Share

บทที่ 4

Author: หอยทาก
สมองของฉันว่างเปล่าไปหมด ราวกับทั้งร่างถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นเยียบที่กัดลึกถึงกระดูก

แต่ซูหว่านฉิงกลับหัวเราะออกมา

“ความรู้สึกที่ต้องมองดูลูกสาวตัวเองตายต่อหน้าต่อตาเป็นยังไงบ้าง? จะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แย่งตำแหน่งคุณนายของฉันไป จนทำให้ฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เหมาะสม… ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างให้เต็มที่เถอะ!”

พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างผู้ชนะ ส่วนบอดี้การ์ดก็พาดร.บราวน์หายลับไปสุดทางเดินแล้ว

ฉันคิดจะวิ่งตามไป แต่พยาบาลตัวเล็กๆ ที่กำลังลนลานกลับคว้าตัวฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

"คุณฟางคะ หมอทั้งโรงพยาบาลถูกท่านผู้นำเรียกตัวไปหมดแล้ว... คุณรีบคิดหาทางอื่นเถอะค่ะ! คนไข้รอได้อีกไม่นานแล้วนะ!"

ฉันพยายามกดความตื่นตระหนกในใจเอาไว้ แล้วโทรหาเผยเจ๋อหย่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปลายสายก็ไม่มีคนรับ

ร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนจากห้องผ่าตัดดังแหลมบาดหูขึ้นเรื่อย ๆ

“ติ๊ด—ติ๊ด—ติ๊ด—”

พยาบาลร้อนใจจนแทบร้องไห้

“คุณฟางคะ อาการของคนไข้รอไม่ได้แล้วจริง ๆ! ถ้ายังไม่มีหมอเข้าไปช่วย เธอจะเป็นอันตรายนะคะ!”

สมองของฉันสับสนไปหมด เผยเจ๋อหย่วนไม่รับสาย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็หลบหน้า หมอทั้งชั้นแทบทั้งหมดถูกย้ายไปที่ห้องฉุกเฉิน

ราวกับว่าทั้งโลกทอดทิ้งฉันไปในพริบตา

ท้ายที่สุด ฉันได้แต่กดโทรหาซูหว่านฉิงด้วยมือที่สั่นเทา

“ซูหว่านฉิง… ขอร้องล่ะ ตอนนี้ลูกสาวของฉันอยู่ในห้องผ่าตัด อาการของเธออันตรายมาก”

“ช่วยให้พวกเขาส่งหมอกลับมาสักคนได้ไหม? แค่คนเดียวก็ยังดี… ขอแค่ลูกสาวของฉันปลอดภัย ฉันจะพาเธอออกจากนาโปลีทันที และจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าพวกคุณอีกเลย”

หลังส่งข้อความเสียงออกไป ฉันก็เหมือนถูกดูดพลังทั้งหมดจนหมด ทรุดนั่งลงบนพื้นที่เย็นเยียบ

ไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา ไม่ใช่ซูหว่านฉิง แต่เป็นเผยเจ๋อหย่วน

ดวงตาของฉันเปล่งประกายความหวังขึ้นมา ก่อนจะรีบรับสายแทบจะทันที

แต่ในวินาทีถัดมา เสียงเย็นชาและเกรี้ยวกราดของชายคนนั้นก็ดังกระแทกใส่ฉัน

“ฟางอี๋! คุณจะก่อเรื่องให้พอได้หรือยัง?!”

ทั้งตัวของฉันแข็งค้าง

“เจ๋อหย่วน ลูกสาวเธอ”

เผยเจ๋อหย่วนตวาดขัดขึ้นทันที

“ผมแค่ให้คนพาดร.บราวน์ไป! โรงพยาบาลมีหมอตั้งมากมาย หรือถ้าขาดเขาไปแล้วจะไม่มีใครผ่าตัดได้งั้นเหรอ? เพื่อใส่ร้ายหว่านฉิง ตอนนี้คุณถึงกับโกหกเรื่องแบบนี้เลยเหรอ?”

