Masuk“ข้าได้ยินกับหูเห็นมากับตา ที่สวนวันนั้นท่านแม่ยืนสนทนากับองค์ชายหก วางแผนหลอกข้าให้เดินผ่านสวน ให้คนรั้งเสี่ยวเถาไปจากข้างกายข้า ท่านเองก็ยืนอยู่ข้างๆ ท่านแม่มิใช่หรือ”“ทะ...ท่าน!” แม่นมเจี่ยนตาเหลือกลานทรุดตัวลงนั่งด้วยความตกใจ “ระ...เรื่องนี้...” อีกฝ่ายมองไปที่ห้องหนังสือ“ใช่ ท่านพ่อรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ท่านลองเดาดูสิ หากท่านพ่อรู้ว่าที่พี่ใหญ่แต่งให้องค์ชายรองเพราะแผนการของท่านแม่ ท่านพ่อจะโกรธกรุ่นเพียงใด จะลงโทษท่านอย่างไร ท่านแม่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นมารดา เป็นฮูหยิน แต่ท่านที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก สมควรรู้จักผิดชอบชั่วดี สมควรห้ามปราม สมควรชี้ทางที่ถูกต้องในยามที่ผู้เป็นนายหลงผิด”แม่นมเจี่ยนตัวสั่นเทา...เซี่ยอิ๋งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ “น้องสิบเจ้าก็อยู่หรอกหรือ แม่นมเจี่ยนเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าเร่งร้อนออกจากวังหลวงมาเพราะท่านส่งข่าวไปบอกว่าท่านแม่เกิดเรื่อง”“แม่นมเจี่ยน ท่านก็...ไปรอท่านพ่อที่หน้าห้องหนังสือเถิด ข้าหวังว่าท่านจะสารภาพทุกอย่างออกมากับท่านพ่ออย่างตรงไปตรงมา พี่ใหญ่ท่านมากับข้าเถิดท่านกำลังตั้งครรภ์ ไปนั่งในสวนกับข้าดีกว่าเรื่องที่นี่ก
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลูกมีเรื่องหนึ่งต้องไปทำก่อนกลับเข้าจวน นะเจ้าคะท่านพ่อ”“เช่นนั้น...” เขาปลดถุงเงินจากข้างเอวส่งให้บุตรสาว บอกให้คนตามนางไปเพื่อคุ้มครองดูแล กระทั่งหญิงสาวลงจากรถม้าใต้เท้าอัครมหาเสนาบดีก็ยังเลิกรถม้ามองด้วยสายตากังวล“ข้าจะรีบกลับจวนเจ้าค่ะท่านพ่อวางใจ”“ได้ เจ้ารีบกลับจวนนะ”ผู้ติดตามของบิดาตามมาห่างๆ เซี่ยหยวนเล่อเดินตรงเข้าไปหา...จื่อฉิง “ในที่สุดเจ้าก็มา”อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้จักข้า??”“แน่นอน เดินไปสนทนากันไปดีหรือไม่” นางผายมือให้อีกฝ่ายออกเดิน “เสี่ยวหมานปลอดภัยดี เดือนหน้าเขาจะเข้าเรียนยังสำนักศึกษาหลวง เรียนที่นั่นจนกว่าจะอายุครบสิบสาม จากนั้นเขาจะได้ตราของสำนักศึกษาหลวงและจะมีฐานะเป็นบัณฑิต ถึงตอนนั้นเขาสามารถสอบเข้ารับราชการ ไม่ก็ทำงานในสถานที่ต่างๆ ที่เขาปรารถนา”“เจ้าซื้อตัวน้องชายของข้ามาถึงหนึ่งหมื่นตำลึง พบข้าก็รู้ทันที เห็นชัดว่าเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครทำอะไรได้ เจ้าต้องการอะไร”จื่อฉิงก็ยังคงเป็นจื่อฉิง ทั้งชัดเจนและเถรตรง... “ในเมื่อเจ้าเข้าใจอะไรง่ายดีข้าก็จะไม่อ้อมค้อม สี่ปี...เจ้าต้องอยู่ข้างกายข้าสี่ปี เป็นคนคุ้มกันข้าง
