مشاركة

03 หาทางหนี

مؤلف: A'vigetor
last update تاريخ النشر: 2026-06-29 13:08:01

หลังจากยืนทำใจก้มมองขวดน้ำยาทำความสะอาดและก้อนสบู่ราคาแพงอยู่พักใหญ่ ผู้หมวดนรินทร์ก็ตัดสินใจข่มความเจ็บพาร่างกายที่บอบช้ำก้าวไปยืนอยู่ใต้ฝักบัวทองเหลือง เปิดน้ำแล้วปล่อยให้สายน้ำอุ่นที่ไหลรดลงมาช่วยคลายความปวดเมื่อยตามมัดกล้ามเนื้อลงไปได้บ้าง แต่ผู้หมวดหนุ่มก็อดก่นด่าริวเซย์ไม่ได้

"ไอ้ยักษ์บ้ากาม ไอ้เฮงซวย ขอให้กะจู๋มึงไม่แข็ง... อ๊ะ... อื้อ!"

อยู่ๆ จากปากที่ก่นด่ากลับกลายเป็นส่งเสียงครางหวิวขึ้นมาแทน เพียงแค่เขากระทืบเท้าอย่างลืมตัวกับโดนน้ำที่ไหลผ่านช่องทางหลังที่ยังบวมตึงอยู่ก็เท่านั้น

ทำไมร่างกายเด็กนี่มันถึงได้ไวต่อความรู้สึกขนาดนี้นะ แค่แรงสั่นสะเทือนนิดหน่อยหรือโดนสัมผัสเบาๆ ก็รีบตอบสนองเร็วจนน่าโมโห

นรินทร์จึงรีบอาบน้ำชะล้างคราบไคลและร่องรอยแห่งราคะออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูผืนหนานุ่มซับตามตัวจนแห้งแล้วเดินกะเผลกกลับเข้ามาในส่วนของห้องนอน

เขาตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อินหลังใหญ่ที่ทำจากไม้ขัดมัน ทว่าทันทีที่ออกแรงดึงบานประตูตู้ออก อดีตผู้กองหนุ่มถึงกับต้องยืนอ้าปากค้างพลางส่ายหัวรัวๆ ด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเองสิ้นดี

“ไอ้เหี้ย! เอาดีดี... นี่มันชุดบ้าบออะไรกันวะเนี่ย?”

ผู้หมวดหนุ่มมองแต่ละชุดที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นตับ กลับไม่มีชุดไหนที่ใกล้เคียงคำว่าเสื้อผ้าผู้ชายปกติเลยสักชุด หลังจากที่เขาลองหยิบออกมาดูอยู่สองสามชุดแล้วก็ต้องส่ายหัวโยนมันลงไปกองที่พื้นอย่างไม่ใส่ใจ เพราะแต่ละตัวถ้าไม่ใช่เสื้อยืดคอลึกก็เป็นเนื้อผ้าบางเฉียบจนแทบเป็นซีทรู ขนาดเสื้อเชิ้ตที่หยิบมายังจะดีไซน์ให้รัดรูปขับเน้นสัดส่วนอกเอวจนน่าเกลียด และที่หนักที่สุดคือกางเกงขาสั้นคอลเลกชันต่างๆ ที่สั้นกุดจนผู้หมวดหนุ่มยังแอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าหากเขาต้องก้มลงเก็บของที่พื้น คนข้างหลังคงได้เห็นอะไรต่อมิอะไรกันหมดแล้ว นี่คงเป็นเพราะถูกไอ้พวกมาเฟียสารเลวนั่นมันบังคับให้ต้องมาแต่งตัวยั่วเพื่อเอาใจริวเซย์ซินะ 

เขาถอนใจเบาๆ แล้วกวาดสายตามองข้ามไอ้เศษผ้าพวกนั้นไปอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งเหลือบไปเห็นราวแขวนฝั่งด้านในสุดซึ่งมีเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีขาวเรียบหรูตัวใหญ่ยักษ์แขวนอยู่ คัตติ้งของมันเนี้ยบกริบ เนื้อผ้าหนากำลังดี และขนาดไซส์ที่ใหญ่เกินมาตรฐานคนไทยไปมากขนาดนี้... คงเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก 'ริวเซย์ คุโรยานางิ' ไอ้ยักษ์ยากูซ่าเจ้าของห้องนั่นเอง

