Share

ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

last update Last Updated: 2026-01-13 21:02:49

ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้

สำหรับ เยว่ซิน ที่เคยชินกับการเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไร้ซึ่งเครื่องบอกเวลาที่แม่นยำช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดพิลึก ที่นี่ไม่มีเข็มวินาที ไม่มีตัวเลขดิจิทัล มีเพียงการกะเกณฑ์จากแสงอาทิตย์และเสียงบอกเวลาจากหอระฆังไกลลิบ

"ชิงเหอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"

"ทูลพระชายา ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เจ้าค่ะ"

"แล้วตอนนี้ล่ะ?"

"ยามอู่ (11.00-13.00 น.) เจ้าค่ะ"

สาวใช้คนสนิทอย่าง ชิงเหอ กลายเป็นนาฬิกาเดินได้ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย เยว่ซินต้องคอยหันไปถามนางอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินกิจวัตรประจำวันของตัวเอง

นับตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว

หนึ่งอาทิตย์ที่เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีผู้สูงศักดิ์ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้หายเงียบไปราวกับตายจากกัน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเยว่ซิน

"ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแหละดี จะได้ไม่ต้องปวดใจ" เธอบ่นพึมพำขณะเดินทอดน่องออกมาสูดอากาศที่สวนหลังเรือน

ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับดูประหลาดพิกล

ทุกย่างก้าวที่เยว่ซินเยื้องย่างผ่าน เหล่าบ่าวไพร่ ข้าทาส และนางกำนัล ต่างพากันสะดุ้งโหยงและรีบกุลีกุจอหลบหนีหายไปจนหมดสิ้น ราวกับเห็นพญามัจจุราชเดินดิน ใครที่หลบไม่ทันก็รีบทรุดตัวลงเอาหน้าแนบพื้น ตัวสั่นงันงกไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

ชื่อเสียงความโหดร้ายและอารมณ์ร้ายกาจของเจ้าของร่างเดิม คงฝังรากลึกจนกลายเป็นความหวาดกลัวจับจิตใจของคนพวกนี้ไปเสียแล้ว

"เฮ้อ... นี่ฉันเป็นนางมารร้ายหรือไงนะ"

ตุ้บ!

ทันใดนั้น ร่างผอมเกร็งของชายชราคนหนึ่งก็เสียหลักล้มลงขวางทางเดินของเธออย่างจัง ด้วยความที่ขาข้างหนึ่งลีบเล็กและเดินกะเผลก ทำให้เขาหลบ "พายุอารมณ์" ของพระชายาไม่ทันเหมือนคนอื่น

"ขะ... ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ! บ่าวสมควรตาย! บ่าวสมควรตาย!"

คนสวนชรารีบโขกศีรษะกับพื้นหินรัวๆ จนหน้าผากเริ่มแดงช้ำ ร่างกายผอมโซสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ บ่าวไพร่คนอื่นที่แอบมองอยู่ไกลๆ ต่างกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว

ตายแน่... ตาเฒ่าจางต้องโดนสั่งโบยจนตายแน่ๆ ที่บังอาจขวางทางเดินพระชายา!

เยว่ซินชะงักเท้า เธอก้มมองชายชราที่กำลังสั่นกลัว แล้วสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับบางอย่าง

เลือดสีแดงสดกำลังซึมออกมาจากขากางเกงเก่าขาดรุ่งริ่งของเขา บริเวณหน้าแข้งที่กระแทกกับขอบหินเมื่อครู่

สัญชาตญาณของ "หมอ" และผู้ศึกษาเรื่องสมุนไพรตื่นตัวขึ้นทันที!

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เธอสั่งเสียงเข้ม

ชายชราสะดุ้งเฮือก หยุดโขกหัวแต่ยังคงหมอบราบกับพื้น รอรับชะตากรรมอันโหดร้าย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมา กลับทำให้ทุกคนที่แอบมองอยู่ต้องอ้าปากค้าง

เยว่ซินไม่ได้เรียกหานางกำนัลเพื่อนำแส้มาโบย แต่เธอกลับ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นดินสกปรก ตรงหน้าชายชราคนนั้น!

"เจ้าเจ็บตรงไหน? ขาหักหรือเปล่า?"