ใบหน้าของฉันซีดเผือดในทันที

“ฉันไม่ได้โกหก… ลูกสาวกำลังจะแย่จริง ๆ…”

ทันใดนั้นเสียงสะอื้นของซูหว่านฉิงก็ดังมาจากปลายสาย

“เจ๋อหย่วน อย่าโทษพี่ฟางอี๋เลย… ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าหยางหยางไม่เกิดอาการแพ้กะทันหัน เธอก็คงไม่เกลียดฉันขนาดนี้”

น้ำเสียงของเธอฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจและพยายามสะกดกลั้น ราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง

น้ำเสียงของเผยเจ๋อหย่วนยิ่งเย็นชา

“ฟางอี๋ เมื่อก่อนผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้! ตอนนี้หยางหยางยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน แต่กลับคุณกลับจงใจทำให้หว่านฉิงตกใจ? รู้ไหมว่าเมื่อกี้เธอร้องไห้จนแทบสติแตกแล้ว!”

ฉันอ้าปากค้าง แต่กลับไม่สามารถพูดประโยคสมบูรณ์ออกมาได้เลย

ภายในห้องผ่าตัด เสียงสัญญาณเตือนดังถี่และแหลมขึ้น พยาบาลเองก็แทบร้องไห้แล้ว

“คุณฟางคะ! ความดันของคนไข้ลดลงถึงระดับอันตรายแล้ว! ถ้ายังไม่มีหมอผ่าตัด เด็กจะไม่รอดนะคะ!”

ในที่สุดฉันก็สติแตกเป็นเสี่ยงๆ กรีดร้องร้องไห้ใส่โทรศัพท์เสียงดังลั่น

“เผยเจ๋อหย่วน! คนที่นอนอยู่ข้างในคือลูกสาวแท้ ๆ ของคุณ! เธอจะตายจริง ๆ นะ!”

ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงสะอื้นเบา ๆ ของซูหว่านฉิงดังขึ้น

“เจ๋อหย่วน… ฉันกลัว… เมื่อกี้หยางหยางหายใจไม่ออกอีกแล้ว…”

วินาทีต่อมา เผยเจ๋อหย่วนก็ตัดสายทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ภายในห้องฉุกเฉิน VIP ชั้นบนสุดนั้นเงียบเชียบจนผิดปกติ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเครื่องหอมราคาแพง เผยเจ๋อหย่วนนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย พร้อมกับขมวดคิ้วแน่น

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้สั่นเครือของฉัน เขาก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

บนเตียงคนไข้ ซูหยางกำลังเอนตัวพิงหมอนกินผลไม้ นอกจากใบหน้าที่ซีดเล็กน้อยแล้ว ก็ไม่มีทีท่าว่าจะอยู่ในอันตรายเลย

เผยเจ๋อหย่วนลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกไปข้างนอก แต่ซูหว่านฉิงก็รีบคว้าแขนของเขาเอาไว้ทันที

“เจ๋อหย่วน ถ้าคุณไปตอนนี้ ไม่เท่ากับบอกพี่ฟางอี๋หรือว่าแผนก่อเรื่องแบบนี้ได้ผล? อีกอย่าง ทางเนี่ยนเนี่ยนก็มีหมอกับพยาบาลเฝ้าอยู่ตั้งมากมาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก พี่ฟางอี๋แค่ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เท่านั้น”

พอเธอพูดแบบนี้ ความลังเลเล็กน้อยในใจของเผยเจ๋อหย่วนก็ถูกความโกรธกลบจนหมด

ยิ่งนึกถึงเสียงร้องโวยวายของฉันในโทรศัพท์เมื่อครู่ สีหน้าของเขาก็เย็นชาลงทันที

“เธอนับวันยิ่งเกินไปแล้ว แม้แต่ตอนที่ลูกสาวผ่าตัดยังเอามาใช้เป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจ แบบนี้ควรได้รับบทเรียนบ้างจริง ๆ”

หลังจากสายถูกตัดไป ฉันก็นั่งคุกเข่าเหม่อลอยอยู่หน้าประตูห้องผ่าตัด ในหัวมีเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แหลมสูงบาดหู

พยาบาลและแพทย์ฝึกหัดหลายคนวิ่งเข้าออกอย่างวุ่นวาย

“ค่าออกซิเจนในเลือดยังลดลงอยู่! รีบติดต่อแผนกวิสัญญี!”

“คนไข้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างสั่นแล้ว!”

