Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-01-23 19:53:31

จังฮูหยินให้จังเสี่ยวลิ่งนำทางรถม้าของร้านเครื่องนอนขนของที่ซื้อกลับไปยังจวนก่อน ส่วนนางและบุตรสาวเดินต่อไปยังวัดพระโพธิสัตว์

“วัดลู่เซี่ยน” เด็กหญิงเงยหน้าอ่านเบาๆ

“นับตั้งแต่องค์ชายสิบห้าเสด็จมาควบคุมการบูรณะที่นี่ตามพระดำรัสของฮ่องเต้ ก็ได้นำป้ายมงคลนามนี้มาด้วย เจ้าดูสินี่เป็นลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้เทียวนะ นับว่าชาวอำเภอเฉินมีวาสนาได้ชื่นชมพระบารมี”

ชิงหลานหน้าเผือดสีเมื่อได้ยินคำว่าองค์ชายสิบห้า

‘ชาติที่แล้วข้าก็ต้องเกี่ยวพันกับคนผู้นั้น...ชาตินี้ยังจะมารบกวนข้าอีกหรือ’

ใจของนางลอยไปถึงเมื่อครั้งที่ท่านพ่อเอ่ยถึงคำมั่นสัญญาระหว่างสกุลเผยกับสกุลจูที่ต้องการจะให้ทายาทแต่งงานกัน เดิมที่สกุลเผยเองก็มิได้สนใจคำสัญญาปากเปล่านี้แล้ว เพียงแต่เผยอวี่หนิงบิดาของเผยมู่ซีเจ้าเล่ห์นักเมื่อได้ยินจากผู้เฒ่าผู้แก่ในตระกูลเอ่ยขึ้นเมื่อวันไหว้สองปีก่อนก็คิดแผนร้ายออกมาได้

บุตรีของสกุลจูที่ตบแต่งเข้าไปในวังหลวงรัชกาลก่อนได้เป็นถึงสนมเอกมีพระโอรสคือองค์ชายสิบห้า หากนับแล้วในสกุลจูยามนี้คนชั้นหลานที่ยังโสดก็คือ องค์ชายสิบห้าผู้นี้

ใต้เท้าเผยอวี่หนิงยามนั้นหวังจะดองญาติกับราชวงศ์เพื่อสร้างอำนาจบารมีในราชสำนัก จึงได้หยิบยกเอาคำสัญญาของคนรุ่นก่อนมาบีบพระสนมจูทำให้นางต้องตกปากรับคำว่าจะให้องค์ชายสิบห้าอภิเษกสมรสกับสตรีตระกูลเผย

...เพราะความโลภของบิดาทำให้เผยมู่ซีต้องตกที่นั่งลำบาก...

ตั้งแต่ยังไม่หมั้นหมาย องค์ชายสิบห้าที่รู้ว่าถูกบีบคั้นจากใต้เท้าเผยขุนนางระดับสามของกรมกลาโหมก็รู้สึกเกลียดชังเผยมู่ซีตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า ทรงประกาศให้สหายที่ร่วมดื่มในภัตตาคารได้รู้ทั่วกันว่าพระองค์รังเกียจสตรีตระกูลเผยยิ่งนัก

“ต่อให้นางอภิเษกสมรสในฐานะพระชายาเอก ข้าก็จะทำให้นางได้รู้ว่าการเข้ามาอยู่ในวังโดยที่เจ้าของวังมิได้ต้อนรับนั้น...ต้องอยู่ในสภาพเช่นใด”

ถ้อยคำขององค์ชายสิบห้าที่เอ่ยในคืนนั้นเป็นที่ซุบซิบกันไปทั่วเมือง เย่วหยวนจุนสาวใช้ตระกูลเผยได้ยินเข้าในตอนที่นางไปแวะโรงน้ำชานกระจิบเพื่อซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาจึงนำความมาถ่ายทอดให้คุณหนูได้ฟัง

