Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-07-23 13:26:45

7

          ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างชายหนุ่มสติไม่ดี ซงซงคนปัจจุบันก็ยังไม่เคยขึ้นเขาไปเก็บของป่าสักครั้ง แล้วที่ขึ้นเขาปีนเขาในวันนี้ซงซงมีเหตุผลบางอย่างอยากพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความปกติของร่างกาย เหตุผลก็เพราะเมื่อเช้าซงซงมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงถึงขั้นร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดออกมาอย่างทรมานแสนสาหัส แล้วหลังจากนั้นซงซงก็รู้สึกแปลกขึ้นมาทันที อย่างกับว่าเขารับรู้ถึงที่อยู่วัตถุดิบหายากมีราคาแพงตามพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปได้ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ต้องขึ้นเขาปีนเขาเพื่อมาพิสูจน์ความจริง

          อุปกรณ์ปีนเขาที่ขาดไม่ได้ก็จะมี เสียมขุดดิน มีดปลายแหลม แล้วสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในการปีนเขาคงจะหนีไม่พ้นพวกสัตว์ป่าดุร้ายที่อาศัยอยู่ตามป่าตามเขา ยิ่งเดินทางเข้ามาคนเดียวยิ่งต้องระวังตัวเพราะไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ยังดีหน่อยที่ตอนนี้เป็นตอนเช้า ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นนั้นดีกว่าตอนกลางคืน

          “ทางนี้”

          จากจุดที่ซงซงยืนอยู่จะต้องเดินตรงไปอีกซึ่งเป็นทางลาดชันมีหญ้าขึ้นประปราย หลังจากนี้ไปจะเป็นเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของซงซงคนเก่า ซงซงทำเครื่องหมายกันหลงทางเอาไว้ที่ต้นไม้โดยเว้นช่วงระยะประมาณ 5 เมตร เห็นจะได้ หากหลงอยู่ในป่าเครื่องหมายกันหลงทางจะช่วยได้ระดับหนึ่ง

          ซงซงเดินมาตามเส้นทางลาดชันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากภายในป่าช่วงเช้าพื้นหญ้าและใบไม้แห้งตายนั้นมีความชื้น หากเดินไม่ระวังอาจลื่นล้มบาดเจ็บก็ได้ แล้วระหว่างทางก็พบผลไม้ป่าและเห็ดจึงเก็บใส่ถุงผ้าที่เตรียมมาด้วย เผื่อกลับไปบ้านจะได้นำไปทำเป็นอาหาร

          สภาพพื้นที่บนเขาไม่มีร่องรอยของสัตว์หรือของมนุษย์ นั่นหมายความว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตเคยเข้ามาที่บนเขาบริเวณแห่งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีจะได้ไม่มีใครรู้ว่าเข้ามาหาวัตถุดิบหายากแล้วได้กลับไปคนเดียว แต่หากเกิดอะไรขึ้นโดยไม่คาดคิดก็ไม่มีใครรับรู้ด้วยเหมือนกัน

          “เจอแล้ว”

          ซงซงเดินขึ้นเขามาตามเส้นทางลาดชันก็พบวัตถุดิบหายากอย่างเห็ดหลินจือผุดขึ้นดอกใหญ่บนตอไม้แห้งที่ล้มตาย ซงซงจึงตัดเก็บเข้าถุงผ้า สำหรับเขาแล้วเห็ดหลินจือไม่ใช่วัตถุดิบหายาก แต่หากเป็นโลกแห่งนี้มันอาจจะวัตถุดิบที่มีค่าและมีราคาสูงก็ได้

          หลังจากเก็บเห็ดหลินจือซงซงก็ได้ขุดดินลึกลงไปบริเวณที่มีเห็ดหลินจือผุดขึ้น เขามีความรู้สึกว่าตรงที่เขาขุดดินนั้นมีอะไรบางอย่าง ขุดหลุมลึกลงไปได้ประมาณ 1 เมตร ซงซงก็พบกล่องไม้เก่าใบหนึ่ง มันถูกพันผ้าเอาไว้หนาแน่นไม่สามารถใช้มือเปล่าแกะออกมาได้

