Share

เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม
เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม
Penulis: แคลร์ออสติน

บทที่ 1 : การฟื้นคืนชีพที่ไม่คาดฝัน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 21:01:19

บทนำ

ปัง!

เสียงประตูไม้สักบานหนาหนักถูกกระแทกปิดลงจากด้านนอกดังก้องกังวานไปทั่วห้องบรรทมที่กว้างใหญ่ ตามมาด้วยเสียงลงกลอนแม่กุญแจเหล็ก "กริ๊ก!" ที่ชัดเจนและบาดหูราวกับเสียงลั่นไกประหาร

ความเงียบสงัดโรยตัวลงมาปกคลุมทันที... เป็นความเงียบที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเสียงตะโกน

เยว่ซิน ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือเรียวเล็กที่กำสาบเสื้อคลุมไหล่แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวสั่นระริก นางหันขวับไปทุบประตูอย่างแรง

"เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! ปิดทำไม! ไหนบอกให้มาดูคนป่วย!"

ไร้เสียงตอบรับ... ไม่มีแม้แต่เงาขององครักษ์หรือบ่าวไพร่ที่เพิ่งลากนางออกมาจากเตียงนอนกลางดึก

"บ้าเอ๊ย..."

หญิงสาวสบถพึมพำ ก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วอยากจะร้องไห้ ภายใต้ผ้าคลุมไหล่ผืนหนาที่คว้ามาได้อย่างลวกๆ นี้ นางสวมเพียงชุดนอนผ้าแพรบางเบาสีขาวสะอาดตาที่แนบไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า... ชุดที่เหมาะสำหรับใส่นอนคนเดียว ไม่ใช่ชุดที่จะใส่มายืนต่อหน้าบุรุษเพศ!

โดยเฉพาะบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สามี" ที่เกลียดขี้หน้านางเข้าไส้

"อึก... ร้อน..."

เสียงครางต่ำในลำคอที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความทรมานดังแว่วมาจากเตียงนอนขนาดใหญ่ใจกลางห้อง

เยว่ซินชะงัก ค่อยๆ หันกลับไปมองต้นเสียงด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็ว

แสงเทียนสลัวเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ บุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า นอนบิดเร่าอยู่บนฟูกหนานุ่ม ผ้าห่มถูกถีบกระจุยกระจาย เสื้อตัวในสีขาวหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อพราว ผิวกายของเขาแดงก่ำราวกับถูกไฟเผา

"ท่านอ๋อง..."

สัญชาตญาณความเป็นหมอในโลกอนาคตสั่งให้ขาของนางก้าวเข้าไปหา แม้สมองจะกรีดร้องว่า 'หนีไป!' ก็ตาม

นางค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ ม่านโปร่งแสงกั้นขวางระหว่างนางกับสัตว์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บ

"ไหนดูซิ... อาการเป็นยังไง..."

นางเอื้อมมือสั่นๆ ผ่านม่านมุ้ง หมายจะจับชีพจรที่ข้อมือของเขาเพื่อตรวจดูอาการที่ว่า 'ถูกพิษ'

ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางแตะโดนผิวกายที่ร้อนระอุราวกับถ่านไฟ

หมับ!

มือหนาที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนาง แล้วกระชากอย่างแรงเพียงครั้งเดียว!

"ว้าย!"

โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างบางของเยว่ซินเสียหลักล้มลงไปนอนทับบนอกแกร่งของเขาเต็มแรง ผ้าคลุมไหล่ที่ห่อหุ้มร่างกายร่วงหล่นลงพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนภายใต้ชุดนอนผ้าแพรบางจ๋อย

"ปล่อยนะ! ท่านเป็นบ้าอะไรเนี่ย!"

นางดิ้นรนขัดขืน แต่สายเกินไป...

จวิ้นอวี้พลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างของนางไว้อย่างรวดเร็ว กักขังนางไว้ใต้ร่างแกร่งที่ร้อนดั่งไฟ ลมหายใจหอบกระเส่าของเขารินรดลงบนใบหน้าตื่นตระหนกของนาง

ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาและไร้หัวใจ บัดนี้กลับแดงก่ำและฉ่ำเยิ้มไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด... มันไม่ใช่แววตาของคนเจ็บปางตาย แต่เป็นแววตาของนักล่าที่กำลังหิวกระหาย

"เยว่... ซิน..."

