Share

บทที่ 2 นางร้ายเริ่มเอาคืน

last update Tanggal publikasi: 2025-10-29 17:01:35

ซูจิ้งหนานทบทวนคำพูดของตัวเองให้ดี และสะกดกลั้นเอาไว้ไม่ให้เดินตามรอยเดิมของบทนางร้ายในนิยาย พร้อมกับสูดหายใจเข้าเต็มปอด แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างไปบนพื้นในห้อง เรียวคิ้วพลัดขมวดแน่นอีกครั้ง

         ฝุ่นงั้นเหรอ!

         บ้านของเธอเป็นเจ้าของโรงสีที่บริหารโดยรัฐ และไม่ใช่ตระกูลต่ำต้อย แม้ไม่ใช่ผู้นำในด้านต่าง ๆ แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดา ที่ไม่มีแม่บ้านคอยดูแลทำความสะอาด

         จำได้ว่าตอนตื่นเหมือนได้กลิ่นฉุนของน้ำยาทำความสะอาด แต่ทว่าเหตุใดในห้องของเธอถึง...สกปรกอย่างนี้

         เมื่อคิดดังนั้นร่างนี้ก็พลันมีอารมณ์ขึ้นทันควัน ราวกับต้องการหาเรื่องใครสักคน และเธอที่รับรู้ความรู้สึกนั้นก็เข้าใจโดยทันทีว่า

         ที่ใครเห็นว่านางร้ายอย่างซูจิ้งหนานร้ายกาจนั้น ไม่จริงสักนิด เธอแค่เจ้าระเบียบและสั่งสอนให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่ต่างหาก

         แต่สิ่งที่เธอแสดงออกมานั้นคือการโวยวายและป้ายความผิดไปให้กับแม่เลี้ยงอย่างไป๋หรูอิง สตรีบ้านนอกที่อยากปีนเตียงพ่อของเธอเพื่อขึ้นมาอยู่ในบ้านตระกูลซู

         เพื่อหน้าตาสินะ!

         แน่นอนว่าเรื่องการจัดการในบ้าน เดิมเป็นแม่ของเธอดูแล แต่เมื่อผู้หญิงคนนี้เข้ามากลับทำให้บ้านเละเทะไปหมด แล้วแบบนี้บ้านจะยังเป็นบ้านอยู่ได้อย่างไร

         แต่ถ้าเธอโวยวายก็เท่ากับกลับเส้นเรื่องเดิม

         แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่มีชั้นเชิงน่ะสิ

         ช่างปะไร...พ่อยกหน้าที่ตัดสินใจให้ไป๋หรูอิงแล้วนี่...เธอจะไม่ยุ่งหรอกนะ แต่เธอแค่จะทำให้ทุกคนค่อย ๆ เห็นความจริง เหมือนชี้ให้เห็นหนามของกุหลาบว่ามันแหลมคมแค่ไหน หากไม่ระวังก็จะถูกตำมือเอาได้

         ซูจิ้งหนานเอาชุดคลุมชั้นนอกอีกชั้นสวม แล้วเดินลงมาด้วยท่าทางหาวหวอด ๆ ก่อนจะเห็นสีหน้าของพ่อที่กำลังเดือดดาลเต็มที

         “นี่ลูกเพิ่งตื่นหรือ...สายแล้วพ่อมีนัดตอนบ่ายที่ตระกูลอวิ๋นอีกนะ” ซูเหวินเฉียงตะคอกลูกสาวที่นับวันจะทำให้เขาปวดหัวขึ้น

         หากไม่ได้สัญญากับแม่ยายเอาไว้ ซูจิ้งหนานคงได้ย้ายไปอยู่บ้านนอกเพื่อดัดนิสัยไปแล้ว

         “ค่ะ...หนูเพิ่งตื่น วันนี้ไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ หนูอ่านหนังสือเตรียมสอบยันเช้า ก็ได้ยินเสียงโวยวายของพ่อเลยลงมาดูนี่ล่ะคะ” ซูจิ้งหนานมองหน้าบิดาดวงตากระจ่างใส คล้ายกับหูดับไม่ได้ยินเสียงคำรามก่อนหน้า

         ซูเหยียนหลิงกับไป๋หรูอิงมองหน้ากันคล้ายกับแปลกใจที่เห็นซูจิ้งหนานเดินลงมาทำท่าใจเย็น ไม่อาละวาดเหมือนเก่า

