Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-01-23 19:53:55

“เจ้าอย่าเข้าใกล้มากนักเล่า พื้นที่กำลังก่อสร้างต่อเติมล้วนเต็มไปด้วยอันตราย ยืนดูห่างๆ อยู่ตรงนี้แม่จะไปสุขาสักครู่” จังฮูหยินชี้ไปยังอาคารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก

“ท่านแม่ไปเถิด...ข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนเจ้าคะ”

“ดี..รอแม่ครู่เดียว”

ชิงหลานนึกอยากเห็นภาพที่จิตรกรเล่านั้นวาดใกล้ๆ พอดีกับที่คนงานที่ซ่อมแซมรอบๆ ได้เวลาเลิกงานพอดี พวกเขาจึงลงจากนั่งร้านไปจนหมด เหลือเพียงจิตรกรสองคนที่ชั้นล่างยังคงวาดภาพติดพันอยู่ นางมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดแล้วจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ

จิตรกรวัยกลางคนกำลังตั้งอกตั้งใจวาดขุนเขาจึงมิได้หันมาสนใจนาง ชิงหลานมองลายเส้นที่ยังไม่คมพอด้วยความรู้สึกคันไม้คันมือ

“ท่านลุง ข้าอยากช่วยท่านวาดจะได้หรือไม่”

บุรุษผู้นั้นเอียงหน้ามามองนางเล็กน้อย “แม่หนูน้อยเจ้ายังเล็กนัก หากมาช่วยแล้วงานของข้าเกิดความผิดพลาด เห็นทีคงต้องถูกองค์ชายสิบห้าลงโทษ”

ชิงหลานยิ้มน้อยๆ นางมองกระดาษรองเปื้อนที่วางอยู่บนพื้น

“เช่นนั้นให้ข้าพิสูจน์ฝีมือสักหน่อยเถิด”

นางหยิบพู่กันพังๆ ที่บุรุษผู้นั้นวางไว้บนพื้น จุ่มหยดหมึกที่ย้อยทิ้งแล้วตวัดพู่กันลงบนกระดาษรองเปื้อนอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวก็ปรากฏเป็นเทือกเขางดงามต่อหน้าจิตรกรผู้นั้น

“เหตุใดเจ้าจึงวาดภาพได้งดงามเช่นนี้ ผู้ใดเป็นอาจารย์ของเจ้า ”

ชิงหลานยิ้มแล้วเชิดหน้าน้อยๆ “ข้ามิอาจเอ่ยอ้างถึงอาจารย์ เอาเป็นว่าฝีมือข้าดีพอจะช่วยท่านวาดภาพฝาผนังหรือไม่”

“ได้ๆ เจ้าฝีมือดีเช่นนี้ ช่วยข้าได้มากเทียว ข้าอยากวาดส่วนนี้ให้เสร็จจะได้กลับบ้านเสียที ยามนี้ภรรยาข้าคงรอแย่แล้ว”

“มาๆ ข้าช่วยท่านเอง” ชิงหลานพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ กับจิตรกรผู้นั้น

“นี่ๆ เจ้าใช้พู่กันพวกนี้นะ ส่วนสีก็ใช้อันที่ข้าผสมไว้ได้เลย”

“เจ้าค่ะ”

จังฮูหยินเดินกลับมาเห็นบุตรสาวกำลังช่วยจิตรกรวาดภาพฝาผนังก็ยิ้มกว้าง

“การบูรณะวัดนับเป็นกุศลอย่างยิ่ง เจ้าช่วยทำไปก่อน เดี๋ยวแม่เดินไปไหว้เทพเซียนด้านโน้นสักครู่ หากเจ้าเสร็จก่อนก็เดินไปหาแม่ตรงกระถางธูปใหญ่กลางแจ้งก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่” ชิงหลานรับคำเสียงใส

จิตรกรอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักหันมามองเด็กหญิงที่ตวัดพู่กันอย่างชำนิชำนาญด้วยความสนใจ เขาหันไปมองจังฮูหยินแล้วเอ่ยชม “บุตรสาวของเจ้าช่างเก่งกาจนัก ฝีมือเช่นนี้เหมือนกับฝึกฝนมานับสิบปี”

จังฮูหยินปิติเต็มหัวใจ “นับว่าสวรรค์ได้ประทานพรให้นางแล้ว”

คนทั้งสามยังคงก้มหน้าก้มตาวาดภาพกันต่อไป โดยมิได้ดูเลยว่าบัดนี้ด้านหลังมีร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์กำลังเอามือไพล่หลังยืนหน้าบึ้งอยู่

“เด็กนี่เป็นผู้ใดกัน เหตุใดพวกเจ้าจึงให้มายุ่งกับภาพฝาผนังได้”

ชิงหลานสะดุ้ง หันหลังกลับไปมอง บุรุษที่ยืนบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสูงสง่า นางเงยหน้าขึ้นหมายจะมองหน้าให้ชัดเจน ทว่ากลับไม่อาจสู้แสงที่สาดเข้ามาได้จึงวางพู่กันแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นบังแสงตะวัน

“เจ้าเป็นลูกหลานพวกเขาหรือไร เหตุใดจึงซนนัก กล้ามาทำให้ภาพที่ข้ารับผิดชอบเสียหาย”

ชิงหลานได้ยินคำสบประมาทก็เดือดดาล “เสียหายที่ใดกัน ข้ามาช่วยให้พวกเขาทำงานได้เร็วขึ้นต่างหาก”

ชายหนุ่มฉวยข้อมือข้างที่สาวน้อยยกขึ้นมาบังแสงแดดฉุดร่างให้นางลุกขึ้น ร่างเล็กผอมบางผวาตามแรงดึงจนเข้าไปปะทะร่างของเขา

“โอ๊ะ! นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใด” นางร้องขึ้น

ร่างนั้นแทบจะปลิวตามลมได้อยู่แล้ว เมื่อเซชนร่างเขาก็ยังคงทรงตัวไม่อยู่ ความสูงของนางก็แค่หน้าอกของเขาเท่านั้น น่าเจ็บใจนักชาติก่อนเผยมู่ซีก็มิได้เตี้ยเยี่ยงนี้สักหน่อย ต้องโทษที่ชิงหลานป่วยนานเกินไปจนร่างกายไม่เติบโตดูๆ ไปก็ราวเด็กหญิงอายุไม่ถึงสิบสองปี

“ท่านต่างหาก...คิดจะทำสิ่งใด ” นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างดูแล้วไม่ดูเกรงกลัวเขาสักนิด

จิตรกรวัยกลางคนทั้งสองหันขวับมาโดยเร็ว เมื่อเห็นเพียงชายเครื่องแต่งกายของคนผู้นั้นก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะทันที

“องค์ชาย! ได้โปรดฟังกระหม่อมก่อนพะย่ะค่ะ” จิตรกรวัยกลางคนที่อนุญาตให้ชิงหลานช่วยวาดภาพเงยหน้าขึ้นเพื่อหวังจะอธิบาย

ทว่าหมิงเฉิงอวี่กลับทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม “ให้เปิ่นหวางสอบสวนนางก่อน!”

“พะย่ะค่ะ” ร่างที่คุกเข่าอยู่จำเป็นต้องก้มหน้ารอ

หมิงเฉิงอวี่ยังคงกำข้อมือของนางไว้แต่ไม่กล้าออกแรงมากนักเพราะเห็นว่าเด็กหญิงผู้นี้ผอมบางเหลือเกิน “เจ้าบอกมา...เจ้าเป็นผู้ใด”

“ท่านเป็นองค์ชายจริงๆ หรือ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นถามทั้งที่ในใจกำลังตื่นเต้น