          “คงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอกนะ”

          สิ่งที่ซงซงคิดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเล่าบอกให้ใครเชื่อได้ สำหรับวัตถุโบราณที่ถูกฝังเอาไว้มันเหมือนกับของต้องสาปที่คนเอามาฝังไว้ก่อนตายหรือซ่อนเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครรู้ หากเปิดกล่องออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจจะถูกคำสาปมาหลอกหลอนเอาก็ได้

          “งี่เง่ากระเด้าเสาเอ๊ย เพ้อเจ้อสิ้นดี”

          ซงซงเอากล่องลึกลับกลับไปที่บ้านโดยไม่สนใจเรื่องที่ตนคิด แต่ก่อนที่จะลงจากเขาจะต้องไม่ให้พวกชาวบ้านรู้เห็น ยิ่งพวกชาวบ้านอิจฉาริษยาแล้วยิ่งไม่ให้รู้เป็นอันขาด พอมาถึงบ้านก็ปิดประตูล็อคและปิดหน้าต่างล็อคอย่างแน่นหนา นำกล่องไม้ออกมาวางที่พื้นแล้วเอามีดคมกริบตัดผ้าให้ขาดแล้วค่อยๆดึงออกมาทีละชิ้นก่อนจะเปิดฝากล่องไม้ออกมา แล้วนั่นก็ทำให้ซงซงถึงกับต้องช็อคไปครู่หนึ่ง เพราะว่าข้างในกล่องไม้มีทองก้อนขนาดเท่าเมล็ดพืชเพราะปลูกหลายก้อนด้วยกัน

          “รวยแล้วโว้ย”

          ถึงกับต้องร้องลั่นออกมาด้วยความดีใจ แต่พอรู้ตัวมือทั้งสองก็เอามาปิดปากทันทีก่อนจะนำฝากล่องไม้ไปปิดแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ลับซึ่งมีซงซงเท่านั้นที่รู้ หลังจากเอากล่องไม้ไปซ่อนไว้ที่ลับตาคนเขาก็กลับมาที่บ้านอีกครั้งด้วยอาการมือไม้สั่นสะท้านไปหมด

          “รวยแล้ว ฉันรวยแล้ว”

           แม้จะอยากร้องลั่นออกมาแต่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ทำได้เพียงพูดเบาๆให้ตนเองได้ยิน ถึงทองจะมีค่ามากแค่ไหนแต่สำหรับยุคนี้แล้วไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญมากหรือไม่ การจะพิสูจน์เรื่องนี้จะต้องเอาทองที่ได้มาไปโรงรับจำนำหรือร้านที่รับซื้อขายทองซึ่งที่ว่ามานี้จะต้องเข้าไปในเมืองเท่านั้น

          .

          .

          .

          เช้าวันรุ่งขึ้นซงซงยังคงทำหน้าที่พ่อค้าขายส่งผักเป็นประจำทุกวันเหมือนอย่างเคย ป้าเหมยลี่ที่รับผักจากซงซงไปขายต่อเห็นว่าตอนนี้มีเงินเข้าไม่ขาดสายจนทำให้เธอมีกำลังรับลูกจ้างเข้ามาช่วยงานเธอโดยการจ้างนั้นเป็นแบบลูกจ้างรายวัน ต่อจากนี้จะได้ไม่ต้องทำมาหากินให้เหนื่อยมาก ซงซงจะต้องเอาเป็นแบบอย่างเพื่อที่จะไม่ให้ตนเองต้องเหนื่อยเข็นผักมาขายทุกวัน เขาเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าต้องจ้างคนมาช่วยงานตนเองบ้าง แต่ใครที่ไหนอยากมาเป็นลูกจ้างชายหนุ่มสติไม่ดีคนนี้กันล่ะ

          “ป้าเหมยลี่ครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ”

          “เรื่องอะไรเหรอซงซง”

          “คุยกันตรงนี้ไม่สะดวก เดี๋ยวไปคุยกันที่อื่นดีกว่าครับ”

          “ได้สิจ๊ะ”

