Share

บทที่ 1.7

last update publish date: 2026-04-03 08:54:27

หร่วนฉิงปิดบังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า...หญิงสาวจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นอยากรอดูปฏิกิริยาของหร่วนฉางเล่อตอนที่ได้พบเหวินเสวียน หากยังคงมีใจก็จะเล่าให้ฟัง หากไม่...ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนอย่างเหวินเสวียนไม่คู่ควร

ฟังดูเป็นความหวังดีของหร่วนฉิง ทว่าให้อย่างไรหร่วนฉางเล่อก็ยังรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลสักนิด แม้โต้แย้งไม่ได้แต่หลังเรื่องนี้หญิงสาวรู้สึกว่าแม้แต่หร่วนฉิงเองก็คงมีเรื่องที่ไม่ได้บอกนางเช่นกัน

รุ่งเช้าวันถัดมาหร่วนฉิงพาหญิงสาวออกไปที่ร้านสมุนไพรตระกูลหร่วน พยายามทำในสิ่งที่หร่วนฉางเล่อเคยทำก่อนหน้านี้ นั่นก็คือหากไม่ได้เข้าวังหลวงช่วงเช้านางจะไปที่ร้านสมุนไพร ช่วงบ่ายไปยังร้านหมอสามแห่งที่ตั้งอยู่สามจุดบนถนนที่คึกคักที่สุดของเมืองฉางอัน

บ่ายคล้อยไปตรวจใบชาที่ร้านใบชาและโรงเก็บใบชาตระกูลหร่วน เย็นย่ำค่อยกลับเข้าจวนไปตรวจทานบัญชีที่ถูกส่งมาจากร้านต่างๆ ดึกดื่นจึงได้พักผ่อน

รถม้าหรูหรานั่งได้เกือบหกคน แต่ละด้านมีองครักษ์ผู้หล่อเหลาสะดุดตาคอยติดตามคุ้มกัน ข้างกายไม่มีสาวใช้มีเพียงหร่วนฉิงที่คอยดูแลทุกเรื่อง

หร่วนฉางเล่อถอนหายใจเสียงเบา “เอิกเกริกเกินไปแล้ว!” นางแอบค่อนแคะจากนั้นจึงยอมก้าวขึ้นรถม้า

มองหร่วนตงที่ขยับเข้ามาช่วยประคองนางขึ้นรถม้า จำได้ว่าเมื่อวานบังเอิญเห็นอีกฝ่ายช่วยงานคนรักอยู่ในครัว ก็ยังนับว่าหร่วนตงเป็นบุรุษที่น่านับถือผู้หนึ่ง เขาทั้งมีความซื่อตรง มั่นคง และมีน้ำอดน้ำทน เห็นชัดว่ารังเกียจหร่วนฉางเล่อ แต่เพื่อคนรักเขายอมอดทนทำทุกอย่าง ทั้งที่หากเป็นบุรุษอื่นที่มีหน้าตาน่ามองทั้งยังมีฝีมือเช่นนี้ เขาย่อมมองหาสิ่งใหม่ที่เท่าเทียมและเหมาะสมทุกประการ แทนที่จะยินยอมรอและทำทุกอย่างเพื่อทาสหลังครัวคนหนึ่ง

ร้านสมุนไพรตระกูลหร่วนมีถานหลงจู๊คอยช่วยดูแล ได้ยินมาว่าเขาเป็นอดีตขันทีที่เคยดูแลมารดาของหร่วนฉางเล่อในวังหลวง หลังเกษียณไม่มีที่ไปหญิงสาวจึงมอบหน้าที่ดูแลบริหารงานในร้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลหร่วน อีกทั้งสาขานี้ยังเป็นร้านที่คอยส่งใบชาหายากและราคาสูงส่งเข้าไปในวังหลวง

แน่นอนเป็นอดีตขันทีย่อมเป็นคนของ...ไทเฮา ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ไม่มีใครกล้าหาเรื่อง เขาเคยรักและซื่อสัตย์ต่อมารดาของหร่วนฉางเล่อ ดังนั้นวันนี้ก็รักและซื่อสัตย์ต่อหญิงสาวดุจเดียวกัน ภายใต้การชี้แนะของหร่วนฉิงหญิงสาวแสดงละครได้อย่างไร้ที่ติ กระทั่งออกมาจากร้านสมุนไพรถานหลงจู๊ก็ไม่สงสัยสักนิดว่ามีสิ่งผิดปกติกับหร่วนฉางเล่อ

ขณะกำลังนั่งรถม้าไปยังร้านหมอแห่งที่สอง หญิงสาวได้ยินเสียงเคาะและเสียงตะโกนมาจากแผงบะหมี่ข้างทาง “ทังปิ่ง[1]ร้อนๆ!!!”