         “แล้วไป๋หรูอิงบอกลูกแล้วไม่ใช่เหรอ เมื่อวานที่โต๊ะกินข้าว...” แต่พูดไม่ทันจบ ไป๋หรูอิงก็ขัดขึ้น

         “เอ่อ...เป็นความผิดฉันเองค่ะ ที่เมื่อเช้าไม่ได้เตือนอีกครั้ง ทำให้คุณหนู....” ไป๋หรูอิงรีบรับผิดแทนทันที แต่ทว่านั่นไม่ได้เรียกรอยยิ้มดีใจให้กับซูจิ้งหนานหรอกนะ

         กลับกันเธอยิ่งแสยะยิ้มมองไปยังไป๋หรูอิง และแม่เลี้ยงก็หลับตาปี๋เตรียมรับคำด่าจากฉันล่ะสิ

         ฝันไปเถอะ!

         เมื่อวานเพราะเธอไม่อยากร่วมโต๊ะอาหารด้วย จึงไม่กินข้าวเย็น ตามในบทนิยาย และเป็นไป๋หรูอิงที่มาแจ้งเจ้าของร่างเก่า แต่เวลาคลาดเคลื่อนกันจนเกิดเรื่อง

         “ก็คุณน้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าคุณพ่อจะพาไปห้าง อวิ๋นไท่ตอนบ่ายโมง ฉันก็คิดว่าอ่านหนังสือเสร็จยังมีเวลาพักอีกนิดหน่อย ก็เลยไม่ได้รีบ” ซูจิ้งหนานมองไปที่ไป๋หรูอิงด้วยคล้ายจะบอกว่า เธอนั่นแหละที่นัดฉันผิด

         แต่ทว่า...

         “ฮึก...ฉัน...ฮึก...ฉัน”

         ไป๋หรูอิงบีบน้ำตาออกมา ทำให้ซูเหวินเฉียงกำหมัด และซูจิ้งหนานเห็นดังนั้นก็มองไปยังแม่ของนางเอก ที่ตีบท

ดรามาแตกเหลือเกิน

         ‘เอารางวัลไปเลยค่ะคุณน้า’

         เธออยากพูดคำนี้มาก แต่ทว่าเมื่อพ่อของเธอกำลังจะอ้าปาก เธอก็รีบขัดเสียก่อน

         “ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อไปกับซูเหยียนหลิงก็แล้วกันค่ะ ฉันมีนัดกับคุณยายเรื่องไปไหว้หลุมศพคุณแม่” เธออ้างคุณยายออกไป เพื่อจะทำให้ซูเหวินเฉียงไม่มีข้ออ้างใดในการด่าทอเธอ

         เพราะว่าตระกูลคุณยายของเธอก็ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาเช่นกัน ดังนั้นยังต้องเกรงใจอีกหลายส่วน

         ซูเหวินเฉียงขมวดคิ้วมุ่น เห็นลูกสาวจะไปพบแม่ยายยิ่งทำให้ตนเองร้อนรน เพราะเขาสัญญาว่าจะรักและดูแลลูกสาวของหลิวอี้ให้ดี ด้วยก่อนตายได้มีจดหมายหนึ่งฉบับ ที่ทำให้เขาผิดต่อภรรยา

         “เอ่อ...ลูก...ไปวันหลังดีไหม วันนี้พ่อยังมีธุระต่อ”

         “ไม่เป็นไรค่ะ พ่อก็พาแม่นั่นไปเถอะ” ซูจิ้งหนานพยายามใช้สรรพนานที่เบาลงมาแล้ว คำว่า ‘แม่นั่น’ เบากว่านังนั่นเยอะ

         ร่างเดิมไม่เพียงไม่ยอมรับซูเหยียนหลิงเป็นพี่สาว เพราะวันเดือนปีเกิดของเธอและซูเหยียนหลิงห่างกันแค่สิบห้าวัน

         นั่นทำให้รับรู้ว่าตลอดเวลาที่พ่อแต่งงานกับแม่ พ่อแอบไปคบกับผู้หญิงคนนี้รวมทั้งมีลูกกับพ่อของเธอ เพราะว่าข้ออ้างที่บอกว่าแม่ของเธอไม่แข็งแรง กลัวจะมีทายาทสืบสกุลไม่ได้

         แต่นั่นเธอรู้ดีว่า พ่อแค่มักมากมีเมียเยอะ เหมือนบ้านอื่นที่มีเมียรอง เมียสาม เพียงแต่สัญญากับคุณยายของเธอเอาไว้ก่อนจะแต่งงานกับแม่ ทั้งลงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

         ฮึ!