เผยมู่ซีนึกโมโหจึงลอบออกจากจวนปลอมเป็นหนุ่มน้อยไปนั่งที่โรงน้ำชาอยู่สองวัน เรื่องนินทาหลายเรื่องจึงผ่านเข้าหูนาง รวมถึงเรื่องน่ารังเกียจของใต้เท้าเผยผู้เป็นบิดาด้วย

ในหมู่ขุนนางล้วนรู้กันดีกว่าใต้เท้าเผยทะเยอทะยานอยากจะเลื่อนขั้นเพียงใด พยายามสืบเสาะหาตระกูลขุนนางที่กำลังรุ่งเรืองแล้วเสนอบุตรสาวของตนให้เป็นลูกสะใภ้ ทว่าขุนนางใหญ่พวกนั้นกลับไม่ยอมตกปากรับคำโดยง่าย ครั้นรู้ว่าตระกูลเผยมีคำมั่นสัญญากับตระกูลจูจนทำให้องค์ชายสิบห้าต้องรับเอาบุตรสาวคนโตของเผยอวี่หนิงไว้เป็นพระชายาเอกต่างโจษจันกันทั่ว ไม่ว่าจะในภัตตาคารบึงหงส์ โรงน้ำชา เหลาสุรา ไปจนถึงหอคณิกาล้วนพูดคุยกันเรื่องนี้อย่างออกรส

“ใต้เท้าเผยเจ้าเล่ห์นัก ใช้คำสัญญาปากเปล่าของคนรุ่นก่อนมาทำให้คนรุ่นนี้ต้องอึดอัดใจ”

“องค์ชายสิบห้าทรงยอมง่ายๆ อย่างนั้นหรือ”

“ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้จึงออกราชโองการพระราชทานสมรสแล้วนี่”

“ไอหยา! เคราะห์ร้ายเป็นขององค์ชายสิบห้าแล้ว!”

เผยมู่ซีจึงได้รู้ว่าที่แท้บิดาของตนในสายตาของผู้อื่นเป็นคนเช่นใด สมควรแล้วที่องค์ชายสิบห้าจะนึกรังเกียจนางโดยที่ยังมิได้ทำความรู้จัก แต่...นางก็ยังโกรธอยู่ดีที่องค์ชายสิบห้าปรามาสนางไว้เช่นนั้น ในเมื่อเป็นสมรสพระราชทานที่นางไม่อาจปฏิเสธได้จึงจำใจเตรียมตัวตามที่หลี่มามาจากวังหลวงให้คำแนะนำ

…ป่านนี้การตายของคุณหนูใหญ่ตระกูลเผยคงทำให้คนผู้นั้นโล่งใจไปแล้ว....

“หลานเอ๋อร์เจ้าอย่ามัวใจลอย ยกเท้าข้ามธรณีประตูด้วย ประเดี๋ยวจะหน้าคะมำเอา”

เสียงเตือนของจังฮูหยินอยู่ใกล้ๆ ทำให้เผยมู่ซีเพิ่งระลึกขึ้นได้ว่านางกำลังจะเดินเข้าไปในศาลาใหญ่ของวัดพระโพธิสัตว์แล้ว

ชิงหลานคุกเข่าลงต่อหน้ารูปปั้นสีขาวขนาดใหญ่ของพระโพธิสัตว์กวนอิม จุดธูปอธิษฐานของให้ท่านย่าของนางสุขภาพร่างกายแข็งแรง

‘ท่านย่าข้าวาสนาน้อยนักไม่อาจจะอยู่แสดงความกตัญญูต่อท่านได้ บัดนี้มาอยู่ในร่างของผู้อื่น คงทำได้แต่เพียงขอพรจากพระโพธิสัตว์ให้ท่านสุขภาพแข็งแรง’

น้ำตาของชิงหลานรื้นออกทางหางตา นางเกรงว่าจังฮูหยินจะสังเกตเห็นจึงรีบปาดน้ำตาโดยเร็วก่อนจะก้มลงกราบ เมื่อเงยหน้าขึ้นนางจึงเห็นว่าจังฮูหยินยังคงหลับตาพนมมืออธิษฐานอยู่