“หยุดรถ” นางบอกหร่วนฉิงอีกฝ่ายรีบบอกคนขับรถม้าให้หยุด แม้แต่องครักษ์สี่ทิศของนางก็มีท่าทีหวาดระแวง

“ประมุข??”

นางเดินลงจากรถม้าจากนั้นมองคนคุ้มกันทั้งห้า “ข้าหิวแล้ว พวกเรากินทังปิ่งด้วยกัน” ไม่รอให้มีคำถามนางเดินเข้าไปนั่งลงยังเก้าอี้ไม้เก่าๆ บอกคนขาย “ท่านน้าขอทังปิ่งหกชาม พวกเจ้าก็หาที่นั่งลงเถิด” ไม่ได้กินมานานนางคิดถึงทังปิ่งแถวบ้านจริงๆ ทังปิ่งเนื้อตุ๋นน้ำแกงหวานข้นรสชาติที่ไม่อาจลืม

เห็นคนติดตามทำหน้าประหลาดนางไม่สนใจเพียงมองทังปิ่งที่เพิ่งนำมาวางตรงหน้า ท่านน้าเจ้าของแผงบะหมี่มือสั่นเล็กน้อยตอนเช็ดตะเกียบส่งให้นาง “ชะ...เชิญประมุขหร่วนขอรับ”

นางเงยหน้าเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย ทว่าคนขายบะหมี่กลับรีบคุกเข่าลง “ล่วงเกินแล้ว! ล่วงเกินแล้ว!”

“ล่วงเกินอะไรกัน ข้ายังไม่ได้พูดอะไร ท่านไปทำมาอีกห้าชามให้พวกเขาเถิด”

หร่วนฉิงถอนหายใจออกมาเสียงเบาจากนั้นนั่งลง “ประมุข ท่านไม่เคยกินของข้างทาง ทังปิ่งยิ่งไม่เคยชายตามอง”

หร่วนฉางเล่อถอนหายใจ “ลืมเรื่องเมื่อก่อนไปเถิด เคยตายมาแล้วหนหนึ่งนับจากนี้ก็ไม่กลัวสิ่งใดแล้ว กับแค่ทังปิ่งข้ายังต้องกลัวอะไร จากนี้อยากทำสิ่งใดก็จะทำ อยากกินสิ่งใดก็จะกิน” พูดจบก็คีบแป้งขึ้นแล้วก้มลงกัดคำหนึ่ง “ใช้ได้นี่!”

รสชาติใช้ได้อร่อยกว่าที่คาดหวัง นางยกชามขึ้นดื่มน้ำแกงอึกหนึ่ง พบว่ากลมกล่อมรสหวานจากกระดูกไม่ปรุงแต่ง “ท่านน้าขอข้าอีกชาม!”

“ดะ...ได้ขอรับ”

เขาเหงื่อตกมือไม้สั่นเทา ตั้งแผงบะหมี่มาสิบกว่าปีนี่เป็นครั้งแรกที่มีคหบดีตระกูลดังมานั่งในร้าน บอกตามตรงทำอะไรไม่ถูก แม้แต่ทังปิ่งแต่ละชามก็เผลอใส่เนื้อลงไปไม่เท่ากัน!!

[1] 汤饼 เป็นก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่งที่ใช้แป้งปั้นเป็นรูปต่างๆ แล้วต้มแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว จากนั้นจึงนำไปปรุงในน้ำแกง หากเป็นแป้งหมี่หรือเส้นยาวๆ จะเรียก โซปิ่ง 索饼

