Share

ตอนที่ 2 : หมากบนกระดานอำนาจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 21:01:42

ตอนที่ 2 : หมากบนกระดานอำนาจ

สายตาคมกริบของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ กวาดมองร่างที่เปียกปอนและสั่นเทาบนเตียงด้วยความรู้สึกที่อ่านได้ง่ายดาย มันคือความ "เบื่อหน่าย"

เขาไม่ได้มีความห่วงใย หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวในแววตานั้น มีเพียงความเอือมระอาอย่างถึงที่สุด ราวกับกำลังมองดูเด็กเอาแต่ใจที่ลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้นเพื่ออยากได้ของเล่น

สำหรับเขา นี่ก็แค่การแสดงฉากหนึ่ง เป็นลูกไม้ตื้นๆ เพื่อ "เรียกร้องความสนใจ" เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นางคงหวังให้เขาวิ่งเข้ามาประคอง พร่ำบอกคำรัก หรือแสดงความหึงหวง แต่มันไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะความอดทนของเขาที่มีต่อสตรีผู้นี้มันหมดไปนานแล้ว

"พอใจหรือยัง?" เขาถามเสียงเรียบ "เลิกเล่นละครได้แล้ว"

ทว่าสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวตรงหน้า กลับไม่ใช่คำตัดพ้อต่อว่า หรือคำอ้อนวอนขอความรักอย่างที่เขาคาดคิด ริมฝีปากที่ซีดขาวและสั่นระริกของนางขยับช้าๆ

"หย่ากับข้าเถอะ..."

คำพูดนั้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบ

เยว่ซินไม่ได้พูดเพื่อประชดประชัน แต่เธอพูดเพราะไม่อาจทนมองหน้าผู้ชายคนนี้ได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่สบตาเขา ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดกรีดแทงหัวใจก็กำเริบขึ้นมา มันคือความเจ็บปวดที่ตกค้างมาจากเจ้าของร่างเดิม ความรักที่แปรเปลี่ยนเป็นความชอกช้ำจนแทบใจสลาย

เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด พลางหลบสายตาเขา ในหัวสมองตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวายจนแทบระเบิด

(นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...)

จิตใต้สำนึกของเธอกรีดร้องลั่น เธอยกมือขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ

(ฉันไม่ใช่เยว่ซิน! ฉันไม่ใช่พระชายาบ้าบออะไรนี่!)

ภาพความทรงจำที่แท้จริงซ้อนทับขึ้นมา เธอคือลูกครึ่งไทย-จีน หญิงสาวยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยมาโดยตลอด เธอมีความฝัน มีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการสืบสานธุรกิจครอบครัว เธอจึงตัดสินใจสอบชิงทุนและบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศจีน คณะแพทย์แผนจีน สาขาสมุนไพรและการปรุงยา เพื่อจะนำความรู้กลับไปพัฒนาธุรกิจที่บ้าน

(ฉันจำได้ว่าฉันแค่นอนหลับ... ฉันเหนื่อยจากการทำวิทยานิพนธ์ แล้วก็เผลอหลับไปบนเตียงในหอพัก...)

แต่พอตื่นขึ้นมา กลับมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ ในยุคสมัยที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต แถมยังมีสามีที่เย็นชาจนน่าขนลุกยืนจ้องหน้าอยู่แบบนี้!

ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ เมื่อความคิดหนึ่งแวบเข้ามา... แล้วร่างจริงของเธอล่ะ? ร่างของ "นักศึกษาปริญญาโท" ที่นอนอยู่ในหอพักนั้น ตอนนี้จะเป็นอย่างไร? หรือว่าเธอจะตายไปแล้ว? ไหลตายไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือ?

ภาพใบหน้าของพ่อกับแม่ที่ใจดี และพี่ชายที่คอยตามใจเธอเสมอ ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ป่านนี้พวกเขาจะรู้หรือยัง? ถ้าพวกเขามาเจอร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ พวกเขาจะเสียใจขนาดไหน?

