تسجيل الدخولถัดออกไปสามร้านเป็นร้านที่อยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่ อวิ๋นหลางเพ่งมองรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ เขาคิ้วขมวดมุ่นสายตาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ
“มีอะไรหรือ” เว่ยหรงเหยียนเอ่ยถามคนสนิท วันนี้เขาออกมาเลือกซื้อพู่กันใหม่แทนอันเก่าที่ใช้มานาน นึกไม่ถึงเมื่อมองตามสายตาคนสนิท เขากลับได้เห็นรถม้าของตระกูลหร่วน อีกทั้งยังได้เห็นหร่วนฉางเล่อนั่งอยู่ที่ร้านบะหมี่ข้างทาง
ชุดสีฟ้าของนางโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล ม้วนมวยผมมีปิ่นทองรูปผีเสื้อที่สะท้อนกับแสงแดด หญิงสาวก้มลงเป็นระยะเพราะกำลัง... “นางกินทังปิ่งข้างถนน??”
“ขอรับ” อวิ๋นหลางตอบสายตายังไม่อยากเชื่อ “ผู้ใดจะเชื่อ”
“ร้านนั้นข้าเคยกินเมื่อนานมาแล้ว รสชาติดีทีเดียว” ชายหนุ่มพึมพำ “พวกเรากลับกันเถิด”
ตอนนั่งรถม้าผ่านร้านทังปิ่งเขายกม่านรถม้าขึ้นเล็กน้อยเพราะอยากมองสตรีชุดสีฟ้า ทว่าน่าเสียดายที่นางใช้สองมือประคองยกชามทังปิ่งขึ้นดื่มน้ำแกง กว่านางจะวางลงรถม้าก็ผ่านไปแล้ว...
อวิ๋นหลางแค่นเสียงเบาๆ “แม้แต่ชู้รักก็พามาครบทั้งสี่คน” เว่ยหรงเหยียนจัดแขนเสื้อไม่ได้พูดอะไรออกมา “คุณชายจะแวะไปที่ร้านสมุนไพรก่อนหรือไม่ขอรับ”
“เอาสิ อำพันแดงเกือบหมดแล้ว ไปดูว่าที่ร้านสมุนไพรตระกูลหร่วนมีเหลืออีกหรือไม่” ดังนั้นตอนที่รถม้าของเขาวิ่งไปทางตะวันออก รถม้าของหร่วนฉางเล่อจึงวิ่งไปทางตะวันตก
เว่ยหรงเหยียนเดิมทีก่อนถูกพิษก็เอาแต่ออกเรือติดตามการขนส่ง นานๆ ครั้งจึงจะกลับเมืองฉางอัน พอมีโอกาสได้อยู่ฉางอันก็ร่างกายอ่อนแอน้อยครั้งจะออกจากจวน เรื่องที่จะได้มีโอกาสพบหน้าคร่าตากับหร่วนฉางเล่อนั้น...ยังไม่มี
“หากนางยอมมอบลูกกลอนเซิงหัวให้ท่านตอนนั้น ท่านคง...” ตอนนี้แม้แต่อวิ๋นหลางก็กล่าวด้วยความคับแค้น
เว่ยหรงเหยียนถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เดิมทีเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของนาง เป็นข้าเองต่างหากที่ดื้อดึงเข้าร่วมการประลองเพราะรักสนุก ยาล้ำค่านางเองก็ต้องถนอมเอาไว้ให้ตัวเอง เห็นหรือไม่ว่าต่อมานางเองก็มีความจำเป็นต้องใช้”
“แต่นางมีถึงสองเม็ดนะขอรับ!”
