดข้าจะให้ท่านแม่เอาไว้ใช้...นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าหาเงินได้เอง ข้ารู้แล้วล่ะเสี่ยวลิ่งว่าความภูมิใจในตนเองเป็นอย่างไร”

เสี่ยวลิ่งมองหน้าคุณหนูของตนแล้วยิ้ม นางรีบหอบเอาม้วนกระดาษเข้าไว้ในอกอีกมือก็เอื้อมไปหยิบกระดาษห่อหมึกที่ถูกผูกด้วยเชือกป่านเป็นหูหิ้ว “คุณหนูอย่าหักโหมเลยเจ้าค่ะ เพิ่งจะหายป่วยทำเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะเจ้าคะ”

ชิงหลานส่ายหน้าแล้วหันไปแย่งเอาห่อหมึกมาถือไว้เอง “ให้ข้าช่วยบ้างเถอะ เสี่ยวลิ่ง เจ้าเองทำเพื่อข้ามามากแล้ว”

“คุณหนูอย่าพูดเช่นนั้นเลย พระคุณตระกูลจังนั้นชั่วชีวิตนี้ข้าก็คงชดใช้ไม่หมด”

“อยู่กับพวกเราสองแม่ลูก ค่าจ้างเจ้าก็มิได้ กินอยู่ก็ขาดเขิน เช่นนี้แล้วมิใช่ว่าพวกเราหรอกหรือที่ทำให้เจ้าลำบาก”

“มิได้ๆ ขอเพียงข้าได้อยู่รับใช้นายหญิงกับคุณหนู ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวลิ่งข้ารับปากว่าวันหน้าจะต้องหาเบี้ยหวัดให้เจ้าได้อย่างแน่นอน” เผยมู่ซีทำสีหน้าจริงจังจนเสี่ยวลิ่งอดหัวเราะไม่ได้

“คุณหนู ข้าไม่เป็นไรจริงๆ นะ เจ้าคะ ขอเพียงท่านกับนายหญิงร่างกายแข็งแรงอยู่มีความสุขก็พอแล้ว”

สองนายบ่าวเดินคุยกันมาจนถึงหน้าเรือนเป็นยามตะวันกำลังจะตกดินพอดี เหล่าลู่ออกมาจุดคบไฟหน้าเรือนและออกมายืนรอเสี่ยวลิ่งกับคุณหนูหน้าประตูจวน เมื่อเห็นคนทั้งคู่เดินมาถึงก็รีบกุลีกุจอเข้าไปรับ

“คุณหนูกลับมาแล้ว...เหนื่อยหรือไม่ขอรับ”

“เดินแค่นี้เองจะเหนื่อยได้อย่างไรกัน ว่าแต่ข้าหิวแล้วล่ะ”

ได้ยินคุณหนูเอ่ยว่าหิว ลู่ฮั่นกับจังเสี่ยวลิ่งถึงกับยิ้มออกมาพร้อมกัน ตลอดห้าปีที่คุณหนูป่วยออดๆ แอดๆ พวกเขาต้องคอยกระตุ้นให้คุณหนูกินอาหารอยู่ทุกวัน

“ฮูหยินตั้งโต๊ะรอคุณหนูอยู่แล้วขอรับ”

“ท่านแม่คงมิได้ต้มข้าวให้ข้ากินอีกหรอกนะ ข้าน่ะเบื่อข้าวต้มจะแย่แล้ว”

“มิได้ๆ นายหญิงเห็นคุณหนูเดินไปกลับตลาดเองได้ก็ทำขาหมูอบกับผัดผักไว้รอขอรับ”

สีหน้าของชิงหลานร่าเริงขึ้นในทันที “จริงหรือ ดีๆ ข้าจะกินให้เต็มคราบเลย” นางยื่นถุงใส่แท่งหมึกให้กับเหล่าลู่

