Share

เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย
เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย
Author: หอยทาก

บทที่ 1

Author: หอยทาก
ชาติที่แล้ว ฉันไม่อาจยอมรับได้ที่เผยเจ๋อหย่วนลำเอียงเข้าข้างซูหว่านฉิงและลูกชายของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า จึงตัดสินใจหย่ากับเขาอย่างเด็ดขาด

แต่หลังหย่าได้ไม่นาน ลูกสาวของฉันก็หมดสติล้มลงที่โรงเรียนโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ

แพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะไตเสียหายอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไตโดยด่วน

เมื่อมองดูค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่สูงลิ่ว รวมถึงคิวรอผู้บริจาคไตที่ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน โลกทั้งใบของฉันก็พังทลายลงทันที

ฉันรีบไปหาเผยเจ๋อหย่วนอย่างคนเสียสติ แต่กลับถูกซูหว่านฉิงขวางไว้หน้าคฤหาสน์ม็อค

“เธอกับเขาหย่ากันแล้ว ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาที่นี่อีก ฉันแนะนำว่ารีบกลับไปจะดีกว่า”

ตอนนั้นซูหว่านฉิงได้พาลูกชายย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แล้ว เธอได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของฉัน และมองฉันด้วยสายตาหยิ่งยโสเหนือกว่า

“ขอร้องล่ะ ให้ฉันได้เจอเผยเจ๋อหย่วนสักครั้ง ลูกสาวของพวกเรากำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน!”

ฉันอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงเสียงหัวเราะเยาะของซูหว่านฉิง

“ลูกสาวของเธอจะเป็นหรือตาย มันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย?”

ร่างกายของฉันเย็นไปทั้งตัว ได้แต่โต้กลับอย่างอ่อนแรง

“เผยเนี่ยนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา เขาไม่มีทางมองดูเธอตายต่อหน้าต่อตาแน่…”

ซูหว่านฉิงกลับหัวเราะเยาะออกมา

“แล้วไงล่ะ? ซูหยางก็เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเขาเหมือนกัน!”

เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของฉัน ซูหว่านฉิงก็ก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตร้าย

“คืนก่อนที่เขาจะแต่งงานกับเธอ เผยเจ๋อหย่วนทิ้งเธอแล้วมาหาฉัน พวกเราดื่มกันจนเมา และคืนนั้นเองที่ทำให้ฉันท้องซูหยาง…”

“เธอกับลูกสาวของเธอแย่งที่ของพวกเรามาตั้งนาน ตอนนี้ออกไปแล้ว ฉันจะยอมให้กลับมาอีกได้ยังไงอีก?”

เหงื่อเย็นไหลชุ่มไปทั้งตัว ในหูมีแต่เสียงวิ้งๆ ดังอื้ออึงไปหมด

ที่แท้เผยเจ๋อหย่วนก็ทรยศหักหลังฉันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

เพราะโดนซูหว่านฉิงขัดขวาง แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของฉันก็ไม่ได้เจอหน้าเผยเจ๋อหย่วน และลูกสาวของเราก็ต้องจากไปอย่างทรมานในโรงพยาบาลด้วยภาวะไตวาย

เมื่อกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ฉันจะไม่เสียเวลาหึงหวงหรือแข่งขันกับซูหว่านฉิงอีก แต่จะทุ่มเททุกอย่างให้ลูกสาว

ฉันไม่สนใจการยั่วยุของซูหว่านฉิงอีกต่อไป ต่อให้เธอใช้ข้ออ้างที่งี่เง่าหลอกเผยเจ๋อหย่วนออกไปจากฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้

ฉันไม่โวยวายและไม่ชวนทะเลาะ ทำเพียงแค่พาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเป็นอันดับแรก จนได้ใบตรวจวินิจฉัยโรคไตวายของลูกมาไว้ในมือก่อนล่วงหน้า

หลังเห็นผลวินิจฉัย เผยเจ๋อหย่วนก็ยกเลิกประชุมทั้งหมดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ก่อนจะโทรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนม็อคด้วยตัวเอง

“รีบหาไตที่เข้ากันได้ทันที เตรียมการผ่าตัดให้พร้อม ลูกสาวของฉันต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่าง!”