นรินทร์ไม่รอช้า รีบเอื้อมมือไปดึงเสื้อเชิ้ตตัวนั้นออกมาสวมทันที และเมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกติดลง ตัวเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดก็ยาวคลุมลงมาจนเกือบถึงหน้าขาอ่อนของเขาพอดี

แขนเสื้อที่ยาวเกินไปก็ถูกพับขึ้นมาหลายทบ ส่วนช่วงไหล่ก็ตกยาวลงมาตามโครงสร้างร่างกายที่อ้อนแอ้นบอบบาง แม้จะดูหลวมโคร่งแต่มันก็ยังดีกว่าการต้องออกไปเดินข้างนอกด้วยกางเกงที่สั้นจนเห็นแก้มก้นเป็นไหนๆ 

ทว่าสิ่งเดียวที่กวนใจผู้หมวดหนุ่มอยู่ก็คือกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นสปอร์ตผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงอันเป็นเอกลักษณ์ของริวเซย์ที่ยังคงอบอวลติดอยู่บนเนื้อผ้า มันทำให้เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อจัดการเรื่องเสื้อผ้าเสร็จ สัญชาตญาณตำรวจสายสืบที่ฝังลึกในกระดูกดำก็เริ่มทำงานทันที

ผู้หมวดนรินทร์ค่อยๆ แง้มประตูห้องนอนให้เปิดออกทีละน้อย ดวงตากลมโตกวาดมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง 

สิ่งแรกที่เขาต้องทำในตอนนี้ไม่ใช่การบุ่มบ่ามหนีออกไปดื้อๆ เพราะสภาพร่างกายที่ขาสั่นพั่บๆ ราวกับลูกนกเพิ่งคลอดแบบนี้ เดินไปไม่ถึงหน้าประตูก็ตายรังแน่นอน สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการเดินสำรวจโครงสร้างและผังของคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เพื่อหาทางหนีทีไล่ ช่องทางหลบซ่อน และตำแหน่งของพวกบอดี้การ์ด

ทางเดินภายนอกปูด้วยหินอ่อนสีดำสนิทเงาราวกับกระจก ผนังประดับด้วยภาพวาดพู่กันญี่ปุ่นโบราณสลับกับแจกันราคาแพง บรรยากาศมันเงียบสงัดจนน่าขนลุก นรินทร์ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า มือเรียวบางต้องคอยเกาะผนังหินอ่อนพยุงตัวเองไปตลอดทาง เพราะทุกครั้งที่ก้าวขามันจะมีความเจ็บปวดแล่นจากสะโพกทำเอาเขาต้องคอยสูดปากคลายความเจ็บเบาๆ

‘ชั้นสามมีห้องนอนใหญ่และห้องทำงาน... บอดี้การ์ดเฝ้าหน้าบันไดไม่มี น่าจะอยู่ชั้นล่างหมด’ 

ผู้หมวดหนุ่ม์คิดคำนวณในใจพลางบันทึกข้อมูลสถาปัตยกรรมลงในสมองอันชาญฉลาด

เขาเดินเลี้ยวผ่านหัวมุมทางเดินมุ่งหน้าไปยังบันไดวนตรงกลางคฤหาสน์ สายตาคอยมองหาหน้าต่างหรือช่องลมที่พอจะปีนข้ามออกไปได้ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังก้มลงมองประเมินความสูงของชั้นสองอยู่นั้น อาการหน้ามืดจากการเสียเลือดและสารพิษที่ยังตกค้างบวกกับความอ่อนเพลียขั้นรุนแรงก็แล่นเข้าโจมตีระบบประสาทกะทันหัน

โลกทั้งใบหมุนคว้าง สายตาพร่าเบลอไปชั่วขณะ

“อึก...”

