Share

บทที่ 3

Penulis: หอยทาก
ภายในสวนสนุกตกอยู่ในความโกลาหลทันที ภาพจากกล้องสั่นไหวอย่างรุนแรง

ซูหว่านฉิงกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปหา

“หยางหยาง!”

สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนเปลี่ยนไปทันที เขารีบอุ้มเด็กขึ้นมา

“เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”

แม้แต่น้ำเสียงของผู้ประกาศข่าวก็เริ่มลนลาน

"ดูเหมือนว่าจะเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลันขึ้นในพื้นที่ครับ! ตอนนี้เด็กมีอาการหายใจติดขัดแล้ว..."

บนหน้าจอ ซูหยางมีริมฝีปากเขียวคล้ำ หายใจหอบถี่ เห็นได้ชัดว่ากำลังขาดออกซิเจน

เผยเจ๋อหย่วนอุ้มเด็กสาวเท้าวิ่งสุดชีวิตไปยังทางออกของสวนสนุก โดยมีซูหว่านฉิงที่ร้องไห้จนตัวสั่นเกาะแขนเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ภายในทางเดินของโรงพยาบาลเงียบลงชั่วขณะ

ฉันไม่มีเวลาไปสนใจสิ่งสารพัดที่เกิดขึ้นในทีวี ทำเพียงกอดปลอบลูกสาวที่กำลังโศกเศร้าไว้แน่นคอยปลอบไม่ห่าง

น่าแปลกที่หลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ลูกสาวก็หยุดร้องเอง เธอขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดด้วยตัวเอง ก่อนพูดกับฉันอย่างสงบ

“แม่คะ หนูไม่เสียใจแล้ว ในเมื่อพ่อมีเด็กที่เขาชอบมากกว่า งั้นพวกเราก็ไม่เอาพ่อแล้ว ดีไหมคะ?”

น้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าตอบ

“แม่ฟังหนูจ้ะ พอผ่าตัดเสร็จ พวกเราก็ไปกัน!”

เมื่อเห็นลูกสาวได้รับยาสลบและหลับตาลงอย่างสงบ ในที่สุดฉันก็ถอนหายใจโล่งอก

ทันใดนั้นเอง เสียงเบรกดังเอี๊ยดอย่างรุนแรงก็ดังมาจากด้านนอกโรงพยาบาล

รถเก๋งสีดำหลายคันจอดขวางหน้าประตูอาคารโรงพยาบาล เหล่าบอดี้การ์ดพุ่งลงจากรถมาเคลียร์ทางเป็นกลุ่มแรก

วินาทีต่อมา เผยเจ๋อหย่วนก็อุ้มซูหยางที่หมดสติ วิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

“หมออยู่ไหน? รีบช่วยชีวิตเดี๋ยวนี้!”

เสียงของเขาดังจนกลบเสียงทุกอย่างในโถงโรงพยาบาล

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหัวหน้าแพทย์หลายคนรีบเข้ามาต้อนรับ ก่อนพาพวกเขาเดินลัดผ่านทางเดินตรงไปยังห้องฉุกเฉิน

ทางเดินตกอยู่ในความวุ่นวายทันที

ในตอนนั้นเอง ดร.บราวน์กำลังจะเข้าห้องผ่าตัด แต่ซูหว่านฉิงกลับตาแดงก่ำแล้วพุ่งเข้าไปหา

“ดร.บราวน์! ขอร้องล่ะ ช่วยหยางหยางก่อนเถอะ! เขาห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด… เขาห้ามเป็นอะไรจริง ๆ…”

ดร.บราวน์ขมวดคิ้วแล้วอธิบาย

“ตอนนี้เด็กน่าจะมีอาการแพ้เฉียบพลัน แผนกฉุกเฉินเตรียมพร้อมรักษาแล้ว…”

“แต่คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้น ๆ ของโลก! เจ๋อหย่วนบอกแล้วว่าไม่ว่าจะอย่างไรต้องรับประกันความปลอดภัยของหยางหยาง!”

