Share

ตอนที่ 2 หาทางรอด

last update Last Updated: 2026-01-12 13:15:20

“แม่นางหลิน อาหารว่างเจ้าคะ” เสียงสาวใช้ที่ยกถาดอาหารว่างและน้ำชามาให้ดังขึ้นมาจากหน้าห้อง พร้อมกับเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามา

หากจำไม่ผิดหลินฉงหยูเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน เสวี่ยเหวินเจิ้งเคยจะมอบสาวใช้ให้นาง แต่ฮูหยินเสวี่ยผู้เป็นมารดากลับไม่ยินยอม ให้นางอยู่ในฐานะแขกแต่ไม่ให้มีสาวใช้ปรนนิบัติเป็นการส่วนตัว เสวี่ยเหวินเจิ้งจึงให้สาวใช้มาปรนนิบัตินางเฉพาะเรื่องทั่วไปเท่านั้น

“ขอบใจเจ้ามาก”

เมื่อได้ยินคำขอบคุณ สาวใช้ที่เคยถูกข่มเหงก็ต้องประหลาดใจ ครั้งก่อนนางยกอาหารมา หลินฉงหยูตำหนิว่าอาหารเย็นชืดแล้วปัดถ้วยชามหล่นลงพื้น พอคุณชายใหญ่เสวี่ยมาถึงก็ฟ้องว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนเกือบจะโดยสั่งโบย ดีที่พ่อบ้านไปรายงานเสวี่ยฮูหยินตนจึงไม่ถูกลงโทษ

“จะให้ข้านำผ้าไปซักเลยหรือไม่” ผินเยว่ถามเสียงเบา

“อืม เอาไปสิ” หลินฉงหยูพยักหน้ารับ ให้นางซักเองก็คงไม่รู้หรอกว่าซักยังไงแล้วซักที่ไหน ให้เป็นหน้าที่ของสาวใช้น่ะดีแล้ว

“เจ้าชื่ออะไร” ยังไม่ทันได้ก้าวไปหยิบเสื้อผ้าที่อยู่หลังฉากกั้นก็ถูกถามขึ้นมา ผินเยว่ตัวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกังวลก่อนจะบอกชื่อตัวเองไป

“ผินเยว่เจ้าค่ะ”

“อาเยว่ ซักผ้าเสร็จแล้วเจ้าเข้ามาหาข้า ข้ามีเรื่องจะสอบถามเจ้า” หลินฉงหยูพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ไม่เชิงเป็นการออกคำสั่งนัก

“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับปาก แล้วรีบไปหยิบเสื้อผ้าของนางออกไปจากห้อง

หลินฉงหยูนั่งลงที่โต๊ะมุกกลางห้อง รินน้ำชาแล้วนั่งจิบอย่างช้า ๆ พร้อมกับใช้ความคิดไปด้วย

สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าพร้อมกับ ประตูห้องที่ถูกเปิดออก คนที่เดินเข้ามามีใบหน้าที่หล่อเหลา ส่วนประกอบของใบหน้าลงตัวกันอย่างเหมาะเจาะ หากเดาไม่ผิดเขาคือพระเอกของนิยายเรื่องนี้

“เสวี่ยเหวินเจิ้ง?” หลินฉงหยูเรียกชื่อตัวละครที่น่าหมั่นไส้เพราะมองความจริงไม่ออกด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่มั่นใจนัก

“เจ้าเรียกข้าเช่นนั้น เป็นอะไรไป ไม่เรียกพี่เหวินเจิ้งแล้วหรือ” ขุนนางหนุ่มในวัยยี่สิบสองเดินเข้ามาในห้อง นางลุกขึ้นคารวะตามธรรมเนียมอย่างในนิยาย รอให้เขานั่งลงแล้วจึงนั่งตาม

“พี่เหวินเจิ้งมาหาข้ามีธุระอันใดหรือไม่” โชคดีที่เคยดูละครจีนโบราณอยู่มาก จึงแสดงท่าทีและพูดจาได้เข้ากับยุคสมัย พร้อมกับเตือนตัวเองว่าต่อไปไม่ว่าจะความคิดหรือคำพูดจาจะต้องไม่หลุดพูดภาษาปัจจุบัน

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไปที่เรือนรับรองของคุณหนูโจว ไปทำอะไรหรือ”

คำถามนั้นทำให้นางเงียบไป สถานการณ์เปลี่ยนจึงทำให้เรื่องนี้ไม่ไปถึงหูเสวี่ยฮูหยินจึงไม่ได้เกิดเรื่องราวใหญ่โต แต่สาวใช้คงเอาไปพูดต่อ ๆ กันเอง