          ซงซงไม่อยากให้ชาวบ้านได้ยินเรื่องที่เขาจะพูดคุยกับป้าเหมยลี่ก็เลยเดินออกมาจากตลาดแล้วหาที่เงียบๆพูดคุยกัน ที่เรียกป้าเหมยลี่มาก็เพราะซงซงอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาซื้อขายทองคำและเห็ดหลินจือ เหตุผลที่ซงซงเลือกมาถามเรื่องนี้กับป้าเหมยลี่ก็เพราะสนิทกับเธอมากที่สุด

          “ซงซงมีเรื่องอะไรอยากพูดกับป้าเหรอจ๊ะ”

          “เรื่องราคาซื้อขายทองคำแล้วก็เห็ดหลินจือครับ ผมอยากรู้ว่ารับซื้อขายกันเท่าไหร่ ผมกลัวว่าเอาไปขายแล้วจะถูกโก่งราคาน่ะครับ”

          ซงซงเอาทองคำก้อนเท่าเมล็ดถั่วและเห็ดหลินจือดอกใหญ่ออกมาให้ป้าเหมยลี่เห็นเป็นขวัญตา ป้าเหมยลี่ถึงกับตาถลนจนแทบอยากจะร้องลั่นออกมาแต่ซงซงห้ามเอาไว้ทัน

          “ซงซงไปเอามาจากไหน”

          “เมื่อวานผมขึ้นเขาไปหาสมุนไพรน่ะครับ แล้วบังเอิญไปเห็นก็เลยเก็บกลับมาด้วย”

          “โชคดีอะไรอย่างนี้”

          ของมีค่าพวกนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่ได้มาเพราะความสามารถของตนเองทั้งนั้น เรื่องความสามารถของซงซงเขาไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้ หากมีคนรู้สักคนมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายภาคหน้าเป็นแน่

          ข้อมูลที่จะได้รับมาจากเหมยลี่ ซงซงได้ตอบแทนค่าข้อมูลโดยการให้ทองคำก้อนเท่าเมล็ดถั่วให้กับเธอ เธอรับไว้ด้วยความรู้สึกลำบากใจอย่างมาก นั่นก็เพราะราคาทองคำก้อนเท่าเมล็ดถั่วนี้มีราคาสูงสามารถซื้อที่ดินได้แถมยังเหลือเงินเอาไว้ใช้ทำอย่างอื่นอีกด้วย สำหรับซงซงของแค่นี้มันไม่ทำให้เขาเดือดร้อนหรอกนะ

          ซงซงออกเดินทางไปยังเมืองโดยการนั่งเกวียนโบราณเข้าเมือง ต้องจ่ายเงินค่าเกวียนคนละ 1 หยวน เป็นค่าเดินทางทั้งไปทั้งกลับ พอไปถึงเมืองรถเกวียนจะจอดรอ 3 ชั่วโมง หากถึงเวลากำหนดรถเกวียนจะเดินทางกลับทันทีโดยไม่รอผู้โดยสารอย่างไม่มีข้อยกเว้น

          “ที่นี่เหรอเมืองเฉงซัน”

          เมืองเฉงซันที่อยู่ในมณฑลเสฉวน เป็นเมืองที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีบ้านเรือนมากกว่าร้อยหลังคาเรือน มีร้านค้าเฉพาะมากมาย มีร้านขายของข้างทางและมีตลาดอยู่หลายพื้นที่ด้วยกัน ซงซงที่เข้าเมืองเป็นครั้งแรกมีความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นความเจริญซึ่งแตกต่างจากหมู่บ้านหนานอย่างสิ้นเชิง

          “ชาวบ้านทุกคน ถึงเวลากลับแล้วไม่รอนะ มาให้ตรงเวลาด้วย เข้าใจนะ”

          ชาวบ้านที่นั่งรถเกวียนมาด้วยต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตนเอง ซงซงเดินหาร้านสมุนไพรก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อที่จะเอาเห็ดหลินจือไปขายให้ร้านสมุนไพรที่ต้องการ ร้านขายสมุนไพรมีอยู่ด้วยกันหลายร้าน มีร้านเก่าโบราณและร้านทันสมัยอยู่ติดกัน เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเข้าร้านไหน