เมื่อจังฮูหยินลืมตาขึ้นก็เห็นบุตรสาวจ้องตนตาแป๋วก็อดหัวเราะออกมามิได้ “เจ้าจ้องแม่เช่นนี้ สงสัยสิ่งใดหรือ ”

“ในมือของท่านแม่ถืออันใดไว้หรือเจ้าคะ”

ฮูหยินคนงามแบมือให้บุตรสาวดูผ้ายันต์ที่ถูกพับจนเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ ในมือ

“ยันต์จากวัดหยกสวรรค์อย่างไรเล่า ยันต์ผืนนี้ทำให้เจ้ารอดพ้นจากความตายมาหลายครั้งหลายหน ในยามที่เจ้ายังเด็กเคยป่วยหนัก แม่ดั้นด้นไปไหว้เจดีย์ขาวที่วัดนั้น จึงได้พบไต้ซืออาวุโส ท่านกรุณามอบสิ่งนี้ให้ ท่านบอกว่าชะตาของเจ้าต้องผ่านวิบากกรรมไปสามครั้งให้แม่พกยันต์นี้ไว้กับตัว หากเจ้ามีภัยก็ให้กำยันต์นี้ไว้”

แสงอร่ามจากผ้ายันต์ทำเอาเผยมู่ซีแสบตา

‘อา....สิ่งนี้เองที่ดูดเอาวิญญาณของข้าให้มาอยู่ในร่างของชิงหลาน’

จังฮูหยินเห็นบุตรสาวหยีตาก็รีบเก็บผ้ายันต์ใส่ไว้คืนในอกเสื้อก่อนจะถามด้วยความห่วงใย “เจ้าเป็นอย่างไร ปวดตาเช่นนั้นหรือ ”

“มิได้เจ้าคะ ควันเข้าตาข้า”

จังฮูหยินหัวเราะเบาๆ พลางจูงมือบุตรสาวออกมาด้านนอก “แม่ลืมไปว่าเจ้ามิค่อยชอบควันธูปเท่าใดนัก พวกเราไปชมภาพวาดฝาผนังที่ช่างกำลังวาดกันดีกว่า”

กล่าวกันว่าหมิงฮ่องเต้ทรงโปรดจิตรกรฝีมือดีจนรวบรวมไว้ในวังหลวงส่วนหนึ่งเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ในงานแสดงภาพวาดประจำปีทรงสั่งให้นำภาพบางส่วนออกมาให้ชาวเมืองได้ร่วมประมูลเพื่อนำเงินไปช่วยราษฏรที่ตกทุกข์ได้ยาก

“ท่านแม่ดูจะชื่นชมฮ่องเต้มากนะเจ้าคะ”

ชาติก่อนที่นางเป็นเผยมู่ซี นางเคยได้ยินบัณฑิตเอ่ยถึงหมิงฮ่องเต้ มีทั้งคำนินทาและสรรเสริญ ทางหนึ่งก็ว่าหมิงฮ่องเต้ทรงเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ แต่อีกทางก็ว่าทรงมีพระเมตตาเปี่ยมล้นต่อราษฏร ทรงนำทองที่ได้จากการค้นพบขุมทรัพย์อดีตฮ่องเต้มาใช้สร้างเขื่อนถึงสามแห่งเพื่อป้องกันอุทกภัยในภายหน้า ทั้งยังสามารถกักเก็บน้ำบางส่วนไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรมได้อีกด้วย

“เจ้าว่าการไม่มีสงครามนั้นสุขเพียงใด ฮ่องเต้ทรงทำให้ศึกเหนือใต้สงบลง ซ้ำกับแคว้นเหลียนที่อยู่ฝั่งตะวันออกก็เน้นทำการค้า ราษฏรต่างอยู่ดีกินดี แค่นี้ก็เพียงพอที่จะยกย่องพระองค์แล้วมิใช่หรือ”

ชิงหลานได้ยินก็พลันนึกขึ้นได้ว่าในมุมของราษฏรอย่างเช่นจังฮูหยินก็คงต้องการเพียงเท่านี้ การแก่งแย่งของขุนนางในราชสำนักหรือแย่งอำนาจของราชวงศ์ล้วนแต่ไม่อยู่ในความใส่ใจของไพร่ฟ้า

