Share

บทที่ 1.6

last update Tanggal publikasi: 2026-04-03 08:54:22

“แล้วนางมีท่าทีอย่างไร”

“แปลกขอรับ” เว่ยอวี้หลิงเป็นคนตอบ “ลูกรู้สึกว่านางแปลกไป แต่อธิบายไม่ถูกว่าแปลกอย่างไร”

“ลูกคิดว่าหลังถูกปฏิเสธในงานเลี้ยงวันนั้น แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดประมุขหร่วนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบพอคุณชายเหวินแล้ว”

“หืม” เว่ยฮูหยินเลิกคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร นับตั้งแต่นางก้าวขึ้นเป็นประมุข กี่ครั้งแล้วที่นางต้องขายหน้าเพราะถูกปฏิเสธ แต่นางก็ไม่เห็นเปลี่ยนไปสักนิด เคยชอบอย่างไรก็ยังชอบ เคยไร้ยางอายอย่างไรกยังเหมือนเดิม”

“แต่คราวนี้ไม่เหมือนกันขอรับท่านแม่ นางไม่เหลือบมองพี่เหวินสักแวบ มองผ่านไปเหมือนคนไม่รู้จัก”

“บางทีอาจแสร้งทำไปเช่นนั้น สตรีผู้นี้ร้ายกาจลุ่มลึก ขนาดบิดายังโดนนางสังหาร...”

“ฮูหยินไม่มีหลักฐานอย่าได้กล่าวไปเรื่อย” เว่ยอวี๋กล่าวจบก็ไอออกมาจนหน้าซีด เขาลุกขึ้นจิบชาจากนั้นถูกประคองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขามองฮูหยินของตนที่มีท่าทีเกลียดชังหร่วนฉางเล่อ สาเหตุน่ะหรือ??

มองไปยังบุตรชายคนที่สาม เว่ยหรงเหยียน ปีนี้อายุเพิ่งยี่สิบและเพิ่งผ่านพิธีสวมหมวก ทว่าปอยผมบางส่วนกลับหงอกขาว ร่างกายอ่อนแอทรุดโทรม ใบหน้าขาวซีด แม้หล่อเหลาทว่ากลับไม่มีชีวิตชีวา

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน เว่ยหรงเหยียนคอยช่วยเรื่องการเดินเรือของตระกูล การขนส่งแต่ละครั้งหากมีเขาไปด้วยทุกครั้งย่อมราบรื่น ถึงอย่างนั้นเพราะความคึกคะนองเว่ยหรงเหยียนเข้าร่วมประลองของชาวยุทธ์ ไม่ระวังถูกกลลวงของคู่ประลองจนถูกพิษประหลาดเข้า

ในช่วงสำคัญของการยื้อชีวิตน้องชาย เว่ยอวี้หลิงบากหน้าไปขอลูกกลอนเซิงหัวจากหร่วนฉางเล่อ กลับถูกอีกฝ่ายปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แถมสมุนไพรที่พอจะช่วยประคองอาการและต้านพิษ นางยังขายให้ในราคาสูงลิ่ว นับจากนั้นตระกูลเว่ยก็ชิงชังหร่วนฉางเล่อมาโดยตลอด ยิ่งเว่ยฮูหยินก็ยิ่งแทบจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้

เว่ยหรงเหยียนแม้รอดมาได้แต่ร่างกายก็อ่อนแอมาตลอด ร่างกายของเขาจนบัดนี้ก็ยังคงหลงเหลือพิษตกค้าง อาศัยสมุนไพรล้ำค่าหายากใช้ประคับประคองไปตามอาการ สูญสิ้นเงินทองไปมากมายให้กับร้านสมุนไพรตระกูลหร่วน

ในเรือนหนานมู่ของเว่ยหรงเหยียน ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมหนาหนักออก คนสนิทของเขาอวิ๋นหลางรับไป “คุณชายวันนี้ก็เข้านอนเถิดอย่าดูบัญชีอีกเลย”

“ได้ รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เจ้าก็กลับไปพักเถิด ข้าจะเข้านอนแล้ว”

“ขอรับ” อวิ๋นหลางรับคำจากนั้นช่วยปลดม่านหน้าเตียงลง ตรวจความเรียบร้อยในห้องจากนั้นจึงก้าวออกไป ไม่ลืมปิดประตูห้องนอนจนแน่นหนา