แต่ตลอดทั้งชั้นในตอนนี้ กลับไม่เหลือศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าตัดได้แม้แต่คนเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 9

    ผู้ช่วยพุ่งเข้าไปแย่งปืนในมือของเขาออกมาได้ทันทีเผยเจ๋อหย่วนนั่งทรุดอยู่ข้างเตียง ราวกับถูกสูบพลังทั้งหมดไปจนหมด เขาตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า“หลีกไป! ฉันจะไปอยู่กับพวกเธอ!”ผู้ช่วยหอบหายใจแรง ด้วยความร้อนใจจนเสียงสั่น“ท่านผู้นำครับ ผมหาเบาะแสของพวกเธอเจอแล้ว!”เผยเจ๋อหย่วนเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาในพริบตา“แกว่าอะไรนะ?”“ผมสืบพบว่าไม่นานหลังจากที่คุณนายออกจากโรงพยาบาล ก็มีรถพยาบาลมารับพวกเธอไป และมีขบวนรถมายบัคสีดำคุ้มกันออกจากตัวเมืองอย่างรวดเร็ว คุณหนูเนี่ยนเนี่ยนกับคุณนายต้องยังมีชีวิตอยู่แน่นอนครับ”เสียงของเผยเจ๋อหย่วนสั่นเครือเช่นกัน“เนี่ยนเนี่ยนกับฟางอี๋ยังมีชีวิตอยู่… พวกเธอยังมีชีวิตอยู่…”“แต่…”เสียงของผู้ช่วยแผ่วลง“หลังจากขบวนรถออกจากเนเปิลส์ พวกเขาก็หายวับไปกับตา ราวกับล่องหนหายสาบสูญไปจากโลกนี้ และไม่สามารถสืบหาเบาะแสใดๆ ได้อีกเลยครับ"หลังฟังจบ อารมณ์ของเผยเจ๋อหย่วนก็จมดิ่งลงอีกครั้งทั้งที่ตัวเขามีฐานะเป็นถึงผู้นำมาเฟียระดับสูงสุดของเนเปิลส์ มีอำนาจล้นฟ้าคับประเทศ มาวันนี้กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ภรรยาและลูกสาวของตัวเองก็ยังไม่มีปัญญาตามหาให้เจอ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 8

    เผยเจ๋อหย่วนจ้องมองซูหว่านฉิงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเข้าใจผิดมาตลอดว่าหยางหยางเป็นลูกของเขาเขามองหญิงสาวตรงหน้าที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ ภายในใจเหลือเพียงความผิดหวัง“ซูหว่านฉิง หยางหยางไม่ใช่ลูกของผม หลายปีมานี้ที่ผมคอยปกป้องและช่วยเหลือคุณ ก็เพราะเห็นแก่ความผูกพันในวัยเด็กเท่านั้น ไม่เคยมีความรู้สึกเชิงชู้สาวเลยแม้แต่น้อย"ซูหว่านฉิงไม่ยอมเชื่อ ดวงตาแดงก่ำพร้อมส่ายหน้า“เป็นไปไม่ได้! ปกติคุณเข้าข้างฉันทุกอย่าง คอยดูแลหยางหยาง นี่ไม่ใช่ความรักแล้วคืออะไร?”เผยเจ๋อหย่วนมองเธอที่ยังดื้อดึงไม่ยอมรับความจริง น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนไร้ความอบอุ่น“ที่ผมเข้าข้างคุณ ก็เพียงเพราะสงสารที่คุณต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ไม่มีเหตุผลอื่น”ดวงตาของซูหว่านฉิงแดงขึ้นทันที และเควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย“คุณโกหกฉัน! คืนนั้นเป็นคุณชัด ๆ … ตอนฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นคุณอยู่ข้างตัวฉัน…”เผยเจ๋อหย่วนขัดขึ้น ก่อนพูดทีละคำอย่างชัดเจน“วันนั้นในงานเลี้ยงคุณเมามาก คนที่อยู่กับคุณไม่ใช่ผม แต่เป็นริชชี่ ผมแค่บังเอิญเดินผ่านและช่วยเก็บกวาดปัญหาให้เท่านั้น”ซูหว่านฉิงแข็งค้างอยู่กั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 7