เขาครางชื่อนางเสียงพร่า จมูกโด่งกดลงมาสูดดมความหอมที่ซอกคอของนาง

วินาทีนั้น เยว่ซินตระหนักได้ทันทีว่า 'ยาพิษ' ที่เขาโดนคืออะไร... และ 'ยาถอนพิษ' ที่พวกองครักษ์ต้องการส่งมาให้เขา... ก็คือ ตัวนางเอง!

นี่ไม่ใช่แค่การรักษา... แต่มันคือกับดัก!

กับดักราตรียาวนาน ที่จะเปลี่ยนชีวิตของนางและเขาไปตลอดกาล

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1 : การฟื้นคืนชีพที่ไม่คาดฝัน

เสียงร่ำไห้สะอื้นของเหล่าบ่าวไพร่คนสนิทดังระงมไปทั่วเรือนพัก แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจกลบเสียงกระซิบกระซาบที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ เมื่อทุกคนต่างมองไปยังร่างของ พระชายาเยว่ซิน ที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง

"น่าเวทนานัก" บ่าวอาวุโสคนหนึ่งปาดน้ำตา "แม้จะเป็นถึงธิดาคนเดียวของท่านแม่ทัพผู้ค้ำจุนแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากท่านอ๋องจวิ้นอวี้เลยสักนิด"

"ชู่ว์! เบาหน่อย" อีกเสียงกระซิบตอบ "ก็ใครใช้ให้พระนางใช้อำนาจบิดาบีบบังคับให้ท่านอ๋องแต่งงานด้วยเล่า! ทั้งที่ใครๆ ก็รู้ว่าท่านอ๋องมี คุณหนูไป๋ลู่ สหายสมัยเด็กอยู่ในใจมาตลอด"

"เรื่องที่เกิดขึ้นริมสระนั่น ข้าได้ยินว่าพระชายาทรงโกรธเกลียดคุณหนูไป๋ลู่ จึงผลักนางตกน้ำ!"

"ใช่! แล้วพระองค์ก็แกล้งกระโดดตามลงไป หวังจะให้ท่านอ๋องเลือก แต่ผลกลับเป็นท่านอ๋องจวิ้นอวี้พุ่งไปช่วยคุณหนูไป๋ลู่ ปล่อยให้พระชายาจมน้ำจริงๆ!"

เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกัน เหล่าบ่าวไพร่ต่างมองร่างที่บัดนี้ซีดเผือดราวกับไร้วิญญาณบนเตียงด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งสมเพชเวทนา และแอบสมน้ำหน้าอยู่ลึกๆ

"อื้อ... ใครมาร้องไห้น่ารำคาญจริงๆ คนจะนอน!"

ท่ามกลางเสียงสะอึกสะอื้นระงมที่ดังอยู่รอบตัว เยว่ซิน ก็ค่อยๆ ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เปลือกตาหนักอึ้งพยายามปรือเปิดขึ้นทีละน้อย

(นี่ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ? ทำไมเสียงดังอย่างกับมีงานศพ)

เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ เยว่ซิน พระชายาผู้เป็นนางร้ายในยุคจีนโบราณเสียแล้ว

"โว้ย! หนวกหู! บอกว่าคนจะนอนไงเล่า!"

ทันทีที่สติเริ่มกลับมาบ้าง หญิงสาวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งพรวดบนเตียง พร้อมกับตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิดตามประสาคนนอนไม่อิ่ม ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียง คือภาพของพระชายาที่เมื่อครู่ยังนอนนิ่งราวกับศพ บัดนี้กลับลุกขึ้นนั่งจ้องเขม็ง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชื้น

"กรี๊ดดดดดดดด!"

"ผะ... ผี! พระชายาเป็นผี!"

"พระชายาฟื้นแล้ว!"

บ่าวไพร่คนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่วงร้องไห้จะแตกฮือ เหล่าบ่าวไพร่ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พากันวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ชนข้าวของล้มระเนระนาด บางคนถึงกับล้มลุกคลุกคลานเพื่อหนีออกจากห้องให้เร็วที่สุด

เยว่ซินนั่งงงอยู่บนเตียง มองดูเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าด้วยความมึนงง

"ผีเผออะไรของพวกแก นี่มันเล่นละครอะไรกันเนี่ย? แล้วที่นี่มันที่ไหน?!"

