แชร์

ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

ผู้เขียน: แคลร์ออสติน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-13 21:03:10

ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

หลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที

"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ"

"เพคะพระชายา?"

"ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"

ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!"

"จริงดิ!"

เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า

(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)

"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซินกระตือรือร้นขึ้นมาทันที "ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก ไปตลาด ไปดูบ้านเมือง ไปหาอะไรอร่อยๆ กิน ได้ใช่ไหม?"

ชิงเหอทำหน้าลำบากใจทันที "เอ่อ... ไปน่ะไปได้เพคะ แต่ตามกฎของวังอ๋อง พระชายาจะออกไปนอกจวนตามลำพังไม่ได้ ต้องมี 'องครักษ์ประจำตัว' ติดตามไปอารักขาด้วยทุกครั้งเพคะ"

"องครักษ์?" เยว่ซินเลิกคิ้ว "ก็เรียกมาสิ องครักษ์ของข้าอยู่ไหนล่ะ?"

คราวนี้ชิงเหอก้มหน้าลงต่ำ หลบสายตาเจ้านาย ใบหน้าของนางฉายแววสลดวูบหนึ่ง

"พระชายา... ท่าน... ไม่มีองครักษ์ติดตามตัวแล้วเพคะ"

"อ้าว? ทำไมล่ะ? พ่อข้าเป็นถึงแม่ทัพ ไม่ส่งใครมาดูแลข้าเลยเหรอ?"

"มีเพคะ เคยมี..." ชิงเหอตอบเสียงเบาหวิว "คนผู้นั้นคือ 'หยางเฟย'... เขาเป็นยอดฝีมือ เป็นทหารกล้าที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านแม่ทัพพ่อของท่านมาหลายสมรภูมิ"

"แล้วเขาไปไหน?"

ชิงเหอสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าก่อนจะตอบความจริง "เป็นพระชายาเองที่สั่งลงโทษเขาเพคะ"

"ห๊ะ? ข้าทำอะไร?"

"เมื่อหลายเดือนก่อน องครักษ์หยางเฟยพยายามทัดทานพระชายาเรื่องที่ท่านจะไปอาละวาดที่เรือนคุณหนูไป๋ลู่ ท่านโกรธมากที่เขาขัดใจ จึงสั่งปลดเขาจากการเป็นองครักษ์ แล้วส่งไป... ล้างคอกม้า เพคะ"

"อะไรนะ!" เยว่ซินอุทานเสียงหลง "ให้ทหารผ่านศึกไปล้างคอกม้าเนี่ยนะ!"

"เพคะ..." น้ำเสียงของชิงเหอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความสงสารและรู้สึกผิดแทน "ถือเป็นการหยามเกียรติทหารกล้าอย่างรุนแรงที่สุด คนในจวนต่างพากันดูแคลนเขา แต่เขาก็ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม ไม่หนีไปไหน"

"ทำไมเขาไม่ลาออก หรือหนีไปซะล่ะ? โดนขนาดนั้น"

"เพราะ 'บุญคุณ' และ 'คำสัญญา' เพคะ..." ชิงเหอเล่าต่อ

"ท่านแม่ทัพเยว่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ และก่อนที่ท่านจะแต่งงาน ท่านแม่ทัพได้ขอร้องให้เขาช่วยดูแลและปกป้องท่าน เขาจึงยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมถูกเหยียบย่ำ ยอมตักมูลม้าและนอนในคอกสัตว์ เพียงเพื่อรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับบิดาของท่านเพคะ"

เยว่ซินยืนนิ่งงันไป ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาที่อก ไม่ใช่ความเจ็บปวดของร่างเดิม แต่เป็นความรู้สึก "ละอายใจ" อย่างที่สุด

ยัยเจ้าของร่างเดิมนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ!

ทำร้ายหัวใจตัวเองไม่พอ ยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนภักดีได้ลงคอ ผู้ชายที่ยอมทิ้งเกียรติเพื่อรักษาสัญญาแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ!

"พาข้าไป..." เยว่ซินพูดเสียงเข้ม

"คะ? ไปไหนเพคะ?"

"ไปคอกม้า!" เยว่ซินประกาศก้อง แววตามุ่งมั่น "ข้าจะไปเอาคนของข้าคืน!"