“โกรธแค้นไปก็ไม่ช่วยให้เปลี่ยนสิ่งใด นี่เป็นโชคชะตาของข้าดังนั้นข้ายอมรับ” เขาหลับตาลงไม่พูดอะไรอีกอวิ๋นหลางจึงได้แต่หุบปากเงียบไม่กล่าวคำ
เดือนถัดมาหลายๆ อย่างเริ่มกลับเข้าที่ หร่วนฉางเล่อใช้ชีวิตเป็นประมุขตระกูลหร่วนได้อย่างราบรื่น กระทั่งตระกูลซูจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้ทายาทคนแรกของตระกูล ฮูหยินของคุณชายใหญ่ตระกูลซูให้กำเนิดคุณชายน้อยที่ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตระกูลคหบดีล้วนส่งของขวัญและมาเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความยินดี หร่วนฉางเล่อเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
วันนี้นางให้สาวใช้เข้ามาช่วยเปลี่ยนชุด มองตัวเองที่สวมชุดสีเขียวเข้มปักลายริ้วไผ่ เรือนผมม้วนมวยปักปิ่นหยกมันแพะสูงค่า ผมยาวส่วนหนึ่งปล่อยสยายลงเกือบถึงบั้นเอว ถุงหอมกลิ่นสมุนไพรสองใบถูกผูกเข้ากับสายคาดเอว ยังมีหยกประดับที่มีตราของตระกูลหร่วนส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง
“เอาออกบ้างได้หรือไม่” ทุกครั้งที่ออกจากจวนก็จะประโคมเครื่องแต่งกายจนนางรู้สึกหนักไปทั้งตัว แม้จะบอกว่าเพื่อให้สมฐานะ แต่บางครั้งนางคิดว่าออกจะดูอวดโอ้ไปสักหน่อย หญิงสาวดึงถุงหอมสองใบออกมา ก้มลงมองหยกประดับแล้วพยักหน้าส่งถุงหอมให้สาวใช้ “นำไปเก็บ...”
ยังไม่ทันที่สาวใช้จะรับไปเก็บหร่วนฉิงก็เอ่ยขัด “ท่านไม่เคยไม่พกลูกกลอนเซิงหัวติดกาย”
“หืม??” นางเลิกคิ้วมองถุงหอมคลับคล้ายคลับคลาว่าทุกครั้งสาวใช้จะผูกข้างเอวให้จริงๆ ที่แท้...นี่ก็คือลูกกลอนเซิงหัว? หญิงสาวเปิดถุงออกดูก็พบว่าด้านในมีกระดาษสีทองห่อบางอย่างทรงกลมเอาไว้จริงๆ กลิ่นหอมของมันก็คล้ายเครื่องหอมดังนั้นนางจึงคิดว่าเป็นถุงหอมธรรมดา
หร่วนฉิงเดินเข้ามาจากนั้นดึงถุงหอมของลูกกลอนเซิงหัวไปผูกที่สายคาดเอวให้หญิงสาว นางมองปิ่นปักผมจากนั้นหยิบปิ่นหยกสีเขียวอีกอันมาเสียบเพิ่ม
นางถอนหายใจมองหญิงสาวงดงามในคันฉ่อง รูปลักษณ์ที่ทั้งงดงามและ...หรูหรา รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น คิ้วโก่งจมูกรั้น ริมฝีปากอิ่ม ดวงตาหงส์ส่องประกาย
หร่วนฉางเล่อนับเป็นสตรีงดงามน่ามองผู้หนึ่ง ทว่าด้วยชื่อเสียงที่ผู้คนกล่าวขาน เกรงว่าบุรุษในเมืองฉางอันนี้คงเข็ดขยาดไม่กล้าเข้าใกล้
“สรุปแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งนางก็ชอบเกี้ยวพาคุณชายเว่ย แต่งงานแล้วนางก็ยังเกี้ยวพาเขาไม่หยุด แต่พอ...”“อะไร”“พอถูกเขาเกี้ยวบ้างนางกลับหน้าแดงหันหน้าหนีน่ะสิ!!”ทุกคนหัวเราะ “จริงหรือ!”“ได้ยินมาว่านับตั้งแต่ไม่มีประมุขตระกูลคหบดี การค้าขายก็นับว่าคึกคักยิ่งนัก แม้ไม่ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนเมื่อก่อน แต่ตระกูลใหญ่ในอดีตก็ตั้งโรงทานกันบ่อยครั้ง ข้าชอบบรรยากาศการค้าขายแบบนี้มากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ ข้าชอบที่เหล่าคหบดีไม่ต้องไปพัวพันกับเหล่าขุนนาง”“นั่นสินะ เห็นการล่มสลายของตระกูลซูครั้งนั้น ข้าเศร้าใจจริงๆ”“เฮ้อ...”