“ข้าหากำไลหยกที่ท่านเคยให้ข้าไม่เจอ เข้าใจว่าเป็นคุณหนูโจว คิดมากว่านางอยากแย่งกำไลไปจากข้า คงเพราะกังวลเรื่องที่นางเป็นคู่หมั้นของท่านจนคิดมากไป เป็นข้าที่เลอะเลือนและได้ขอโทษคุณหนูโจวไปแล้ว หากพี่เหวินเจิ้งจะโกรธข้าก็เข้าใจ” หลินฉงหยูกล่าวตามความจริง

หนึ่งในแผนการคือการที่อยากถูกเขาขับไล่ออกจากสกุลเสวี่ย เดินทางไปใช้ชีวิตที่ชนบท แต่คิดดูแล้วถ้าถูกส่งมาในบทบาทนางร้ายคงทำเช่นนั้นไม่ได้ จึงได้ล้มเลิกแผนการนี้ไป

แผนการต่อมาคือการเปลี่ยนสถานการณ์ให้ตนเองได้เปรียบและอยู่รอด กว่าจะถึงงานแต่งงานของเสวี่ยเหวินเจิ้งและโจวเยี่ยนหงก็อีกสามเดือน สามเดือนนี้นางจะต้องหาทางออกจากสกุลเสวี่ย ไม่ยอมใช้ผู้ชายร่วมกับใคร และเปลี่ยนตอนจบให้หลินฉงหยูยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นจะได้ออกจากโลกนิยายหรือว่าจะกลายเป็นตัวเอกต่อไปก็ค่อยว่ากันในภายหลัง

“เฮ้อ เอาเถอะ ข้าเข้าใจเจ้า ข้ารับปากว่าจะตบแต่งเจ้าเป็นภรรยาแต่ไม่สามารถให้ตำแหน่งฮูหยินแก่เจ้าได้ ข้าละอายใจยิ่งนัก” เสวี่ยเหวินเจิ้งพูดด้วยความหนักอก น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความกังวล

เขาไม่ได้มีใจต่อคุณหนูโจวแม้แต่น้อย อยากแต่งงานครองรักกับหลินฉงหยู สตรีที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ตอนที่บาดเจ็บจากการถูกโจรป่าดักปล้นขณะที่เดินทางไปต่างเมือง

นางยอมที่จะอยู่ในฐานะแขกของเขา พอแต่งงานกับโจวเยี่ยนหงก็เป็นได้แค่นางบำเรออุ่นเตียงให้แก่เขาเท่านั้น แต่หลินฉงหยูก็ยินยอมเพื่อให้ได้อยู่กับตน เขาช่างซาบซึ้งและรู้สึกผิดต่อนางยิ่งนัก

“ข้าต่างหากที่ละอายใจ ท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้วแทนที่ข้าจะยอมแพ้แล้วเป็นฝ่ายถอยกลับไป แต่กลับดึงดันจะอยู่ต่อที่นี่ นอกจากจะทำให้ท่านและสกุลเสวี่ยลำบากใจแล้ว ยังทำให้ว่าที่ฮูหยินน้อยเสวี่ยรู้สึกแย่ ยังไม่แต่งงานว่าที่สามีก็พาหญิงอื่นมาด้วยแล้ว ถ้าข้าออกไปจากสกุลเสวี่ยตอนนี้ก็คงจะดีต่อทุกฝ่าย” น้ำเสียงนั้นสั่นเบาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

หลินฉงหยูแสดงได้สมบทบาทนางร้ายจนอดหมั่นไส้ตัวเองไม่ได้

“เจ้าห้ามไปจากข้า หากไม่มีเจ้าข้าจะอยู่ได้อย่างไร ฉงหยู อย่าได้คิดจะไปจากสกุลเสวี่ย ข้าสัญญาว่าในภายภาคหน้าข้าจะทำให้เจ้ามีหน้ามีตา ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในฐานะ...นั้น” เขาไม่อยากเอ่ยคำว่านางบำเรอให้นางรู้สึกสะเทือนใจ

หลินฉงหยูคิดอยู่แล้วว่าการไปจากสกุลเสวี่ยนั้นไม่ง่าย ถ้าง่ายแบบนั้นนางก็คงไม่มาโผล่ในนิยายเรื่องนี้

“และถึงแม้ข้าจะแต่งงานกับนาง ข้าก็จะไม่เข้าหอด้วย ทุก ๆ คืนของข้าจะเป็นของเจ้า” เขาให้คำสัญญา แต่นางรู้ว่ามันไม่จริง ไม่เช่นนั้นโจวเยี่ยนหงจะตั้งครรภ์ได้อย่างไร