“ข้ารู้มาว่าเซี่ยฮูหยินลอบนัดพบกับองค์ชายหก วันนั้นคุณหนูสิบเจ้าหนีออกจากจวนไปยังหมู่บ้านซุนสือ ก่อนหน้านั้นมารดาของเจ้าวางแผนให้ท่านไปพบองค์ชายหก แต่แม่นมเฉาทำให้เสียเรื่อง ดังนั้นนางจึงถูกส่งตัวออกไปนอกเมืองทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเกษียณ”เซี่ยหยวนเล่อก้มหน้าลงพูดไม่ออก นั่นเป็นเรื่องจริง...“ข้าเดาว่าเรื่องเมื่อคืนคงจะเป็นมารดาของเจ้าที่...”นางกะพริบตาขอบตาร้อนผ่าว ในใจรู้สึกขอบคุณที่เขาไม่ได้พูดต่อจนจบแต่หยุดเอาไว้เพียงเท่านั้น“หากให้ข้าแนะนำ เจ้าควรไปพบใต้เท้าเซี่ยสักครั้ง เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง ไม่แน่ว่าใต้เท้าเซี่ยจะเห็นพ้องกับเรื่องที่เซี่ยฮูหยินทำลงไป”“ท่านว่า...ท่านพ่อไม่รู้จริงๆ หรือ” นางไม่อาจไว้ใจผู้ใดจริงๆ เพราะหลังจากนางแต่งให้เฉินหลี่ นางก็พบว่าบิดาให้ความร่วมมือกับอีกฝ่ายทุกอย่าง แม้แต่เรื่อง...ก่อกบฏ“ข้ารู้ว่ายากที่จะเชื่อใจผู้ใด โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้า ข้ารู้มาว่าใต้เท้าเซี่ยรักและเอ็นดูเจ้าที่สุดในบรรดาคุณหนูและคุณชายตระกูลเซี่ย ข้ายังคงเชื่อว่าบุรุษที่แม้แต่ฝ่าบาทยังคงยกย่อง ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้เพียงเพราะเห็นเจ้าเป็นหมากในกระดานของการแก่งแย่งอำนาจ”เ
“องค์ชายทรงเสด็จกลับก่อนดีหรือไม่ รถม้าของพระองค์สะดุดตาเกินไป”เฉินฮ่าวครุ่นคิดพร้อมสบตากับชายหนุ่มนิ่งนาน“ก็ได้ เช่นนั้นข้ากลับก่อน ข้าจะให้ไป๋ซูรั้งอยู่ที่นี่ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันอย่างน้อยเจ้ารับหน้าแล้วให้ไป๋ซูแบกนางไปซ่อนที่อื่น ข้าไปก่อน” แล้วเฉินฮ่าวก็ทิ้งองครักษ์ข้างกายที่เก่งที่สุดไว้จริงๆโชคดีที่เฉินฮ่าวเป็นคนไม่ถามมาก แม้สงสัยแต่ก็รู้ว่าตอนไหนควรถามตอนไหนควรให้เวลา ตอนนี้ใต้เท้าเซี่ยคงส่งคนออกตามหาหญิงสาว หากพบรถม้าขององค์ชายสามที่ซื่อเหอย่วนไม่สงสัยก็คงแปลกสองชั่วยามต่อมาเซี่ยหยวนเล่อก็ได้สติ เขาให้เสี่ยวเถาผู้เป็นสาวใช้นำชุดลำลองของเขาไปให้หญิงสาวผลัดเปลี่ยน เข้าครัวต้มน้ำแกงร้อนๆ ส่งเข้าไปให้หญิงสาวดื่ม จากนั้นเขากับเสี่ยวหมานก็นั่งรอเงียบๆตอนนี้ห้องนอนของเขากลายเป็นห้องพักแขกชั่วคราว เขาจึงต้องมาอยู่ในห้องของเสี่ยวหมานแทน ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูสอบถาม เขาส่งสายตาให้เสี่ยวหมานเข้านอน จากนั้นเดินออกมาเสี่ยวเถาเองก็วิ่งออกมาหน้าตาตื่น “กลับเข้าไปแล้วดับไฟอยู่เงียบๆ ข้างนอกนี้ข้ารับหน้าเอง”เสี่ยวเถายังคงกังวล “ใต้เท้าเฉิง จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าคุณหนูอยู่ที่นี่