น้ำตาของซูหว่านฉิงไหลลงมาเป็นสาย เธอจับเสื้อกาวน์ของดร.บราวน์แน่นไม่ยอมปล่อย ในขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็รีบพูดขึ้นเสียงเบา

“ดร.บราวน์ ไม่อย่างนั้นคุณลองไปดูทางนั้นก่อนดีไหมครับ”

ดร.บราวน์ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม

“ไม่ได้ คนไข้ขึ้นเตียงผ่าตัดแล้ว ผมต้องผ่าตัดให้เธอเดี๋ยวนี้…”

ตอนนั้นเผยเจ๋อหย่วนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว สูทของเขายุ่งเหยิง หายใจหอบถี่ ผู้มีอำนาจแห่งตระกูลเผยที่ปกติสุขุมและสูงส่ง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด

“ไปช่วยหยางหยางก่อน”

ตอนพูดประโยคนั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองฉันกับลูกสาวสักครั้ง

ดร.บราวน์ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่บอดี้การ์ดร่างใหญ่สองคนได้เข้ามาพยุงตัวเขาแล้วพาเดินไปทางห้องฉุกเฉินทันที

ทั้งตัวของฉันเย็นเฉียบ มือเท้าชาไปหมด รีบวิ่งเข้าไปขวางอย่างสุดกำลัง

“ลูกสาวของฉันยังนอนอยู่ในห้องผ่าตัด พวกคุณพาดร.บราวน์ไปไม่ได้!”

บอดี้การ์ดผลักฉันออกอย่างเย็นชา และไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้า

“ลูกชายของท่านผู้นำเกิดอาการแพ้อย่างเฉียบพลัน แพทย์ทั้งโรงพยาบาลต้องไปช่วยชีวิต กรุณาอย่าขัดขวางการทำงาน ผลลัพธ์ของการล่วงเกินท่านผู้นำไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหวหรอกนะ!"

“เหลวไหล! ลูกสาวของฉันต่างหากที่เป็นลูกแท้ ๆ ของเผยเจ๋อหย่วน! ถ้าพวกคุณทำให้ลูกฉันตาย เผยเจ๋อหย่วนจะไม่ปล่อยพวกคุณไว้แน่!”

ฉันกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง พยายามใช้ร่างกายที่บอบบางของตัวเองขวางทางพวกเขา

บอดี้การ์ดชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่าคำพูดของฉันเป็นความจริงหรือไม่

ฉันดีใจขึ้นมาเล็กน้อย กำลังจะเข้าไปดึงตัวดร.บราวน์กลับมา แต่กลับถูกใครบางคนผลักล้มลงกับพื้นอย่างแรง

ไม่รู้ว่าซูหว่านฉิงย้อนกลับมาตั้งแต่เมื่อไร เธอพาบอดี้การ์ดมาด้วยอีกสองคน ยืนปิดทางข้างหน้าและข้างหลังของฉันไว้จนมิด

ฉันคลานไปที่เท้าของเธออย่างยากลำบาก แล้วอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง

“ซูหว่านฉิง ฉันยกเผยเจ๋อหย่วนให้เธอแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยให้ดร.บราวน์อยู่เถอะได้ไหม?”

ซูหว่านฉิงก้มมองฉันจากที่สูง ความเศร้าและเจ็บปวดเมื่อครู่หายไปหมด เหลือเพียงสีหน้าภาคภูมิใจ

"ฟางอี๋ เธอชอบทำตัวใจกว้างไม่ใช่เหรอ? งั้นถ้าฉันจะพามือผ่าตัดของลูกสาวเธอไป เธอคงจะไม่โกรธหรอกเนอะ? เพราะยังไงในใจของเผยเจ๋อหย่วน ลูกชายของฉันก็สำคัญกว่าลูกสาวของเธอตั้งเยอะ!"