         พอได้แม่เธอไปทั้งตัวและหัวใจ ความร้ายกาจของผู้ชายคนนี้ก็เริ่มขึ้น มันก็เหมือนโลกที่ผ่านมาของเธอ ที่เธอมีแฟนเป็นคนเห็นแก่ตัว

         แม่ของซูจิ้งหนานก็น่าสงสารพอ ๆ กับเธอนั่นแหละ

         ไป๋หรูอิงกับซูเหยียนหลิงมองหน้ากัน หากซูจิ้งหนานไม่ไป เท่ากับว่าวันนี้พวกเธอแทบจะไม่ได้สิ่งของอื่นกลับมา เพราะหากซื้อให้ซูจิ้งหนานแล้วไม่ซื้อให้เธอสองคน ซู        เหวินเฉียงก็รู้สึกผิด เพราะรักลูกไม่เท่ากัน

         และนั่นเป็นสิ่งที่พวกเธอไม่ต้องการ เพราะว่าซูจิ้ง  หนานชอบซื้อของแพง ๆ

         “แต่อีกสามวันจะเป็นงานเลี้ยงแล้วนะ หนูมีชุดแล้วหรือลูก” ไป๋หรูอิงเดินเข้ามาจับมือลูกเลี้ยงแล้วตบเบา ๆ ที่หลังมือ พร้อมกับสีหน้าที่ห่วงใยเต็มที

         แต่ทว่าซูจิ้งหนานคนเดียวกระมัง ที่รู้สึกว่าการกระทำนี้ปลอมที่สุดตั้งแต่เกิดมา

         เดิมหากเป็นนางร้ายคนเก่า ต้องกระชากมือออกแล้วทำท่าขยะแขยง ตามด้วยตบไป๋หรูอิงจนหน้าหัน ก่อนจะชี้หน้าด่า

         ‘อย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องฉัน’

         เธอยกมุมปากเบา ๆ ก่อนจะนึกภาพตามในบทนิยายที่อ่านมา แล้วก็ส่ายหน้าในใจก่อนจะปั้นยิ้มต่อ

         “ไม่เป็นไรค่ะ ชุดของคุณแม่ของฉันสมัยยังสาวมีเยอะแยะค่ะ เดี๋ยวฉันใส่ชุดของคุณแม่ก็ได้”

         รอยยิ้มหวานที่ซูจิ้งหนานส่งให้กับไป๋หรูอิงเป็นรอยยิ้มการค้า เพราะว่าเธอรู้ว่าเสื้อผ้าของแม่ถูกผู้หญิงคนนี้จัดการเตรียมจะเอาไปขายทิ้ง

         และนั่นทำให้เธอหาเหตุเพื่อจะหลบไปบ้านคุณยายได้

         ฮึ!

         คำว่าชุดเก่าของคุณแม่...ทำให้ไป๋หรูอิงผงะ...ไม่คิดว่าคนที่แสนเย่อหยิ่งจะสนใจของแบบนั้นด้วย ทำให้เธอกำมือแน่น

         “เอ่อ...เก่าแบบนั้นจะไม่เชิดหน้าชูตานะคะ ฉันว่าซื้อใหม่ดีกว่า”

         เริ่มแล้วสินะ...ส่อพิรุธแบบนี้ กำลังจะจัดการข้าวของของแม่อย่างนั้นสินะ

         ฝันไปเถอะ เจ้าของร่างรักแม่มากแค่ไหน เธอจะรักให้มากกว่าเดิมสิบเท่า รวมทั้งเอาคืนพวกเธอให้สาสม

         “ไม่หรอกค่ะ ทั้งหมดเป็นของคุณยายทำให้กับมือของตัวเอง ฉันว่ามันมีคุณค่า อีกอย่างรายการของคุณแม่ทำบัญชีเอาไว้ คุณยายจัดการไว้ก่อนตาย ฉันคิดว่ามันไม่หายไปไหน เพราะคุณพ่อกำชับอย่างดี” เธอยิ้มหวานให้ไป๋หรูอิง ก่อนจะหันไปถามคุณพ่ออีกคำ

         “ใช่ไหมคะคุณพ่อ”