          (เข้าแม่งหมดร้านไปเลย)

          เริ่มต้นจากร้านสมุนไพรที่ทันสมัย ซงซงเดินเข้าร้านสมุนไพรด้วยความมั่นใจ ภายในร้านมีสมุนไพรอยู่หลายชนิดเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ได้ต้องการมาซื้อสมุนไพรแต่มาขายสมุนไพรต่างหาก

          เจ้าหน้าที่ร้านสมุนไพรที่นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่นั้นก็รู้สึกตัวถึงการมาของซงซง เธอเป็นสาวแว่นทั้งสวยทั้งน่ารักเลยแหละ พอรู้ว่ามีลูกค้าเข้ามาเธอก็ยืนต้อนรับด้วยเสียงอย่างไพเราะ

          “ยินดีต้อนรับค่ะคุณลูกค้า”

          “สวัสดีครับ ผมเอาเห็ดหลินจือมาขายครับ ที่นี่รับซื้อไหมครับ”

          ไม่ทันจะให้อีกฝ่ายเปิดปากได้พูด ซงซงก็นำเห็ดหลินจือออกมาวางตรงหน้าเธอทันที หญิงสาวจัดแว่นตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะจ้องดูอย่างผู้เชี่ยวชาญ เห็ดหลินจือไม่ใช่แค่วัตถุดิบในการทำอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหนึ่งในสมุนไพรหายากชั้นยอดที่พวกชาวบ้านหากันให้ควั่ก

          “เป็นเห็ดหลินจือดอกใหญ่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา”

          พูดชมเสร็จ เธอก็เอาเห็ดหลินจือไปวางไว้เครื่องชั่งสำหรับสมุนไพรโดยเฉพาะ เข็มเครื่องชั่งลงไปตรงขีด 1 จิน ซึ่งเท่ากับ 500 กรัม มันมีน้ำหนักที่เพียงแค่ถือเอาไว้สองมือครู่หนึ่งก็ทำให้ปวดเมื่อยมือยังได้เลย แล้วดูเหมือนว่าเครื่องชั่งของทางร้านสมุนไพรทันสมัยนี้จะไม่ได้มีการโกงชั่งน้ำหนัก

          “หนึ่งจิน ทางร้านรับที่แปดร้อยหยวนค่ะ”

          ราคานี้เกินกว่าราคาที่ซงซงรู้มาจากป้าเหมยลี่เป็นอย่างมาก ปกติรับซื้อขายกันอยู่ที่ระหว่าง 400 หยวน ไปจนถึง 600 หยวน แต่ได้มา 800 หยวน ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การเข้าป่าปีนเขาตามลำพัง แล้วเขาก็พอใจกับราคานี้มากจึงได้ตกลงทำการซื้อขายกันทันที หญิงสาวเดินกลับเข้าไปหลังร้านเพื่อไปเอาเงินมาจ่ายซงซง แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาบางอย่างจนต้องใช้เวลานานไปสักหน่อย ไม่นานหญิงสาวก็เดินออกมาจากหลังร้าน

          “ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ทางร้านมีเงินไม่พอที่จะรับซื้อค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

          “เอ๊ะ ไม่พอเหรอครับ ขาดอีกเท่าไหร่ครับ”

          “ขาดอีกห้าสิบหยวนค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

          “ถ้าอย่างนั้น ผมขอขายให้เจ็ดร้อยหยวนก็แล้วกันครับ”

          “แต่ว่าคุณลูกค้า มันจะดีเหรอคะ”

          “ไม่เป็นไรครับ”

          ไม่ว่ายังไงซงซงก็ยังได้กำไรอยู่ดี หญิงสาวที่เห็นความใจกว้างของซงซงจึงได้ก้มหัวเล็กน้อยขอบคุณและขอโทษที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา แล้วเพราะเธอพูดขอโทษบ่อยทำให้ซงซงรู้สึกเอ็นดูเธอด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แม้แต่ใจตัวเองยังไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร

          พนักงานสาวแว่นจ่ายเงินให้ซงซง 700 หยวน ก่อนขอบคุณอีกครั้ง

          “ขอบคุณ คุณลูกค้ามากนะคะ ถ้าไม่รังเกียจช่วยบอกชื่อคุณลูกค้าหน่อยจะได้ไหมคะ”

          “ผมชื่อซงซง แล้วคุณล่ะครับ”

          “ฉันชื่อซินอี้”

          “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

          “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

          หลังจากทักทายกันไป หญิงสาวส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นธรรมชาติแต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายอย่างซงซงหวั่นไหวภายในใจขึ้นมา แม้เขาจะไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร

          (ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน นั่นสินะ มันคงจะเป็นเพราะทำงานหนักเกินไป เราต้องหาเวลาพักผ่อนอยู่บ้านบ้างแล้วสิ)

          …

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 74 จบ

    74 ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ล้วนมีเกิดแก่เจ็บตายกันทั้งนั้น ไม่สามารถหนีมันไปได้ แต่ทว่า คนที่โชคดีแล้วได้เกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำเก่านั้น คงมีแต่บุญตู่หรือซงซงนั่นแหละ อย่างที่เห็น บุญตู่เข้ามาอยู่ในร่างซงซงคนเก่าแล้วใช้ชีวิตในฐานะเกษตรกร แล้วตอนนี้ ซงซงก็ได้ใช้ชีวิตในฐานะพ่อคนหนึ่ง มีลูกเล็กวัย 6 ขวบเศษ มีภรรยาที่น่ารักคอยดูแลเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ภรรยาอย่างซินอี้ก็ทำให้ได้เสมอ แต่ส่วนใหญ่ซงซงกับซินอี้จะช่วยเหลือกันมากกว่า หลายปีมานี้ ซงซงใช้ชีวิตในฐานะพ่อคนหนึ่ง ไม่ได้ทำงานหนักหนาอะไร เพราะงานที่เคยทำมาตลอด ซงซงได้ฝากให้ลูกจ้างดูแลทั้งหมด ส่วนซงซงมีแต่เดินทางไปเก็บเงินเท่านั้น บางครั้งก็พาลูกเมียไปที่ฟาร์มเป็นครั้งคราว แล้วดูเหมือนว่าหนิงหวง ลูกสาววัย 6 ขวบ ดูจะชอบการทำฟาร์มเหมือนพ่อ คนเป็นพ่อก็เลยสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยการสอนเกี่ยวกับทำฟาร์มทุกอย่างให้ทั้งหมด “คุณแม่ หน

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 73

    73 หลายเดือนมานี้ ซงซงไม่ค่อยได้ไปดูฟาร์มของตนเองสักเท่าไหร่ เนื่องจากซินอี้ภรรยาของตนท้องอยู่ อีกไม่นานเธอก็จะคลอดลูกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะถึง ซงซงจึงต้องดูแลซินอี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ใช่แค่ซงซงหรอกนะที่กำลังดูแลซินอี้ ต้าหนิงเพื่อนรักของเธอก็มาอยู่ดูแลเพื่อนอย่างซินอี้เช่นเดียวกัน “ขอโทษนะครับคุณต้าหนิง ต้องรบกวนคุณอีกแล้ว” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณซงซง ช่วงนี้ฉันว่างอยู่น่ะ ก็เลยอยู่ดูซินอี้ได้ แล้วฉันก็พักอยู่ไม่ไกลจากบ้านคุณซงซงด้วย” “หมายถึงบ้านญาติของคุณต้าหนิงเหรอครับ” “ไม่ใช่ค่ะ บ้านของฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย ไม่ได้มีแต่บ้านญาติฉันหรอกนะคะ”&nbs