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 8.2 จบ

    “สรุปแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งนางก็ชอบเกี้ยวพาคุณชายเว่ย แต่งงานแล้วนางก็ยังเกี้ยวพาเขาไม่หยุด แต่พอ...”“อะไร”“พอถูกเขาเกี้ยวบ้างนางกลับหน้าแดงหันหน้าหนีน่ะสิ!!”ทุกคนหัวเราะ “จริงหรือ!”“ได้ยินมาว่านับตั้งแต่ไม่มีประมุขตระกูลคหบดี การค้าขายก็นับว่าคึกคักยิ่งนัก แม้ไม่ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนเมื่อก่อน แต่ตระกูลใหญ่ในอดีตก็ตั้งโรงทานกันบ่อยครั้ง ข้าชอบบรรยากาศการค้าขายแบบนี้มากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ ข้าชอบที่เหล่าคหบดีไม่ต้องไปพัวพันกับเหล่าขุนนาง”“นั่นสินะ เห็นการล่มสลายของตระกูลซูครั้งนั้น ข้าเศร้าใจจริงๆ”“เฮ้อ...”หร่วนฉางเล่อก็ยังกลายเป็นหัวข้อข่าวลือของผู้คนในเมืองฉางอัน แม้ตอนนี้นางแต่งงานก็ยังมีข่าวลือว่านางชอบเกี้ยวพาสามีต่อหน้าผู้อื่น บางครั้งยังมีข่าวลือให้ได้ยินอยู่บ้างว่าองครักษ์ของนางที่เหลืออีกสองคน อาจจะเป็นชู้รักของนางข่าวลือเรื่องเว่ยหรงเหยียนใช้การไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ เพราะมีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะมีข่าวว่าหร่วนฉางเล่อตั้งครรภ์ แต่ทุกคนก็ยังสงสัยว่าเป็นบุตรขางเว่ยหรงเหยียนจริงๆ หรือกระทั่งนางคลอดบุตรชายที่หน้าตาเหมือนเว่ยหรงเหยียน ทุกคนจ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 8.1

    ยาก...แน่นอนไม่มีสิ่งใดง่าย แต่หากทำได้ก็จะลดปัญหาลง จะไม่มีตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สวนทางกับร้านค้าเล็กๆ ที่แทบไม่มีโอกาสแข่งขัน รายได้กระจายสู่ชาวบ้าน การค้าขายไม่จับกลุ่มอยู่กับเพียงแค่ไม่กี่ตระกูลราคาสินค้าทุกอย่างสมควรให้ราชสำนักเป็นผู้ที่ควบคุม ป้องกันการฉวยโอกาสในยามที่มีสินค้าอย่างใดขาดแคลนแคว้นเก่อเก๋อ รัชสมัยฮ่องเต้จ้าวหลงปีที่หกสิบรัชทายาทถูกปลดจากตำแหน่ง องค์ชายห้าถูกเนรเทศไปยังชายแดน ไทเฮาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักไท่หยาง หลังการตรวจสอบตระกูลคหบดีแล้วพบว่าทั้งห้าตระกูลล้วนเกี่ยวพันกับอำนาจในราชสำนักทว่า...หลังการกักบริเวณ ตระกูลทั้งห้าภายใต้เงื่อนไงการจ่ายภาษีและกระจายสินค้าโดยไร้ซึ่งการผูกขาด แม้ทรัพย์สินถูกยึดเข้าท้องพระคลังจนลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขากลับเป็นอิสระอย่างแท้จริง...---บทส่งท้าย---หน้าจวนตระกูลหร่วนวันนี้แขวนโคมแดงซึ่งเป็นสีแห่งความเป็นมงคล หร่วนฉางเล่อในชุดเจ้าสาวทว่าไร้ผ้าคลุมหน้า นางกับคนสนิทสองคนยืนอยู่ที่ประตูจวน ด้านหน้ามีขบวนเจ้าบ่าวที่กำลังตรงมา เสียงมโหรีบรรเลงท่ามกลางเสียงของการแสดงความยินดี เว่ยหรงเหยียนขี่ม้าสวมชุดเจ้าบ่าวยิ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.8

    นางมองหร่วนซีด้วยความสิ้นหวัง หร่วนซีกลับหลบตานาง “หากอยากให้ข้ากับหร่วนตงจากไป ท่านต้องให้พวกเขารั้งอยู่”หญิงสาวมองพวกเขาด้วยความขัดใจ “ข้าออกคำสั่ง”“ข้าไม่ฟัง” หร่วนเป่ยมองนาง“เว้นเพียงเรื่องนี้ ประมุข...ข้าก็ไม่ฟัง” หร่วนหนานเองก็ส่ายหน้า แล้วนางจะทำอย่างไรได้เล่า...ขบวนโลงศพเคลื่อนออกจากจวนตระกูลหร่วนไปบนเขา ระหว่างนี้หญิงสาวรู้ดีว่าราชสำนักกำลังเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ ภายใต้ขั้วอำนาจที่กำลังหมายตาเพื่อสนับสนุนคนของตัวเองให้สามารถเป็นใหญ่ ความขัดแย้งที่ก่อตัวมานานกำลังจะถึงเวลาอิ่มตัวรัชทายาทกับองค์ชายห้าก่อเรื่องใหญ่เอาไว้ ฮ่องเต้ทรงสักกักบริเวณเพื่อลงโทษ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิด ทั้งซ่องสุมกำลังคน ทั้งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย รวมไปถึงเรื่องราวการตายของคนหลายๆ คน แผนการที่ทำให้เกิดการสูญเสียบนเนินเขาสูงใต้ต้นอวี้หลานที่กลีบดอกร่วงโรยเต็มพื้น หร่วนฉางเล่อมองส่งรถม้าที่กำลังแล่นลงเขา ด้านหลังของนางมีเว่ยหรงเหยียนและหร่วนตงกับหร่วนหนานนึกถึงความผูกพัน เสียงหัวเราะ สิ่งที่เคยเผชิญหน้าด้วยกัน เคยร่วมเป็นร่วมตาย เคยนั่งล้อมวงกินหม้อไฟ ความสุขที่แสนสั้น ทว่าความผูกพันกลับไม่อาจ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.7