เยว่ซินเร่งฝีเท้ามาจนถึงคอกม้าท้ายจวน กลิ่นฟางและกลิ่นสาบสัตว์ลอยคละคลุ้ง แต่เธอกลับไม่นึกรังเกียจ สายตากวาดมองหาเป้าหมายทันที

แล้วเธอก็เจอ...

ภาพเบื้องหน้าทำเอาฝีเท้าของเธอชะงักกึก หยางเฟย กำลังยืนหันหลังแปรงขนให้กับม้าศึกตัวใหญ่สีดำทมึน ร่างกายท่อนบนของเขาสวมเพียงเสื้อผ้าป่านสีตุ่นๆ ที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแกร่งตึงแน่นทุกจังหวะการขยับตัว ผิวพรรณของเขาเป็นสีแทนระเรื่อจากการกรำแดดกรำฝน ตัดกับเหงื่อเม็ดเล็กที่เกาะพราวตามไรผมและลำคอแกร่ง

เมื่อเขาหันหน้ากลับมาเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนด้านแปรงขน เยว่ซินก็ต้องกลั้นหายใจ

ใบหน้าของเขาคมคายราวกับรูปสลักหินผา คิ้วเข้มหนาพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวรีทรงเสน่ห์แบบนักรบ จมูกโด่งเป็นสันตรง และริมฝีปากหยักลึกได้รูป แม้จะมีรอยเปื้อนฝุ่นจางๆ บนแก้ม แต่กลับไม่อาจบดบังรัศมีบุรุษเพศอันรุนแรงนั้นได้เลย

(แม่เจ้าโว้ย... นี่คนเลี้ยงม้าเหรอเนี่ย! หล่อวัวตายควายล้ม! หล่อแบบดิบเถื่อน เร้าใจ ต่างจากอีตาอ๋องหน้าตายที่เป็นน้ำแข็งขั้วโลกคนละขั้วเลย!)

ดูเหมือนสัญชาตญาณนักรบจะไวเป็นเลิศ หยางเฟยรับรู้ถึงการมาเยือน เขาหันขวับมามองทันที

เมื่อเห็นว่าเป็น "พระชายา" แววตาที่เคยสงบนิ่งพลันวูบไหว เขาไม่ได้แสดงความเคารพในทันที แต่กลับรีบเบือนหน้าหนี หลบสายตาลงต่ำ แสร้งทำเป็นสนใจแปรงขนม้าในมือต่อ

เขาไม่อยากให้นางเห็น... ว่าในแววตาของเขานั้น มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความ "โกรธเกลียด" ที่ไม่อาจปิดบัง

เยว่ซินสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วเดินตรงเข้าไปหา ย่ำลงบนพื้นดินที่ปนเปื้อนมูลม้าอย่างไม่ถือตัว

"หยางเฟย..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงอ่อน

ชายหนุ่มชะงักมือ ร่างกายเกร็งเขม็ง แต่ไม่ยอมเงยหน้า

"พระชายา... ที่นี่สกปรก มิใช่ที่ที่พระองค์ควรเสด็จมา" น้ำเสียงของเขาเย็นชาและห่างเหิน

"ข้ามาหาเจ้า" เยว่ซินเดินเข้าไปใกล้อีกนิด จนยืนอยู่ข้างๆ ไหล่กว้างนั้น "ข้า... ขอโทษ"

คำว่า 'ขอโทษ' ที่หลุดออกมาจากปากสตรีผู้ถือดีที่สุดในแผ่นดิน ทำให้หยางเฟยถึงกับทำแปรงหลุดมือ

ตุ้บ!

เขาเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างลืมตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ข่าวลือที่ว่านางเปลี่ยนไปหลังจมนํ้าเขาได้ยินมาบ้าง แต่ไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งวินาทีนี้

แววตาของนางใสกระจ่าง ไร้ซึ่งจริตมารยา และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง

"ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าทำผิดต่อเจ้ามามาก แต่ข้าอยากขอให้เจ้าอภัยให้ข้า" เยว่ซินจ้องตาเขา "กลับไปเป็นองครักษ์ของข้าเถอะนะ... กลับไปเป็นหยางเฟยคนเดิม"

หยางเฟยเม้มปากแน่น ความสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก

"พระชายา... ให้ข้าอยู่ที่นี่เถิด"

"ทำไมล่ะ?"