อีกสามเดือนในคืนแต่งงาน เขาจะถูกมารดาวางยากำหนัดในสุรา ทั้งเขาและโจวเยี่ยนหงต่างก็ถูกวางยาด้วยกันในคืนเข้าหอ จนนำมาสู่การตั้งครรภ์หลังจากคืนนั้นเพียงครั้งเดียว

“อย่าสัญญาเลยเจ้าค่ะ ชายหญิงอยู่ชิดใกล้ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จากนี้ไปจนถึงวันแต่งงานท่านมีโอกาสศึกษานิสัยใจคอกับคุณหนูโจวและอาจจะเกิดความรักต่อกัน ถึงตอนนั้นท่านจะรู้ว่าที่ท่านรู้สึกต่อข้าเป็นเพียงความรู้สึกที่อยากตอบแทนบุญคุณเท่านั้น” นางกล่าวเสียงนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ

“ไม่ใช่ ข้า...”

“อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยเจ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านกับนางได้พูดคุยและสนิทสนมกันเอาไว้ อย่างน้อยถึงท่านมั่นใจว่าไม่ได้คิดจะรักนาง แต่หากนางเข้าใจท่านและเป็นมิตรต่อข้า ข้าเองก็จะได้อยู่อย่างสงบสุข เช่นนั้นจะไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ หากท่านตั้งแง่กับนาง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าอาจจะไม่พอใจและคิดว่าเป็นเพราะข้ายุยงท่าน” หลินฉงหยูหว่านล้อมให้เขาเห็นด้วย

นางจะใช้โอกาสนี้เปิดโอกาสให้ทั้งคู่รักกัน จากนั้นหากนางจะไปจากที่นี่เสวี่ยเหวินเจิ้งก็จะไม่ต้องลำบากใจและรั้งนางไว้ หลินฉงหยูจะกลายเป็นเพียงตัวประกอบที่เข้ามาทำให้พระนางรักกันแล้วจากไป ไม่ใช่นางร้ายที่ทำลายความรักอีกต่อไป

“ได้ ข้าจะทำดีกับนาง และผูกมิตรเอาไว้ แต่เจ้าจะทำใจได้หรือ ไม่ใช่ว่าจะคิดมากจนเก็บเอาไปนอนร้องไห้หรอกนะ” เขาพูดเย้านางในตอนท้าย

หลินฉงหยูยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากที่กำลังยิ้มกว้างกับคำพูดของเขา หากเป็นตัวละครตัวจริงคงอกแตกตายไปแล้วกระมัง แต่นางที่สวมบทบาทหลินฉงหยูในตอนนี้ มีแต่จะยินดีหากเขารักกับโจวเยี่ยนหงได้

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นนางบำเรอตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า   ตอนที่ 5 เป้าหมายหลัก

    ขณะที่เดินกลับไปยังหอนอนหลินฉงหยูก็สังเกตไปยังรอบ ๆ บริเวณ ในใจอยากข้ามฉากไปโดยไม่ต้องเก็บรายละเอียดเหล่านี้ แต่ว่าอยากถามข้อมูลอื่น ๆ จากผินเยว่ไปในตัว“เรือนรับรองอยู่ทางด้านซ้ายเจ้าค่ะ ห้องใหญ่เป็นที่พำนักของคุณหนูโจวอยู่ส่วนหน้า ส่วนห้องเล็กตรงสุดทางเดินเป็นของท่าน” ผินเยว่กล่าวขณะที่เดินผ่านทางเดินไปยังเรือนรับรอง“เรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า ข้าต้องขอโทษด้วย เป็นความผิดข้าเอง ช่วงนั้นข้าแค่กดดันและรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ แต่กลับเอาไปลงกับเจ้าแทน” คำขอโทษที่ผินเยว่ไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ“เจ้าค่ะ” สาวใช้วัยสิบหกไม่รู้จะตอบกลับเช่นไรจึงได้แต่ตอบรับไปสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพไม่มีนายที่ขอโทษบ่าว แต่นางยังไม่ใช่เจ้านายและไม่มีวันได้เป็นเจ้านาย ดังนั้นหากจะขอโทษเพื่อผูกมิตรก็คงไม่ผิดนักขณะที่กำลังเดินเข้าสู่ทางเดินที่จะไปเรือนรับรอง หลินฉงหยูก็เห็นว่าเสวี่ยเหวินเจิ้งเดินมากับโจวเยี่ยนหงโดยมีสาวใช้ของนางเดินตามมาห่าง ๆ ใบหน้าคุณหนูใหญ่โจวนั้นดูยิ้มแย้ม กิริยาอ่อนหวาน และแฝงไว้ด้วยความเขินอายเมื่อได้เดินเคียงข้างบุรุษในขณะที่เสวี่ยเหวินเจ