         “ใช่...ของทุกอย่างของแม่ยังอยู่ที่เดิม” ซูเหวินเฉียงกล่าวหนักแน่น และนั่นทำให้เธอยิ้มให้กับคุณพ่อ ก่อนจะเดินไปจับมือคุณพ่อเอาไว้แน่น

         “ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อ...ไปดูชุดกับหนูครู่หนึ่งนะคะ ไม่นานหรอกคะ” ซูจิ้งหนานเข้ามาออดอ้อนเหมือนเป็นลูกสาวที่น่ารักเหมือนเก่า ทำให้ซูเหวินเฉียงยิ้มละมุนละไม นึกถึงสมัยก่อนแล้วเอื้อมมือมาลูบผมเบา ๆ

         “ไปสิ”

         “ดะ...เดี๋ยวค่ะ...ห้องนั้นมีแต่ฝุ่นอย่าเข้าไปดีกว่านะคะ ฉันผิดเองที่ไม่จัดการให้ดี” ไป๋หรูอิงรีบห้ามสองพ่อลูก ก่อนที่หายนะจะมาเยือน แต่ทว่ากลับไม่เป็นผล เมื่อซูเหวิน เฉียงยิ้มให้เธอ

         “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้แพ้ฝุ่น คุณดูแลจัดการงานบ้านเหนื่อยแล้ว ผมไม่โทษคุณหรอก”

         คำพูดที่แสนจะใจดีของพ่อทำให้เธอชอบอกชอบใจเสียจริง แต่หารู้ไม่ว่ามันจะกลายเป็นมีดกลับแทงกลางอกคนรักของพ่อ

         แค่คิดฉันก็รู้สึกสนุกแล้วสิ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   ตอนพิเศษ 4 สหายรักของหรงหรง

    เวลาก้าวผ่านสู่ปีที่สี่ที่ได้แต่งงานกัน กิจการโรงทอตระกูลหลิวรุดหน้าไปมาก ทั้งยังเป็นโรงทอที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง มีเครื่องจักรที่ทำงานใหญ่โตรวมทั้งทอผ้าอย่างมีคุณภาพ จิ้งหนานยังซื้อพื้นที่ในการปลูกฝ้ายแบบพิเศษที่คิดค้นพันธุ์โดยเธอเอง และยังรับซื้อฝ้ายจากทั่วประเทศอีกด้วย ทำให้หมู่บ้านชนบทแถบชานเมืองที่อยู่ติดโรงทอที่ขยายใหญ่เริ่มมีความเจริญเข้ามามากขึ้น ถนนหนทางสร้างใหญ่โตรองรับอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้น แต่ทว่าในหมู่บ้านของจิ้งหนานยังคงไว้ซึ่งธรรมชาติงดงาม เพราะเป็นที่ดินตระกูลหลิวเกือบทั้งหมด ดังนั้นยังเงียบสงบและคนในหมู่บ้านยังมีวิถีชีวิตเรียบง่ายอยู่ ร้านค้ายังมีระบบสหกรณ์และการซื้อขายใช้คูปองอยู่ ซึ่งข้าว น้ำตาล น้ำมัน ยังมีใช้เงินคู่กับคูปอง แต่ทว่าตระกูลหลิวไม่ได้ขาดแคลนคูปองเท่ากับชาวบ้าน ดังนั้นเพื่อรองรอบความเจริญที่เธอได้เปรียบคือรู้ก่อนจึงคิดกับสามีในการจัดตั้งโรงงานน้ำมันโดยที่เริ่มแรกรัฐควบคุมก่อน เพราะอีกไม่กี่ปีจากนี้ก็จะเข้าสู่การค้าเสรี เมื่อนั้นก็จะมีพร้อมทุกอย่าง โรงทอตระกูลหลิวที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นยังต้องปันส่วนจ่ายภาษีให้รัฐบาล และได้รับสิทธิพิเศษหลาย