หร่วนฉางเล่อก็ยังกลายเป็นหัวข้อข่าวลือของผู้คนในเมืองฉางอัน แม้ตอนนี้นางแต่งงานก็ยังมีข่าวลือว่านางชอบเกี้ยวพาสามีต่อหน้าผู้อื่น บางครั้งยังมีข่าวลือให้ได้ยินอยู่บ้างว่าองครักษ์ของนางที่เหลืออีกสองคน อาจจะเป็นชู้รักของนางข่าวลือเรื่องเว่ยหรงเหยียนใช้การไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ เพราะมีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะมีข่าวว่าหร่วนฉางเล่อตั้งครรภ์ แต่ทุกคนก็ยังสงสัยว่าเป็นบุตรขางเว่ยหรงเหยียนจริงๆ หรือกระทั่งนางคลอดบุตรชายที่หน้าตาเหมือนเว่ยหรงเหยียน ทุกคนจ
ยาก...แน่นอนไม่มีสิ่งใดง่าย แต่หากทำได้ก็จะลดปัญหาลง จะไม่มีตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สวนทางกับร้านค้าเล็กๆ ที่แทบไม่มีโอกาสแข่งขัน รายได้กระจายสู่ชาวบ้าน การค้าขายไม่จับกลุ่มอยู่กับเพียงแค่ไม่กี่ตระกูลราคาสินค้าทุกอย่างสมควรให้ราชสำนักเป็นผู้ที่ควบคุม ป้องกันการฉวยโอกาสในยามที่มีสินค้าอย่างใดขาดแคลนแคว้นเก่อเก๋อ รัชสมัยฮ่องเต้จ้าวหลงปีที่หกสิบรัชทายาทถูกปลดจากตำแหน่ง องค์ชายห้าถูกเนรเทศไปยังชายแดน ไทเฮาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักไท่หยาง หลังการตรวจสอบตระกูลคหบดีแล้วพบว่าทั้งห้าตระกูลล้วนเกี่ยวพันกับอำนาจในราชสำนักทว่า...หลังการกักบริเวณ ตระกูลทั้งห้าภายใต้เงื่อนไงการจ่ายภาษีและกระจายสินค้าโดยไร้ซึ่งการผูกขาด แม้ทรัพย์สินถูกยึดเข้าท้องพระคลังจนลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขากลับเป็นอิสระอย่างแท้จริง...---บทส่งท้าย---หน้าจวนตระกูลหร่วนวันนี้แขวนโคมแดงซึ่งเป็นสีแห่งความเป็นมงคล หร่วนฉางเล่อในชุดเจ้าสาวทว่าไร้ผ้าคลุมหน้า นางกับคนสนิทสองคนยืนอยู่ที่ประตูจวน ด้านหน้ามีขบวนเจ้าบ่าวที่กำลังตรงมา เสียงมโหรีบรรเลงท่ามกลางเสียงของการแสดงความยินดี เว่ยหรงเหยียนขี่ม้าสวมชุดเจ้าบ่าวยิ
นางมองหร่วนซีด้วยความสิ้นหวัง หร่วนซีกลับหลบตานาง “หากอยากให้ข้ากับหร่วนตงจากไป ท่านต้องให้พวกเขารั้งอยู่”หญิงสาวมองพวกเขาด้วยความขัดใจ “ข้าออกคำสั่ง”“ข้าไม่ฟัง” หร่วนเป่ยมองนาง“เว้นเพียงเรื่องนี้ ประมุข...ข้าก็ไม่ฟัง” หร่วนหนานเองก็ส่ายหน้า แล้วนางจะทำอย่างไรได้เล่า...ขบวนโลงศพเคลื่อนออกจากจวนตระกูลหร่วนไปบนเขา ระหว่างนี้หญิงสาวรู้ดีว่าราชสำนักกำลังเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ ภายใต้ขั้วอำนาจที่กำลังหมายตาเพื่อสนับสนุนคนของตัวเองให้สามารถเป็นใหญ่ ความขัดแย้งที่ก่อตัวมานานกำลังจะถึงเวลาอิ่มตัวรัชทายาทกับองค์ชายห้าก่อเรื่องใหญ่เอาไว้ ฮ่องเต้ทรงสักกักบริเวณเพื่อลงโทษ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิด ทั้งซ่องสุมกำลังคน ทั้งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย รวมไปถึงเรื่องราวการตายของคนหลายๆ คน แผนการที่ทำให้เกิดการสูญเสียบนเนินเขาสูงใต้ต้นอวี้หลานที่กลีบดอกร่วงโรยเต็มพื้น หร่วนฉางเล่อมองส่งรถม้าที่กำลังแล่นลงเขา ด้านหลังของนางมีเว่ยหรงเหยียนและหร่วนตงกับหร่วนหนานนึกถึงความผูกพัน เสียงหัวเราะ สิ่งที่เคยเผชิญหน้าด้วยกัน เคยร่วมเป็นร่วมตาย เคยนั่งล้อมวงกินหม้อไฟ ความสุขที่แสนสั้น ทว่าความผูกพันกลับไม่อาจ