“เจ้าส่งม้วนกระดาษมาสิข้าจะเอาไปเก็บที่ห้องตำราให้เอง” เหล่าลู่หันไปบอกกับเสี่ยวลิ่ง

“เหล่าลู่ท่านระวังกระดาษของคุณหนูหน่อยนะ คุณหนูจะใช้วาดภาพไปขาย วันนี้ภาพที่คุณหนูวาดได้ตั้งหนึ่งตำลึงเชียว”

พ่อบ้านได้ยินก็ทำตาโต คาดไม่ถึงว่าคุณหนูที่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องมาหลายปี หลังฟื้นจากความตายกลับมีความสามารถในการวาดภาพอย่างน่าประหลาดใจ เขาเองก็ได้เห็นภาพที่คุณหนูวาดอยู่แวบหนึ่งก็รู้สึกว่าสวยงามดีแต่มิได้คิดว่าจะมีราคาถึงหนึ่งตำลึง

ยังไม่ทันที่ชิงหลานจะได้เอ่ยปาก จังเสี่ยวลิ่งก็ทำหน้าที่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับมารดาของนางได้ทราบ

“เจ้าเก่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือลูกแม่!”

“ต่อไปข้าจะวาดภาพแล้วเอาไปขายช่วยท่านแบ่งเบาภาระดีหรือไม่เจ้าคะ” ชิงหลานหยิบเอาเงินที่เหลือจากการซื้อกระดาษออกมาวางต่อหน้าจังฮูหยิน “นี่คือเงินที่เหลือจากการซื้อกระดาษกับหมึก ท่านแม่เก็บเอาไว้ใช้ในครัวเรือนเถิดเจ้าค่ะ”

แม้จะรู้ว่าสตรีงดงามตรงหน้ามิใช่มารดาที่แท้จริงของตนเอง แต่สำหรับนางที่ไม่เคยเห็นมารดามาทั้งชีวิตการได้อยู่ในร่างของชิงหลานแล้วได้เรียกคนตรงหน้าว่าแม่ก็นับว่าเป็นความอบอุ่นเล็กๆ ที่พอจะทำให้ลดความเศร้าโศกจากการอำลาชาติที่แล้วไปได้บ้าง

จังฮูหยินยิ้มกว้างเก็บเอาถุงเงินที่บุตรสาวให้ไปเก็บในสาบเสื้อ “วันหน้าหากเจ้าต้องการใช้เงินซื้อหมึกกับกระดาษก็มาเบิกกับแม่ได้ทุกเมื่อ แม่จะทำบัญชีไว้ให้เจ้าเอง”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“รีบกินเถอะ ขาหมูอบกำลังร้อนๆ เจ้าจะได้มีกำลังไปวาดรูป”

แม้ว่าชิงหลานอยากจะวาดภาพหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทว่าจังฮูหยินกลับไม่ยินยอม ด้วยห่วงว่าร่างกายของชิงหลานจะทนไม่ไหว ชิงหลานจึงเอาตำราสอนวาดภาพออกมานอนเอกเขนกอ่านอยู่ห้องโถง ไม่นานนักมารดาก็ไล่นางเข้านอน

ภายหลังนางจึงรู้จากเสี่ยวลิ่งว่าในยามกลางคืนจังฮูหยินให้ทุกคนรีบเข้านอนเพื่อการประหยัดเทียนและขี้ไต้

หลังยามซวีพ่อบ้านลู่จะดับคบไฟทั่วทั้งบ้าน เผยมู่ซีแอบย่องมาเปิดหน้าต่างดูยามดึกจึงได้เห็นสภาพรอบเรือนอันมืดมิด ไม่อาจทำได้กระทั่งการจุดคบไฟเพื่อป้องกันโจร

....จังฮูหยินต้องประหยัดถึงเพียงนี้ ช่างน่าเวทนานัก ชิงหลานได้แต่สลดใจ....