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   ตอนพิเศษ 3 ลูกชายสุดแสบ

    ระยะเวลาผ่านไปจนกระทั่งจิ้งหนานคลอดลูกชายตัวขาวอวบออกมาสร้างความชื่นมื่นให้กับครอบครัว คุณปู่หานรับขวัญเหลนคนแรกด้วยที่ดินทำเลทองในเมืองเซี่ยงไฮ และท่าเรือนเฟตใหม่ของตระกูล คุณปู่อวิ๋นก็ไม่ได้น้อยหน้า ต่อให้ไม่ใช่เหลนสายตรง แต่เพราะรักหลานอย่างหนานหนานมาก ดังนั้นการค้าแห่งใหม่จึงถูกใส่ชื่อของเหลนตัวน้อยเอาไว้ส่วนคุณปู่คนอื่น ๆ ก็ไม่น้อยหน้า ทั้งเงินและทองล้วนวางรายรอบตัวของลูกชายตัวขาวอวบเหมือนก้อนซาลาเปาของจิ้งหนาน ทำให้คนเป็นแม่ยิ้มดีใจที่ลูกชายของเธอเกิดมาสุขสบายและมีคนสนับสนุนอย่างดี“คุณปู่ตั้งชื่อเหลนให้หน่อยได้ไหมคะ” จิ้งหนานอยากให้คุณปู่อวิ๋นช่วยตั้งชื่อให้ เพราะตอนมาเกิดใหม่เธอก็ได้คุณปู่อวิ๋นยืนข้างเธอจนเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายคล้อยตาม“ไม่ได้...ปู่ก็ต้องตั้งด้วย”เธอคิดเอาไว้แล้วว่าปู่หานต้องไม่เห็นด้วย ก็เหลนสายตรงนี่เนอะ แต่เธอเตรียมหาทางเอาไว้แล้ว“เอาไว้เหลนคนต่อไปดีไหมคะ”คำว่าเหลนคนต่อไปทำให้หานอวี้เฉิงยิ้มหน้าบาน คนที่อยากมีลูกหลาย ๆ คนอย่างเขาชอบคำนี้ที่สุด ครั้งหน้าเขาต้องพยายามให้มากกว่านี้“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ตาเฒ่าอวิ๋น จะตั้งชื่อหลานว่าอะไรล่ะ” ปู่หานถาม“อวี้หรง แ

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   ตอนพิเศษ 2 แตกหน่อ

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างในห้องนอนที่ไม่ได้รั้งม่านให้สนิท จิ้งหนานขยับตัวเล็กน้อยควานหาความอบอุ่นรอบตัวก่อนจะผลิยิ้มเมื่อสัมผัสที่โหยหากอดกระชับจากร่างหนาที่แนบชิดกันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา มือเรียวเล็กได้รูปลูบไล้แผ่นอกหนาแผ่วเบาพลางซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นที่พักพิงใจของเธอ ดวงตาเล็กพริ้มตาหลับอย่างมีความสุขเพราะเมื่อคืนสามีเอาอกเอาใจทั้งปรนเปรอบำเรอรักให้เธออย่างสุขสม สมกับการที่เข้าอกเข้าใจกันดีแล้ว ปลายจมูกโด่งของสามีซุกเข้าหากลุ่มผมพลางสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแชมพูเข้าเต็มปอดพลันให้ดวงตาหวานซ่อนความเจ้าเล่ห์ในฉบับจิ้งจอกน้อยขยับเปิดเปลือกตาขึ้น ‘เขาคือสามีของเธอ’ คนที่หล่อเหลาขนาดนี้เป็นของเธอนะ ด้วยเพราะอะไรหลาย ๆ อย่างที่ลงตัวให้เธอได้เกิดใหม่มาเป็นคู่ของเขา ทั้งการสืบทอดตระกูลหลิว ทั้งเขาที่เลือกจะตามอกตามใจเธอจนเธอรู้ว่าโชคดีที่สุดแล้วที่ได้เขามาเป็นสามี “สามี...เคยคิดมากไหมคะว่าฉันไม่ได้มีการศึกษาที่สูงเหมือน ๆ เหล่าคุณหนูคนอื่น” จิ้งหนานถามขณะนิ้วยังวนเวียนอยู่แถวหน้าอกของสามี เรื่องนี้จะว่าไปเธอก็ไม่อยากเสียเวลาเรียนอะไรที่ซ้ำเดิม