เว่ยหรงเหยียนนอนลืมตาโพลงบนเตียงนอน ร่างกายของเขาเขารู้ดี ท่านหมอเองก็เริ่มหนักใจกับการช่วยประคับประคองอาการ พิษในร่างกายกัดกร่อนพลังชีวิต ทำให้ร่างกายนี้เริ่มทานทนไม่ไหว หากภายในปีนี้เขายังขับพิษออกไม่หมด เกรงว่าชีวิตที่เหลืออยู่ก็คงเริ่มริบหรี่ลงแล้ว

หลายปีมานี้แม้ไม่อาจออกนอกจวนไปผจญภัย แต่เขาก็ช่วยดูแลเรื่องในจวนมาตลอด ใช้สิ่งที่ทำคลายความกังวล ความเหงา ความท้อแท้ ใช้งานที่ยุ่งวุ่นวายแต่ละวันขับเคลื่อนชีวิตทำให้ลืมเลือน ดังนั้นคนในจวนจึงไม่มีใครห้ามเขา คนนอกซุบซิบว่าเขาเป็นคุณชายของจวน หากแต่กลับทำตัวราวกับเป็น...พ่อบ้าน เขาไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยสนใจว่าใครจะมองเขาอย่างไร มีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งวัน ทำตัวเป็นประโยชน์หนึ่งวัน เขาหวังเพียงเท่านั้น...

จวนตระกูลหร่วน...

หร่วนฉางเล่อสองแขนกอดอกเดินไปมาในสวน นางกำลังหงุดหงิดถึงขั้นนอนไม่หลับ หลังหร่วนฉิงบอกความจริงเรื่องเหวินเสวียน

“สตรีไม่รักดี เรื่องน่าขายหน้าถึงเพียงนี้ยังดึงดัน จริงอยู่เขาก็คงหล่อเหลา แต่วันนี้คุณชายตระกูลคหบดีก็ดูหล่อเหลาเหมือนกันหมด ข้าไม่เห็นความแตกต่างสักนิด เหวินเสวียนผู้นั้น...” นางครุ่นคิดและเปรียบเทียบในใจ “ประมุขเว่ยอวี้หลิงยังหล่อเหลากว่าอีก เหตุใดไปปักใจกับบุรุษที่ทำให้ขายหน้าเช่นนั้นนะ!!”

ใช่แล้วนางไม่เข้าใจหร่วนฉางเล่อเลยจริงๆ!!

“น่าขายหน้าที่สุด!” ถูกปฏิเสธต่อหน้าธารกำนัลครั้งแล้วครั้งเล่า จนแล้วจนรอดก็ยังหาทางได้ใกล้ชิด ถึงขั้นที่ว่าเคยวางแผนมอมสุราอีกฝ่าย ถูกรังเกียจก็ยังไม่ละความพยายาม สตรีไร้ยางอาย! สมแล้วที่ถูกผู้คนในเมืองฉางอันดูแคลน!

หญิงสาวนวดขมับด้วยความขุ่นเคือง ถึงอย่างนั้นก็ลบความจริงที่ว่า...นางสวมร่างสตรีแพศยาอันดับหนึ่งของเมืองฉางอันออกไปไม่ได้!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 8.2 จบ

    “สรุปแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งนางก็ชอบเกี้ยวพาคุณชายเว่ย แต่งงานแล้วนางก็ยังเกี้ยวพาเขาไม่หยุด แต่พอ...”“อะไร”“พอถูกเขาเกี้ยวบ้างนางกลับหน้าแดงหันหน้าหนีน่ะสิ!!”ทุกคนหัวเราะ “จริงหรือ!”“ได้ยินมาว่านับตั้งแต่ไม่มีประมุขตระกูลคหบดี การค้าขายก็นับว่าคึกคักยิ่งนัก แม้ไม่ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนเมื่อก่อน แต่ตระกูลใหญ่ในอดีตก็ตั้งโรงทานกันบ่อยครั้ง ข้าชอบบรรยากาศการค้าขายแบบนี้มากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ ข้าชอบที่เหล่าคหบดีไม่ต้องไปพัวพันกับเหล่าขุนนาง”“นั่นสินะ เห็นการล่มสลายของตระกูลซูครั้งนั้น ข้าเศร้าใจจริงๆ”“เฮ้อ...”หร่วนฉางเล่อก็ยังกลายเป็นหัวข้อข่าวลือของผู้คนในเมืองฉางอัน แม้ตอนนี้นางแต่งงานก็ยังมีข่าวลือว่านางชอบเกี้ยวพาสามีต่อหน้าผู้อื่น บางครั้งยังมีข่าวลือให้ได้ยินอยู่บ้างว่าองครักษ์ของนางที่เหลืออีกสองคน อาจจะเป็นชู้รักของนางข่าวลือเรื่องเว่ยหรงเหยียนใช้การไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ เพราะมีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะมีข่าวว่าหร่วนฉางเล่อตั้งครรภ์ แต่ทุกคนก็ยังสงสัยว่าเป็นบุตรขางเว่ยหรงเหยียนจริงๆ หรือกระทั่งนางคลอดบุตรชายที่หน้าตาเหมือนเว่ยหรงเหยียน ทุกคนจ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 8.1