อยู่ๆ เฉิงเหยียนก็รู้สึกว่าตนไม่ควรรับมันมาเลย...เสียงสวบสาบดังขึ้นด้านหน้า เงาร่างหนึ่งล้มลงยังพุ่มไม้ข้างกำแพง ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปทันที “นั่นใคร!”“ใต้เท้าเฉิงเหยียน??” เสียงนั้นแผ่วเบาและอ่อนแรง เขาขมวดคิ้วเพราะจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของ...เซี่ยหยวนเล่อ คุณหนูสิบตระกูลเซี่ย!!ชายหนุ่มปราดเข้าไปประคองนางขึ้น นางมีท่าทีอ่อนแรงและหายใจเร็วมาก เหงื่อของนางเปียกชุ่มทว่าสองมือกลับกุมเสื้อของเขาราวได้รับการตื่นตระหนก“เร็วเข้าพาข้าไปจากที่นี่ ยิ่งไกลยิ่งดี”“เกิดอะไรขึ้น เจ้า...กำลังหนีผู้ใด”“ไม่มีเวลาอธิบาย พาข้าไปจากที่นี่ก่อน”“ข้าพาเจ้ากลับไปส่งที่จวน”“ไม่...ไม่กลับเข้าจวน ข้าเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่น”“อะไรนะ”เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังวิ่งมาด้านนี้ หญิงสาวหายใจหอบสติกำลังเลือนลาง “ได้โปรด พาข้าไปจากที่นี่ก่อน อย่าให้ผู้ใดหาข้าพบแม้แต่คนตระกูลเซี่ย”เฉิงเหยียนได้แต่สงสัย อะไรกันที่ทำให้นางรู้สึกว่าจวนของตนไม่ปลอดภัย เป็นใครกันที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจแม้แต่คนในตระกูลของตัวเอง?!เมื่อนางขอร้องอย่างสิ้นหวังเขาเองก็ได้แต่ทำตาม ทั้งที่ลึกๆ ก็ก่นด่าตัวเองว่าเรื่องนี้อาจเป็นการล่วงเกินท่านอัค
ชายหนุ่มมองอีกฝ่าย “แล้วนี่ทรง...” แต่งกายเช่นนี้คงมิใช่ออกจากวังมาเที่ยวเล่น“โดนเจ้าจับได้แล้ว? ข้าได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในจวนอัครมหาเสนาบดี ชายาของพี่รองมีข่าวดีแล้ว”“ตั้งครรภ์?”“ใช่ หมอหลวงยืนยันแล้ว พี่รองเพิ่งเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อและไทเฮา วันนี้ท่านอัครเสนาบดีกับฮูหยินจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น ผู้ที่มีเทียบเชิญเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้”เฉิงเหยียนถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว ขอบพระทัยที่ทรงมาแจ้งกระหม่อมด้วยพระองค์เอง”เฉินฮ่าวมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก “เจ้าต้องทำท่าทางเหินห่างกับข้าเช่นนี้ให้ได้? แม้แต่กับไทเฮาเจ้าก็มีท่าทีเช่นนี้? มิน่าเล่าพูดถึงเจ้าทีไรไทเฮาก็ทักทรงมีท่าทีไม่สบายพระทัย เจ้านี่นะ รู้ทั้งรู้ว่าไทเฮาทรงเหลือเจ้าเป็นเครือญาติที่สนิทเพียงคนเดียว จะเข้าเฝ้าพระองค์ให้บ่อยครั้งหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ได้บังคับให้เจ้าเข้ารับตำแหน่งจากเส้นสายเสียหน่อย”“องค์ชาย ตระกูลของข้าหากไม่โดนประหารก็ตายตก ข่าวลือมากมายอาจทำให้ไทเฮาทรงเสื่อมพระเกียรติ แม้เหลือน้อยนิดแต่ก็ไม่ควรทำให้พระองค์แปดเปื้อน”“แปดเปื้อนอะไรกัน เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าไม่ใช่คนที่โง่งมโดนหลอกโดยง่าย