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   ตอนพิเศษ 1 ภรรยารักใคร

    หานอวี้เฉิงใช้ชีวิตอยู่ที่ชานเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยหนึ่งสัปดาห์จะมาทานข้าวที่ในตัวเมืองเซี่ยงไฮหนึ่งครั้ง ซึ่งส่วนมากจะเป็นเหล่าผู้อาวุโสจะมารวมตัวกัน ซึ่งบ้านที่เสนอตัวจัดการงานนี้ก็ยังไม่พ้นบ้านตระกูลหลี่ ซึ่งเป็นครอบครัวที่รับหนานหนานเป็นลูกสาวบุญธรรม ตอนที่หานอวี้เฉิงไปทำภารกิจบางอย่างที่ท่าเรือค่อนข้างเสี่ยงอันตราย และแน่นอนว่ามีการบาดเจ็บขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ทว่าเขาปกปิดเอาไว้ไม่ให้ภรรยาที่น่ารักของเขาได้รับรู้กลัวจะเป็นห่วง ส่วนพี่ใหญ่ที่วิ่งมารับกระสุนแทนเขาต้องเก็บตัวอยู่สักพักกว่าจะออกมาพบหน้าผู้คนได้อีก แต่ถึงให้ปกปิดอย่างไรก็ดูเหมือนภรรยาตัวน้อยที่ช่างสังเกตก็รู้อยู่ดี แล้วเขาก็โดนสั่งให้ดูแลตัวเองให้ดี เพราะว่าหากให้เลิกทำงานนี้คงยาก เขาที่รับปากอย่างดีว่าจะดูแลตัวเองให้ดีเพื่อจะอยู่เป็นสามีเธอไปจนกว่าเราจะแก่ไปด้วยกัน ความรักอันแสนหวานชื่นของพวกเราก็เป็นไปด้วยดีเสมอมาจนกระทั่งผมที่ได้ยินเสียงนินทาเรื่องของภรรยาอีกแล้ว แน่นอนผมควรชินได้แล้วหากไม่ใช่ว่าคืนหนึ่งผมตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วได้ยินเสียงหนึ่ง ‘พี่เหวินอวี้’ เสียงครา

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 40 บทส่งท้าย

    วันนั้นจิ้งหนานไม่ได้บอกใครถึงการกระทำร้ายกาจของตนเอง และไม่สนใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะฟ้องใคร แต่เธอรู้เพียงว่าได้สั่งสอนให้กับคนที่สมควรสั่งสอน เธอมันเป็นประเภทตาต่อตาฟันต่อฟัน และตลอดห้าวันที่มาอยู่ที่ในเมือง เธอวุ่นวายเรื่องเสื้อผ้าในฤดูหนาวที่กำลังจะออก มียอดสั่งล่วงหน้าเอาไว้จนต้องอยู่จัดการด้วยตนเองให้เสร็จ ดังนั้นก็คิดว่าจะรอสามีอยู่ที่นี่เลย จะได้ไม่เสียเวลาเจอหน้ากัน แต่วันนี้พี่เหวินอวี้เดินเข้ามาด้วยเครื่องแบบเต็มยศพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเธอ “สวัสดีค่ะพี่ชาย...วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้คะ หรือว่านัดสาวคนไหนเอาไว้บอกได้ไหม” จิ้งหนานมักจะหยอกล้อนายพลสุดหล่อเป็นที่หมายปองของเหล่าสาว ๆ เสมอ “คุณพ่อคุณแม่ และคุณปู่บอกให้ไปนอนที่บ้านครับ ให้พี่มาตาม” หลี่เหวินอวี้รู้ว่าเธอมาที่ในเมือง แต่น้องสาวบุญธรรมคนเก่งกลับเลือกจะพักบ้านตระกูลหลิวอีกหลังทำเอาเหล่าอาวุโสน้อยใจกันเป็นแถว ๆ “คิวค้างคืนยาวมากเลยค่ะ ต้องต่อแถวนะคะ” เธอว่าพลางหัวเราะคิก ๆ อย่างน่าเอ็นดูจนหลี่เหวินอวี้ยกมือขึ้นยีหัวเล่น “เป็นยังไงล่ะ คิดถึงอวี้เฉิงล่ะสิ” จิ้งหนานหุบยิ