ขาทั้งสองข้างที่ไร้เรี่ยวแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เกิดอ่อนแรงลงไปดื้อๆ ร่างบอบบางจึงเสียหลักลอยละลิ่วตกลงกระแทกพื้นปูนด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง หากเป็นร่างเก่าเขาก็คงม้วนตัวสปริงข้อเท้าหลบได้สบายๆ แต่นี่คือร่างของเด็กหนุ่มผู้บอบบาง สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่หลับตาเตรียมรับความเจ็บปวดที่จะตามมา

หมับ!

ทว่า... ความเจ็บปวดที่คาดคิดกลับมาไม่ถึง เมื่อมีท่อนแขนแกร่งหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักทรงพลังพุ่งเข้ามาโอบกอดเข้าที่รอบเอวของเขาไว้ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ก่อนแขนนั้นจะออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ตัวของนรินทร์ก็ลอยหวืดเข้าไปกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างกำยำเข้าอย่างจัง

กลิ่นน้ำหอมสปอร์ตผสมกลิ่นบุหรี่ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกทันที...

เด็กหนุ่มเบิกตาโพลง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบเงยหน้าขึ้นมองคนทีกำลังกอดตัวเขาเอาไว้ และสบเข้ากับดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มรูปหล่อแบบญี่ปุ่นแท้ เส้นผมสีดำสนิทจัดแต่งทรงรับกับโครงหน้าคมสันดุดัน ใบหน้าไร้ความรู้สึกทว่าแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามออกมาตลอดเวลา

‘ริวเซย์ คุโรยานางิ’

หมวดนรินทร์ลอบกลืนน้ำสลายอึกใหญ่ ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังทันทีที่สบตากับยากูซ่าหนุ่ม และสิ่งที่ทำให้ตำรวจหนุ่มแปลกใจก็คือ... ทำไมเขาแทบไม่รู้สึกถึงการมาของหมอนี่เลยสักนิด!

สำหรับคนที่เป็นตำรวจสายสืบที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ประสาทสัมผัสในการรับรู้เสียงฝีเท้าหรือรังสีของสิ่งมีชีวิตรอบตัวของนรินทร์จัดอยู่ในขั้นอัจฉริยะ แต่ริวเซย์กลับเดินเข้ามาประชิดตัวเขาจากด้านหลังจนสามารถคว้าร่างเขาไว้ได้ โดยที่นรินทร์ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า ไม่ได้กลิ่น และไม่รู้สึกถึงรังสีใดๆ ก่อนหน้านั้นเลยแม้แต่น้อย...

ผู้ชายคนนี้นับว่าอันตรายเกินไปแล้ว ฝีมือและสัญชาตญาณการฆ่าของริวเซย์อยู่ในระดับที่สูงกว่ามาเฟียปลายแถวที่เขาเคยเจอมาทั้งชีวิตอย่างสิ้นเชิง

“เดินออกมาจากห้องทำไมริน?”

เสียงทุ้มต่ำทรงพลังทรงอำนาจเปล่งออกมาเป็นภาษาไทยสำเนียงติดญี่ปุ่นแปร่งหูเหมือนเมื่อคืน นัยน์ตาคมดุคู่นั้นก้มลงมองสำรวจคนในอ้อมแขน ไล่ตั้งแต่ใบหน้าหวานที่ซีดเซียว ก่อนจะสะดุดนิ่งอยู่ที่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของตนเองที่สวมอยู่บนร่างอ้อนแอ้น แขนเสื้อยาวๆ ที่ถูกพับขึ้นมาลวกๆ และชายเสื้อที่ปิดต้นขาขาวเนียนไว้ปริ่มๆ มันช่างดูยั่วยวนสายตายากูซ่าหนุ่มอย่างร้ายกาจ

“ปล่อย...” นรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามใช้อุ้งมือดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่มันไม่ขยับเลยสักมิลลิเมตรเดียว ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอราวกับขนนกเมื่อเทียบกับแรงมหาศาลของคนตรงหน้า

ริวเซย์ไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับกระชับอ้อมแขนรัดเอวบางให้จมดิ่งเข้าหาลำตัวหนาแน่นขึ้นไปอีก จนหน้าอกของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันอย่างแนบชิด นรินทร์รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุจากผิวกายของริวเซย์ที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา

“ทำไมวันนี้... แววตาของเธอ... ดูแปลกไปนะ” ริวเซย์เอ่ยถามสุ่มเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนกลับจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนรินทร์ราวกับกำลังหาคำตอบ

ปกติแล้ว เวลาเด็กหนุ่มได้สบตากับเขาก็มักจะมีแต่ความหวาดกลัว สั่นเทา และแววตาเว้าวอนระคนนอบน้อมดั่งลูกแกะที่ยอมสยบต่อราชสีห์ แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาในตอนนี้... แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความเจ็บป่วย แต่อารมณ์ในดวงตากลับเด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว แฝงไปด้วยความระแวดระวังและการต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด มันเหมือนกับแววตาของนักล่าที่กำลังระวังภัย ไม่ใช่ลูกแกะที่รอวันถูกเชือด

นรินทร์ใจเต้นรัวด้วยความเครียด สัญชาตญาณตำรวจบอกเขาว่าริวเซย์กำลังสงสัย เขาต้องรีบปรับเปลี่ยนท่าทีเพื่อไม่ให้ความลับแตกตั้งแต่เริ่มเกมแมวจับหนู

อดีตผู้กองหนุ่มจึงก้มหน้าลงต่ำ หวังหลบสายตาคมคู่นั้นทันทีแล้วแสร้งทำเป็นส่งเสียงครางเครือในลำคอ แกล้งสั่นระริกให้ดูเหมือนเด็กขี้กลัว

“ขะ... ขอโทษครับ พอดีเมื่อคืนรินเจ็บ... เจ็บจนเวียนหัวไปหมด ลุกขึ้นมาหาคือน้ำดื่มแล้วหน้ามืดครับ” นรินทร์ดัดเสียงให้ดูอ่อนหวานและสั่นเครือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดเตะก้านคอไอ้ยักษ์นี่ใจจะขาด

ริวเซย์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตายังคงจับจ้องที่ดวงหน้าหวานจับผิดอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาอันเกิดจากความเจ็บระบมที่ช่วงล่างของคนตัวเล็ก ยามที่ริวเซย์ออกแรงขยับท่อนแขน สะโพกบางของรินก็เบียดเข้าหากายหนาจนนรินทร์ต้องลอบครางเครือด้วยความเจ็บจุกหลุดออกมาจริงๆ

“หึ... เจ็บงั้นเหรอ?”

ยากูซ่าหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทีดุดันแข็งกร้าวลดลงไปส่วนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจช้อนข้อพับขาและแผ่นหลังบางลอยขึ้นสู่อากาศ อุ้มเด็กหนุ่มในร่างอ้อนแอ้


นขึ้นมาในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับอุ้มตุ๊กตานุ่น

“เฮ้ย! ทำอะไร ปล่อยนะ!” นรินทร์ร้องลั่นด้วยความตกใจ สองมือรีบคว้าหมับเข้าที่ลาดไหล่หนาของริวเซย์ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว

“อย่าเสียงดัง... ถ้าไม่อยากโดน ‘จัดหนัก’ ต่อจากเมื่อคืนบนพื้นทางเดินนี่...” ริวเซย์เอ่ยขู่เสียงนิ่ง แววตาคมปลาบดุดันตวัดมองลงมาจนนรินทร์ต้องหุบปากฉับ

ยากูซ่าร่างยักษ์สาวเท้าเดินกลับไปยังทิศทางของห้องนอนใหญ่ นรินทร์ที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากการยอมนอนนิ่งๆ ในอ้อมแขนแกร่ง ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของริวเซย์ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความทรงจำเก่าของร่างนี้ที่บอกว่าริวเซย์มีความใจดีและปกป้องผุดขึ้นมาในหัวสมอง... ทว่าสำหรับหมวดนรินทร์ ชายคนนี้คืออาชญากรข้ามชาติและเป้าหมายที่เขาต้องทำลาย

แต่ในระยะประชิดขนาดนี้ ความน่ากลัวและสัญชาตญาณอันเหนือชั้นของริวเซย์กำลังทำให้นรินทร์รู้ซึ้งแล้วว่า การจะล้มมังกรยักษ์แห่งโตเกียวตัวนี้... เขาไม่อาจใช้เพียงแค่กำลังของร่างเด็กอ้อนแอ่นนี่ได้เลย