    ยาก...แน่นอนไม่มีสิ่งใดง่าย แต่หากทำได้ก็จะลดปัญหาลง จะไม่มีตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สวนทางกับร้านค้าเล็กๆ ที่แทบไม่มีโอกาสแข่งขัน รายได้กระจายสู่ชาวบ้าน การค้าขายไม่จับกลุ่มอยู่กับเพียงแค่ไม่กี่ตระกูลราคาสินค้าทุกอย่างสมควรให้ราชสำนักเป็นผู้ที่ควบคุม ป้องกันการฉวยโอกาสในยามที่มีสินค้าอย่างใดขาดแคลนแคว้นเก่อเก๋อ รัชสมัยฮ่องเต้จ้าวหลงปีที่หกสิบรัชทายาทถูกปลดจากตำแหน่ง องค์ชายห้าถูกเนรเทศไปยังชายแดน ไทเฮาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักไท่หยาง หลังการตรวจสอบตระกูลคหบดีแล้วพบว่าทั้งห้าตระกูลล้วนเกี่ยวพันกับอำนาจในราชสำนักทว่า...หลังการกักบริเวณ ตระกูลทั้งห้าภายใต้เงื่อนไงการจ่ายภาษีและกระจายสินค้าโดยไร้ซึ่งการผูกขาด แม้ทรัพย์สินถูกยึดเข้าท้องพระคลังจนลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขากลับเป็นอิสระอย่างแท้จริง...---บทส่งท้าย---หน้าจวนตระกูลหร่วนวันนี้แขวนโคมแดงซึ่งเป็นสีแห่งความเป็นมงคล หร่วนฉางเล่อในชุดเจ้าสาวทว่าไร้ผ้าคลุมหน้า นางกับคนสนิทสองคนยืนอยู่ที่ประตูจวน ด้านหน้ามีขบวนเจ้าบ่าวที่กำลังตรงมา เสียงมโหรีบรรเลงท่ามกลางเสียงของการแสดงความยินดี เว่ยหรงเหยียนขี่ม้าสวมชุดเจ้าบ่าวยิ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.8

    นางมองหร่วนซีด้วยความสิ้นหวัง หร่วนซีกลับหลบตานาง “หากอยากให้ข้ากับหร่วนตงจากไป ท่านต้องให้พวกเขารั้งอยู่”หญิงสาวมองพวกเขาด้วยความขัดใจ “ข้าออกคำสั่ง”“ข้าไม่ฟัง” หร่วนเป่ยมองนาง“เว้นเพียงเรื่องนี้ ประมุข...ข้าก็ไม่ฟัง” หร่วนหนานเองก็ส่ายหน้า แล้วนางจะทำอย่างไรได้เล่า...ขบวนโลงศพเคลื่อนออกจากจวนตระกูลหร่วนไปบนเขา ระหว่างนี้หญิงสาวรู้ดีว่าราชสำนักกำลังเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ ภายใต้ขั้วอำนาจที่กำลังหมายตาเพื่อสนับสนุนคนของตัวเองให้สามารถเป็นใหญ่ ความขัดแย้งที่ก่อตัวมานานกำลังจะถึงเวลาอิ่มตัวรัชทายาทกับองค์ชายห้าก่อเรื่องใหญ่เอาไว้ ฮ่องเต้ทรงสักกักบริเวณเพื่อลงโทษ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิด ทั้งซ่องสุมกำลังคน ทั้งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย รวมไปถึงเรื่องราวการตายของคนหลายๆ คน แผนการที่ทำให้เกิดการสูญเสียบนเนินเขาสูงใต้ต้นอวี้หลานที่กลีบดอกร่วงโรยเต็มพื้น หร่วนฉางเล่อมองส่งรถม้าที่กำลังแล่นลงเขา ด้านหลังของนางมีเว่ยหรงเหยียนและหร่วนตงกับหร่วนหนานนึกถึงความผูกพัน เสียงหัวเราะ สิ่งที่เคยเผชิญหน้าด้วยกัน เคยร่วมเป็นร่วมตาย เคยนั่งล้อมวงกินหม้อไฟ ความสุขที่แสนสั้น ทว่าความผูกพันกลับไม่อาจ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.7