สีหน้าของเขาเป็นสีระเรื่อด้วยความเคือง นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้กล้าถามเขา เยี่ยงนี้ “ใช่! เปิ่นหวางคือองค์ชายสิบห้า หมิงเฉิงอวี่”

เขาหวังจะข่มขู่ให้นางหวาดกลัวแต่กลับไม่ได้ผล หมิงเฉิงอวี่คล้ายเห็นแววตาเด็กหญิงแสดงความเกลียดชังออกมาแวบหนึ่ง

“อ้อ...ท่านเป็นองค์ชายแล้วจะรังแกเด็กอ่อนแอเช่นหม่อมฉันอย่างไรก็ได้งั้นหรือเพคะ”

ชายหนุ่มได้ยินประโยคนั้นถึงกับผงะ รีบปล่อยมือที่กุมข้อมือนางโดยไว เขาซึ่งเป็นหนุ่มฉกรรจ์วัยยี่สิบสองปี เมื่อเทียบกับเด็กหญิงวัยสิบสองที่แค่บีบเล็กน้อยกระดูกของนางก็พร้อมจะแหลกคามือเขาแล้ว แตกต่างกันอย่างมาก

เขาไม่ควรที่จะรังแกนางจริงๆ แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือยังมีเด็กที่ฝีปากกล้าเช่นนี้อยู่ด้วย

“เจ้าเป็นผู้ใด” ชายหนุ่มแก้เก้อด้วยการเอามือไพล่หลัง ถอยเท้าออกไปหนึ่งยืนด้านข้าง ก้มหน้าเล็กน้อยคอยสังเกตสังกาเด็กหญิงตรงหน้า

“หม่อมฉันชื่อชิงหลานเพคะ มาอาสาท่านลุงผู้นี้เพื่อช่วยวาดภาพเท่านั้น มิได้ทำให้เสียหายสักหน่อย”

องค์ชายสิบห้าทรงเลิกพระขนงข้างหนึ่งก่อนจะหันไปดูร่องรอยที่เด็กหญิงวาดอยู่บนผนังก็ไม่พบว่ามีที่ใดเสียหายหรือเลอะเทอะ จึงหันไปหาจิตรกรที่คุกเข่าอยู่

“นางทำได้จริงหรือ เหตุใดเจ้าจึงได้อนุญาตโดยมิได้บอกเปิ่นหวาง[1]ก่อน ”

“พระอาญามิพ้นเกล้า ฝีมือของนางดีมากจริงๆ พะย่ะค่ะ โปรดทอดพระเนตรก่อนเถิด” จิตรกรผู้นั้นหันไปหยิบกระดาษรองเปื้อนที่วางอยู่พื้นด้านหลังมายื่นให้กับองค์ชายสิบห้า

ภาพที่เทือกเขาที่ปรากฏต่อหน้าลายเส้นแสดงถึงความชำนาญในการวาดเป็นอย่างดี องค์ชายสิบห้าทรงพระเนตรแล้วก็ค่อยสงบพระทัยลง

“ภาพนี้เป็นเจ้าวาดหรือ”

“เพคะ” ดวงตาของเด็กหญิงแข็งกร้าว

องค์ชายหมิงเฉิงอวี่รู้สึกราวตนเองเคยล่วงเกินเด็กหญิงอย่างใหญ่หลวงจนนางมีความแค้นฝังใจ เมื่อพินิจให้ดีจึงทรงนึกออกว่าเคยเจอเด็กหญิงผู้นี้มาแล้วคราหนึ่ง

“เจ้านั่นเอง! เด็กที่เป็นลมบนถนนในขบวนแห่ศพของคุณหนูเผย”

ชิงหลานผงะเล็กน้อย นางจำเหตุการณ์นั้นได้แต่กลับไม่รู้ว่าตนเองได้พบหน้าองค์ชายสิบห้าด้วย ตอนที่นางได้สติขึ้นมาอีกครานั้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในโรงหมอของท่านหมอเกาแล้ว ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม จังฮูหยินก็ตรงมาพอดี