    “พี่ใหญ่กล่าวเสมอทุกครั้งที่พวกเราได้รับอนุญาตให้พบกัน นางกล่าวว่าท่านเป็นคนดี นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่นางทำผิดต่อท่าน นางไม่ได้อยากให้ท่านผิดหวังในตัวนาง ประมุขหร่วนข้าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ท่านเจ็บปวด ขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ข้า...”“ไม่ต้องขอโทษแล้ว ข้ารู้...ข้ารู้”นางเงยหน้าขึ้นมองโลงศพจากนั้นพลันสบตากับหร่วนซี ในใจของหญิงสาวกำลังใคร่ครวญในหลายๆ เรื่อง แท้ที่จริงแล้วมั่งคั่ง ร่ำรวย มีผู้สนับสนุน มีอำนาจมากมายอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมหลายๆ สิ่ง เหนือจากคนตระกูลหร่วน มีนางเป็นผู้ควบคุม เหนือจากนางก็ยังมีไทเฮา เหนือจากไทเฮาก็ยังมีฮ่องเต้ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกๆ ขั้วอำนาจให้อยู่ในกรอบการแก่งแย่ง อำนาจ ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวังวนที่ทำให้ผู้คนสามารถเข่นฆ่ากันและกัน พี่น้องเองก็ไม่เว้น หร่วนฉิงพูดถูกแล้วนางไม่อาจไว้ใจผู้ใดเลยในสวนเรือนอวี้หลานหญิงสาวนั่งเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากที่นี่มองไม่เห็นดวงดาวสักดวง ค่ำคืนอันมืดมิด ความเงียบที่ทำให้คนสามารถคลุ้มคลั่งได้ความเศร้าปกคลุม ความอาลัยกระเพื่อมไหวในใจที่สิ้นหวัง ตอนนั้นเองที่เสื้อคล

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.6

    “ข้า...จะพาเจ้ากลับบ้าน พวกเรากลับบ้านกันเถิด” น้ำตาของนางหยดลงบนแก้มของหร่วนฉิง นางสูดจมูกรีบเช็ดออก “ข้าขอโทษทำเจ้าเลอะแล้ว” ตอนขยับยกศีรษะอีกฝ่ายขึ้นกอด นางสะอื้นออกมาราวกับจะขาดใจการทำใจจากลานั้นยากยิ่ง...เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงกระซิบเรียก “ฉางเล่อ...”นางเงยหน้าขึ้นมองเมื่อใครบางคนแตะไหล่ “อาเหยียน อาฉิงนาง...จากไปแล้ว นางไปแล้ว” นางมองเขาด้วยความสิ้นหวัง “นางตายแล้ว...”นางไม่สงสัยว่าเขาเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่อยากรู้ ตอนที่ชายหนุ่มกอดศีรษะนางแนบอก นางคล้ายได้ยินเสียงของเว่ยอวี้หลิงและจ้าวจิ่นเซวียสนทนากัน“พวกเรามาช้าไปสินะ”“ดูเหมือนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัชทายาท...”“เสด็จพ่อทรงสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ทว่าหลังพาคนของประมุขหร่วนมาที่นี่ พระองค์กลับทรงหยุดสอบสวนโดยไม่ทราบสาเหตุ”“ไม่พ่ะย่ะค่ะย่อมมีสาเหตุ” เว่ยอวี้หลิงมองมายังหร่วนฉิงที่ยังคงมีท่าทีสิ้นหวังเศร้าสร้อย สาเหตุก็คือ...สตรีผู้นี้เดิมทีขั้วอำนาจที่มีไทเฮาและองค์ชายห้านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เพราะเป็นเช่นนี้รัชทายาทจึงอยากทรงลอบสังหารหร่วนฉางเล่อ ขุมกำลังในการสร้างทรัพย์สินสนับสนุนกองกำลังขององค