    “พี่ใหญ่กล่าวเสมอทุกครั้งที่พวกเราได้รับอนุญาตให้พบกัน นางกล่าวว่าท่านเป็นคนดี นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่นางทำผิดต่อท่าน นางไม่ได้อยากให้ท่านผิดหวังในตัวนาง ประมุขหร่วนข้าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ท่านเจ็บปวด ขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ข้า...”“ไม่ต้องขอโทษแล้ว ข้ารู้...ข้ารู้”นางเงยหน้าขึ้นมองโลงศพจากนั้นพลันสบตากับหร่วนซี ในใจของหญิงสาวกำลังใคร่ครวญในหลายๆ เรื่อง แท้ที่จริงแล้วมั่งคั่ง ร่ำรวย มีผู้สนับสนุน มีอำนาจมากมายอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมหลายๆ สิ่ง เหนือจากคนตระกูลหร่วน มีนางเป็นผู้ควบคุม เหนือจากนางก็ยังมีไทเฮา เหนือจากไทเฮาก็ยังมีฮ่องเต้ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกๆ ขั้วอำนาจให้อยู่ในกรอบการแก่งแย่ง อำนาจ ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวังวนที่ทำให้ผู้คนสามารถเข่นฆ่ากันและกัน พี่น้องเองก็ไม่เว้น หร่วนฉิงพูดถูกแล้วนางไม่อาจไว้ใจผู้ใดเลยในสวนเรือนอวี้หลานหญิงสาวนั่งเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากที่นี่มองไม่เห็นดวงดาวสักดวง ค่ำคืนอันมืดมิด ความเงียบที่ทำให้คนสามารถคลุ้มคลั่งได้ความเศร้าปกคลุม ความอาลัยกระเพื่อมไหวในใจที่สิ้นหวัง ตอนนั้นเองที่เสื้อคล

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.6

    “ข้า...จะพาเจ้ากลับบ้าน พวกเรากลับบ้านกันเถิด” น้ำตาของนางหยดลงบนแก้มของหร่วนฉิง นางสูดจมูกรีบเช็ดออก “ข้าขอโทษทำเจ้าเลอะแล้ว” ตอนขยับยกศีรษะอีกฝ่ายขึ้นกอด นางสะอื้นออกมาราวกับจะขาดใจการทำใจจากลานั้นยากยิ่ง...เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงกระซิบเรียก “ฉางเล่อ...”นางเงยหน้าขึ้นมองเมื่อใครบางคนแตะไหล่ “อาเหยียน อาฉิงนาง...จากไปแล้ว นางไปแล้ว” นางมองเขาด้วยความสิ้นหวัง “นางตายแล้ว...”นางไม่สงสัยว่าเขาเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่อยากรู้ ตอนที่ชายหนุ่มกอดศีรษะนางแนบอก นางคล้ายได้ยินเสียงของเว่ยอวี้หลิงและจ้าวจิ่นเซวียสนทนากัน“พวกเรามาช้าไปสินะ”“ดูเหมือนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัชทายาท...”“เสด็จพ่อทรงสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ทว่าหลังพาคนของประมุขหร่วนมาที่นี่ พระองค์กลับทรงหยุดสอบสวนโดยไม่ทราบสาเหตุ”“ไม่พ่ะย่ะค่ะย่อมมีสาเหตุ” เว่ยอวี้หลิงมองมายังหร่วนฉิงที่ยังคงมีท่าทีสิ้นหวังเศร้าสร้อย สาเหตุก็คือ...สตรีผู้นี้เดิมทีขั้วอำนาจที่มีไทเฮาและองค์ชายห้านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เพราะเป็นเช่นนี้รัชทายาทจึงอยากทรงลอบสังหารหร่วนฉางเล่อ ขุมกำลังในการสร้างทรัพย์สินสนับสนุนกองกำลังขององค