เธอก้มมองชุดผ้าไหมโบราณเปียกชื้นที่ตัวเองใส่อยู่ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ เพิ่งจะส่งคุณหนูไป๋ลู่กลับถึงเรือนรับรองของนาง ร่างบอบบางที่เปียกปอนและยังตัวสั่นไม่หาย ทำให้เขาต้องใช้เวลาปลอบประโลมอยู่ครู่ใหญ่ด้วยความเป็นห่วง

ทว่าทันทีที่เขาก้าวพ้นจากเรือนของสหายวัยเด็ก ความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องโวยวายจากทิศทางเรือนพักของพระชายาก็ดังแว่วมาถึง

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามองครักษ์เงาที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"ทูลท่านอ๋อง เมื่อครู่มีบ่าวไพร่จากเรือนพระชายาวิ่งหน้าตื่นมาแจ้งว่า..." องครักษ์เงาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรายงานตามความจริง "พวกเขาแจ้งว่าพระชายาสิ้นพระทัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

จวิ้นอวี้ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างประหลาด... นางตายแล้ว?

"แต่ว่า..." องครักษ์รีบกล่าวต่อ เมื่อเห็นความโกลาหลระลอกใหม่ดังมา

"เมื่อสักครู่ บ่าวไพร่วิ่งหนีออกมาอีกระลอก บอกว่าพระชายาฟื้นคืนชีพแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขากำลังแตกตื่น คิดว่าพระชายาเป็นผี!"

คิ้วเข้มของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที

สิ้นใจแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมา?

เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนของพระชายาทันที ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีใจหรือเสียใจดี

ดีใจ... ที่อย่างน้อยนางยังไม่ตาย และเขาคงไม่ต้องรับมือกับโทสะของท่านแม่ทัพผู้เป็นพ่อตา

หรือเสียใจ... ที่ตัวปัญหาอย่างเยว่ซิน ผู้หญิงที่ใช้อำนาจสกุลบีบบังคับให้เขาต้องแต่งงานด้วย ยังคงไม่หายไปจากชีวิตเขาสักที

เยว่ซินพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างกายที่เพิ่งผ่านการจมน้ำมาหมาดๆ ทั้งหนักอึ้งและหนาวสั่นไปถึงกระดูก

"พระชายา! ทรงฟื้นแล้ว! บ่าวอยู่นี่เพคะ!"

เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของบ่าวรับใช้หญิงที่ยังอยู่ในวัยสาว กิริยาท่าทางดูภักดี นางคือ ชิงเหอ บ่าวคนสนิทที่แม้จะตกใจวิ่งหนีไปในตอนแรก แต่ก็รีบตั้งสติวิ่งกลับเข้ามาดูนายของตนทันที นางโผเข้ามาเพื่อจะประคอง

"อย่ามาแตะต้องฉัน!"

เยว่ซินสะบัดแขนผลักบ่าวคนสนิทออกไปอย่างแรงด้วยความตกใจและระแวง เธอไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้! ชิงเหอล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงง "พระชายา..."

เยว่ซินไม่สนใจเสียงเรียกนั้น เธอก้าวถอยหลังอย่างไม่มั่นคง สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสับสน นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอ!

ห้องนี้กว้างขวางโอ่โถง แต่กลับเต็มไปด้วยของประหลาด เตียงไม้สลักลายวิจิตรที่เธอนั่งอยู่ ม่านปักลายหงส์สีแดงสด โต๊ะเครื่องแป้งไม้ขัดมันวาวที่มีกระจกทองเหลืองโบราณตั้งอยู่ แม้แต่กระถางกำยานที่ยังลอยควันจางๆ ทุกอย่างดูเหมือนฉากในละครจีนโบราณไม่มีผิด!

(นี่มันเรื่องบ้าอะไร)

เพียะ!

เยว่ซินยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างแรง!

"โอ๊ย! เจ็บ..."

ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาบนแก้มนั้นชัดเจนและสมจริงเกินไป นี่ไม่ใช่ความฝัน!

(อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมา?! มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง! ฉันก็แค่... ฉันก็แค่นอนหลับอยู่ในห้องนอนของตัวเองเฉยๆ!)

ทันใดนั้นเอง...

"อ๊า!"

เยว่ซินร้องออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บปวดระลอกใหม่จู่โจมเข้าที่ศีรษะ ภาพและเรื่องราวที่ไม่ใช่ของเธอจู่ๆ ก็ฉายซ้ำเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพการแต่งงานที่ไร้รอยยิ้ม สายตาเย็นชาของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ รอยยิ้มเย้ยหยันของไป๋ลู่ ความอัปยศอดสูจากการถูกบังคับ และความรักที่คลั่งไคล้ ความเจ็บปวดที่เฝ้ารอ...