"ฮึก..."

น้ำตาเม็ดโตไหลพรากลงมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดจากชายตรงหน้า แต่เพราะความคิดถึงบ้านและความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ

จวิ้นอวี้มองดูน้ำตานั้นด้วยความไม่เข้าใจ คิ้วเข้มขมวดมุ่น แววตาของนางดูเจ็บปวดและสูญเสียอย่างแท้จริง ไม่เหมือนมารยาที่เขาเคยเห็น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาหายเบื่อหน่าย

"จะหย่างั้นรึ?" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ฝันไปเถอะ"

"ทำไมล่ะ?"

คำถามนั้นหลุดออกจากปากของเยว่ซินอย่างแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยที่บวมช้ำจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีรัตติกาลของเขาอย่างค้นหา

"ในเมื่อท่านรักคนอื่น ในเมื่อเราไม่ได้รักกัน แล้วทำไมท่านถึงไม่ยอมหย่า?"

เธอมองเขาด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความคาดหวังเล็กๆ คาดหวังในความเป็นมนุษย์ของเขา ลึกๆ แล้วเธอแอบหวังว่าที่เขาปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อครู่ อาจจะเป็นเพราะเขายังมี 'เศษเสี้ยวความผูกพัน' ต่อเจ้าของร่างเดิมหลงเหลืออยู่บ้าง หรืออย่างน้อย เขาก็คงไม่อยากทนเห็นหน้าผู้หญิงที่เขาเกลียดทุกวันหรอก ใช่ไหม?

ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมา มีเพียงแววตาที่แฝงความดูแคลนและรอยยิ้มที่มุมปากที่เต็มไปด้วยความสมเพช

"หึ..."

จวิ้นอวี้แค่นเสียงในลำคอ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนเยว่ซินต้องผงะถอยหลัง

"ดูเหมือนว่าการจมน้ำในครั้งนี้ จะทำให้เจ้า 'โง่' ลงไปจริงๆ สินะ"

คำพูดนั้นเสียดแทงจนหน้าชา แต่ประโยคต่อมากลับกรีดลึกยิ่งกว่า

"เยว่ซิน เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นใคร? และข้าเป็นใคร?" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "การแต่งงานพระราชทานระหว่างเชื้อพระวงศ์กับบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารครึ่งค่อนแผ่นดิน เจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นขายของที่นึกจะเลิกก็เลิกได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ?"

ฉับพลันนั้น เยว่ซินก็รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดซัดเข้าที่หน้าอีกครั้ง ความทรงจำและความรู้ของเจ้าของร่างเดิมไหลบ่าเข้ามาตอกย้ำความผิดพลาดของเธอ

ใช่... เธอ "ลืม" ไปเสียสนิท

เธอเอาตรรกะของคนยุคปัจจุบันที่ว่า 'หมดรักก็แค่หย่า' มาใช้ตัดสินเรื่องราวในยุคโบราณแห่งนี้ สำหรับที่นี่ การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือเรื่องของ "การเมือง" และ "อำนาจ"

จวิ้นอวี้เหยียดยิ้มเย็นชาเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของนาง

"บิดาของเจ้า ท่านแม่ทัพเยว่ ผู้ซึ่งรักลูกสาวคนเดียวยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ ยอมมอบอำนาจสนับสนุนข้า ก็เพื่อให้เจ้านั่งอยู่บนตำแหน่งพระชายาเอก" เขากระซิบความจริงที่โหดร้ายใส่หน้านาง "หากข้าหย่ากับเจ้า ก็เท่ากับข้าประกาศสงครามกับตระกูลเยว่ และทำลายฐานอำนาจของตัวเอง"

เขาใช้มือเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้สบตา

"เข้าใจหรือยัง? ว่าทำไมข้าถึงไม่หย่า?"

ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะผูกพัน และไม่ใช่เพราะสงสาร

"ตราบใดที่เจ้ายังนั่งอยู่ตรงนี้ ในฐานะพระชายา กองทัพตระกูลเยว่ก็จะยังอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า"

ดวงตาของเยว่ซินสั่นระริก ความคาดหวังเมื่อครู่แหลกสลายกลายเป็นผุยผง เธอไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า "หมาก" ตัวหนึ่งบนกระดานการเมืองของพวกเขา เขาไม่ได้เก็บเธอไว้เพราะพิศวาส แต่เก็บไว้เป็น "ตัวประกัน" เพื่อค้ำจุนอำนาจของตัวเองต่างหาก!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนพิเศษ : วิวาห์รัก... สัญญาใจข้ามภพ

    ตอนพิเศษ : วิวาห์รัก... สัญญาใจข้ามภพณ จวนขุนนางกรมพิธีการเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน ขบวนเจ้าสาวที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูวิวาห์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวเมืองเยว่ซิน ในชุดคลุมท้องอ่อนๆ สีชมพูหวาน ยืนเกาะแขน ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ มองดูภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับภาพเจ้าบ่าวในชุดสีแดงมงคลจูงมือเจ้าสาวที่คลุมหน้าด้วยผ้าแดงเดินข้ามกระถางไฟ... ภาพการกราบไหว้ฟ้าดิน... และภาพรอยยิ้มแห่งความสุขของคู่บ่าวสาว"เฮ้อ..."เยว่ซินเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว"เบื่อหรือ?" จวิ้นอวี้ก้มลงถามกระซิบ "ถ้าเจ้าเหนื่อย เรากลับกันเลยไหม? เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ ไม่ควรยืนนาน""เปล่าเพคะ ไม่ได้เบื่อ..." เยว่ซินส่ายหน้า นางมองไปที่คู่บ่าวสาวอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม "ข้าแค่... อิจฉานิดหน่อย""อิจฉา?" คิ้วเข้มของท่านอ๋องเลิกขึ้นสูง "เจ้าเป็นถึงพระชายาเอกของข้า มีอำนาจวาสนาเหนือสตรีทั้งแผ่นดิน ยังมีสิ่งใดต้องอิจฉาเมียขุนนางผู้น้อยอีก?"เยว่ซินย่นจมูกใส่เขา "ท่านไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงหรอก... จริงอยู่ที่ข้าแต่งงานกับท่านแล้ว แต่ตอนนั้น... คนที่เข้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทส่งท้าย : กาลเวลาและพรหมลิขิตนิรันดร์

    บทส่งท้าย : กาลเวลาและพรหมลิขิตนิรันดร์กาลเวลาผันผ่านดั่งสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ...จากเหมันต์ฤดูอันหนาวเหน็บสู่วสันตฤดูที่มวลบุปผาบานสะพรั่ง เรื่องราวร้ายๆ และมรสุมชีวิตที่เคยถาโถมเข้ามาในจวนอ๋อง บัดนี้ได้จางหายไปกลายเป็นเพียงตะกอนความทรงจำ ทิ้งไว้เพียงความสงบสุขและกลิ่นอายของความรักที่อบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้วณ ศาลารับลมกลางสระบัว จวนอ๋องแสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ เยว่ซิน ในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆา นั่งพิงหมอนอิงใบนุ่ม อ่านตำราแพทย์เล่มหนาด้วยท่าทีผ่อนคลาย บนโต๊ะหินอ่อนเบื้องหน้ามีขนมกุ้ยฮวาและชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่ชีวิตของนางในตอนนี้... เรียกได้ว่า "สมบูรณ์แบบ"กิจการร้านค้าของ หลินเวย รุ่งเรืองจนขยายสาขาไปทั่วเมืองหลวง ส่วน มู่หลาน เพื่อนสาวนักฆ่าหน้าตาย ก็ยังคงรับศึกหนักกับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย (พี่รอง) ที่ดูเหมือนไม่ยอมให้ห่างกายทุกอย่างลงตัว... จนเยว่ซินแทบจะลืมไปแล้วว่า ตนเองเคยเป็นใคร หรือมาจากที่ไหน"อ่านตำราอีกแล้วหรือ?"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ จะเดินเข้ามาโอบไหล่นางอย่างเป็นธรรมช