“จริงอย่างที่ท่านแม่ว่า...ได้ใช้ชีวิตสงบสุข ไร้ศึกสงครามก็นับว่าดียิ่งแล้ว”

“ภาพวาดฝาผนังที่ท่านแม่ว่าอยู่ที่ใดเจ้าคะ”

จังฮูหยินยิ้มกว้าง บุตรสาวของนางช่างสนใจการวาดภาพเสียจริง ความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของหลานเอ๋อร์อาจจะเป็นพรที่สวรรค์ประทานให้หลังจากรอดพ้นความตาย

“ตามแม่มาทางนี้”

เมื่อสองแม่ลูกเลี้ยวหัวมุมศาลาใหญ่ไปที่หอสูงด้านข้างก็ปรากฎนั่งร้านที่สร้างด้วยไม้ไผ่ล้อมรอบหอแปดเหลี่ยมไว้ทุกด้าน ข้างบนนั้นเต็มไปด้วยช่างที่กำลังทาสีตกแต่งภายนอก ส่วนข้างในตามระเบียงมีผู้คนกำลังนั่งวาดภาพเรียงรายอยู่

ชิงหลานมองเห็นภาพวาดฝาผนังเหล่านั้นแล้วถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น

“โอว....ท่านแม่! หอนี้ต่อไปต้องสวยงามมากแน่ๆ”

**************
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 253

    เหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 252

    ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 251

    ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 250

    มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 249

    “บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 248

    ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 227

    อนุอันชะเง้อหาชิงหลวนซานอีกคราหนึ่งก็ไม่เห็นร่างคนผู้นั้นแล้ว นางจึงถอนหายใจเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ยาวในร้านเกี้ยวน้ำพร้อมด้วยสาวใช้อีกคน “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าคุณชายใหญ่มากับผู้ใด” “มาคนเดียวนี่เจ้าคะ แต่แปลกจริงท่าทางดูลับๆ ล่อๆ ชอบกล ตั้งแต่คุณชายใหญ่ออกไปอยู่จวนสกุลซิวแล้วก็ไม่เห็

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 226

    ในเรือนร้างหลังนั้นมีร่องรอยว่าเคยมีคนมาพำนักอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เหล่ามือปราบที่ติดตามมาช่วยกันตรวจตราจนทั่วเรือนจินวั่งซูเดินไปดูประตูเล็กด้านหลังที่มีอยู่ใกล้ลำคลองขนาดใหญ่ ดินบริเวณนั้นจึงอ่อนนุ่มจนเกิดรอยเท้า ได้ง่าย “พวกมันหนีไปทางด้านนี้ ดูแล้วน่าจะสักหกถึงเจ็ดคนได้” “รีบตามไป

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 225

    กลุ่มชายชุดดำบุกเข้าไปในเรือนใหญ่หลังนั้นทางประตูหน้า ทว่าเมื่อเข้าไปถึงลานใหญ่กลับเจอชายฉกรรจ์ที่สวมชุดสีน้ำเงินถือดาบใหญ่เกือบยี่สิบคนเดินออกมาต้อนรับ “พวกเจ้าบังอาจบุกคฤหาสน์สกุลเหลียน ไม่กลัวตายบ้างหรือไร” บ่าวรับใช้หน้าเรือนตะคอกผู้บุกรุก “ส่งคนที่หลบหนีออกมาให้พวกข้า แล้วพวกข

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 222

    ฝีมือของสิบหกกระบี่ชวนหวั่นใจมิใช่น้อย เหล่าลู่ที่เคยกำจัดมือสังหารมาเป็นจำนวนมากยังรู้สึกหนักใจ จังหวะหนึ่งที่ถอยหลังไปชนกับภรรยาเขาจึงเตือนให้นางระวัง “ฝีมือของพวกมันร้ายกาจยิ่งนัก น่าจะพอๆ กับองครักษ์เสื้อแพรเลย” เขาเตือน “พวกมันมาเยอะเกินไปท่านพี่ เราคงต้องแยกกันกำจัดพวกมันเสีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status