ความรู้สึกที่ "เจ็บช้ำ" อย่างแสนสาหัสของเจ้าของร่างเดิมถาโถมเข้าใส่จิตใจของเธออย่างจัง!

"อึ่ก..."

เยว่ซินรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง มันเป็นความเจ็บที่บีบคั้นจนหายใจไม่ออก และไม่ทันที่เธอจะได้ประมวลผลอะไรต่อ น้ำตาสองสายก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาของเธออย่างห้ามไม่ได้ มันไหลออกมา... ราวกับว่าตัวเธอเองคือคนที่รักสามีเลวผู้เย็นชาคนนั้นจนแทบขาดใจเสียเอง

ยังไม่ทันที่เยว่ซินจะได้ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกจนสุดบาน ตามมาด้วยการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่ง

เยว่ซินหันไปมองตามสัญชาตญาณ

ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายมังกรซ่อนเมฆก้าวเข้ามา บ่งบอกถึงสถานะสูงศักดิ์ของผู้สวมใส่ แม้ใบหน้าของเขาจะหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักเสลา คิ้วกระบี่เข้มพาดเฉียง สันจมูกโด่งคม ริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มแน่นเป็นนิจ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดำมืดและเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี

เขาคือ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ สามีของเจ้าของร่างนี้

ทว่าเยว่ซินในตอนนี้กลับไม่ได้รู้สึกตกตะลึงในความหล่อเหลาอันสมบูรณ์แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่สบตากับเขา ความรู้สึก "ผิดหวัง" อย่างรุนแรงจนแทบแหลกสลาย ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิมที่หลงเหลือเอาไว้ก่อนจากไป ก็ปะทุขึ้นมาในอกอย่างบ้าคลั่ง

มันคือความผิดหวัง... ที่เขามองข้ามนาง

มันคือความเจ็บปวด... ที่เขาเลือกช่วยหญิงอื่น

มันคือความสิ้นหวัง... ที่รู้ว่าทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวันได้หัวใจของเขามา

ความรู้สึกเหล่านั้นหนักหน่วงเสียจนเยว่ซินแทบยืนไม่อยู่ เธอจ้องมองใบหน้าเย็นชาของเขาผ่านม่านน้ำตา ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความปวดร้าวที่ฝังลึกจนสุดจะทานทน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนพิเศษ : วิวาห์รัก... สัญญาใจข้ามภพ

    ตอนพิเศษ : วิวาห์รัก... สัญญาใจข้ามภพณ จวนขุนนางกรมพิธีการเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน ขบวนเจ้าสาวที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูวิวาห์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวเมืองเยว่ซิน ในชุดคลุมท้องอ่อนๆ สีชมพูหวาน ยืนเกาะแขน ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ มองดูภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับภาพเจ้าบ่าวในชุดสีแดงมงคลจูงมือเจ้าสาวที่คลุมหน้าด้วยผ้าแดงเดินข้ามกระถางไฟ... ภาพการกราบไหว้ฟ้าดิน... และภาพรอยยิ้มแห่งความสุขของคู่บ่าวสาว"เฮ้อ..."เยว่ซินเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว"เบื่อหรือ?" จวิ้นอวี้ก้มลงถามกระซิบ "ถ้าเจ้าเหนื่อย เรากลับกันเลยไหม? เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ ไม่ควรยืนนาน""เปล่าเพคะ ไม่ได้เบื่อ..." เยว่ซินส่ายหน้า นางมองไปที่คู่บ่าวสาวอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม "ข้าแค่... อิจฉานิดหน่อย""อิจฉา?" คิ้วเข้มของท่านอ๋องเลิกขึ้นสูง "เจ้าเป็นถึงพระชายาเอกของข้า มีอำนาจวาสนาเหนือสตรีทั้งแผ่นดิน ยังมีสิ่งใดต้องอิจฉาเมียขุนนางผู้น้อยอีก?"เยว่ซินย่นจมูกใส่เขา "ท่านไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงหรอก... จริงอยู่ที่ข้าแต่งงานกับท่านแล้ว แต่ตอนนั้น... คนที่เข้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทส่งท้าย : กาลเวลาและพรหมลิขิตนิรันดร์

