ログイン‘วิวาทั้งสองตระกูล’
ได้ฤกษ์ดีงานเเต่งของผู้นำตระกูลสวีเเละลูกสาวคนเล็กของบ้านโจวถูกจัดขึ้นถัดมาอีกสองวัน หลี่เอินเเละเฉินซีฮันรวมถึงคนอื่น ๆ เดินทางไปร่วมงาน ทุกคนต่างยินดีปรีดาไม่น้อย เว้นเเต่พวกบางกลุ่มดูไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เสียงเเมลงวันร้อยตัวเเล่นเข้าหูเธอ เนื้อเรื่องที่เเอบกระซิบกันส่วนใหญ่เห็นทีจะเป็นการวิจารณ์ผู้นำตระกูลสวี
หลี่เอินไม่เเปลกใจเลยสักนิด เพราะลูกสาวบ้านโจวอายุได้เพียงยี่สิบเอ็ดปีส่วนคุณสวีนั้นมีอายุที่มากกว่าตั้งหลายปี มองยังไง ๆ ก็มิคู่ควร ทว่าหากมองดี ๆ พ่อเเม่ของฝ่ายหญิงเเลดูจะเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง คงอยากมีหน้ามีตาในสังคมจนตัวสั่น หลี่เอินถอนหายใจมองดูฉากตรงหน้าที่บิดาเเละมารดาของฝั่งเจ้าสาวยิ้มหน้าบาน ไม่สนใจสักนิดว่าลูกสาวจะยินดีหรือไม่
เหมือนเห็นตัวเอง
เเขกคนสำคัญมากหน้าหลานตาเริ่มหลั่งไหลเข้ามาจนอดเเน่น เสียงพดคุยดังน่ารำคาญ หลี่เอินตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ออกมาสูดอากาศที่ริมระเบียง ซึ่งยืดออกมาจากตัวห้องที่ใช้จัดเเต่งสถานที่ให้เเก่คู่บ่าวสาว ในมือมีไวน์องุ่นชั้นเลิศเธอไม่คอยนานยกขึ้มจิบเบา ๆ ให้รสชาติองุ่นหมักสัมผัสกับเรียวลิ้นเเล้วกลืนลงท้อง ความสงบอยู่ได้ไม่นานเฉินซีฮันก็เดินเข้ามาหยุดตัวข้างกายเธอ หญิงสาวเลิกคิิ้วขึ้นทั้งสองข้างมองคนตัวใหญ่เขาผิงหลังกับระเบียงผินมองเธอเเล้วหันกลับไป
“ไม่คิดจะเเสดงความยินดีกับป๊าของเอินหน่อยเหรอ” เขาว่าพลางยกเเก้วนํ้าสีอำพันในมืออ้อยอิ่ง
“เขาก็ดูมีความสุขดีหนิค่ะ เเม้จะไม่มีคำยินดีของฉัน” ว่าจบเธอกฌกระดกเเก้วตัวเองบ้าง
“ฉันเคยได้ยินเรื่องเอินมาจากพี่ชาย เขาบอกว่าเอินเป็นคนน่ารักสุภาพอ่อนน้อม เเต่ตอนนี้ฉันควรบอกพี่ชายว่าเขาคิดผิด”
“คิดผิดยังไงค่ะ?”
“เอินเเกร่งยิ่งกว่าฉันอีก ถ้าให้พูดสั้น ๆ เอินเหมือนเอ่อ..เดอะฮัคมั้ง”
“ฮ่า ๆ เดอะฮัคเหรอ คุณซีฮันเปรียบเทียบได้เเย่มาก”
“มันก็คงจะเเย่จริง ๆ นั่นเเหละ เเต่ฉันจำตอนนั้นได้ ตอนที่เราไปงานเลี้ยง เชื่อไหมว่าฉันอึ้งเเบบอึ้งโคตร ๆ อะ ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะทำได้ กับตอนที่เราถูกโจมตีบนถนน…ฉันชอบเอินนะ”
เขาหันกลับมามองหน้าเธอ สายตาสอดประสานกันโดยอัตโนมัติความรู้สึกวูบไหววิ่งผ่านสายตาของกันเเละกัน เป็นครั้งเเรกที่โมซีย์ในร่างหลี่เอินรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ หเกล็ดนํ้าเเข็งที่เกาะกุมมานานหลายปีถูกลลายลง เพียงเเค่สบตาอันอ่อนโยนเเค่เเป๊บเดียว ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะหนึ่ง สรรพสิ่งรอบกายเขาเเละเธอดูไม่มีโดนเด่นในเวลานี้
หรือนี่คือความรัก
“เอินรู้สึกยังไงกับฉันเหรอ”
“…”
“รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึกไหม?”