น้ำเสียงที่ถามไถ่นั้น แม้จะเจือความตื่นตระหนก แต่กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างที่พวกเขาไม่เคยได้ยินจากปากพระชายามาก่อน เยว่ซินไม่รังเกียจที่จะใช้มือขาวผ่องของนาง เอื้อมไปถลกขากางเกงที่เปื้อนดินโคลนของชายชราขึ้นเพื่อดูบาดแผล

"แผลลึกเหมือนกันนะเนี่ย เส้นเลือดฝอยน่าจะแตก" เธอพึมพำวิเคราะห์อาการ ก่อนจะหันขวับไปตะโกนสั่งสาวใช้ที่ยืนตะลึงอยู่ด้านหลัง

"ชิงเหอ! ยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า! บอกว่ามีคนบาดเจ็บ เลือดไหลไม่หยุด!"

"พะ... เพคะ?" ชิงเหอยังคงงงงัน

"เร็วสิ!! เดี๋ยวเขาก็ช็อกหรอก!" เยว่ซินตวาดเร่ง

"เพคะ! หม่อมฉันไปเดี๋ยวนี้เพคะ!"

ขณะที่ชิงเหอวิ่งออกไป เยว่ซินก็หันกลับมาหาคนสวนชราที่เงยหน้ามองนางด้วยแววตาตื่นตะลึง นางฉีกชายผ้าเช็ดหน้าไหมราคาแพงลิบลิ่วของตัวเองโดยไม่เสียดาย เพื่อนำมากดห้ามเลือดที่บาดแผลให้เขา

"อดทนหน่อยนะลุง เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว" เธอยิ้มปลอบโยน "คราวหลังขาเจ็บก็ระวังหน่อย อย่ารีบวิ่งแบบนี้อีก เข้าใจไหม?"

ภาพของพระชายาผู้สูงศักดิ์ นั่งคลุกฝุ่นอยู่กับพื้นเพื่อปฐมพยาบาลให้คนสวนชั้นต่ำ กลายเป็นภาพที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจวนอ๋อง

ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยาม เรื่องราวความเมตตา (ที่ดูแปลกประหลาด) ของนาง ก็ถูกเล่าลือกันปากต่อปาก ตั้งแต่โรงครัวยันคอกม้า ว่าวันนี้พระชายาไม่ได้สั่งโบยใคร แต่กลับช่วยชีวิตคนไว้ด้วยมือของนางเอง!

ข่าวลือเรื่องที่พระชายาผู้อารมณ์ร้ายยอมเปื้อนฝุ่นคุกเข่าทำแผลให้คนสวนชรา แพร่สะพัดไปราวกับปีกแมลง จนกระทั่งลอยเข้าหูของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ ภายในเวลาไม่นาน

"นางเนี่ยนะ ช่วยคน?"

จวิ้นอวี้เลิกคิ้วสูง มุมปากยกยิ้มหยันเมื่อได้รับรายงานจากองครักษ์ เขาปัดเรื่องไร้สาระนี้ทิ้งไปจากหัว คิดว่าเป็นเพียงข่าวลือที่บิดเบือน หรือไม่ก็เป็นแผนการสร้างภาพลักษณ์จอมปลอมของนางอีกตามเคย

ด้วยความเบื่อหน่ายจากกองงานราชการ เขาจึงตัดสินใจเดินออกมาสูดอากาศภายนอก โดยมุ่งหน้าไปยัง "สวนบุปผาสวรรค์" ซึ่งเป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ของจวนอ๋อง

สวนแห่งนี้งดงามราวกับภาพวาดจากปลายพู่กันของจิตรกรเอก สระบัวหลวงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลาง น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นฝูงปลาคาร์ปหลากสีว่ายวนเวียน สะพานหินโค้งสลักลวดลายมงคลทอดข้ามสระ เชื่อมต่อไปยังศาลารับลมแปดเหลี่ยม รอบด้านรายล้อมด้วยต้นหลิวที่ทิ้งกิ่งระย้าล้อเล่นกับสายลม และแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันชูช่อส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ

ทว่าความสงบเงียบที่เขาถวิลหากลับถูกทำลายลง เมื่อสายตาคมกริบปะทะเข้ากับร่างบางของสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนสะพานหิน

เยว่ซิน

จวิ้นอวี้ชะงักฝีเท้า เตรียมจะหันหลังกลับทันทีด้วยความรำคาญใจ แต่ทว่า... บางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปของนางกลับตรึงเท้าของเขาไว้

นางหันหน้ามาสบตาเขาพอดี

วินาทีนั้น จวิ้นอวี้รับรู้ได้ทันทีว่าสายตาของนางเปลี่ยนไป... โดยสิ้นเชิง

ปกติแล้ว ยามใดที่พบนาง เยว่ซินมักจะส่งสายตาหวานหยดย้อย ยั่วยวน และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ร้อนแรงจนน่าอึดอัดมาให้เขาเสมอ นางจะรีบวิ่งถลาเข้ามาหา พยายามสัมผัสตัว หรือพูดจาออดอ้อนให้น่ารำคาญ