ในเวลาอันรวดเร็ว ลูกสาวก็ถูกย้ายเข้าพักในห้องผู้ป่วย VIP ของโรงพยาบาลเอกชน เผยเจ๋อหย่วนยังตามตัวศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากอิตาลีมาเป็นแพทย์เจ้าของไข้ผู้ลงมือผ่าตัดให้ลูกสาวฉันด้วยตัวเอง

ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอจับคู่ไตที่เข้ากันได้ ลูกสาวของฉันก็จะได้เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไตทันที

ชาตินี้ ลูกสาวของฉันจะต้องได้รับการรักษาทันเวลาอย่างแน่นอน จะไม่มีวันต้องตายอย่างน่าเวทนาเหมือนชาติที่แล้วอีก

ในขณะที่ฉันนั่งอยู่ข้างเตียง คอยจัดผ้าห่มให้ลูกสาว ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเผยเจ๋อหย่วนก็ดังขึ้น

บนหน้าจอปรากฏชื่อที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

ซูหว่านฉิง

เผยเจ๋อหย่วนชะงักไปเล็กน้อย เขาเงียบไปไม่กี่วินาทีก่อนจะกดรับสาย

ปลายสายมีเสียงร่าเริงของซูหยาง ลูกชายของซูหว่านฉิงดังขึ้นมา

"คุณอาเผยครับ! คุณอาสัญญาแล้วนะว่าจะพาผมไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืนใต้ดิน คุณอาบอกว่าลูกผู้ชายต้องยิงให้ได้สิบแต้มเต็มทั้งร้อยนัด!"

สามีของฉันวางสาย แล้วหันมามองลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียง

เด็กน้อยใบหน้าซีดเซียว ข้อมือยังคงมีผ้าพันแผลจากรอยเข็มน้ำเกลือพันเอาไว้

เธอเคยอ้อนวอนขอให้ผู้เป็นพ่อพาไปขี่ม้าหรือไปเที่ยวทะเลด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน

แต่เผยเจ๋อหย่วนมักจะพูดแค่ว่า

“พ่อยุ่งมาก”

ครั้งนี้ เขากลับยอมย่อตัวลงมาข้างเตียงพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย

"เนี่ยนเนี่ยนเป็นเด็กดีนะ ให้แม่ดูลูกรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน โอเคไหม? ไว้ลูกหายดีเมื่อไหร่ พ่อจะพาไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์นะ"

ฉันมองลูกสาวอย่างเป็นกังวล เพราะรู้ดีว่าเธอโหยหาความรักจากพ่อมากเพียงใด

ทุกครั้งที่เผยเจ๋อหย่วนปฏิเสธคำขอของเธอเพราะซูหยาง เธอมักแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มเป็นเวลานาน

แต่ครั้งนี้ ลูกสาวกลับเบี่ยงตัวหลบมือของเขา และพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ พ่อไปทำธุระเถอะ มีแม่อยู่เป็นเพื่อนหนูก็พอแล้ว”

ใบหน้าของเผยเจ๋อหย่วนฉายแววตกตะลึงไปวูบหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าใกล้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง

หลังจากเผยเจ๋อหย่วนจากไป ลูกสาวก็มองมาที่ฉันอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“แม่คะ ครั้งนี้หนูจะไม่แย่งพ่อกับซูหยางแล้ว หนูจะมีชีวิตรอดไหมคะ?”