ทันทีที่เธอพูดจบ พยาบาลคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดอย่างตื่นตระหนก

“แย่แล้วค่ะ! ค่าออกซิเจนในเลือดของคนไข้กำลังลดลงเรื่อย ๆ อัตราการเต้นของหัวใจก็ลดลงด้วย… หมออยู่ไหนคะ?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 9

    ผู้ช่วยพุ่งเข้าไปแย่งปืนในมือของเขาออกมาได้ทันทีเผยเจ๋อหย่วนนั่งทรุดอยู่ข้างเตียง ราวกับถูกสูบพลังทั้งหมดไปจนหมด เขาตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า“หลีกไป! ฉันจะไปอยู่กับพวกเธอ!”ผู้ช่วยหอบหายใจแรง ด้วยความร้อนใจจนเสียงสั่น“ท่านผู้นำครับ ผมหาเบาะแสของพวกเธอเจอแล้ว!”เผยเจ๋อหย่วนเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาในพริบตา“แกว่าอะไรนะ?”“ผมสืบพบว่าไม่นานหลังจากที่คุณนายออกจากโรงพยาบาล ก็มีรถพยาบาลมารับพวกเธอไป และมีขบวนรถมายบัคสีดำคุ้มกันออกจากตัวเมืองอย่างรวดเร็ว คุณหนูเนี่ยนเนี่ยนกับคุณนายต้องยังมีชีวิตอยู่แน่นอนครับ”เสียงของเผยเจ๋อหย่วนสั่นเครือเช่นกัน“เนี่ยนเนี่ยนกับฟางอี๋ยังมีชีวิตอยู่… พวกเธอยังมีชีวิตอยู่…”“แต่…”เสียงของผู้ช่วยแผ่วลง“หลังจากขบวนรถออกจากเนเปิลส์ พวกเขาก็หายวับไปกับตา ราวกับล่องหนหายสาบสูญไปจากโลกนี้ และไม่สามารถสืบหาเบาะแสใดๆ ได้อีกเลยครับ"หลังฟังจบ อารมณ์ของเผยเจ๋อหย่วนก็จมดิ่งลงอีกครั้งทั้งที่ตัวเขามีฐานะเป็นถึงผู้นำมาเฟียระดับสูงสุดของเนเปิลส์ มีอำนาจล้นฟ้าคับประเทศ มาวันนี้กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ภรรยาและลูกสาวของตัวเองก็ยังไม่มีปัญญาตามหาให้เจอ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 8

    เผยเจ๋อหย่วนจ้องมองซูหว่านฉิงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเข้าใจผิดมาตลอดว่าหยางหยางเป็นลูกของเขาเขามองหญิงสาวตรงหน้าที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ ภายในใจเหลือเพียงความผิดหวัง“ซูหว่านฉิง หยางหยางไม่ใช่ลูกของผม หลายปีมานี้ที่ผมคอยปกป้องและช่วยเหลือคุณ ก็เพราะเห็นแก่ความผูกพันในวัยเด็กเท่านั้น ไม่เคยมีความรู้สึกเชิงชู้สาวเลยแม้แต่น้อย"ซูหว่านฉิงไม่ยอมเชื่อ ดวงตาแดงก่ำพร้อมส่ายหน้า“เป็นไปไม่ได้! ปกติคุณเข้าข้างฉันทุกอย่าง คอยดูแลหยางหยาง นี่ไม่ใช่ความรักแล้วคืออะไร?”เผยเจ๋อหย่วนมองเธอที่ยังดื้อดึงไม่ยอมรับความจริง น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนไร้ความอบอุ่น“ที่ผมเข้าข้างคุณ ก็เพียงเพราะสงสารที่คุณต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ไม่มีเหตุผลอื่น”ดวงตาของซูหว่านฉิงแดงขึ้นทันที และเควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย“คุณโกหกฉัน! คืนนั้นเป็นคุณชัด ๆ … ตอนฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นคุณอยู่ข้างตัวฉัน…”เผยเจ๋อหย่วนขัดขึ้น ก่อนพูดทีละคำอย่างชัดเจน“วันนั้นในงานเลี้ยงคุณเมามาก คนที่อยู่กับคุณไม่ใช่ผม แต่เป็นริชชี่ ผมแค่บังเอิญเดินผ่านและช่วยเก็บกวาดปัญหาให้เท่านั้น”ซูหว่านฉิงแข็งค้างอยู่กั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 7