เขาต้องใช้แผน ‘สืบสวนจากบนเตียง’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   20 ตามล่าหาความจริง

    หลังจากการจูบที่ไร้การขัดขืนจบลง คนตัวเล็กก็มองหน้ายากูซ่าหนุ่มด้วยสายตาจริงจัง น้ำเสียงที่พูดออกมาอาจจะเบาแต่ก็ชัดเจนพอให้ริวเซย์ได้ยิน"แต่อย่างแรกที่กูจะทำ... มึงคงไม่คิดว่ากูจะเชื่อทุกอย่างที่มึงพูดหรอกนะ"มือเล็กดันหน้าอกยากูซ่าหนุ่มออกไปให้ห่างตัว ซึ่งคราวนี้ริวเซย์ก็ยอมง่ายๆ ซะด้วย"สำหรับคนที่ได้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับคุโรยานางิมานาน การที่นายไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก"ริวเซย์ไม่ได้แปลกใจ แต่นี่จะเป็นการซื้อใจของอีกคนได้ดีที่สุด เพราะถ้าสงสัยมันก็ต้องหาคำตอบ และคำตอบที่ดีที่สุดก็คือคำตอบที่หาได้ด้วยตัวเองเท่านั้น"คนอย่างกู... จะเชื่อก็แค่สิ่งที่กูเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้น""แล้วเธอต้องการอะไร"ริวเซย์ที่กำลังจ้องหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้พอไม่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งทำให้ร่างนี้น่าสนใจมากกว่าเดิมอีก"กูต้องการดูทุกอย่างของคุโรยานางิ ให้เห็นกับตาว่าพวกมึงไม่ได้ทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่ข้อมูลที่กูเคยได้รับมา"หมวดนรินทร์จ้องลึกลงไปในดวงตาของยากูซ่าตรงหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง ซึ่งริวเซย์เองก็ไม่ได้ท

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   19 ความร่วมมือกับยากูซ่า

    กริ๊ก! กริ๊ก!เสียงปลดล็อกกุญแจมือกระทบหัวเตียงเหล็กดัดดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความเงียบจะกลับมาปกคลุมห้องนอนกว้างกลิ่นเลือดสดๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเหงื่อคละคลุ้งไปทั่ว หมวดนรินทร์นอนหมดสติอยู่บนที่นอนหนาในสภาพเปลือยเปล่า แผ่นหลังเนียนบางเต็มไปด้วยรอยกัด รอยห้อเลือด และคราบเลือดซึม ข้อมือทั้งสองข้างถลอกช้ำจนมีเลือดไหลซึมออกมาอยู่เรื่อยๆยากูซ่าหนุ่มถอนท่อนเอ็นใหญ่ออกจากช่องทางรักที่บอบช้ำและฉีกขาด เลือดสีแดงเข้มไหลย้อยลงมาตามง่ามขาเล็กหยดลงบนผ้าปูเป็นวงกว้าง ริวเซย์มองคนตัวเล็กที่ที่สลบไปแล้วด้วยใบหน้านิ่งเฉย ร่างบอบบางร่วงลงบนเตียงทันทีเหมือนตุ๊กตาผ้า"เคนจิ..." ริวเซย์ส่งเสียงเรียกมือขวาผ่านสายอินเตอร์คอม น้ำเสียงติดหอบเล็กน้อย "ตามหมอให้ฉันด้วย""ครับบอส"ไม่ถึงสิบนาที หมอประจำตระกูลก็มาถึง...ครั้งแรกที่ได้เห็นสภาพคนตัวเล็ก คุณหมอริวโซ คุโรยานางิ ถึงกับถอนหายใจเบาๆ ซึ่งหากเป็นคนอื่นทำคงได้ถูกริวเซย์สั่งจัดการไปแล้ว แต่เพราะเขาไม่ใช่แค่หมอประจำตระกูลเท่านั้น แต่อีกฐานะหนึ่งเขายังเป็นลุงแท้ๆ ของริวเซย์อีกด้วย แต่เพราะชอบช่วยชีวิตคนมากกว่าการฆ่าคน ริวโซ คุโรยานางิ เลยเ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   18 พันธนาการยากูซ่า BDSM (ต่อ)