    บทส่งท้าย : กาลเวลาและพรหมลิขิตนิรันดร์กาลเวลาผันผ่านดั่งสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ...จากเหมันต์ฤดูอันหนาวเหน็บสู่วสันตฤดูที่มวลบุปผาบานสะพรั่ง เรื่องราวร้ายๆ และมรสุมชีวิตที่เคยถาโถมเข้ามาในจวนอ๋อง บัดนี้ได้จางหายไปกลายเป็นเพียงตะกอนความทรงจำ ทิ้งไว้เพียงความสงบสุขและกลิ่นอายของความรักที่อบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้วณ ศาลารับลมกลางสระบัว จวนอ๋องแสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ เยว่ซิน ในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆา นั่งพิงหมอนอิงใบนุ่ม อ่านตำราแพทย์เล่มหนาด้วยท่าทีผ่อนคลาย บนโต๊ะหินอ่อนเบื้องหน้ามีขนมกุ้ยฮวาและชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่ชีวิตของนางในตอนนี้... เรียกได้ว่า "สมบูรณ์แบบ"กิจการร้านค้าของ หลินเวย รุ่งเรืองจนขยายสาขาไปทั่วเมืองหลวง ส่วน มู่หลาน เพื่อนสาวนักฆ่าหน้าตาย ก็ยังคงรับศึกหนักกับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย (พี่รอง) ที่ดูเหมือนไม่ยอมให้ห่างกายทุกอย่างลงตัว... จนเยว่ซินแทบจะลืมไปแล้วว่า ตนเองเคยเป็นใคร หรือมาจากที่ไหน"อ่านตำราอีกแล้วหรือ?"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ จะเดินเข้ามาโอบไหล่นางอย่างเป็นธรรมช

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 45 : บทสรุปแห่งพันธสัญญา

    ตอนที่ 45 : บทสรุปแห่งพันธสัญญาณ ห้องรับรองส่วนตัว เรือนพระชายาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ เยว่ซิน ฟื้นคืนชีพ ที่ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ ยอมอนุญาตให้คนนอกเข้ามาเยี่ยมภรรยาถึงในเรือน หลังจากที่เขาหวงแหนนางราวกับจงอางหวงไข่มานานนับเดือนทันทีที่บานประตูเปิดออก หลินเวย และ มู่หลาน ก็พุ่งตัวเข้ามา"เยว่ซิน!!"สามสาวโผเข้ากอดกันกลม น้ำตาแห่งความดีใจไหลพราก โดยเฉพาะหลินเวยที่ร้องไห้จนตัวโยน ส่วนมู่หลานแม้จะพยายามรักษามาดเข้ม แต่ขอบตาก็แดงก่ำด้วยความโล่งใจ"นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว... นึกว่าเธอทิ้งพวกเราไปแล้วจริงๆ" หลินเวยสะอื้นหลังจากปรับทุกข์และตรวจเช็คสภาพร่างกายกันจนพอใจ เยว่ซินก็สั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไปจนหมด เหลือเพียงพวกนางสามคนในห้องเยว่ซินเริ่มเล่าเรื่องราวตลอด 7 วันที่วิญญาณออกจากร่างให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด... เรื่องที่นางกลับไปเห็นงานศพของตัวเอง เห็นพ่อแม่ร้องไห้ และเห็นร่างที่ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน"สรุปคือ... ที่โลกนู้น ฉันตายไปแล้วจริงๆ พี่" เยว่ซินสรุปด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยว"ในโลกอนาคตไม่มีที่ให้ฉันกลับไปแล้ว... ที่นี่คือบ้านของฉัน และจวิ้นอวี้คือครอบครัว

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 44 : การเกิดใหม่และความลับที่ซ่อนเร้น

    ตอนที่ 44 : การเกิดใหม่และความลับที่ซ่อนเร้นณ จวนอ๋อง... วันที่ปาฏิหาริย์บังเกิดข่าวการฟื้นคืนสติของ พระชายาเยว่ซิน แพร่สะพัดไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว เฉพาะในหมู่คนสนิทและผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกเรือนพักเท่านั้นความตึงเครียดที่ปกคลุมจวนมาตลอดเจ็ดวัน มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตกตะลึงและความยินดีจนทำอะไรไม่ถูก บ่าวไพร่บางคนถึงกับทรุดลงกราบไหว้ฟ้าดิน เพราะทุกคนต่างรู้ดีอยู่เต็มอกว่า... ร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้นสิ้นลมไปแล้วแต่เพราะ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ ผู้เปรียบเสมือนมัจจุราชที่ยืนขวางประตูยมโลก เขาใช้ดาบพาดคอทุกคนที่กล้าเอ่ยปากเรื่อง "การตายของพระชายา" และสั่งตายทุกคนที่คิดจะแพร่งพรายข่าวการตายออกไป... ความบ้าคลั่งและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของเขา ได้ฉุดรั้งนางกลับมาได้สำเร็จจริงๆ!"พระชายา!! ฮือๆๆๆ!"ชิงเหอ สาวใช้คนสนิท ถลาร่างเข้ามาในห้องเป็นคนแรกเมื่อได้รับการแจ้งข่าว นางลืมกฎเกณฑ์มารยาทไปจนหมดสิ้น ทรุดตัวลงข้างเตียง กุมมือนายหญิงของตนมาแนบหน้าผาก ร้องไห้โฮจนตัวสั่นเทา"บ่าวนึกว่า... บ่าวนึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพระองค์อีกแล้ว... ฮือ..."แม้แต่ หยางเฟย องครักษ์หนุ่มผู้เคร่งขร