    เป็นอย่างที่ซูหว่านฉิงหวังไว้จริง ๆ เผยเจ๋อหย่วนตามหาพวกเราสองแม่ลูกทั่วทั้งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบเขาบุกเข้าไปในห้องทำงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยความโกรธจัด ก่อนจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายและตวาดถาม“ลูกสาวของฉัน เผยเนี่ยน อยู่ที่ไหน?!”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตกใจกับการกระทำกะทันหันของเขาจนตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ“เผยเนี่ยน… เป็นลูกสาวของท่านงั้นหรือครับ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเธอไปไหนแล้ว”ผู้อำนวยการถูกกระชากคอเสื้อไว้จนพูดติด ๆ ขัด ๆ“ท่าน ท่านผู้นำครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเธอไปไหนแล้ว พวกเธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้วครับ!”“ออกไปแล้วงั้นเหรอ?”ร่างกายของเผยเจ๋อหย่วนสั่นสะท้าน เขาคลายมือออกเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดตัวผู้อำนวยการติดกำแพงอีกครั้ง“วันผ่าตัด ทำไมถึงไม่มีหมอสักคนไปช่วยชีวิตลูกสาวของฉัน?!”ผู้อำนวยการหน้าซีดเผือด รีบอธิบายอย่างร้อนรน“ผมทำตามคำสั่งของท่าน ให้หมอเจ้าของไข้ทุกคนในโรงพยาบาลไปช่วยลูกชายของคุณซูหว่านฉิง พวกเราก็แค่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ไม่กล้าขัดขืนเลยครับ!”เผยเจ๋อหย่วนปล่อยมือทันที ก่อนตะโกนออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้“เผยเนี

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 6

    ทันทีที่รถจอดสนิท ซูหว่านฉิงก็ทนรอไม่ไหวรีบเปิดประตูรถออกเป็นคนแรก เธอจูงมือซูหยางแล้วเดินตรงขึ้นบันไดคฤหาสน์ไปทันที พ่อบ้านรีบเดินออกมาต้อนรับ พอเห็นว่าเป็นซูหว่านฉิงก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่จะอ้าปากถาม เธอก็ชิงเอ่ยปากสั่งในทันที"คุณเผยจัดแจงให้พวกเรามาพักที่คฤหาสน์สักระยะหนึ่ง ขนของของพวกเราลงมาให้หมด"น้ำเสียงของเธอฟังดูราบเรียบ แต่ระดับเสียงกลับดังพอดีที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจนคนรับใช้สองสามคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กและไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปขัดขวางเลยสักคนสายตาของซูหว่านฉิงกวาดมองทั่วทั้งคฤหาสน์อย่างช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิดเธอคิดว่าด้วยความเอ็นดูที่เผยเจ๋อหย่วนมีให้ในตอนนี้ อีกไม่นานเธอจะสามารถยืนหยัดอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ได้อย่างมั่นคงจากนั้นเธอก็จงใจพูดเสียงดังขึ้น พร้อมสั่งเหล่าคนรับใช้"เอาข้าวของของหยางหยางไปไว้ที่ห้องทางทิศใต้ แล้วช่วยจัดปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ"ในเวลานั้นเผยเจ๋อหย่วนก็ลงจากรถเช่นกัน เขายืนมองไปรอบ ๆ ภายในโถงใหญ่ภายในโถงเงียบและว่างเปล่า ฉันไม่ได้วิ่งออกมาพร้อมดวงตาแดงก่ำเพื่อทะเลาะกั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 5