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 72

    72 บ้านสไตล์จีนย้อนยุคที่เห็นอยู่ตอนนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา จนตอนนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้คู่รักข้าวใหม่ปลามันเข้ามาอาศัยอยู่ได้ทันที แต่ก่อนจะเข้ามาอยู่ในบ้าน ซงซงก็ได้ซื้อของจำเป็นเข้าบ้าน กว่าจะได้เข้ามาอยู่ก็คงต้องเป็นหลังจากขนของเข้ามาทั้งหมดเสียก่อน “บ้านของเรา สวยใช่ไหมครับ” “สวยค่ะ ฉันชอบมาก ข้างนอกก็เป็นทะเล บรรยากาศก็ดีด้วย” “นั่นสิครับ” ข้างนอกบ้านก็สวยงาม แต่ข้างในบ้านล่ะ ข้างในบ้านทาสีไม้ให้เข้ากับบ้านสไตล์จีนย้อนยุค ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน มีอยู่ด้วยกันห้องละชั้นของบ้าน ซึ่งบ้านมีทั้งหมด 2 ชั้น มีหน้าต่างมองออกไปยังทะเลเพื่อส

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 71

    71 บ้านสองชั้นสไตล์จีนย้อนยุคติดชายหาดริมทะเลนี้ มันจะเป็นบ้านของคนอื่นไปไม่ได้นอกจากบ้านของซงซงและซินอี้ แล้วตอนนี้ ช่างสร้างบ้านกำลังทาสีทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงเก็บรายละเอียดตัวบ้านอีกด้วย คาดว่า บ้านของทั้งสองคนคงแล้วเสร็จไม่เกินเดือนหน้าที่จะถึงนี้ “อีกไม่นานพวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะครับ” “ค่ะคุณสามี จะว่าไปแล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญของหมู่บ้านที่คุณอยู่ด้วย” “ใช่ครับ หมู่บ้านหนานกลายเป็นหมู่บ้านพัฒนาแล้วน่ะครับ เย็นวันนี้จะมีงานฉลองกันในหมู่บ้าน คุณจะไปด้วยไหมครับ” “ฉันไปได้เหรอคะ” “ได้สิครับ ในฐานะภรรยาผม” 

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 70

    70 “หยวน ตั้งแต่วันนี้ไป หยวนเป็นน้องบุญธรรมของซินหยานแล้วนะ” “จริงเหรอครับพี่ซงซง” “จริงสิ” เมื่อหยวนรู้ว่าได้เป็นน้องบุญธรรมของซินหยาน หยวนก็ดีอกดีใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก “พี่ซินหยานครับ ตอนนี้หยวนก็เป็นน้องชายแล้วใช่ไหมครับ” “ใช่แล้วหยวน พี่ก็เป็นพี่สาวของหยวน จากนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ พยายามเข้าล่ะ” “ครับ หยวนจะพยายาม” หลังจากนี้ไป ทั้งสองคนก็ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ตามกฎหมายแล้วมันก็คงจะเป็น

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70   บทที่ 69

    69 “หยวน มาช่วยพี่ตรงนี้หน่อย” “ได้ครับพี่ซงซง” วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ทั้งสองคนมาช่วยกันเอาไข่ไก่มาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน ไข่ไก่ที่ผลิตออกมาแต่ละวันนั้น สามารถทำกำไรได้หลายหยวน แต่จะมีบางส่วนเอาไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านตามชนบท เหตุผลที่ซงซงนำมาแจกจ่ายให้กับพวกเขาก็เพราะอยากได้ชื่อเสียงเหมือนอย่างเคย จะได้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ซงซงทำ แต่อีกเหตุผลหนึ่งนั้น อยากให้ชาวบ้านไม่มีอันจะกิน มีกินมีใช้ขึ้นมาบ้าง ถึงจะเป็นอย่างนั้น ซงซงก็ไม่ได้ว่าจะให้ทุกครอบครัวหรอกนะ ถ้าไม่ลำบากจริงก็จะไม่ให้ เอาเป็นว่า สิ่งที่ซงซงกำลังทำอยู่นี้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกขอบคุณขึ้นมา อย่างน้อยมันก็สามารถต่อชีวิตพวกเขาได้ในระดับหนึ่ง หลังจากแจกจ่ายไข่ไก่เสร็จสรรพ ซงซงและหยวนก็ออกเดินทางไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status