Share

บทที่ 20 เริ่มหวั่นไหว

Author: A'vigetor
last update publish date: 2026-09-23 11:17:14

ยามบ่ายคล้อยที่ดวงตะวันสาดส่องผ่านร่องหน้าต่างไม้ในห้องทำงาน ทำให้อากาศภายในอบอ้าวข

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 20 เริ่มหวั่นไหว

    ยามบ่ายคล้อยที่ดวงตะวันสาดส่องผ่านร่องหน้าต่างไม้ในห้องทำงาน ทำให้อากาศภายในอบอ้าวขึ้นเป็นทวีคูณ กลิ่นของไม้สักเก่าและกระดาษรายงานส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว ขุนพิรุณที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความหงุดหงิดที่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้ สายตาคมกริบของสุริยะหนุ่มไม่ได้จดจ่ออยู่กับรายงานค่ายทหารตรงหน้า แตว่ากลับจับจ้องไปยังร่างอวบที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่วาอย่างเลื่อนลอยดอกพุดในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีสั่นกลัวหรืออมทุกข์เหมือนดังเช่นวันวาน นิ้วมือที่เรียวขึ้นกว่าก่อนเริ่มจับปากกาขนนกคัดลอกสมุดบัญชีด้วยความคล่องแคล่วแสงแดดที่กระทบลงบนใบหน้าทำให้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ใบหน้าที่เคยกลมตอนนี้เริ่มตอบเรียว รอยหมองคล้ำที่เคยฝังลึกจางลงจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้รูปร่างที่เคยอวบอ้วนก็ลดลงอย่างมากจนเห็นส่วนเว้าโค้งขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงตอนนี้ยังไม่อาจเรียกว่างดงามล่มเมือง แต่ความสะอาดและดูมีสุขภาพดีนั้นกลับดึงดูดสายตาจนขุนทหารหนุ่มที่เคยรังเกียจกลับมองคนตรงหน้าไม่วางตาไอเย็นที่แผ่โชยออกมากลับทำให้เข

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 19 จับตาอย่างใกล้ชิด

    ลมเย็นที่พัดผ่านเรือนใหญ่พลันจางหาย กลิ่นอายความร้อนระอุจากพลังสุริยะที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องทำงานของขุนพิรุณนั้นรุนแรงจนบ่าวไพร่ที่เดินผ่านเรือนต่างพากันเร่งฝีเท้าหนีด้วยความหวาดหวั่นบรรยากาศภายในเรือนใหญ่ที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นกว่าครั้งไหนขุนพิรุณที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สัก แม้เบื้องหน้าจะมีบัญชีค่าใช้จ่ายของค่ายทหารในสังกัดรอให้ตรวจสอบความถูกต้อง แต่ขุนทหารหนุ่มกลับไม่มีกะจิตกะใจจะมองมันเลยด้วยซ้ำ ภายในหัวกลับวนเวียนแต่ภาพของดอกพุดที่กำลังแตะเนื้อต้องตัวบ่าวชายอยู่ซ้ำๆ ถึงจะบอกว่าสิ่งที่ทำเป็นการช่วยชีวิตคนก็เถอะ ยังไงก็ไม่สมควรอยู่ดี"หึ! ใยจึ่งมิรู้จักรักนวลสงวนตัวเสียบาง วิชาแพทย์นั่นก็ประหลาดนัก หรือเจ้าเพียงแค่อยากแตะเนื้อต้องตัวชายอื่นกระนั้นรึ?"ความว้าวุ่นแปลกๆ ถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาอยู่ในใจและขุนพิรุณก็ไม่อยากจะยอมรับว่าคิดมากเรื่องนี้ คำที่ถูกเป่าหูจึงถูกหยิบขึ้นมาเป็นเหตุผล"นี่คงเป็นเล่ห์กลของเจ้าที่หมายจักให้ข้าเมตตาเยี่ยงนั้นสินะ? ช่างบังอาจนัก! กล้าทำให้ข้าเป็นดั่งลูกหมาลูกแมวคอยกระวน

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 18 วิชานอกตำรา

    เสียงฝีเท้าสับสนอลหม่านผสมกับเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนกำลังตกใจอะไรบางอย่างที่ดังมาจากหลังแนวทิวไผ่ในเขตเรือนใหญ่ ทำให้ดอกพุดซึ่งกำลังใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำอบที่ปรุงสำเร็จแล้วพักไว้ก่อนนำไปบรรจุขวดดินเผาต้องขมวดคิ้วมุ่น"เร็วเข้าเถิด! อ้ายมั่นมันชักตาตั้งล้มพับไปแล้ว!""มันคงถูกปอบเข้าสิงแน่ๆ ข้าเห็นมันทำตาขวางใส่ ช่างน่ากลัวนัก"เสียงบ่าวของเรือนใหญ่ตะโกนคุยกันลั่นมาแต่ไกลดอกพุดจึงรีบวางมือ ก่อนจะรีบก้าวลงจากเรือนหลังโดยมีแม่นิ่มและไอ้จ้อยวิ่งตามหลังมาด้วยความสงสัย ทันทีที่ก้าวพ้นเขตทิวไผ่มายังลานดินด้านหลังเรือนใหญ่ ก็พบกับร่างของอ้ายมั่น บ่าวชายร่างกำยำผู้มีหน้าที่ผ่าฟืนกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นดินท่ามกลางวงล้อมของบ่าวไพร่ที่พากันยืนมุงดูด้วยความตื่นตระหนกตกใจ บางคนพยายามจะเอาเชือกมามัดตัวไว้ไม่ให้ดิ้น บางคนก็รีบวิ่งไปหาน้ำมนต์มารดให้ดอกพุดเลยต้องรีบเอ่ยปากห้ามทันที