“พี่ใหญ่กล่าวเสมอทุกครั้งที่พวกเราได้รับอนุญาตให้พบกัน นางกล่าวว่าท่านเป็นคนดี นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่นางทำผิดต่อท่าน นางไม่ได้อยากให้ท่านผิดหวังในตัวนาง ประมุขหร่วนข้าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ท่านเจ็บปวด ขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ข้า...”“ไม่ต้องขอโทษแล้ว ข้ารู้...ข้ารู้”นางเงยหน้าขึ้นมองโลงศพจากนั้นพลันสบตากับหร่วนซี ในใจของหญิงสาวกำลังใคร่ครวญในหลายๆ เรื่อง แท้ที่จริงแล้วมั่งคั่ง ร่ำรวย มีผู้สนับสนุน มีอำนาจมากมายอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมหลายๆ สิ่ง เหนือจากคนตระกูลหร่วน มีนางเป็นผู้ควบคุม เหนือจากนางก็ยังมีไทเฮา เหนือจากไทเฮาก็ยังมีฮ่องเต้ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกๆ ขั้วอำนาจให้อยู่ในกรอบการแก่งแย่ง อำนาจ ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวังวนที่ทำให้ผู้คนสามารถเข่นฆ่ากันและกัน พี่น้องเองก็ไม่เว้น หร่วนฉิงพูดถูกแล้วนางไม่อาจไว้ใจผู้ใดเลยในสวนเรือนอวี้หลานหญิงสาวนั่งเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากที่นี่มองไม่เห็นดวงดาวสักดวง ค่ำคืนอันมืดมิด ความเงียบที่ทำให้คนสามารถคลุ้มคลั่งได้ความเศร้าปกคลุม ความอาลัยกระเพื่อมไหวในใจที่สิ้นหวัง ตอนนั้นเองที่เสื้อคล
“ข้า...จะพาเจ้ากลับบ้าน พวกเรากลับบ้านกันเถิด” น้ำตาของนางหยดลงบนแก้มของหร่วนฉิง นางสูดจมูกรีบเช็ดออก “ข้าขอโทษทำเจ้าเลอะแล้ว” ตอนขยับยกศีรษะอีกฝ่ายขึ้นกอด นางสะอื้นออกมาราวกับจะขาดใจการทำใจจากลานั้นยากยิ่ง...เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงกระซิบเรียก “ฉางเล่อ...”นางเงยหน้าขึ้นมองเมื่อใครบางคนแตะไหล่ “อาเหยียน อาฉิงนาง...จากไปแล้ว นางไปแล้ว” นางมองเขาด้วยความสิ้นหวัง “นางตายแล้ว...”นางไม่สงสัยว่าเขาเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่อยากรู้ ตอนที่ชายหนุ่มกอดศีรษะนางแนบอก นางคล้ายได้ยินเสียงของเว่ยอวี้หลิงและจ้าวจิ่นเซวียสนทนากัน“พวกเรามาช้าไปสินะ”“ดูเหมือนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัชทายาท...”“เสด็จพ่อทรงสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ทว่าหลังพาคนของประมุขหร่วนมาที่นี่ พระองค์กลับทรงหยุดสอบสวนโดยไม่ทราบสาเหตุ”“ไม่พ่ะย่ะค่ะย่อมมีสาเหตุ” เว่ยอวี้หลิงมองมายังหร่วนฉิงที่ยังคงมีท่าทีสิ้นหวังเศร้าสร้อย สาเหตุก็คือ...สตรีผู้นี้เดิมทีขั้วอำนาจที่มีไทเฮาและองค์ชายห้านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เพราะเป็นเช่นนี้รัชทายาทจึงอยากทรงลอบสังหารหร่วนฉางเล่อ ขุมกำลังในการสร้างทรัพย์สินสนับสนุนกองกำลังขององค