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 39 ก่อเรื่องได้เต็มที่

    หลังจากสามีบอกว่าต้องไปจัดการงานบางอย่างที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย สีหน้าของเธอก็ไม่ค่อยดี แต่ทว่าอวี้เฉิงก็รับปากว่าจะดูแลตัวเองให้ดีและจะกลับมาหาเธอให้เร็วที่สุด แต่เธอก็เอาแต่กอดเขาเอาไว้แน่น ๆ อย่างเป็นห่วงพลางคิดว่าในห้องมิติของเธอมีอะไรบ้าง จึงหยิบมันขึ้นมาเปิดต่อหน้าสามีเสียเลย เธอเองก็ไม่อยากปิดบังเขา เพราะอยู่ด้วยกันทุกวัน ต้องมีสักวันที่ความลับแตก“พี่อวี้เฉิง...รอสักครู่นะคะ ฉันหยิบของให้พี่ก่อน”จิ้งหนานรู้ว่ามิติของเธอเมื่อนึกของที่ต้องการมันก็จะออกมาให้ เธอจึงเรียกเสื้อเกราะออกมา อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยป้องกันอันตรายให้เขาก็ยังดีแต่ทว่าอวี้เฉิงมองเธออย่างตกตะลึง เขารู้สึกว่าเธอไม่ใช่คนเดิมตามที่หลี่เหวินอวี้บอก แต่ไม่นึกว่าจะมีอะไรประหลาดแบบนี้ด้วย“เสื้อนี้จะกันกระสุนได้ พี่ใส่เอาไว้นะคะ ใส่เอาไว้ด้านในเสื้อ ตัวนี้เอาไปเผื่อพี่เหิง เผื่อต้องใช้เหมือนกัน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ยิ่งเห็นเขามองด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามเธอจึงตัดตอน“ฉันรู้ว่าเรื่องนี้อาจจะแปลกไปสักหน่อย แต่เอาไว้พี่กลับมาแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง แต่เชื่อฉันนะคะ พี่ต้องใส่ พี่เหิงก็ด้วย”อวี้เฉิงยิ้มให้เธอและ

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 7 คนที่คู่ควร

    กล่องสีทองขนาดยาวสองฟุตถูกคุณลุงเทียนถือประคองมาอย่างดี ทั้งมือยังใส่ถุงมืออีกด้วยทำให้ซูจิ้งหนานมองมันอย่างสงสัยว่านั่นคือสิ่งใดกันพลางนึกทบทวน แต่ความสงสัยของเธอไม่ทันได้ทำให้ความกระจ่างนั้นปรากฏขึ้น จนได้ยินเสียงของพี่อวิ๋นไห่เฉินที่ขัดขึ้นกลางวงสนทนา“คุณปู่ นั่นเป็นไหมตกทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษนะ

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 6 บุรุษลึกลับ

    หานอวี้เฉิงไม่ได้มีนิสัยชอบสุงสิงกับใครนัก ยิ่งเวลาที่เขาเดินอยู่ในเขตหวงห้ามของตระกูลอวิ๋น ก็ยิ่งต้องการความเงียบสงบมากกว่าคำทักทายใด ๆ จากคนของตระกูลนี้ วันนี้เขาเป็นตัวแทนตระกูลมาหารือกับนายท่านผู้เฒ่าอวิ๋นแต่แล้วจังหวะก้าวเท้ากลับต้องหยุดลงในมุมสายตา เขาเห็นรถยุโรปสีดำคันหนึ่ง รถประจำตระกูลหล

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 3 อยู่ไม่ได้แล้ว

    “เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือฉันเป็นห่วงว่าคุณหนูซูจิ้งหนานจะแพ้ฝุ่นน่ะค่ะ คุณเคยบอกว่าร่างกายของเธออ่อนแอตั้งแต่เล็กไม่ใช่เหรอคะ ถ้าอยากจะเข้าไปจริง ๆ เดี๋ยวฉันเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดก่อนดีกว่านะคะ” ไป๋หรูอิงวิ่งเข้าไปขวางสองพ่อลูก ก่อนจะหันไปทางซูเหยียนหลิงให้คิดหาทางออกเรื่องนี้

  • เกิดเป็นนางร้ายยุค 80 ฉันจะร้ายฉ่ำ   บทที่ 1 ชีวิตอันแสนบัดซบ

    ทุกคนบอกว่าฉันเลว… แต่มีใครเคยฟังฉันบ้างไหม? พ่อทอดทิ้ง เมียน้อยยิ้มหวาน ลูกติดกลายเป็นนางเอก ส่วนฉัน…ตายอนาถกลางถนน พอได้โอกาสกลับมา ฉันจะไม่ขอความรักอีกต่อไป…แต่จะเป็น “นางร้ายที่รอด” และ “รักตัวเองเป็น” ต่างหาก!ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!เสียงหัวใจยังเต้นแรงไม่หยุดฮึก!

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status