เมื่อยามที่ต้องนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงตามลำพัง ชิงหลานย้อนคิดถึงชีวิตในจวนสกุลเผย นางเติบโตขึ้นมาได้ด้วยความเมตตากรุณาของท่านย่า มารดาของเผยมู่ซีเป็นฮูหยินเอกที่ลาโลกไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้เพียงหนึ่งปี ไม่นานนักใต้เท้าเผยผู้เป็นบิดาก็ตบแต่งคุณหนูตระกูลใหญ่เข้ามาเป็นฮูหยินคนใหม่

เผยมู่ซีถูกย้ายเข้าไปนอนร่วมเรือนกับท่านย่า ท่านพ่อในความทรงจำของนางราวกับเป็นเพื่อนบ้านที่เห็นอยู่บ่อยครั้งแต่มิได้สนิทชิดเชื้อ นางต้องคอยยืนชะเง้อมองดูบิดาที่อุ้มน้องๆ เดินเล่นในสวนกลางบ้านจากเรือนของท่านย่า

นางจำได้ว่าท่านพ่อมักจะเล่นกับบุตรของฮูหยินคนใหม่แต่ห่างเหินกับลูกคนอื่นๆ อนุภรรยาของบิดาผู้ใช้แซ่หม่ามีบุตรสาวหนึ่งคนที่นางไม่ค่อยสนิทชิดเชื้อด้วยสักเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะฐานะของครอบครัวอนุหม่าค่อนข้างร่ำรวยนางจึงมิค่อยออกมาสุงสิงกับผู้ใด

ยิ่งท่านย่าของเผยมู่ซีมิได้เคร่งครัดธรรมเนียมที่ต้องออกมาคารวะแม่สามีทุกเช้า จะให้ทำเพียงบางครั้งโดยจะให้สาวใช้ไปแจ้งให้ทราบล่วงหน้า อนุหม่าจึงมักจะอยู่แต่ในเรือนและออกไปซื้อหาสิ่งของมีค่ามาตกแต่งจนเรือนของนางหรูหรากว่าผู้อื่น มองทีไรก็นึกว่าเป็นเรือนของฮูหยินเอก

เผยมู่ซีสนิทกับอนุฉิว ภรรยาอีกคนของบิดา นางเป็นบุตรขุนนางท้องถิ่นที่หวังในลาภยศ บิดาของอนุฉิวต้องการอิงอำนาจขุนนางใหญ่ของใต้เท้าเผยเพื่อจะได้เลื่อนขั้น ฉิวเจียวซือเป็นคนกตัญญูจึงยอมแต่งงานตามคำสั่งของบิดาและติดตามใต้เท้าเผยมายังเมืองหลวง นางมีบุตรชายหนึ่งคนคือเผยสือถงอายุเพิ่งแปดขวบ

ฮูหยินเอกของใต้เท้าเผยคือถังหนิงหวงเป็นคนที่วางตนต่อหน้าผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมแต่ลับหลังกลับอารมณ์ร้ายและพร้อมจะกำจัดผู้ขวางทาง นางแต่งเข้าสกุลเผยในช่วงที่มีเพียงอนุหม่า ภายหลังด้วยการขัดขวางหลายวิธีทำให้สามีมิค่อยไปเยือนเรือนอนุหม่า ส่วนตัวนางเองก็มีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละคน แม้ภายหลังอนุฉิวจะมีบุตรชายเช่นกันแต่กลับมิได้รับความสำคัญ

ก่อนฟ้าสางชิงหลานได้ยินเสียงฝีเท้าผ่านหน้าห้องของตนจึงลุกขึ้นเดินออกไปสมทบกับมารดาและจังเสี่ยวลิ่ง

“เจ้าตื่นขึ้นมาทำไมกัน แม่กับเสี่ยวลิ่งสองคนเตรียมอาหารเสร็จก็จะไปปลุกเจ้าให้ลุกขึ้นมากินเอง กลับไปนอนพักเถอะนะลูก”