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 16 ความสงบที่ผ่านไปไวเหมือนสายลม

    แสงตะเกียงโคมระย้าในท้องพระโรงวังหลวงสาดส่องสะท้อนเครื่องทองเครื่องเงินของเหล่าบรรดาขุนนางและศศิธรบรรดาศักดิ์จนดูระยิบระยับละลานตา เสียงปี่พาทย์มโหรีขับขานเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยสนุกสนาน ผิดกับภายในหัวใจของขุนพิรุณที่ตอนนี้กลับไม่ได้มีความสนุกร่วมกับบรรยากาศรอบๆ ตัวเลยแม้แต่น้อยแม้การแสดงของนางรำกลางห้องโถงจะอ่อนช้อยงดงามสักเพียงใดแต่มันก็ไม่ได้เรียกความสนใจจากท่านขุนหนุ่มได้เลย หรือต่อให้มีขุนนางที่เข้ามาพูดด้วย เขาก็จะคุยเท่าที่จำเป็นตามมารยาท หากมียศต่ำกว่าขุนพิรุณอาจเลือกจะนิ่งเงียบด้วยซ้ำสุริยะหนุ่มในชุดขุนนางเต็มยศยังนั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ นัยน์ตาเรียวฉายแววว้าวุ่นสับสน ภาพรอยยิ้มบางๆ อันนิ่งสงบและกลิ่นกายศศิธรหอมบริสุทธิ์ของดอกพุดเมื่อตอนหัวค่ำ ก่อนที่เขาจะลงจากเรือนใหญ่มันยังคงลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดจนทำให้ขุนพิรุณรู้สึกร้อนรุ่มในใจอย่างบอกไม่ถูก“พี่ขุนขอรับ... เหตุใดจึ่งนั่งหน้าดำคร

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 15 คืนเพ็ญที่ไร้เงาสุริยะ

    แสงจันทร์นวลในคืนวันเพ็ญสาดส่องกระทบผืนกระดานไม้สักของเรือนใหญ่จนทอประกายระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศบนเรือนโถงประธานกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันร้อนระอุ บารมีสุริยะอันหนักอึ้งของขุนพิรุณแผ่ซ่านออกมาจนบ่าวไพร่ที่คอยหมอบรับใช้อยู่รอบข้างพากันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขุนทหารหนุ่มในชุดขุนนางเต็มยศ ผ้าสมปักสีเข้มตัดกับเสื้อไหมเนื้อดีปักดิ้นทองอย่างสง่างาม กำลังยืนกอดอกจ้องมองเมียแต่งร่างอวบที่เพิ่งก้าวเท้าขึ้นเรือนมาตามคำสั่งด้วยสายตาคมกริบอย่างเสือล่าเหยื่อ ัถึงวันนี้ภายในใจจะดูสับสนอยู่บ้างแต่ความเกลียดชังที่บังตาก็ยังมีมากอยู่ดีแม้รูปร่างของดอกพุดในตอนนี้จะเริ่มปรับเปลี่ยนดูดีขึ้นมาบ้าง ความโค้งเว้าของเอวเริ่มคอดให้เห็นชัดขึ้น ไหนจะผิวสีน้ำผึ้งที่ดูนุ่มนวลละเอียดสะท้อนแสงจันทร์ที่เป็นผลจากการขัดผิวด้วยขมิ้นชันและมะขามเปียกนั่นอีกล่ะ ดอกพุดวันนี้ไม่ใช่ดอกพุดที่มีแต่ความเหี่ยวเฉาอีกแล้วกลิ่นกายศศิธรที่ล่องล

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 14 เงาที่เริ่มแปรเปลี่ยน

    สายลมต้นฤดูหนาวพัดผ่านทิวไผ่หลังเรือนของดอกพุด หอบเอาไอความเย็นจาง ๆ มาเยือนลานดินกว้าง แต่ว่าความหนาวเหน็บกลับไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นของศศิธรผู้เป็นเจ้าของเรือนหลังได้ร่างท้วมของดอกพุดในชุดผ้าเคียนอกสีเข้มขมวดแน่นและผ้าโจงกระเบนที่กระชับมั่น ยังคงก้าวเท้าเดินด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วและสม่ำเสมอไปตามเส้นทางรอบลานดินตั้งแต่ไก่โห่ สองแขนแกว่งไกวตามจังหวะ ลมหายใจเข้าออกถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมสะท้อนแสงแดดแรกของวันผ่านไปร่วมเดือนกว่ากับการทำฟาส์ทคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการทำคอร์สอาหารนึ่งและลดโซเดียมขั้นสุด ในที่สุดร่างกายนี้ก็เริ่มตอบสนองแล้ว จากที่เคยอ้วนเนื้อตัวเหลวเป็นเต้าหู้ ตอนนี้พุงยื่นก็ยุบลงไปบ้างแล้ว รูปร่างช่วงเอวเริ่มคอดเว้าให้เห็นลาง ๆ น้ำหนักที่ลดลงทำให้ดอกพุดรู้สึกตัวเบาขึ้นมาเยอะ ถ้าเขาจัดระเบียบวินัยแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานเป้าหมายที่วางเอาไว้จะต้องสำเร็จได้อย่างแน่นอนดอก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status