“พ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นหวังและเจ้ากรมอาญาคุกเข่าลงขั้วอำนาจเกิดความขัดแย้งเพราะหร่วนฉิง แม้มั่นใจว่านี่เป็นแผนของรัชทายาท ทว่าองค์ชายห้าเองก็จงใจส่งคนมาอยู่ข้างกายนาง แถมยังจับคนของหร่วนฉิงเอาไว้เพื่อข่มขู่ รัชทายาทจะมีหรือไม่มีสายในตำหนักไท่หยางหรือไม่ตอนนี้ไม่สำคัญ จับไม่ได้ไม่มีหลักฐานก็คือไม่มีคนของเขา ทว่าหร่วนฉิงนั้นไม่เหมือนกันมีพยาน หลักฐานครบ นางจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นอยู่ดี หร่วนฉางเล่อร้อนรนจนหัวใจเต้นรัว มือของนางสั่นเทา หัวใจดิ่งวูบด้วยความสิ้นหวัง เรื่องนี้ฮ่องเต้ทรงทราบแล้วนางจะข้อร้องอย่างไรดี...หกปีก่อน...ไทเฮายังไม่คิดจะสนับสนุนองค์ชายห้า เขาส่งหร่วนฉิงมาอยู่ข้างกายนาง ข้างกายไทเฮาก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ทว่าหลังจากนั้นเขาควรหยุดแต่ก็ไม่ได้ทำ ยิ่งเกิดเรื่องที่เมืองเถาหยวน นางสงสัยในตัวเขาไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้องค์ชายสามได้คุณงามความดี นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะความหวาดระแวงให้มีมากขึ้น...ในคุกลับใต้ดิน...หร่วนฉิงที่ถูกทรมานจนทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้ามองมายังหญิงสาว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ประมุข...”“ปล่อยนาง...” หญิงสาวเดินเข้าไปพยาย
หร่วนฉิงปิดบังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า...หญิงสาวจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นอยากรอดูปฏิกิริยาของหร่วนฉางเล่อตอนที่ได้พบเหวินเสวียน หากยังคงมีใจก็จะเล่าให้ฟัง หากไม่...ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนอย่างเหวินเสวียนไม่คู่ควรฟังดูเป็นความหวังดีของหร่วนฉิง ทว่าให้อย่างไรหร่วนฉาง
“แล้วนางมีท่าทีอย่างไร”“แปลกขอรับ” เว่ยอวี้หลิงเป็นคนตอบ “ลูกรู้สึกว่านางแปลกไป แต่อธิบายไม่ถูกว่าแปลกอย่างไร”“ลูกคิดว่าหลังถูกปฏิเสธในงานเลี้ยงวันนั้น แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดประมุขหร่วนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบพอคุณชายเหวินแล้ว”“หืม” เว่ยฮูหยินเลิกคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร นับตั้งแต่นางก้าวขึ
“เจ้าค่ะสมควรต้องไป เริ่มที่ประมุขซูเพราะเขาคุ้นเคยกับท่านที่สุด จากนั้นจึงเป็นประมุขตระกูลเว่ยที่มีฐานะเป็นคหบดีอันดับหนึ่ง ไล่ลงไปยังประมุขตระกูลรองลงมาอย่างตระกูลหยาง ตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ตระกูลเหวินและตระกูลซู”“ตระกูลหร่วนเล่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่”“อันดับสามเจ้าค่ะ”เห็นบัญชีของตระกูลหร่วนในแต
หร่วนเป่ย... ชายหนุ่มหล่อเหลาเก่งกาจทั้งเรื่องพิษและกำลังภายใน หนึ่งในองครักษ์สี่ทิศของหร่วนฉางเล่อ โดนเด่นสูงใหญ่ไม่เป็นสองรองใคร ใบหน้าดุดันรูปร่างกำยำล่ำสัน เดิมทีเคยเป็นคนของแคว้นโยวโจวทางเหนือ แต่เพื่อยาถอนพิษของคนรักเขายอมแลกอิสระของตัวเองอยู่ข้างกายหร่วนฉางเล่อยี่สิบปี หรือหากนางตายเขาก็จะเป