“ท่านแม่ ข้าแข็งแรงแล้วให้ข้าแบ่งเบาภาระท่านบ้างเถอะ”

“คุณหนูในครัวมีฟืนไฟอันตรายนัก เอาไว้ให้คุณหนูอ้วนท้วนยิ่งกว่านี้ข้าจะสอนคุณหนูทำอาหารเองเจ้าค่ะ”

ชิงหลานได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้น ที่ผ่านมานางไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ห้องครัวเลย สักครั้ง ไม่ว่านางอยากจะกินสิ่งใดแค่ออดอ้อนท่านย่าก็พอแล้ว

ชาติก่อนนางไม่เคยคิดจะเข้าครัวแต่ชาตินี้ที่ได้เห็นจวนที่มีคนเพียงสี่คนอยู่อาศัย นางจึงได้เห็นว่าการดูแลจวนเป็นเรื่องยุ่งยากเพียงใด หากจะให้นั่งกินๆ นอนๆ เหมือนที่เคยทำ

“เสี่ยวลิ่ง เจ้ารับปากแล้วนะ หากว่าข้าแข็งแรงจะต้องสอนข้าทำอาหาร”

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ลืม” สาวใช้ยิ้มกว้าง

ชิงหลานที่เห็นความยากลำบากของคนทั้งสามก็รู้สึกละอายยิ่งนัก แต่เมื่อก้มลงมองดูมือเท้าแขนขาผอมแห้งของตนแล้วก็จำยอมถอยออกไปจากห้องครัวแต่โดยดี นางจึงเดินไปยังห้องตำราคลี่กระดาษที่เพิ่งซื้อมาใหม่ที่เริ่มโค้งงอลงบนโต๊ะก่อนจะหาหนังสือมาวางทับเพื่อให้เรียบ

เมื่อนึกถึงสีหน้าเปี่ยมสุขในยามที่มองนางนั่งพุ้ยข้าวของจังฮูหยิน ชิงหลานก็มีความสุขราวกับได้แม่ของตนเองคืนมา แม้จะละอายใจที่ตนยึดเอามารดาของชิงหลานผู้ล่วงลับแต่จะทำอย่างไรได้ ชะตาฟ้าลิขิตมาเช่นนี้

สิ่งที่นางพอจะตอบแทนจังฮูหยินได้ก็คงมีเพียงแต่ใช้ความสามารถที่มีช่วยนางหาเงินนับจากนี้!

‘ท่านแม่...ต่อไปก็ให้ลูกคนนี้ได้ทำมาหากินเลี้ยงดูท่านแทนชิงหลานเถิด’

****************
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 55

    “คนส่งเจ้าไปนรกอย่างไรเล่า” เหล่าลู่เอ่ยพร้อมชักกระบี่ออกมา คนร้ายมุ่งสังหารเหล่าลู่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่เหล่าลู่กลับพยายามล่อให้มันถอยออกจากบริเวณหลังเรือนนอนของฮูหยินไปต่อสู้กันหลังจวน ยามนั้นชิงหลานที่กำลังนอนครุ่นคิดถึงวิธีการกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อแก้แค้นทั้งคนสกุลเผยและคนสกุ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 54

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 53

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่ว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 52

    ชิงหลานตัวปลอมหัวเราะหึๆ ตอบเช่นกัน “หากว่าข้ารู้จักเล่า ท่านลองบอกมาสิ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเคยอ่านเจอเรื่องของช่างผู้นี้ก็ได้ ว่าแต่...ข้าดูอย่างไร กระบี่เล่มนี้ก็มิได้ทำมาจากร้านเดียวกันกับมีดสั้นที่ท่านให้ข้า”“เจ้าสายตาแหลมคมมาก กระบี่นี้เป็นฝีมือช่างสายสกุลอ๋าว”“สกุลอ๋าวเชี่ยวชาญการตีกระบี่ยาว ม

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 51

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 50

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status