น้ำตาของฉันไหลออกมาทันที ที่แท้ลูกสาวของฉันก็กลับมาเกิดใหม่ด้วยกันเหมือนกัน

ฉันโอบกอดเธอไว้แน่น น้ำเสียงสะอื้นและสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้

"ได้สิลูกรักของแม่ รอให้หนูผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ แม่จะพาหนูหนีไปจากเมืองนี้ หนีไปจากตระกูลนี้เอง"

“จากนี้ไป จะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีกแล้ว"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 9

    ผู้ช่วยพุ่งเข้าไปแย่งปืนในมือของเขาออกมาได้ทันทีเผยเจ๋อหย่วนนั่งทรุดอยู่ข้างเตียง ราวกับถูกสูบพลังทั้งหมดไปจนหมด เขาตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า“หลีกไป! ฉันจะไปอยู่กับพวกเธอ!”ผู้ช่วยหอบหายใจแรง ด้วยความร้อนใจจนเสียงสั่น“ท่านผู้นำครับ ผมหาเบาะแสของพวกเธอเจอแล้ว!”เผยเจ๋อหย่วนเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาในพริบตา“แกว่าอะไรนะ?”“ผมสืบพบว่าไม่นานหลังจากที่คุณนายออกจากโรงพยาบาล ก็มีรถพยาบาลมารับพวกเธอไป และมีขบวนรถมายบัคสีดำคุ้มกันออกจากตัวเมืองอย่างรวดเร็ว คุณหนูเนี่ยนเนี่ยนกับคุณนายต้องยังมีชีวิตอยู่แน่นอนครับ”เสียงของเผยเจ๋อหย่วนสั่นเครือเช่นกัน“เนี่ยนเนี่ยนกับฟางอี๋ยังมีชีวิตอยู่… พวกเธอยังมีชีวิตอยู่…”“แต่…”เสียงของผู้ช่วยแผ่วลง“หลังจากขบวนรถออกจากเนเปิลส์ พวกเขาก็หายวับไปกับตา ราวกับล่องหนหายสาบสูญไปจากโลกนี้ และไม่สามารถสืบหาเบาะแสใดๆ ได้อีกเลยครับ"หลังฟังจบ อารมณ์ของเผยเจ๋อหย่วนก็จมดิ่งลงอีกครั้งทั้งที่ตัวเขามีฐานะเป็นถึงผู้นำมาเฟียระดับสูงสุดของเนเปิลส์ มีอำนาจล้นฟ้าคับประเทศ มาวันนี้กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ภรรยาและลูกสาวของตัวเองก็ยังไม่มีปัญญาตามหาให้เจอ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 8

    เผยเจ๋อหย่วนจ้องมองซูหว่านฉิงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเข้าใจผิดมาตลอดว่าหยางหยางเป็นลูกของเขาเขามองหญิงสาวตรงหน้าที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ ภายในใจเหลือเพียงความผิดหวัง“ซูหว่านฉิง หยางหยางไม่ใช่ลูกของผม หลายปีมานี้ที่ผมคอยปกป้องและช่วยเหลือคุณ ก็เพราะเห็นแก่ความผูกพันในวัยเด็กเท่านั้น ไม่เคยมีความรู้สึกเชิงชู้สาวเลยแม้แต่น้อย"ซูหว่านฉิงไม่ยอมเชื่อ ดวงตาแดงก่ำพร้อมส่ายหน้า“เป็นไปไม่ได้! ปกติคุณเข้าข้างฉันทุกอย่าง คอยดูแลหยางหยาง นี่ไม่ใช่ความรักแล้วคืออะไร?”เผยเจ๋อหย่วนมองเธอที่ยังดื้อดึงไม่ยอมรับความจริง น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนไร้ความอบอุ่น“ที่ผมเข้าข้างคุณ ก็เพียงเพราะสงสารที่คุณต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ไม่มีเหตุผลอื่น”ดวงตาของซูหว่านฉิงแดงขึ้นทันที และเควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย“คุณโกหกฉัน! คืนนั้นเป็นคุณชัด ๆ … ตอนฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นคุณอยู่ข้างตัวฉัน…”เผยเจ๋อหย่วนขัดขึ้น ก่อนพูดทีละคำอย่างชัดเจน“วันนั้นในงานเลี้ยงคุณเมามาก คนที่อยู่กับคุณไม่ใช่ผม แต่เป็นริชชี่ ผมแค่บังเอิญเดินผ่านและช่วยเก็บกวาดปัญหาให้เท่านั้น”ซูหว่านฉิงแข็งค้างอยู่กั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 7

