Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-01-23 19:51:56

“พวกเขามิได้ลืมหรอก ข้าคิดว่าเจ้าของเรือนใหม่คงฐานะดีพอจะซื้อภาพจริงแล้วจึงได้ทิ้งของเลียนแบบพวกนี้เอาไว้”

ชิงหลานคลี่ม้วนภาพพวกนั้นออกกางบนโต๊ะใหญ่หลายภาพ พลันนางก็นึกถึงคำพูดของเถ้าแก่เนี่ยร้านเครื่องเขียน

‘จริงสิ! หากภาพพวกนี้ขายได้ล่ะก็...ข้าเองก็มีหนทางหาเงินได้เช่นกัน’

เสี่ยวลิ่งได้แต่งุนงงที่คุณหนูไล่ให้นางออกจากห้องตำราแล้วปิดประตูเงียบอยู่คนเดียวเกือบสองชั่วยาม ทว่านางก็ไม่มีโอกาสได้เซ้าซี้เพราะต้องไปช่วยจังฮูหยินขึงผ้าเตรียมปัก งานของพวกนางสองคนนับว่าตึงมือนัก เงินมัดจำที่รับมาแล้วล้วนเป็นภาระค้ำคอให้ต้องตั้งใจทำอย่างเต็มที่

ตราบจนบ่ายคล้อยจังฮูหยินและจังเสี่ยวลิ่งจึงได้ยินเสียงฝีเท้าคุณหนูตรงเข้ามายังห้องปักเย็บ

“ข้าทำสำเร็จแล้ว!”

“เจ้าทำอันใดสำเร็จหรือ” จังฮูหยินเงยหน้ามองบุตรสาวพร้อมรอยยิ้ม

“ท่านแม่กับเสี่ยวลิ่งมาดูผลงานของข้าสิเจ้าคะ”

ดวงตากลมโตของชิงหลานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนสตรีทั้งสองต้องวางมือจากงานปักแล้วเดินตามไปยังห้องตำรา

จังเสี่ยวลิ่งมองภาพที่เหมือนกันสองภาพวางอยู่ข้างกันบนโต๊ะตัวเล็กด้วยความประหลาดใจ “คุณหนู ภาพนี้มีเหมือนกันสองภาพหรือเจ้าคะ”

ชิงหลานส่ายศีรษะ ชี้ไปที่ภาพข้างขวามือของตนอย่างภาคภูมิใจ

“มีภาพเดียว แต่ข้างนี้คือภาพที่ข้าวาดขึ้นต่างหาก เจ้าไม่เห็นหรือเสี่ยวลิ่งว่าหมึกยังไม่แห้งดีเลย”

“คุณหนู ท่านวาดภาพได้สวยถึงเพียงนี้เชียว” จังเสี่ยวลิ่งตะลึงมอง นางไม่เคยเห็นคุณหนูวาดภาพเช่นนี้สักครั้ง

จังฮูหยินตกใจยิ่งกว่า ชั่วชีวิตของบุตรสาวมิเคยร่ำเรียนการวาดภาพแต่อย่างใด ที่ผ่านมาแค่เพียงเขียนอักษรได้ครบพันอักษรตามตำราพื้นฐานหากแต่ก็มิได้สวยงามพอจะเอ่ยชื่นชม

“เจ้า เจ้าวาดภาพได้ดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”

...บุตรสาวที่ฟื้นมาจากความตายผู้นี้ วาดภาพได้ราวกับจิตรกรมืออาชีพจะมิให้นางตกใจได้อย่างไร...

“ท่านแม่ ท่านว่าภาพของข้าพอจะขายได้หรือไม่เจ้าคะ”

ประโยคนั้นของบุตรสาวดึงสติของจังฮูหยินให้กลับมา “ได้สิ...เจ้าวาดสวยถึงเพียงนี้ย่อมขายได้แน่”

ชิงหลานหันไปชี้ให้สตรีทั้งสองดูว่านางวาดภาพเลียนแบบได้ถึงสองภาพ จังเสี่ยวลิ่งเห็นแล้วก็รีบกระวีกระวาดชวนคุณหนูของนางนำภาพพวกนั้นไปที่ร้านขายภาพวาดในตลาด จังฮูหยินเอ่ยปากอนุญาต