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 7.5

    “พ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นหวังและเจ้ากรมอาญาคุกเข่าลงขั้วอำนาจเกิดความขัดแย้งเพราะหร่วนฉิง แม้มั่นใจว่านี่เป็นแผนของรัชทายาท ทว่าองค์ชายห้าเองก็จงใจส่งคนมาอยู่ข้างกายนาง แถมยังจับคนของหร่วนฉิงเอาไว้เพื่อข่มขู่ รัชทายาทจะมีหรือไม่มีสายในตำหนักไท่หยางหรือไม่ตอนนี้ไม่สำคัญ จับไม่ได้ไม่มีหลักฐานก็คือไม่มีคนของเขา ทว่าหร่วนฉิงนั้นไม่เหมือนกันมีพยาน หลักฐานครบ นางจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นอยู่ดี หร่วนฉางเล่อร้อนรนจนหัวใจเต้นรัว มือของนางสั่นเทา หัวใจดิ่งวูบด้วยความสิ้นหวัง เรื่องนี้ฮ่องเต้ทรงทราบแล้วนางจะข้อร้องอย่างไรดี...หกปีก่อน...ไทเฮายังไม่คิดจะสนับสนุนองค์ชายห้า เขาส่งหร่วนฉิงมาอยู่ข้างกายนาง ข้างกายไทเฮาก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ทว่าหลังจากนั้นเขาควรหยุดแต่ก็ไม่ได้ทำ ยิ่งเกิดเรื่องที่เมืองเถาหยวน นางสงสัยในตัวเขาไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้องค์ชายสามได้คุณงามความดี นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะความหวาดระแวงให้มีมากขึ้น...ในคุกลับใต้ดิน...หร่วนฉิงที่ถูกทรมานจนทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้ามองมายังหญิงสาว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ประมุข...”“ปล่อยนาง...” หญิงสาวเดินเข้าไปพยาย

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.8

    ถัดออกไปสามร้านเป็นร้านที่อยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่ อวิ๋นหลางเพ่งมองรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ เขาคิ้วขมวดมุ่นสายตาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“มีอะไรหรือ” เว่ยหรงเหยียนเอ่ยถามคนสนิท วันนี้เขาออกมาเลือกซื้อพู่กันใหม่แทนอันเก่าที่ใช้มานาน นึกไม่ถึงเมื่อมองตามสายตาคนสนิท เขากลับได้เห็นรถม้าของตระกูลหร่วน

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.6

    “แล้วนางมีท่าทีอย่างไร”“แปลกขอรับ” เว่ยอวี้หลิงเป็นคนตอบ “ลูกรู้สึกว่านางแปลกไป แต่อธิบายไม่ถูกว่าแปลกอย่างไร”“ลูกคิดว่าหลังถูกปฏิเสธในงานเลี้ยงวันนั้น แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดประมุขหร่วนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบพอคุณชายเหวินแล้ว”“หืม” เว่ยฮูหยินเลิกคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร นับตั้งแต่นางก้าวขึ

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.5

    “เจ้าค่ะสมควรต้องไป เริ่มที่ประมุขซูเพราะเขาคุ้นเคยกับท่านที่สุด จากนั้นจึงเป็นประมุขตระกูลเว่ยที่มีฐานะเป็นคหบดีอันดับหนึ่ง ไล่ลงไปยังประมุขตระกูลรองลงมาอย่างตระกูลหยาง ตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ตระกูลเหวินและตระกูลซู”“ตระกูลหร่วนเล่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่”“อันดับสามเจ้าค่ะ”เห็นบัญชีของตระกูลหร่วนในแต

  • เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!   บทที่ 1.4

    หร่วนเป่ย... ชายหนุ่มหล่อเหลาเก่งกาจทั้งเรื่องพิษและกำลังภายใน หนึ่งในองครักษ์สี่ทิศของหร่วนฉางเล่อ โดนเด่นสูงใหญ่ไม่เป็นสองรองใคร ใบหน้าดุดันรูปร่างกำยำล่ำสัน เดิมทีเคยเป็นคนของแคว้นโยวโจวทางเหนือ แต่เพื่อยาถอนพิษของคนรักเขายอมแลกอิสระของตัวเองอยู่ข้างกายหร่วนฉางเล่อยี่สิบปี หรือหากนางตายเขาก็จะเป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status