“คารวะองค์ชายสิบห้า หม่อมฉันเป็นแม่ของชิงหลาน ชื่อจังฉีเพคะ” ร่างสูงโปร่งหันมามองสตรีมาใหม่ที่คุกเข่าลงต่อหน้า “ไม่ทราบว่าบุตรสาวของหม่อมฉันได้ล่วงเกินอันใดองค์ชายหรือไม่เพคะ”

“ยังหรอกจังฮูหยิน เปิ่นหวางเพิ่งจะสอบสวนแต่เห็นว่านางมิได้ทำอันใดเสียหายก็มิได้ถือโทษ”

ชิงหลานเผลอจ้องใบหน้าคนพูดเขม็ง “หม่อมฉันกำลังสร้างประโยชน์ให้กับองค์ชายด้วยการช่วยวาดภาพให้เสร็จเร็วขึ้นต่างหากเพคะ”

“ดี! เช่นนั้นก็คิดเสียว่าเจ้าได้ตอบแทนพระคุณที่เปิ่นหวางช่วยเหลือเจ้าในวันนั้น พรุ่งนี้มาวาดต่อให้เสร็จทั้งผนังก็แล้วกัน”

[1] เปิ่นหวาง คำแทนตัวที่องค์ชายใช้ในยามพูดคุยกับผู้อื่น

**************
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 253

    เหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 252

    ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 251

    ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 250

    มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 249

    “บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 248

    ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 233

    ใต้เท้าชิงได้ยินว่าเว่ยเว่ยมานอนกับพี่สาวจึงคิดจะแวะมาดูพวกนางเสียหน่อย ชิงเว่ยเว่ยรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ส่วนองค์ชายก็เข้าไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าสอง พี่น้องแสร้งทำเป็นนั่งเล่นหมากขาวดำอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง สาวใช้ของ ชิงเว่ยเว่ยยอบกายต้อนรับนายท่านอย่างนอบน้อมด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ ในฐานะผู้สมร

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 232

    “ผู้ใดจะยอมให้พวกเจ้าจับกันล่ะ ” มือปราบผู้หนึ่งใช้กระบี่ทาบไว้ที่ต้นคอของชิงหลวนซาน “เปิดทางให้เราเดี๋ยวนี้!” “ถอยก่อน! รักษาชีวิตคุณชายชิงไว้ให้ได้!” จั๋วเหรินหาวร้องสั่งการ มือปราบทั้งสองถอยหลังขึ้นจากคุกใต้ดินอย่างระมัดระวัง จนขึ้นมาถึงลานด้านหน้าของสำนักมือปราบ ฟิ้ว!

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 231

    “ท่านพ่อ!” เสียงเรียกของชิงหลวนซานทำให้ใต้เท้าชิงได้สติ ชายหนุ่มถูกขังไว้ในห้องขังฝั่งตรงข้ามกับมารดาแม้จะรู้ว่าชายหนุ่มมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตนแต่ชิงเว่ยก็ได้อุ้มชูเลี้ยงดูมาอย่างลูกคนหนึ่งย่อมมีความรู้สึกรักและผูกพัน “เสี่ยวซาน ท่านย่าเป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก! จึงให้พ่อมาดูเจ้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 228

    เสียงครางกระเส่าของหญิงชายที่ดังออกมาจากห้องของเจียวมี่ทำเอาซิวฮูหยินชะงักฝีเท้า สาวใช้ของนางไม่เคยมีท่าทีสนใจหรือพูดถึงบุรุษหน้าไหน เหตุใดจึงได้มีเสียงกำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนเล็ดลอดออกมาเช่นนี้ “ท่านแม่ ทางนี้ขอรับ!” ชิงหลวนซานดึงข้อมือมารดาให้หลบไปยังหน้าต่างบานหนึ่ง เขาค่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status