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 43 : การหลอมรวมดวงจิต

    ตอนที่ 43 : การหลอมรวมดวงจิตความอาลัยอาวรณ์ ความเจ็บปวด และความรักต่อครอบครัวรัดรึงหัวใจจนแน่น... แต่แล้ว... ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เสียงเรียกที่ทรงพลังยิ่งกว่าความตายก็ดังแหวกมิติเข้ามา"เยว่ซิน... กลับมาหาข้า..."เสียงของ จวิ้นอวี้... ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่กำลังจะขาดใจตายหากไม่มีเธอพิมพ์ชะงัก... มองดูพ่อกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้กับภาพความทรงจำในห้องนอน... เพื่อมุ่งหน้าไปตามเสียงเรียกนั้น(ลาก่อนนะคะ... ชาตินี้หนูทำบุญมาน้อย แต่หนูสัญญา... ว่าหนูจะไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในร่างนั้นให้คุ้มค่าที่สุด)แรงดึงดูดมหาศาลกระชากเธอกลับสู่ความมืดมิด...ณ ห้วงมิติสีขาวโพลน... รอยต่อระหว่างภพหลังจากที่วิญญาณของพิมพ์ถูกกระชากกลับมาจากห้องนอนในโลกปัจจุบัน นางไม่ได้ตื่นขึ้นในทันที แต่กลับลอยละล่องมาหยุดอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง... ที่ซึ่งไม่มีทิศทาง ไม่มีกาลเวลา มีเพียงพื้นน้ำนิ่งสงบราวกับกระจกเงาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้าของนาง... ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้สตรีในชุดจีนโบราณสีแดงสดปักลายหงส์... ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แผ่นหลังนั้นดูบอบบางและคุ้นตาเหลือเกิน"คุณ..

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 42 : เจ็ดวันแห่งการจากลา

    ตอนที่ 42 : เจ็ดวันแห่งการจากลาณ ห้องบรรทมที่ถูกปิดตาย... วันที่เจ็ดของการจากลาภายในห้องกว้างที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น บัดนี้กลับเงียบสงัดวังเวง มีเพียงแสงเทียนวูบไหวที่ส่องกระทบเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งงันอยู่ข้างเตียงราวกับรูปสลักหินจวิ้นอวี้ ในสภาพอิดโรย ดวงตาลึกโหลและแดงช้ำจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน นั่งกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาเอาไว้แนบแก้มบนเตียงกว้าง... ร่างไร้วิญญาณของ เยว่ซิน นอนสงบนิ่ง นางสวมชุดผ้าไหมสีกลีบบัวปักลายหงส์คู่มังกรที่งดงามวิจิตรที่สุด ซึ่งเขาเป็นคนบรรจงสวมใส่ให้นางด้วยมือของเขาเอง ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา กลบความซีดเผือดจนดูเหมือนคนที่มีเลือดฝาดในสายตาของจวิ้นอวี้... นางยังคงสวยสดใส งดงามราวกับเจ้าหญิงนิทราที่กำลังหลับฝันหวานทว่า... ความเป็นจริงที่โหดร้ายกลับซ่อนอยู่ใน "ขวดแก้วใบเล็ก" ที่วางอยู่บนหัวเตียงหมอหลวงได้มอบ 'โอสถตรึงสังขาร' ซึ่งเป็นยาวิเศษหายากที่ช่วยคงสภาพร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อย... แต่มันมีฤทธิ์อยู่ได้เพียง "สองอาทิตย์" เท่านั้นหากครบกำหนดสิบสี่วัน แล้วนางยังไม่ฟื้น... ร่างกายที่งดงามนี้จะเริ่มเน่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status