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.5

    “พ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นหวังและเจ้ากรมอาญาคุกเข่าลงขั้วอำนาจเกิดความขัดแย้งเพราะหร่วนฉิง แม้มั่นใจว่านี่เป็นแผนของรัชทายาท ทว่าองค์ชายห้าเองก็จงใจส่งคนมาอยู่ข้างกายนาง แถมยังจับคนของหร่วนฉิงเอาไว้เพื่อข่มขู่ รัชทายาทจะมีหรือไม่มีสายในตำหนักไท่หยางหรือไม่ตอนนี้ไม่สำคัญ จับไม่ได้ไม่มีหลักฐานก็คือไม่มีคนของเขา ทว่าหร่วนฉิงนั้นไม่เหมือนกันมีพยาน หลักฐานครบ นางจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นอยู่ดี หร่วนฉางเล่อร้อนรนจนหัวใจเต้นรัว มือของนางสั่นเทา หัวใจดิ่งวูบด้วยความสิ้นหวัง เรื่องนี้ฮ่องเต้ทรงทราบแล้วนางจะข้อร้องอย่างไรดี...หกปีก่อน...ไทเฮายังไม่คิดจะสนับสนุนองค์ชายห้า เขาส่งหร่วนฉิงมาอยู่ข้างกายนาง ข้างกายไทเฮาก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ทว่าหลังจากนั้นเขาควรหยุดแต่ก็ไม่ได้ทำ ยิ่งเกิดเรื่องที่เมืองเถาหยวน นางสงสัยในตัวเขาไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้องค์ชายสามได้คุณงามความดี นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะความหวาดระแวงให้มีมากขึ้น...ในคุกลับใต้ดิน...หร่วนฉิงที่ถูกทรมานจนทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้ามองมายังหญิงสาว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ประมุข...”“ปล่อยนาง...” หญิงสาวเดินเข้าไปพยาย

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.8

    ถัดออกไปสามร้านเป็นร้านที่อยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่ อวิ๋นหลางเพ่งมองรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ เขาคิ้วขมวดมุ่นสายตาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“มีอะไรหรือ” เว่ยหรงเหยียนเอ่ยถามคนสนิท วันนี้เขาออกมาเลือกซื้อพู่กันใหม่แทนอันเก่าที่ใช้มานาน นึกไม่ถึงเมื่อมองตามสายตาคนสนิท เขากลับได้เห็นรถม้าของตระกูลหร่วน

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.7

    หร่วนฉิงปิดบังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า...หญิงสาวจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นอยากรอดูปฏิกิริยาของหร่วนฉางเล่อตอนที่ได้พบเหวินเสวียน หากยังคงมีใจก็จะเล่าให้ฟัง หากไม่...ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนอย่างเหวินเสวียนไม่คู่ควรฟังดูเป็นความหวังดีของหร่วนฉิง ทว่าให้อย่างไรหร่วนฉาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.5

    “เจ้าค่ะสมควรต้องไป เริ่มที่ประมุขซูเพราะเขาคุ้นเคยกับท่านที่สุด จากนั้นจึงเป็นประมุขตระกูลเว่ยที่มีฐานะเป็นคหบดีอันดับหนึ่ง ไล่ลงไปยังประมุขตระกูลรองลงมาอย่างตระกูลหยาง ตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ตระกูลเหวินและตระกูลซู”“ตระกูลหร่วนเล่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่”“อันดับสามเจ้าค่ะ”เห็นบัญชีของตระกูลหร่วนในแต

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.4

    หร่วนเป่ย... ชายหนุ่มหล่อเหลาเก่งกาจทั้งเรื่องพิษและกำลังภายใน หนึ่งในองครักษ์สี่ทิศของหร่วนฉางเล่อ โดนเด่นสูงใหญ่ไม่เป็นสองรองใคร ใบหน้าดุดันรูปร่างกำยำล่ำสัน เดิมทีเคยเป็นคนของแคว้นโยวโจวทางเหนือ แต่เพื่อยาถอนพิษของคนรักเขายอมแลกอิสระของตัวเองอยู่ข้างกายหร่วนฉางเล่อยี่สิบปี หรือหากนางตายเขาก็จะเป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status