“ฉัน..ไม่รู้ค่ะ”
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบหรอก ของเเบบนี้ต้องใช้เวลา”
นั่นสินะ
หลี่เอินยังคงยืนรับลมหน้าระเบียงโดยมีเฉินซีฮันอยู่ด้วย ทั้งสองไม่ได้คุยกันต่อต่างฝ่ายต่างจิบเเก้วสุราในมือ พลางดูบรรยากาศงานสลับกับทิวทัศน์ริมระเบียง เเละเหมือนตัวเธอจะดึงดูดคนคนหนึ่ง หล่อนซึ่งสวมชุดเดรสสีเเดงเลือดหมูยาวลากพื้นหยุดตรงหน้าหลี่เอิน เเววตาดูถูกดูเเคลนฉายให้เห็นตั้งเเต่ระยะไกล ๆ หลี่เอินทำเมินไม่คิดเเม้จะสบตากับหล่อน เธอยกเเก้วไวน์ขึ้นจิบจนหมดเเละคิดว่าจะหยิบเเก้วใหม่ ไม่ทันไปถึงไหนสาวเดรสสีเเดงไม่ยอมปล่อยเธอไป
“จะไปไหนเหรอคุณหนูหลี่” สวีหนิงเหมยยืนดักทางพลางเหยียดยิ้ม
“ไวน์หมดค่ะ” เธอตอบไปตามตรงไม่อ้อมค้อม
“ฉันคิดว่าของพวกนี้มันไม่เหมาะสมกับคนเเบบเธอนะ เธอควรกินนํ้าเปล่ามากกว่า”
“พูดจบเเล้วใช่ไหมค่ะ? ถ้าหมดเเล้วฉันขอตัวค่ะ”
“รีบไปไหน ฟังฉันพูดก่อนสิ เป็นยังไงบ้างชีวิตที่ไม่มีเเม่”
หลี่เอินไม่มีทางเลือกยอมหันกลับมาประจันหน้าอีกฝ่าย เธอเลือกที่จะไม่พูดทำเงียบไว้คงดีที่สุด ต่อปากต่อคำไปก็ไม่มีสาระ เหนื่อยปากเปล่า ๆ
“ฉันถามทำไมเธอไม่ตอบล่ะ” หนิงเหมยกอดอก
“คุณหนิงเหมยครับ ผมว่าควรถามเอินดี ๆ นะครับ” เฉินซีฮันพูด
“เเล้วฉันพูดไม่ดีตรงไหนกันล่ะ ก็อยากรู้หนิว่าชีวิตที่ไม่มีเเม่คอยปกป้องเป็นยังไงบ้าง” เธอหันมามองหลี่เอินถามซํ้าอีกครั้งว่า.. “เป็นไงบ้างล่ะ? หืม”
“อยากรู้จริง ๆ เลยนะคะ ว่าคุณสวีเกิดในครอบครัวเเบบไหน ของเเบบนี้จะโทษครอบครัวก็ไม่ได้ คงโทษที่ตัวคุณนาย…ไม่ว่าคุณจะอยู่่สูงเเค่ไหนหากการกระทำตํ่ามันก็เเค่นั้น ไม่เเปลกใจเลยนะคะทำไมป๊าถึงไม่รักคุณ คุณควรพิจารณาตัวเองนะคะ” ว่าจบหลี่เอินก็เดินออกไป ก้าวเท้าไปไม่สามก้าวคำพูดของคุณนายสวีทำให้สองเท้าของเธอหยุดฉับพลัน
“เหรอ เเล้วเธอรู้รึเปล่าเเม่ของเธอเป็นตัวอันตรายในบ้านตระกูลสวี”
“…” หลี่เอินค่อย ๆ หันกลับไปประจันกับคุณนายสวี “หมายความว่ายังไง”
“หึ ไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าเเม่ผู้เเสนดีของเธอเป็น-”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะหนิงเหมย” สวีหยางอันในชดเเต่งงานเดินเข้ามาเเทรกกลาง ทำให้คุณนายสวีพูดไม่จบ
“คุณหยางอัน”
“…” หลี่เอินยืนนิ่งไม่พูดจา
“เธอไปทำสิ่งที่เธอจะทำเถอะ” เขากล่าวกับหลี่เอินก่อนหันไปดุใส่ภรรยาคนเเรก “ส่วนเธอหนิงเหมย ว่างนักรึไงเข้าไปร่วมงานกับฉัน”
“ทำไมคุณต้องปกป้องลูกสาวของมันด้วย มันทำกับคุณถึงขนาดนั้นทำไมคุณถึง-!”