    เป็นอย่างที่ซูหว่านฉิงหวังไว้จริง ๆ เผยเจ๋อหย่วนตามหาพวกเราสองแม่ลูกทั่วทั้งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบเขาบุกเข้าไปในห้องทำงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยความโกรธจัด ก่อนจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายและตวาดถาม“ลูกสาวของฉัน เผยเนี่ยน อยู่ที่ไหน?!”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตกใจกับการกระทำกะทันหันของเขาจนตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ“เผยเนี่ยน… เป็นลูกสาวของท่านงั้นหรือครับ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเธอไปไหนแล้ว”ผู้อำนวยการถูกกระชากคอเสื้อไว้จนพูดติด ๆ ขัด ๆ“ท่าน ท่านผู้นำครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเธอไปไหนแล้ว พวกเธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้วครับ!”“ออกไปแล้วงั้นเหรอ?”ร่างกายของเผยเจ๋อหย่วนสั่นสะท้าน เขาคลายมือออกเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดตัวผู้อำนวยการติดกำแพงอีกครั้ง“วันผ่าตัด ทำไมถึงไม่มีหมอสักคนไปช่วยชีวิตลูกสาวของฉัน?!”ผู้อำนวยการหน้าซีดเผือด รีบอธิบายอย่างร้อนรน“ผมทำตามคำสั่งของท่าน ให้หมอเจ้าของไข้ทุกคนในโรงพยาบาลไปช่วยลูกชายของคุณซูหว่านฉิง พวกเราก็แค่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ไม่กล้าขัดขืนเลยครับ!”เผยเจ๋อหย่วนปล่อยมือทันที ก่อนตะโกนออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้“เผยเนี

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 6

    ทันทีที่รถจอดสนิท ซูหว่านฉิงก็ทนรอไม่ไหวรีบเปิดประตูรถออกเป็นคนแรก เธอจูงมือซูหยางแล้วเดินตรงขึ้นบันไดคฤหาสน์ไปทันที พ่อบ้านรีบเดินออกมาต้อนรับ พอเห็นว่าเป็นซูหว่านฉิงก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่จะอ้าปากถาม เธอก็ชิงเอ่ยปากสั่งในทันที"คุณเผยจัดแจงให้พวกเรามาพักที่คฤหาสน์สักระยะหนึ่ง ขนของของพวกเราลงมาให้หมด"น้ำเสียงของเธอฟังดูราบเรียบ แต่ระดับเสียงกลับดังพอดีที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจนคนรับใช้สองสามคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กและไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปขัดขวางเลยสักคนสายตาของซูหว่านฉิงกวาดมองทั่วทั้งคฤหาสน์อย่างช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิดเธอคิดว่าด้วยความเอ็นดูที่เผยเจ๋อหย่วนมีให้ในตอนนี้ อีกไม่นานเธอจะสามารถยืนหยัดอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ได้อย่างมั่นคงจากนั้นเธอก็จงใจพูดเสียงดังขึ้น พร้อมสั่งเหล่าคนรับใช้"เอาข้าวของของหยางหยางไปไว้ที่ห้องทางทิศใต้ แล้วช่วยจัดปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ"ในเวลานั้นเผยเจ๋อหย่วนก็ลงจากรถเช่นกัน เขายืนมองไปรอบ ๆ ภายในโถงใหญ่ภายในโถงเงียบและว่างเปล่า ฉันไม่ได้วิ่งออกมาพร้อมดวงตาแดงก่ำเพื่อทะเลาะกั