    เคร้ง! เคร้ง!เสียงโซ่กุญแจมือกระทบเข้ากับหัวเตียงเหล็กดัดดังก้องสะท้อนยาวนาน หมวดนรินทร์พยายามจะบิดข้อมือไปมา จนกลิ่นคาวเลือดจากข้อมือลอยมาแตะจมูก แต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้สนใจเขาอยากจะชกหน้าไอ้ยากูซ่าบ้ากามไปสักหมัดสองหมัด"ปล่อยกูนะ...!""ด่าฉันอีกซิผู้หมวด"ริวเซย์หยุดแล้วเลื่อนหน้ามาสบตาคนตัวเล็กที่เคยส่งสายตาน่าสงสาร อ้อนวอนและรักมาก แต่ตอนนี้แววตาคนเดิมกลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ไม่ยอมอ่อนข้อ และเกลียดมาก..."ไอ้เลว! ในเมื่อมึงรู้ความจริงแล้วทำไมไม่ฆ่ากูทิ้งวะ""ฆ่าเธอ? ไม่หรอกแบบนั้นมันง่ายเกินไป" ยากูซ่าหนุ่มแค่นยิ้ม "อีกอย่าง... มันเสียของ""ไอ้เหี้ย! ไอ้ริวเซะ... อื้อ... อ่อยอู (ปล่อยกู) "ริวเซย์ไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้พูดต่อ ริมฝีปากหนาประกบจูบอย่างรุนแรง คมเขี้ยวกัดริมฝีปากนุ่มนิ่มจนแตก กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในปาก หมวดนรินทร์ดิ้นพล่านสุดกำลัง แต่เพราะร่างกายทุกส่วนถูกล็อกไว้หมดเขาจึงทำอะไรไม่ได้มาก ยิ่งถูกมือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกที่บอบช้ำ ขาทั้งสองข้างที่ดีดดิ้นก็แทบจะหมดแรงต้านทานจ๊วบ จ๊าบ!เสียงรสจูบที่เฉอะแฉะดังขึ้นในหัว ความรู้สึกของร่างเดิมบังคับให้หมวดนร

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   17 พันธนาการยากูซ่า

    แรงกระชากมหาศาลที่ข้อมือทำให้นรินทร์ต้องก้าวถลาตามแรงของมาเฟียหนุ่มไปอย่างไม่มีทางเลือก ร่างบอบบางถูกผลักเข้าไปในเบาะหลังของรถยนต์คันหรูอย่างแรงจนไหล่บางกระแทกเข้ากับพนักพิงหนังแท้ เสียงประตูปิดตามหลังดังสนั่นราวกับเสียงลั่นไกปืนริวเซย์ก้าวตามเข้ามานั่งข้าง ๆ ทันที ปิดกั้นทางหนีทุกหนทาง บรรยากาศภายในห้องโดยสารคราวนี้กลับยิ่งเย็นเยียบและกดดันกว่าขามาหลายเท่า เครื่องปรับอากาศในรถส่งลมเย็นมากระทบผิว ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในใจลดลงเลย หมวดนรินทร์รู้สึกราวกับอากาศหายใจกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อยจนอึดอัดไม่มีเสียงพูดคุยหรือแม้แต่เสียงผ่อนลมหายใจหลุดรอดออกมาจากปากของยากูซ่าหนุ่มแม้แต่คำเดียว ร่างสูงใหญ่นั่งนิ่งสนิทราวกับรูปสลักที่ไร้หัวใจ แววตาคมกริบคู่นั้นทอดตรงไปด้านหน้า ไม่หันมามองคนข้างกายเลยแม้แต่หางตา ความเงียบที่ปกคลุมอยู่มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงตวาดหมวดนรินทร์ได้แต่นั่งนิ่ง ขยับกายอย่างยากลำบากข่มความเจ็บแปลบที่แล่นเสียวขึ้นมาจากสะโพกและหน้าขา ร่างกายบอบบางของเด็กหนุ่มที่เพิ่งผ่านการพักฟื้นมาได้เพียงไม่กี่วันบอบช้ำเกินกว่าจะต่อต้าน มือบางยกขึ้นกุมข้อมืออีกข้างของตัวเองที