    เมื่อเห็นว่าเผยเจ๋อหย่วนยอมอยู่ต่อตามคำพูดของเธอ ซูหว่านฉิงก็แอบดีใจอยู่ในใจทันทีแต่ใบหน้ายังคงแสดงท่าทางอ่อนแอและน่าสงสาร ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้น“เจ๋อหย่วนคะ ทำไมพี่ฟางอี๋ ถึงชอบเอาแต่ใจโดยไม่ดูเวล่ำเวลาแบบนี้คะ? อาการของหยางหยางอันตรายขนาดนี้ ทำไมเธอถึงไม่เห็นใจพวกเราบ้าง ต้องมาสร้างปัญหาเอาในเวลานี้ด้วย?”หลังได้ยินคำพูดของเธอ สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนก็ยิ่งหม่นลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ“เธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด เอาแต่แคร์ความรู้สึกของตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น”ซูหว่านฉิงพยักหน้า ก่อนพูดต่ออย่างมั่นใจจงใจ“คอยดูเถอะ เธอก็แค่หึงฉัน อีกเดี๋ยวต้องโทรหาคุณไม่หยุดแน่นอน”เผยเจ๋อหย่วนถอนหายใจอย่างจนปัญญา“เรื่องผ่าตัดของลูกสาว ผมจัดการไว้หมดแล้ว แต่เธอก็ยังทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีผม”จากนั้นเขาก็กดปิดโทรศัพท์มือถือโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด พร้อมพูดเสียงอย่างเย็นชา“ต้องดัดนิสัยให้เข็ดหลาบซะบ้าง ช่วงไม่กี่วันนี้ผมจะปล่อยให้เธอหัดเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”ซูหว่านฉิงแอบสะใจอยู่ในใจ แต่ภายนอกยังคงทำตัวอ่อนโยนและใจกว้าง“คุณก็อย่าโกรธมากเลยนะ พอหยางหยางออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 4

    สมองของฉันว่างเปล่าไปหมด ราวกับทั้งร่างถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นเยียบที่กัดลึกถึงกระดูกแต่ซูหว่านฉิงกลับหัวเราะออกมา“ความรู้สึกที่ต้องมองดูลูกสาวตัวเองตายต่อหน้าต่อตาเป็นยังไงบ้าง? จะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แย่งตำแหน่งคุณนายของฉันไป จนทำให้ฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เหมาะสม… ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างให้เต็มที่เถอะ!”พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างผู้ชนะ ส่วนบอดี้การ์ดก็พาดร.บราวน์หายลับไปสุดทางเดินแล้วฉันคิดจะวิ่งตามไป แต่พยาบาลตัวเล็กๆ ที่กำลังลนลานกลับคว้าตัวฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า"คุณฟางคะ หมอทั้งโรงพยาบาลถูกท่านผู้นำเรียกตัวไปหมดแล้ว... คุณรีบคิดหาทางอื่นเถอะค่ะ! คนไข้รอได้อีกไม่นานแล้วนะ!"ฉันพยายามกดความตื่นตระหนกในใจเอาไว้ แล้วโทรหาเผยเจ๋อหย่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปลายสายก็ไม่มีคนรับร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนจากห้องผ่าตัดดังแหลมบาดหูขึ้นเรื่อย ๆ“ติ๊ด—ติ๊ด—ติ๊ด—”พยาบาลร้อนใจจนแทบร้องไห้“คุณฟางคะ อาการของคนไข้รอไม่ได้แล้วจริง ๆ! ถ้ายังไม่มีหมอเข้าไปช่วย เธอจะเป็นอันตรายนะคะ!”สมองของฉันสับสน

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 2

    เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงร้องไห้ของฉันและลูกสาวแพทย์เจ้าของไข้เดินเข้ามาในห้องพัก หยิบแฟ้มเวชระเบียนที่ปลายเตียงขึ้นมาไล่ดูค่าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“คุณนายครับ ผมนำข่าวดีมาครับ พบไตที่เข้ากันได้แล้ว จากสภาพร่างกายของคุณหนูเผยเนี่ยน เราสามารถจัดการผ่าตัดเปลี

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 1

    ชาติที่แล้ว ฉันไม่อาจยอมรับได้ที่เผยเจ๋อหย่วนลำเอียงเข้าข้างซูหว่านฉิงและลูกชายของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า จึงตัดสินใจหย่ากับเขาอย่างเด็ดขาดแต่หลังหย่าได้ไม่นาน ลูกสาวของฉันก็หมดสติล้มลงที่โรงเรียนโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆแพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะไตเสียหายอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status