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 5

    เมื่อเห็นว่าเผยเจ๋อหย่วนยอมอยู่ต่อตามคำพูดของเธอ ซูหว่านฉิงก็แอบดีใจอยู่ในใจทันทีแต่ใบหน้ายังคงแสดงท่าทางอ่อนแอและน่าสงสาร ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้น“เจ๋อหย่วนคะ ทำไมพี่ฟางอี๋ ถึงชอบเอาแต่ใจโดยไม่ดูเวล่ำเวลาแบบนี้คะ? อาการของหยางหยางอันตรายขนาดนี้ ทำไมเธอถึงไม่เห็นใจพวกเราบ้าง ต้องมาสร้างปัญหาเอาในเวลานี้ด้วย?”หลังได้ยินคำพูดของเธอ สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนก็ยิ่งหม่นลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ“เธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด เอาแต่แคร์ความรู้สึกของตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น”ซูหว่านฉิงพยักหน้า ก่อนพูดต่ออย่างมั่นใจจงใจ“คอยดูเถอะ เธอก็แค่หึงฉัน อีกเดี๋ยวต้องโทรหาคุณไม่หยุดแน่นอน”เผยเจ๋อหย่วนถอนหายใจอย่างจนปัญญา“เรื่องผ่าตัดของลูกสาว ผมจัดการไว้หมดแล้ว แต่เธอก็ยังทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีผม”จากนั้นเขาก็กดปิดโทรศัพท์มือถือโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด พร้อมพูดเสียงอย่างเย็นชา“ต้องดัดนิสัยให้เข็ดหลาบซะบ้าง ช่วงไม่กี่วันนี้ผมจะปล่อยให้เธอหัดเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”ซูหว่านฉิงแอบสะใจอยู่ในใจ แต่ภายนอกยังคงทำตัวอ่อนโยนและใจกว้าง“คุณก็อย่าโกรธมากเลยนะ พอหยางหยางออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉ

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 4

    สมองของฉันว่างเปล่าไปหมด ราวกับทั้งร่างถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นเยียบที่กัดลึกถึงกระดูกแต่ซูหว่านฉิงกลับหัวเราะออกมา“ความรู้สึกที่ต้องมองดูลูกสาวตัวเองตายต่อหน้าต่อตาเป็นยังไงบ้าง? จะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แย่งตำแหน่งคุณนายของฉันไป จนทำให้ฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เหมาะสม… ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างให้เต็มที่เถอะ!”พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างผู้ชนะ ส่วนบอดี้การ์ดก็พาดร.บราวน์หายลับไปสุดทางเดินแล้วฉันคิดจะวิ่งตามไป แต่พยาบาลตัวเล็กๆ ที่กำลังลนลานกลับคว้าตัวฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า"คุณฟางคะ หมอทั้งโรงพยาบาลถูกท่านผู้นำเรียกตัวไปหมดแล้ว... คุณรีบคิดหาทางอื่นเถอะค่ะ! คนไข้รอได้อีกไม่นานแล้วนะ!"ฉันพยายามกดความตื่นตระหนกในใจเอาไว้ แล้วโทรหาเผยเจ๋อหย่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปลายสายก็ไม่มีคนรับร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนจากห้องผ่าตัดดังแหลมบาดหูขึ้นเรื่อย ๆ“ติ๊ด—ติ๊ด—ติ๊ด—”พยาบาลร้อนใจจนแทบร้องไห้“คุณฟางคะ อาการของคนไข้รอไม่ได้แล้วจริง ๆ! ถ้ายังไม่มีหมอเข้าไปช่วย เธอจะเป็นอันตรายนะคะ!”สมองของฉันสับสน

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 3

    ภายในสวนสนุกตกอยู่ในความโกลาหลทันที ภาพจากกล้องสั่นไหวอย่างรุนแรงซูหว่านฉิงกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปหา“หยางหยาง!”สีหน้าของเผยเจ๋อหย่วนเปลี่ยนไปทันที เขารีบอุ้มเด็กขึ้นมา“เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”แม้แต่น้ำเสียงของผู้ประกาศข่าวก็เริ่มลนลาน"ดูเหมือนว่าจะเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลันขึ้นในพื้

  • เกิดใหม่คราวนี้ ฉันขอบาย   บทที่ 2

    เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงร้องไห้ของฉันและลูกสาวแพทย์เจ้าของไข้เดินเข้ามาในห้องพัก หยิบแฟ้มเวชระเบียนที่ปลายเตียงขึ้นมาไล่ดูค่าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“คุณนายครับ ผมนำข่าวดีมาครับ พบไตที่เข้ากันได้แล้ว จากสภาพร่างกายของคุณหนูเผยเนี่ยน เราสามารถจัดการผ่าตัดเปลี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status