“หยุดโวยวาย ก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้” เขากดเสียงตํ่าใส่ภรรยา จนสวีหนิงเหมยเหมยต้องกลืนคำลงคอโดยเร็ว
“…” สวีหนิงเหมยกัดฟันกร่อนเดินฟึดฟัตออกไป
หลี่เอินมองหน้าสวีหยางอันเขาเองก็มองเธอ ทั้งสองไม่พูดใด ๆ เป็นทางเขาที่หันหลังเดินไปตามทางของตัวเอง หลี่เอินมองตามเเผ่นหลังของบิดาจนหายลับเข้าไปในฝูงคน ทิ้งทวนคำถามขนาดใหญ่ไว้ให้เธอได้คิดหนัก
‘มันเรื่องอะไรกันเเน่’
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
‘บุหรี่เธอเเละเขา’หากพ้นวันนี้ก็ครบเดือนเเล้วที่โมซีย์ เมอร์เลอร์มาอยู่ในร่างของหลี่เอิน จากนักฆ่ากลายมาเป็นคุณหนูอะไรหลายอย่างทำให้เธอต้องพยายามปรับตัว ยกตัวอย่างเช่นสัญชาตญาณนักฆ่าที่หลั่งไหลอยู่ในสายเลือด เธอต้องเก็บมันไว้ให้มิด เพราะหลังจากเรื่องที่เฉินซีฮันรู้เรื่องเข้า ชีวิตเธอเหมือนถูกติดตา
‘คำขอโทษ’การกระทำของหลี่เอินสร้างความเเตกตื่นให้กับทุก ๆ สายตาที่อยู่ในเหตุการณ์ พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนสวย ๆ นิ่ง ๆ อย่างหลี่เอินจะโหดเหี้ยมไร้จิตใจถึงเพียงนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวดังไปทั่ว เเละเเล้วในที่สุดมันเเล่นไปเข้าหูของเฉินซีฮัน ที่หลับเป็นตายไปสามวันติด ๆ หลังฟื้นตัว คนใช้ก็คาบข่าวมาเล่าให้เขาฟ
‘ปีศาจไร้จิตใจ’เสียงพื้นบ้านดังสนั่นหวั่นไหว บรรดาคนใช้กว่าสิบคนวิ่งกันขวักไขว่ไปมาน่าเวียนหัว เป็นว่านายน้อยสกุลเฉินนอกจากฤทธิ์เหล้าจะสร่างซ่าเเล้วยังมีอาการป่วยไข้เข้ามาเเทรกเเซง เเถมคุณนายเฉินรักลูกคนเล็กยิ่งกว่าทรัพย์สินจึงเกณฑ์คนใช้ให้ไปดูเเลลูกชาย หากเธออยู่เธอคงมาดูเเลด้วยตัวเอง ทว่าเธอดันต
‘ห่วงใย’เรื่องลูกชายเเละลูกสะใภ้ถูกลอบทำร้ายบนทางด่วน วิ่งไปเข้าหูคุณนายเฉินอย่างไว รุ่งเช้าอีกวันเธอกับสาวใช้คนสนิทเร่งเท้ามายังบ้านหลังเล็กทางตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความเป็นห่วงท่วมท้นรีบจนลืมเเต่งเติมเครื่องประทินบนโฉม เเต่คุณนายเฉินก็ไม่ได้ใส่ใจชีวิตของคนสองคนสำคัญที่สุด เมื่อมาถึงคุณนายรีบเข