รอจนหมึกบนภาพแห้งเสี่ยวลิ่งจึงรีบม้วนภาพทั้งสามหนีบใต้รักแร้แล้วจูงมือคุณหนูของตนไปตลาด

“พวกเจ้ารีบไปรีบกลับก่อนฟ้ามืดนะ” จังฮูหยินสั่งสาวใช้กับบุตรสาว

“นายหญิงเจ้าคะ ตลาดอยู่แค่นี้เอง ข้าพาคุณหนูกลับเร็วแน่นอน”

ชาวบ้านเห็นจังเสี่ยวลิ่งจูงมือเด็กสาวร่างผอมบางก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือคุณหนูชิงที่ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ในเรือนมานานหลายปี บัดนี้เห็นนางดูแข็งแรงเดินเหินได้คล่องต่างพากันยินดี ส่งเสียงร้องทักทายอยู่เป็นระยะ

“คุณหนูชิง แข็งแรงดีแล้วนี่...สวรรค์เมตตาแล้ว!”

หญิงชราที่เรือนปากทางเคยเห็นชิงหลานแต่เล็กแต่น้อย ครั้นเดินออกมาเห็นเด็กหญิงสีหน้าสดใสก็ยิ้มกว้าง

ชิงหลานยืนนิ่งนางยังนึกไม่ออกว่าหญิงชราผู้นี้คือผู้ใด เคราะห์ดีที่จังเสี่ยวลิ่งหันไปตอบหญิงชราผู้นั้นแทน

“คุณหนูเพิ่งแข็งแรงขึ้นหลังจากไปรักษาที่เมืองหลวงกับท่านหมอเกานี่ล่ะเจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านยายที่เป็นห่วงนะเจ้าคะ”

ชิงหลานทำความเคารพท่านยายผู้นั้นด้วยท่าทางนอบน้อม ท่านยายจึงยิ้มให้กับนางพลางกล่าวอวยพรยาวยืดตามหลัง

จังเสี่ยวลิ่งยิ้มอย่างเปี่ยมสุขหลายปีที่นางเฝ้าดูแลคุณหนูด้วยความเอาใจใส่หวังเพียงสักวันคุณหนูจะได้เดินออกมาเที่ยวข้างนอกกับนางอย่างนี้ สาวใช้คอยตอบรับคำทักทายของผู้คนแทนคุณหนูของนางด้วยความรื่นเริง

“เราแวะร้านเถ้าแก่เนี่ยกันก่อนเถิด ข้าต้องเอาภาพพวกนี้ไปให้เถ้าแก่เลือกดูก่อน เพื่อตอบแทนพระคุณที่ให้หมึกและแท่นฝนหมึกแก่ข้า”

จังเสี่ยวลิ่งพยักหน้ารับ จูงมือคุณหนูของตนเข้าไปในร้านเครื่องเขียนสกุลเนี่ย ภาพที่ชิงหลานวาดทั้งสองภาพถูกกางบนโต๊ะให้เถ้าแก่เนี่ยดู

“เหมือนของจริงมากทีเดียว พวกเจ้าไปได้มาจากที่ใด”

“เถ้าแก่เนี่ย ภาพพวกนี้ล้วนเป็นฝีมือของข้าเจ้าคะ ข้าเอามาให้ท่านเลือกก่อน คิดเสียว่าเป็นค่าหมึกและแท่นฝนหมึก” สาวน้อยผอมบางยิ้มน้อยอย่างภาคภูมิใจ

“จริงหรือ เจ้าช่างมีฝีมือเสียจริง ภาพที่ข้าซื้อมาแขวนในร้านยังไม่วาดสวยอย่างเจ้าเลยด้วยซ้ำ ดูนั่นภาพพวกนั้นข้าหอบหิ้วมาจากเมืองหลวงเชียว” นิ้วมืออวบอูมชี้ไปยังผนังด้านข้าง “หากเจ้าให้ข้าเลือกหนึ่งภาพก็จะกลายเป็นการเอาเปรียบเจ้าไปเสียนี่ เพราะหากเจ้านำไปขายจริงๆ ล่ะก็น่าจะได้ราคามากกว่าหมึกและแท่นหมึกที่ข้าให้เจ้าไป”