  • เกิดใหม่เป็นนางบำเรอตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า   ตอนที่ 4 คำชื่นชม

    อาหารถูกจัดเป็นสำรับแยกของแต่ละคน อาหารของวันนี้มีแต่อาหารที่ฮูหยินผู้เฒ่าชอบ โดยเฉพาะปลาผัดเปรี้ยวหวานที่วันนี้สีของอาหารดูมีสีสันและหน้าตาต่างจากที่เคย“ปลาผัดเปรี้ยวหวานนี้ดูต่างจากที่เคย เปลี่ยนคนทำหรือ” หม่าหรูหรง เหล่าฮูหยินถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย“ว่าไงอาช่วน อาหารจานนี้ใครเป็นผู้ทำ” อันเหม่ยจิงผู้เป็นลูกสะใภ้หันไปถามบ่าวคนสนิทของตน พร้อมกับยิ้มส่งสัญญาณให้แก่กัน“เรียนฮูหยิน ปลาผัดเปรี้ยวหวานนี้เป็นฝีมือของแม่นางหลินเจ้าค่ะ” ไป๋ช่วนรายงานด้วยน้ำเสียงที่สุภาพเสวี่ยเหวินเจิ้งอมยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้ว่าอาหารตรงหน้าเป็นฝีมือของหญิงที่ตนรักใคร่ โจวเยี่ยนหงสังเกตสีหน้าของชายคู่หมั้นก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้หญิงชราที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุดของบ้านกินปลาเปรี้ยวหวานแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ“รสชาติดี หวานนำ เปรี้ยวตาม รสชาติกลมกล่อมไปอีกแบบ กินแล้วรู้สึกสดชื่นดี” คำกล่าวชมนั้นทำให้เสวี่ยเหวินเจิ้งอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ปลาเปรี้ยวหวานจานนี้ถือว่าทำได้ดีจริง ๆ” เสวี่ยซิ่วหยุน เสนาบดีกรมยุติธรรม บิดาของเสวี่ยเหวินเจิ้งเองก็ชื่นชอบในรสชาตินี้ และกล่าวชมออกมาตามตรง จนภรรยาอย่างอันเหม่ยจิงสบตาก

  • เกิดใหม่เป็นนางบำเรอตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า   ตอนที่ 3 ช่วยงานครัว

    ประตูห้องของหลินฉงหยูถูกเปิดขึ้นในตอนเช้า ทำให้เจ้าของห้องที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจกับเสียงปลุกนั้น“หลินฉงหยู ฮูหยินใหญ่ให้มาตามเจ้าไปช่วยงานที่ครัว ไม่รู้เลยหรือว่าพรุ่งนี้มีงานสำคัญ” เสียงดุดันของไป๋ช่วน บ่าวรับใช้ข้างกายอันเหม่ยจิงมารดาของเสวี่ยเหวินเจิ้ง กำลังปลุกนางขึ้นมาเพื่อให้ไปช่วยงานในครัวร่างอรชรลุกขึ้นนั่งมองคนที่เข้ามาปลุก พลางคิดว่าสมัยนี้จะเข้าห้องใครก็ได้ไม่ต้องเคาะขออนุญาตกันเลยหรือ แล้วงานฉลองก็พรุ่งนี้เช้าแต่กลับมาปลุกให้ไปเตรียมของในห้องครัวตั้งแต่วันนี้แต่เช้ามืด เนื้อสัตว์จะไม่มีกลิ่น ผักจะไม่เหี่ยวหรอกหรือ แบบนี้จงใจกลั่นแกล้งนางชัด ๆ“เดี๋ยวข้าตามออกไป” น้ำเสียงนั้นรับปากอย่างเสียไม่ได้“ให้มันเร็ว ๆ เข้าล่ะ” สาวใช้รุ่นใหญ่กล่าวก่อนจะเดินนำสาวใช้อีกสองคนออกไป มาปลุกแค่นี้ก็มากันตั้งสามคน ตั้งใจจะข่มขวัญให้นางกลัวหรืออย่างไรกันหลินฉงหยูเดินไปหลังฉากกั้น คิดได้ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการแต่งกายไม่ต้องกล่าวถึงให้มาก เพียงหลับตาแล้วจินตนาการถึงฉากต่อไปที่ตนแต่งตัวเสร็จแล้ว พอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้วล