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   16 ความจริงยิ่งกว่านิยาย

    บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนในเครือตระกูลคุโรยานางิเงียบสงบลงหลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันโหดร้าย หมวดนรินทร์ในคราบของรินนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย คอยบีบนวดและพูดคุยปลอบขวัญชายหญิงวัยกลางคนทั้งสองจนพวกท่านเริ่มคลายความหวาดกลัวและเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย สายสืบหนุ่มลอบถอนหายใจยาว แผ่นหลังบางเอนพิงพนักเก้าอี้พลางคิดทบทวนถึงแผนการขั้นต่อไปในใจ ทว่าความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงเมื่อบานประตูห้องพักฟื้นถูกผลักออกพร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของริวเซย์ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าน่าเกรงขาม นัยน์ตาสีดำสนิทคู่คมปลาบกวาดมองภาพคนป่วยสองคนบนเตียงตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตามาหยุดนิ่งที่ใบหน้าหวาน"ลุกขึ้น แล้วตามฉันมา" ริวเซย์สั่งเสียงเรียบต่ำ ท่าทีเยือกเย็นผิดปกติ"คุณริวเซย์... จะพารินไปไหนเหรอครับ พ่อกับแม่เพิ่งจะหลับไปเอง" หมวดนรินทร์แกล้งบีบเสียงอ่อน ช้อนตาขึ้นมองด้วยความใสซื่อเพื่อรักษาคาแรกเตอร์เดิมไว้"ฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะให้เธอได้เห็นกับตา... ริน"คำพูดราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่างทำให้หมวดนรินทร์ลอบกลืนน้ำลาย แววตาของมาเฟียหนุ่มนิ่งสนิทราวกับก้นบึ้ง

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเมียยากูซ่าได้ไง   15 ช่วยตัวประกัน

    ขบวนรถตู้ติดเกราะกันกระสุนพิเศษสีดำทึบเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ของริวเซย์ในเวลากลางคืน มุ่งหน้าออกสู่โกดังร้างแถบชานเมืองอันห่างไกล บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความกดดัน ลูกน้องชุดดำสี่คนนั่งนิ่ง ในมือเช็กอาวุธปืนดังคลิกแคลก นรินทร์แกล้งทำเป็นนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ข้างร่างสูงใหญ่ ทว่าดวงตากลมโตกลับคอยลอบสังเกตจำนวนกำลังพลและทิศทางตามสัญชาตญาณตำรวจสายสืบริวเซย์เอื้อมมือไปหยิบเสื้อเกราะกันกระสุนตัวหนาจากเบาะข้างตัวขึ้นมา เขาขยับกายเข้าประชิดร่างเล็กแล้วสวมมันลงบนหัวของนรินทร์โดยไม่เอ่ยปากถาม มือหนาดึงสายรัดข้างลำตัวให้แน่นเข้าล็อกอย่างชำนาญจังหวะที่แผ่นอกและกลิ่นอายดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มเบียดชิดเข้ามา ผู้หมวดนรินทร์เผลอตัวเกร็งและสูดหายใจลึก ขยับไหล่หนีตามสัญชาตญาณตำรวจที่ตื่นตัวเวลาถูกเข้าใกล้ในระยะประชิด ซึ่งผิดปกติวิสัยของรินตัวจริงที่ควรจะแสดงความกลัวหรือรีบซุกซบหาที่พึ่ง ริวเซย์กระตุกสายรัดเส้นสุดท้าย นัยน์ตาคู่คมจองมองปฏิกิริยาต่อต้านแบบนั้นแวบหนึ่งก่อนจะถอยกลับไปนั่งกอดอกตามเดิม"ใส่ไว้ ถ้าไม่อยากตาย" ริวเซย์เอ่ยเสียงเรียบต่ำขบวนรถตู้เคลื่อนเข้าสู่จุดอับสายตาก่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status