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 45 : บทสรุปแห่งพันธสัญญา

    ตอนที่ 45 : บทสรุปแห่งพันธสัญญาณ ห้องรับรองส่วนตัว เรือนพระชายาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ เยว่ซิน ฟื้นคืนชีพ ที่ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ ยอมอนุญาตให้คนนอกเข้ามาเยี่ยมภรรยาถึงในเรือน หลังจากที่เขาหวงแหนนางราวกับจงอางหวงไข่มานานนับเดือนทันทีที่บานประตูเปิดออก หลินเวย และ มู่หลาน ก็พุ่งตัวเข้ามา"เยว่ซิน!!"สามสาวโผเข้ากอดกันกลม น้ำตาแห่งความดีใจไหลพราก โดยเฉพาะหลินเวยที่ร้องไห้จนตัวโยน ส่วนมู่หลานแม้จะพยายามรักษามาดเข้ม แต่ขอบตาก็แดงก่ำด้วยความโล่งใจ"นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว... นึกว่าเธอทิ้งพวกเราไปแล้วจริงๆ" หลินเวยสะอื้นหลังจากปรับทุกข์และตรวจเช็คสภาพร่างกายกันจนพอใจ เยว่ซินก็สั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไปจนหมด เหลือเพียงพวกนางสามคนในห้องเยว่ซินเริ่มเล่าเรื่องราวตลอด 7 วันที่วิญญาณออกจากร่างให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด... เรื่องที่นางกลับไปเห็นงานศพของตัวเอง เห็นพ่อแม่ร้องไห้ และเห็นร่างที่ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน"สรุปคือ... ที่โลกนู้น ฉันตายไปแล้วจริงๆ พี่" เยว่ซินสรุปด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยว"ในโลกอนาคตไม่มีที่ให้ฉันกลับไปแล้ว... ที่นี่คือบ้านของฉัน และจวิ้นอวี้คือครอบครัว

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 44 : การเกิดใหม่และความลับที่ซ่อนเร้น

    ตอนที่ 44 : การเกิดใหม่และความลับที่ซ่อนเร้นณ จวนอ๋อง... วันที่ปาฏิหาริย์บังเกิดข่าวการฟื้นคืนสติของ พระชายาเยว่ซิน แพร่สะพัดไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว เฉพาะในหมู่คนสนิทและผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกเรือนพักเท่านั้นความตึงเครียดที่ปกคลุมจวนมาตลอดเจ็ดวัน มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตกตะลึงและความยินดีจนทำอะไรไม่ถูก บ่าวไพร่บางคนถึงกับทรุดลงกราบไหว้ฟ้าดิน เพราะทุกคนต่างรู้ดีอยู่เต็มอกว่า... ร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้นสิ้นลมไปแล้วแต่เพราะ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ ผู้เปรียบเสมือนมัจจุราชที่ยืนขวางประตูยมโลก เขาใช้ดาบพาดคอทุกคนที่กล้าเอ่ยปากเรื่อง "การตายของพระชายา" และสั่งตายทุกคนที่คิดจะแพร่งพรายข่าวการตายออกไป... ความบ้าคลั่งและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของเขา ได้ฉุดรั้งนางกลับมาได้สำเร็จจริงๆ!"พระชายา!! ฮือๆๆๆ!"ชิงเหอ สาวใช้คนสนิท ถลาร่างเข้ามาในห้องเป็นคนแรกเมื่อได้รับการแจ้งข่าว นางลืมกฎเกณฑ์มารยาทไปจนหมดสิ้น ทรุดตัวลงข้างเตียง กุมมือนายหญิงของตนมาแนบหน้าผาก ร้องไห้โฮจนตัวสั่นเทา"บ่าวนึกว่า... บ่าวนึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพระองค์อีกแล้ว... ฮือ..."แม้แต่ หยางเฟย องครักษ์หนุ่มผู้เคร่งขร