  • เกิดใหม่เป็นนางบำเรอตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า   ตอนที่ 2 หาทางรอด

    “แม่นางหลิน อาหารว่างเจ้าคะ” เสียงสาวใช้ที่ยกถาดอาหารว่างและน้ำชามาให้ดังขึ้นมาจากหน้าห้อง พร้อมกับเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาหากจำไม่ผิดหลินฉงหยูเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน เสวี่ยเหวินเจิ้งเคยจะมอบสาวใช้ให้นาง แต่ฮูหยินเสวี่ยผู้เป็นมารดากลับไม่ยินยอม ให้นางอยู่ในฐานะแขกแต่ไม่ให้มีสาวใช้ปรนนิบัติเป็นการส่วนตัว เสวี่ยเหวินเจิ้งจึงให้สาวใช้มาปรนนิบัตินางเฉพาะเรื่องทั่วไปเท่านั้น“ขอบใจเจ้ามาก”เมื่อได้ยินคำขอบคุณ สาวใช้ที่เคยถูกข่มเหงก็ต้องประหลาดใจ ครั้งก่อนนางยกอาหารมา หลินฉงหยูตำหนิว่าอาหารเย็นชืดแล้วปัดถ้วยชามหล่นลงพื้น พอคุณชายใหญ่เสวี่ยมาถึงก็ฟ้องว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนเกือบจะโดยสั่งโบย ดีที่พ่อบ้านไปรายงานเสวี่ยฮูหยินตนจึงไม่ถูกลงโทษ“จะให้ข้านำผ้าไปซักเลยหรือไม่” ผินเยว่ถามเสียงเบา“อืม เอาไปสิ” หลินฉงหยูพยักหน้ารับ ให้นางซักเองก็คงไม่รู้หรอกว่าซักยังไงแล้วซักที่ไหน ให้เป็นหน้าที่ของสาวใช้น่ะดีแล้ว“เจ้าชื่ออะไร” ยังไม่ทันได้ก้าวไปหยิบเสื้อผ้าที่อยู่หลังฉากกั้นก็ถูกถามขึ้นมา ผินเยว่ตัวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกังวลก่อนจะบอกชื่อตัวเองไป“ผินเยว่เจ้าค่ะ”“อาเยว่ ซักผ้าเสร็จแล้วเจ้าเข้ามาห

  • เกิดใหม่เป็นนางบำเรอตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า   ตอนที่ 1 นิยายน้ำเน่า

    เสียงฟ้าร้องดังจนหลังคาเรือนสะเทือน ทำให้หญิงงามที่กำลังเงื้อมือสุดแขนเตรียมจะตบหน้าสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ต้องชะงักค้างเอาไว้ดวงตาเรียวเล็กสั่นไหวด้วยความงุนงง มองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจโดยที่ยังเงื้อมือเล็ก ๆ ของตนค้างเอาไว้“ตบข้าเลยสิเจ้าคะ หากจะทำให้แม่นางหลินพอใจ แต่อย่าทำร้ายคุณหนูของข้า” เสียงของหญิงวัยสิบเจ็ดที่ออกรับแทนคุณหนูของตน ทำให้คนที่ถูกเรียกว่า แม่นางหลิน ค่อย ๆ ลดมือของตนเองลง แล้วยิ่งแปลกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า‘นี่เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วฉากโบราณพวกนี้กับคนพวกนี้คืออะไรกัน’ หญิงสาวคิดด้วยความงุนงง“หลินฉงหยู จะรังแกกันมากไปแล้วนะ ของก็อยู่กับตัวเจ้า จะมาใส่ร้ายข้าได้หรือ ข้าโจวเยี่ยนหงแม้จะไม่ใช่หญิงที่คุณชายเสวี่ยรัก แต่อย่างน้อยข้าก็จะได้ตบแต่งเข้าไปเป็นภรรยาอย่างถูกต้อง ส่วนเจ้าแม้จะได้รับความรักแล้วอย่างไร สกุลเสวี่ยไม่มีใครยอมรับเจ้าแม้กระทั่งสถานะอนุก็ไม่ได้แต่งเข้า หากข้าจะจัดการเจ้าจริง ๆ ด้วยตำแหน่งบุตรีแม่ทัพปราบอุดร ถึงตอนนั้นคิดว่าเสวี่ยเหวินเจิ้งจะปกป้องเจ้าได้หรือ” สตรีที่ชื่อโจวเยี่ยนหงกล่าวขึ้นมา ไม่ยอมให้ตนถูกใส่ร้ายหญิงสาวผู้ที่ไม่รู้ว่าตนมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status