ชิงหลานคุ้นตายิ่ง ภาพที่เถ้าแก่เนี่ยเอ่ยถึงล้วนเป็นภาพเลียนแบบที่นิยมซื้อขายกันอยู่ในเมืองหลวง เพียงแต่ฝีมือของผู้วาดที่เถ้าแก่เนี่ยเลือกซื้อมานั้นนับว่าเป็นระดับทั่วไป หากกล่าวกันอย่างไม่ลำเอียงแล้วฝีมือของนางยังนับว่าเหนือกว่าอยู่พอสมควร

“มิได้ๆ น้ำใจของเถ้าแก่ที่มีให้ข้านั้นย่อมวัดด้วยราคาของภาพมิได้ โปรดรับไว้สักภาพเถิดเพื่อให้ข้าสบายใจ” เด็กหญิงเอ่ยตอบอย่างสุภาพ

เถ้าแก่เนี่ยเห็นคุณหนูชิงทั้งสุภาพนุ่มนวลและรู้จักกตัญญูก็รู้สึกเมตตา

“เอาเถิด ข้าจะเลือกไว้ภาพหนึ่ง” สายตาของชายสูงวัยมองภาพทั้งสองแล้วชี้ไปยังภาพขวา “เอาภาพนั้นก็แล้วกัน ข้ายังไม่เคยมีมาก่อน”

“ภาพเยี่ยไป๋ของจิตรกรหานก้าน[1] ท่านช่างตาแหลมคมยิ่งนัก” ชิงหลานเอ่ยชมเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่เนี่ยเลือกเอาภาพม้าสีขาวปลอดที่ถูกมัดอยู่กับหลัก ม้ากำลังอ้าปากร้องด้วยแรงพยศถูกคล้ายพร้อมจะวิ่งออกไปได้ตลอดเวลา

เถ้าแก่เนี่ยเดินไปหยิบหมึกคุณภาพดีและพู่กันราคาแพงที่สุดในร้านออกมา

“ในเมื่อข้าได้ภาพสวยถูกใจซ้ำยังฝีมือสูงส่งก็ขอมอบของพวกนี้ให้เจ้าเพื่อให้วาดภาพงามๆ ออกมาอีกก็แล้วกัน”

ชิงหลานเห็นสายตามีเมตตาของเถ้าแก่เนี่ยแล้วก็รีบคำนับด้วยความยินดี “ขอบพระคุณเถ้าแก่ ข้าจะตั้งใจวาดภาพเต็มที่”

“ขอให้คุณหนูชิงขายภาพได้สมกับที่ตั้งใจเถิด”

คำอวยพรของเถ้าแก่เนี่ยทำให้หัวใจของชิงหลานพองโต เห็นทีเถ้าแก่ผู้นี้จะรู้ตื้นลึกหนาบางในสกุลชิงจึงรู้ว่านางต้องการเงินเพื่อไปจุนเจือครอบครัว

“ไอหยา! ข้าลืมไปเสียสนิท ข้ากับเถ้าแก่เหอร้านขายภาพเป็นสหายกัน หากคุณหนูชิงได้จดหมายแนะนำไปจากข้าก็ย่อมจะขายภาพได้ราคากว่าไปเสนอเองเป็นแน่ เช่นนั้นรอข้าสักครู่เถิด”

เถ้าแก่เนี่ยเดินไปยังโต๊ะเสมียนแล้วเขียนจดหมายอยู่ครู่หนึ่ง จึงกลับมายื่นซองสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงเถ้าแก่เหอให้กับชิงหลาน “คุณหนูชิง จงเอาจดหมายนี้ให้เถ้าแก่เหอ ต่อไปเขาจะช่วยรับซื้อภาพของเจ้า”

“ขอบพระคุณเถ้าแก่”

เถ้าแก่เหออ่านจดหมายแนะนำจากเถ้าแก่เนี่ยแล้วก็เอ่ยขอดูภาพจากหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า เถ้าแก่เหอไม่คาดคิดว่าสาวน้อยผอมบางผู้นี้จะสามารถวาดภาพสวยงามเลียนแบบจิตรกรชื่อดังได้งดงามยิ่ง

สำหรับภาพขนาดใหญ่แผ่นนี้เขาตกลงใจจ่ายเงินให้นางหนึ่งตำลึง

“ความจริงฝีมือของเจ้านับว่าดีมาก ทว่ากระดาษที่ใช้กลับเป็นเพียงกระดาษธรรมดา หากว่าใช้กระดาษคุณภาพดีกว่านี้ข้าก็จะเพิ่มเงินให้อีก”