    เป็นอย่างที่ซูหว่านฉิงหวังไว้จริง ๆ เผยเจ๋อหย่วนตามหาพวกเราสองแม่ลูกทั่วทั้งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบเขาบุกเข้าไปในห้องทำงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยความโกรธจัด ก่อนจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายและตวาดถาม“ลูกสาวของฉัน เผยเนี่ยน อยู่ที่ไหน?!”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตกใจกับการกระทำกะทันหันของเขาจนตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ“เผยเนี่ยน… เป็นลูกสาวของท่านงั้นหรือครับ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเธอไปไหนแล้ว”ผู้อำนวยการถูกกระชากคอเสื้อไว้จนพูดติด ๆ ขัด ๆ“ท่าน ท่านผู้นำครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเธอไปไหนแล้ว พวกเธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้วครับ!”“ออกไปแล้วงั้นเหรอ?”ร่างกายของเผยเจ๋อหย่วนสั่นสะท้าน เขาคลายมือออกเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดตัวผู้อำนวยการติดกำแพงอีกครั้ง“วันผ่าตัด ทำไมถึงไม่มีหมอสักคนไปช่วยชีวิตลูกสาวของฉัน?!”ผู้อำนวยการหน้าซีดเผือด รีบอธิบายอย่างร้อนรน“ผมทำตามคำสั่งของท่าน ให้หมอเจ้าของไข้ทุกคนในโรงพยาบาลไปช่วยลูกชายของคุณซูหว่านฉิง พวกเราก็แค่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ไม่กล้าขัดขืนเลยครับ!”เผยเจ๋อหย่วนปล่อยมือทันที ก่อนตะโกนออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้“เผยเนี

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 6

    ทันทีที่รถจอดสนิท ซูหว่านฉิงก็ทนรอไม่ไหวรีบเปิดประตูรถออกเป็นคนแรก เธอจูงมือซูหยางแล้วเดินตรงขึ้นบันไดคฤหาสน์ไปทันที พ่อบ้านรีบเดินออกมาต้อนรับ พอเห็นว่าเป็นซูหว่านฉิงก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่จะอ้าปากถาม เธอก็ชิงเอ่ยปากสั่งในทันที"คุณเผยจัดแจงให้พวกเรามาพักที่คฤหาสน์สักระยะหนึ่ง ขนของของพวกเราลงมาให้หมด"น้ำเสียงของเธอฟังดูราบเรียบ แต่ระดับเสียงกลับดังพอดีที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจนคนรับใช้สองสามคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กและไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปขัดขวางเลยสักคนสายตาของซูหว่านฉิงกวาดมองทั่วทั้งคฤหาสน์อย่างช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิดเธอคิดว่าด้วยความเอ็นดูที่เผยเจ๋อหย่วนมีให้ในตอนนี้ อีกไม่นานเธอจะสามารถยืนหยัดอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ได้อย่างมั่นคงจากนั้นเธอก็จงใจพูดเสียงดังขึ้น พร้อมสั่งเหล่าคนรับใช้"เอาข้าวของของหยางหยางไปไว้ที่ห้องทางทิศใต้ แล้วช่วยจัดปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ"ในเวลานั้นเผยเจ๋อหย่วนก็ลงจากรถเช่นกัน เขายืนมองไปรอบ ๆ ภายในโถงใหญ่ภายในโถงเงียบและว่างเปล่า ฉันไม่ได้วิ่งออกมาพร้อมดวงตาแดงก่ำเพื่อทะเลาะกั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 5