แต่วันนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับ "ว่างเปล่า" และ "เย็นชา" ราวกับกำลังมองดูต้นไม้ใบหญ้า หรือก้อนหินข้างทางที่ไร้ความหมาย

ไม่ใช่แค่สายตา แม้แต่รูปโฉมของนางก็เปลี่ยนไปจนเขาแทบจำไม่ได้

เยว่ซินในวันนี้ไม่ได้สวมชุดสีฉูดฉาดปักเลื่อมทองระยิบระยับเหมือนนกยูงรำแพนอย่างเคย แต่กลับสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเรียบง่าย ไร้ลวดลายวิจิตรพิสดาร ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเพียงครึ่งศีรษะปักปิ่นหยกด้ามเดียว ปล่อยให้ผมส่วนที่เหลือทิ้งตัวลงมาคลอเคลียแผ่นหลัง

และที่น่าตกตะลึงที่สุดคือใบหน้า...

เครื่องประทินโฉมหนาเตอะ แป้งขาววอก และชาดสีแดงสดที่นางชอบพอกจนเหมือนงิ้วโรงเล็ก ได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่แต่งแต้มเพียงบางเบา เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติ และดวงตากลมโตที่ส่องประกายดุจดวงดาว

จวิ้นอวี้เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ภายใต้หน้ากากเครื่องสำอางหนาเตอะนั้น พระชายาของเขางดงามถึงเพียงนี้... งดงามราวกับเทพธิดาที่หลุดออกมาจากภาพวาด

"พระ... พระชายาเพคะ ท่านอ๋องเสด็จเพคะ"

เสียงกระซิบสั่นๆ ของชิงเหอ ปลุกให้เยว่ซินตื่นจากภวังค์ นางเอกถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างไม่สบอารมณ์

(ซวยชะมัด ดันมาเจอโจทย์เก่าเข้าจนได้)

"ทำความเคารพสิเพคะ พระชายา" ชิงเหอเร่งยิกๆ เพราะกลัวนางจะทำตัวเสียมารยาท

เยว่ซินกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะย่อตัวลงทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างรวดเร็วและแข็งกระด้าง

"ถวายพระพรท่านอ๋อง"

น้ำเสียงนั้นราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ พอพูดจบ นางก็ยืดตัวขึ้นทันที โดยไม่รอให้เขาอนุญาต แล้วก้าวเท้าเดินผ่านร่างของเขาไปหน้าตาเฉย...

เดินผ่านไป... ราวกับเขาเป็นเพียง "ธาตุอากาศ" ที่ไม่มีตัวตน!

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจากตัวนาง ลอยมาแตะจมูกจวิ้นอวี้ในจังหวะที่นางเดินสวนไป เขาได้แต่ยืนนิ่งงันด้วยความมึนงง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกนางเมินเฉยอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้

ทว่าทันทีที่เดินลับหลังเขามา เยว่ซินต้องรีบยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง

"อึก..."

ความรู้สึกเจ็บแปลบและหน่วงหนักที่หัวใจแล่นริ้วขึ้นมาอีกแล้ว... มันคือความโหยหาและความอาลัยอาวรณ์ของเจ้าของร่างเดิมที่ตอบสนองต่อการได้เจอชายคนรัก น้ำตาเจ้ากรรมพาลจะเอ่อคลอขึ้นมา ทั้งที่สมองของเธอกำลังนึกด่าเขาอยู่

(หยุดเดี๋ยวนี้นะ! หัวใจบ้านี่! จะไปเจ็บปวดเพราะผู้ชายพรรค์นั้นทำไมกัน!)

เยว่ซินสบถในใจอย่างหัวเสีย เธอเกลียดความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้นี้เหลือเกิน เธอกัดฟันแน่น เร่งฝีเท้าเดินหนีไปให้ไกลที่สุด หงุดหงิดแทบบ้าที่ร่างกายนี้ยังคงทรยศเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

    บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)"เยว่... ซิน..."สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม"อย่านะ!"เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชันนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก"ตั้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรัก

    ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรักเยว่ซินกลับมาถึงเรือนพักด้วยจิตใจที่เบิกบานและเบาสบายกว่าทุกครั้ง การได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" เพียงลำพังในโลกต่างมิตินี้ ทำให้ความหวาดกลัวและความเหงาลึกๆ ในใจเบาบางลงไปมาก(ป่านนี้พ่อกับแม่ แล้วก็เฮีย จะเป็นยังไงบ้างนะ...)ความคิดถึงครอบครัวในโลกปัจจุบันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง พวกเขาคงกำลังร้องไห้เสียใจ หรือกำลังวุ่นวายกับการจัดการร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ... แค่คิดน้ำตาก็พาลจะซึมแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในโลกนี้เธอก็มีครอบครัวเหมือนกัน(จะว่าไป... ฉันยังไม่เคยเจอ 'ท่านแม่ทัพเยว่' พ่อของร่างนี้เลยนี่นา)ในความทรงจำเดิม ท่านแม่ทัพรักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก จนเสียผู้เสียคน แต่เยว่ซินคนใหม่กลับรู้สึกว่า เธอควรจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และศึกษานิสัยใจคอไว้ เวลาต้องออกงานสังคมหรือเจอกันข้างนอก จะได้ไม่ทำตัวเปิ่นๆ ให้ใครจับได้"พระชายาเพคะ น้ำอุ่นเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างที่ท่านชอบด้วย" ชิงเหอเดินมารายงานเสียงใส"ขอบใจมาก"เยว่ซินปลดเปลื้องอาภรณ์รุ่มร่ามออก แล้วก้าวลงไปแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน

    ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน"พี่หลิน..." เยว่ซินเรียกสรรพนามแบบคนกันเอง "คือฉันถามจริงๆ นะ เพราะดูเหมือนพี่จะรู้จักเจ้าของร่างนี้ดี ยัย 'เยว่ซิน' คนเดิมเนี่ย... ร้ายกาจมากไหม?"หลินเวยเลิกคิ้ว "ถามว่าร้ายไหมเหรอ? หึ..." นางหัวเราะในลำคอ "เรียกว่า นรกส่งมาเกิด ยังน้อยไป วีรกรรมนางยาวเป็นหางว่าว แต่ที่แสบที่สุดคือเรื่องที่ทำกับฉันนี่แหละ นางวางแผนใส่ร้ายว่าฉันคบชู้ แล้วจัดฉากให้พี่ชายของนางมาเจอ ฉันเกือบโดนสั่งตายเพราะแผนนางนะยะ!"เยว่ซินหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยความรู้สึกผิดแทนเจ้าของร่าง"เฮ้ย! จริงดิ! พี่... ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ถึงฉันจะไม่ใช่คนทำ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย... นี่ฉันเป็นศัตรูของเพื่อนร่วมชะตากรรมเหรอเนี่ย"หลินเวยเห็นท่าทางสำนึกผิดจนตัวลีบของเยว่ซินแล้วก็อดขำไม่ได้ นางโบกมือปัดๆ"โอ๊ย ช่างมันเถอะ! ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ใช่ยัยนั่นสักหน่อย อีกอย่างนะ..."หลินเวยยักไหล่ ทำหน้าเอือมระอา"ถึงไม่มีแผนการของยัยเยว่ซิน ยังไงฉันกับอีตาแม่ทัพบ้านั่นก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี""อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ชายเจ้าของร่างนี้... แม่ทัพเยว่เฉิน เขาไม่ดีเหรอ?""ดีไหมน่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

    ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติเมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเองแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

    ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดีหลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ""เพคะพระชายา?""ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!""จริงดิ!"เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซิน

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

    ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้สำหรับ เยว่ซิน ที่เคยชินกับการเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไร้ซึ่งเครื่องบอกเวลาที่แม่นยำช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดพิลึก ที่นี่ไม่มีเข็มวินาที ไม่มีตัวเลขดิจิทัล มีเพียงการกะเกณฑ์จากแสงอาทิตย์และเสียงบอกเวลาจากหอระฆังไกลลิบ"ชิงเหอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?""ทูลพระชายา ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เจ้าค่ะ""แล้วตอนนี้ล่ะ?""ยามอู่ (11.00-13.00 น.) เจ้าค่ะ"สาวใช้คนสนิทอย่าง ชิงเหอ กลายเป็นนาฬิกาเดินได้ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย เยว่ซินต้องคอยหันไปถามนางอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินกิจวัตรประจำวันของตัวเองนับตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีผู้สูงศักดิ์ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้หายเงียบไปราวกับตายจากกัน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเยว่ซิน"ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแหละดี จะได้ไม่ต้องปวดใจ" เธอบ่นพึมพำขณะเดินทอดน่องออกมาสูดอากาศที่สวนหลังเรือนทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับดูประหลาดพิกลทุกย่างก้าวที่เยว่ซินเยื้องย่างผ่าน เหล่าบ่าวไพร่ ข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status