“เถ้าแก่เหอกรุณาให้ข้าถึงหนึ่งตำลึงก็ถือว่ามากแล้ว”

ชิงหลานไม่คิดเลยว่าการหาเงินเองได้จะมีคุณค่าถึงเพียงนี้ ตอนเช้าที่นางมาตลาดกับจังฮูหยินเงินมัดจำสองตำลึงยังทำให้มารดาของชิงหลานยิ้มเบิกบาน ซื้อข้าวของมากมายกลับจวน

เงินหนึ่งตำลึงสำหรับคนทั่วไปแล้วสามารถใช้ชีวิตอยู่นับเดือน แต่ในตอนที่นางเป็นเผยมู่ซี เงินแค่นี้ นางกลับมิได้ใส่ใจ

....นี่เป็นครั้งแรกที่นางหาเงินได้ด้วยตนเอง ช่างมีความสุขนัก!....

จังเสี่ยวลิ่งตื่นเต้นยิ่งกว่าชิงหลานเสียอีก “คุณหนูท่านวาดภาพแค่สองชั่วยามก็ได้เงินมาถึงหนึ่งตำลึงแล้ว เช่นนี้ชีวิตพวกเราก็ดีขึ้นแล้วสิ! ต่อไปฮูหยินคงไม่ต้องลำบากเร่งมือเย็บปักงานจนปวดหลังปวดเอวอีก”

[1] *ภาพเยี่ยไป๋ของจิตรกรหานก้าน เป็นภาพจิตรกรรมจีนโบราณที่มีชื่อเสียง เยี่ยไป๋หมายถึงส่องให้ราตรีสว่าง

************
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 253

    เหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 252

    ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 251

    ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 250

    มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 249

    “บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 248

    ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 187

    “โอว...” จงเหยียนคล้ายจะเป็นลมลงไปอีกรอบ “ข้าจะรอไหวได้อย่างไรขอรับ ท่านไม่ได้ขอฤกษ์ปีนี้บ้างหรือ” ชายหนุ่มคร่ำครวญจนน่าสงสาร หงฮูหยินเห็นอาการขององครักษ์หนุ่มแล้วก็หัวเราะคิกคักพอใจ “ข้าล้อเล่นน่า! ข้ากับแม่ของเจ้าไม่กล้าปล่อยให้นานขนาดนั้นแน่ พวกเราเองก็อยากจะอุ้มหลานเร็วๆ แล้วเ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 183

    ชิงหลวนซานหน้าเสียเมื่อได้รู้ข่าวมารดา เขามัวแต่เมามายกับสหายอยู่นอกบ้านเพิ่งจะกลับมาก็ได้รู้ข่าวว่ามารดามีชู้จนบิดาจับได้ ยามนี้ถูกโบยและขับออกจากจวนไปแล้ว หนุ่มน้อยถึงกับตื่นตะลึงเขารีบอนุญาตท่านย่าออกไปหามารดาที่จวนสกุลซิวในทันที“ท่านแม่! เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ชายหนุ่มผวาเข้าหา“เจ้าลูกโง่! มัวแ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 181

    ใต้เท้าชิงกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงจากรถม้าเมื่อถึงลานจอดข้างเหลาหงส์ขาว สองเค่อ[1] ก่อนแม่สื่อที่คุ้นเคยกับมารดาของเขาจู่ๆ ก็บุกเข้าไปในจวน“ใต้เท้าชิง ข้าน้อยเห็นกับตาว่าฮูหยินของท่านตามบุรุษผู้หนึ่งขึ้นไปบนชั้นสองของเหลาหงส์ขาว ข้าเกรงว่านางจะเป็นอันตรายเพราะคนผู้นั้นดูท่าทางน่ากลัวนัก ท่านรีบตามไปช่วยน

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 174

    เมื่อเห็นสีหน้าขององค์ชายมิได้ทรงล้อเล่น ชิงหลานก็ตะลึงไปในทันที “มะ เมื่อใดหรือเพคะ หม่อมฉันไปทำครั้งแรกเมื่อใดกัน ” “เจ้าจำไม่ได้จริงหรือ ” นางส่ายหน้าด้วยความจนใจ ปล่อยมือออกจากใบหน้าของหมิงเฉิงอวี่ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ยกมือลูบท่อนแขนนางช้าๆ “คืนที่เจ้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status