    เมื่อเห็นว่าเผยเจ๋อหย่วนยอมอยู่ต่อตามคำพูดของเธอ ซูหว่านฉิงก็แอบดีใจอยู่ในใจทันทีแต่ใบหน้ายังคงแสดงท่าทางอ่อนแอและน่าสงสาร ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้น“เจ๋อหย่วนคะ ทำไมพี่ฟางอี๋ ถึงชอบเอาแต่ใจโดยไม่ดูเวล่ำเวลาแบบนี้คะ? อาการของหยางหยางอันตรายขนาดนี้ ทำไมเธอถึงไม่เห็นใจพวกเราบ้าง ต้องมาสร้างปัญหาเอาในเวลานี้ด้วย?”หลังได้ยินคำพูดของเธอ สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนก็ยิ่งหม่นลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ“เธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด เอาแต่แคร์ความรู้สึกของตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น”ซูหว่านฉิงพยักหน้า ก่อนพูดต่ออย่างมั่นใจจงใจ“คอยดูเถอะ เธอก็แค่หึงฉัน อีกเดี๋ยวต้องโทรหาคุณไม่หยุดแน่นอน”เผยเจ๋อหย่วนถอนหายใจอย่างจนปัญญา“เรื่องผ่าตัดของลูกสาว ผมจัดการไว้หมดแล้ว แต่เธอก็ยังทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีผม”จากนั้นเขาก็กดปิดโทรศัพท์มือถือโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด พร้อมพูดเสียงอย่างเย็นชา“ต้องดัดนิสัยให้เข็ดหลาบซะบ้าง ช่วงไม่กี่วันนี้ผมจะปล่อยให้เธอหัดเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”ซูหว่านฉิงแอบสะใจอยู่ในใจ แต่ภายนอกยังคงทำตัวอ่อนโยนและใจกว้าง“คุณก็อย่าโกรธมากเลยนะ พอหยางหยางออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 4

    สมองของฉันว่างเปล่าไปหมด ราวกับทั้งร่างถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นเยียบที่กัดลึกถึงกระดูกแต่ซูหว่านฉิงกลับหัวเราะออกมา“ความรู้สึกที่ต้องมองดูลูกสาวตัวเองตายต่อหน้าต่อตาเป็นยังไงบ้าง? จะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แย่งตำแหน่งคุณนายของฉันไป จนทำให้ฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เหมาะสม… ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างให้เต็มที่เถอะ!”พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างผู้ชนะ ส่วนบอดี้การ์ดก็พาดร.บราวน์หายลับไปสุดทางเดินแล้วฉันคิดจะวิ่งตามไป แต่พยาบาลตัวเล็กๆ ที่กำลังลนลานกลับคว้าตัวฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า"คุณฟางคะ หมอทั้งโรงพยาบาลถูกท่านผู้นำเรียกตัวไปหมดแล้ว... คุณรีบคิดหาทางอื่นเถอะค่ะ! คนไข้รอได้อีกไม่นานแล้วนะ!"ฉันพยายามกดความตื่นตระหนกในใจเอาไว้ แล้วโทรหาเผยเจ๋อหย่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปลายสายก็ไม่มีคนรับร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนจากห้องผ่าตัดดังแหลมบาดหูขึ้นเรื่อย ๆ“ติ๊ด—ติ๊ด—ติ๊ด—”พยาบาลร้อนใจจนแทบร้องไห้“คุณฟางคะ อาการของคนไข้รอไม่ได้แล้วจริง ๆ! ถ้ายังไม่มีหมอเข้าไปช่วย เธอจะเป็นอันตรายนะคะ!”สมองของฉันสับสน

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 3

    ภายในสวนสนุกตกอยู่ในความโกลาหลทันที ภาพจากกล้องสั่นไหวอย่างรุนแรงซูหว่านฉิงกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปหา“หยางหยาง!”สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนเปลี่ยนไปทันที เขารีบอุ้มเด็กขึ้นมา“เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”แม้แต่น้ำเสียงของผู้ประกาศข่าวก็เริ่มลนลาน"ดูเหมือนว่าจะเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลันขึ้นในพื้

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 2

    เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงร้องไห้ของฉันและลูกสาวแพทย์เจ้าของไข้เดินเข้ามาในห้องพัก หยิบแฟ้มเวชระเบียนที่ปลายเตียงขึ้นมาไล่ดูค่าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“คุณนายครับ ผมนำข่าวดีมาครับ พบไตที่เข้ากันได้แล้ว จากสภาพร่างกายของคุณหนูเผยเนี่ยน เราสามารถจัดการผ่าตัดเปลี

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 1

    ชาติที่แล้ว ฉันไม่อาจยอมรับได้ที่เผยเจ๋อหย่วนลำเอียงเข้าข้างซูหว่านฉิงและลูกชายของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า จึงตัดสินใจหย่ากับเขาอย่างเด็ดขาดแต่หลังหย่าได้ไม่นาน ลูกสาวของฉันก็หมดสติล้มลงที่โรงเรียนโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆแพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะไตเสียหายอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status