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 43 : การหลอมรวมดวงจิต

    ตอนที่ 43 : การหลอมรวมดวงจิตความอาลัยอาวรณ์ ความเจ็บปวด และความรักต่อครอบครัวรัดรึงหัวใจจนแน่น... แต่แล้ว... ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เสียงเรียกที่ทรงพลังยิ่งกว่าความตายก็ดังแหวกมิติเข้ามา"เยว่ซิน... กลับมาหาข้า..."เสียงของ จวิ้นอวี้... ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่กำลังจะขาดใจตายหากไม่มีเธอพิมพ์ชะงัก... มองดูพ่อกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้กับภาพความทรงจำในห้องนอน... เพื่อมุ่งหน้าไปตามเสียงเรียกนั้น(ลาก่อนนะคะ... ชาตินี้หนูทำบุญมาน้อย แต่หนูสัญญา... ว่าหนูจะไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในร่างนั้นให้คุ้มค่าที่สุด)แรงดึงดูดมหาศาลกระชากเธอกลับสู่ความมืดมิด...ณ ห้วงมิติสีขาวโพลน... รอยต่อระหว่างภพหลังจากที่วิญญาณของพิมพ์ถูกกระชากกลับมาจากห้องนอนในโลกปัจจุบัน นางไม่ได้ตื่นขึ้นในทันที แต่กลับลอยละล่องมาหยุดอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง... ที่ซึ่งไม่มีทิศทาง ไม่มีกาลเวลา มีเพียงพื้นน้ำนิ่งสงบราวกับกระจกเงาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้าของนาง... ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้สตรีในชุดจีนโบราณสีแดงสดปักลายหงส์... ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แผ่นหลังนั้นดูบอบบางและคุ้นตาเหลือเกิน"คุณ..

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 42 : เจ็ดวันแห่งการจากลา

    ตอนที่ 42 : เจ็ดวันแห่งการจากลาณ ห้องบรรทมที่ถูกปิดตาย... วันที่เจ็ดของการจากลาภายในห้องกว้างที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น บัดนี้กลับเงียบสงัดวังเวง มีเพียงแสงเทียนวูบไหวที่ส่องกระทบเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งงันอยู่ข้างเตียงราวกับรูปสลักหินจวิ้นอวี้ ในสภาพอิดโรย ดวงตาลึกโหลและแดงช้ำจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน นั่งกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาเอาไว้แนบแก้มบนเตียงกว้าง... ร่างไร้วิญญาณของ เยว่ซิน นอนสงบนิ่ง นางสวมชุดผ้าไหมสีกลีบบัวปักลายหงส์คู่มังกรที่งดงามวิจิตรที่สุด ซึ่งเขาเป็นคนบรรจงสวมใส่ให้นางด้วยมือของเขาเอง ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา กลบความซีดเผือดจนดูเหมือนคนที่มีเลือดฝาดในสายตาของจวิ้นอวี้... นางยังคงสวยสดใส งดงามราวกับเจ้าหญิงนิทราที่กำลังหลับฝันหวานทว่า... ความเป็นจริงที่โหดร้ายกลับซ่อนอยู่ใน "ขวดแก้วใบเล็ก" ที่วางอยู่บนหัวเตียงหมอหลวงได้มอบ 'โอสถตรึงสังขาร' ซึ่งเป็นยาวิเศษหายากที่ช่วยคงสภาพร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อย... แต่มันมีฤทธิ์อยู่ได้เพียง "สองอาทิตย์" เท่านั้นหากครบกำหนดสิบสี่วัน แล้วนางยังไม่ฟื้น... ร่างกายที่งดงามนี้จะเริ่มเน่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status