"อยู่ที่นี่... ล้างคอกม้า ตักมูลสัตว์ แม้จะต่ำต้อยและเหนื่อยยาก..." เขาตอบเสียงขมขื่น สายตามองตรงไปยังนางอย่างมีความหมายนัย

"...แต่มันก็ยังดีกว่าการต้องเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือทำเรื่องชั่วช้าตามอำเภอใจของพระองค์"

เยว่ซินสะอึก... คำพูดนั้นเจ็บแสบ แต่จริงทุกคำ

แทนที่จะโกรธ เธอกลับรู้สึก "ปลื้มปริ่ม" หัวใจพองโตขึ้นมาทันที

(โอ๊ย! พ่อคุณ! แสนดีอะไรเบอร์นี้! หล่อแล้วยังมีคุณธรรมอีก!)

"ได้!"

เยว่ซินยิ้มกว้างออกมา จนใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูสว่างไสวราวกับดวงตะวัน

"ถ้าเจ้ากลัวเรื่องนั้น งั้นเรามาสัญญากัน!"

เธอยื่นมือเล็กๆ ขาวผ่องของตัวเองออกไปตรงหน้าเขา แล้วชู "นิ้วก้อย" ขึ้นมา

หยางเฟยมองนิ้วก้อยของนาง แล้วมองหน้านางด้วยความงุนงง "นี่คือ...?"

"นี่เรียกว่า 'เกี่ยวก้อยสัญญา'" เยว่ซินอธิบายเสียงใส "... เอ่อ... ถ้าเราเกี่ยวก้อยกันแล้ว หมายความว่าคำสัญญานั้นศักดิ์สิทธิ์ ห้ามคืนคำ!"

เธอยื่นนิ้วก้อยเข้าไปใกล้หน้าเขาอีกนิด

"ข้าสัญญา... ว่าข้าจะไม่สั่งให้เจ้าไปทำเรื่องเลวร้าย ไม่ให้เจ้าไปรังแกใคร และจะไม่ให้เจ้าทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเจ้าอีก... ถ้าข้าผิดสัญญา ให้ข้าเป็นลูกหมาเลยเอ้า!"

หยางเฟยมองสตรีตรงหน้า นางดูแปลกประหลาด พูดจาพิกล ท่าทางก็ดูเหมือนเด็กซุกซนมากกว่าพระชายาผู้สูงศักดิ์

แต่ทว่า... รอยยิ้มและความจริงใจนั้น กลับทำลายกำแพงน้ำแข็งในหัวใจของเขาจนพังทลายลงอย่างง่ายดาย

มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและทำงานหนัก ค่อยๆ ยื่นออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นิ้วก้อยที่ใหญ่กว่าของนางเกือบสองเท่าเกี่ยวรัดเข้ากับนิ้วก้อยเล็กๆ นั้นเบาๆ

สัมผัสอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างของคนทั้งคู่

"สัญญาแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ..."

หยางเฟยพึมพำ มุมปากที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ คลายออก ก่อนจะปรากฏ "รอยยิ้ม" จางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ออกมาจากหัวใจ

ความโกรธเกลียดหายวับไปราวกับหมอกควัน เหลือเพียงความภักดี... และความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในหัวใจขององครักษ์หนุ่ม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

    บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)"เยว่... ซิน..."สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม"อย่านะ!"เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชันนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก"ตั้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรัก

    ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรักเยว่ซินกลับมาถึงเรือนพักด้วยจิตใจที่เบิกบานและเบาสบายกว่าทุกครั้ง การได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" เพียงลำพังในโลกต่างมิตินี้ ทำให้ความหวาดกลัวและความเหงาลึกๆ ในใจเบาบางลงไปมาก(ป่านนี้พ่อกับแม่ แล้วก็เฮีย จะเป็นยังไงบ้างนะ...)ความคิดถึงครอบครัวในโลกปัจจุบันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง พวกเขาคงกำลังร้องไห้เสียใจ หรือกำลังวุ่นวายกับการจัดการร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ... แค่คิดน้ำตาก็พาลจะซึมแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในโลกนี้เธอก็มีครอบครัวเหมือนกัน(จะว่าไป... ฉันยังไม่เคยเจอ 'ท่านแม่ทัพเยว่' พ่อของร่างนี้เลยนี่นา)ในความทรงจำเดิม ท่านแม่ทัพรักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก จนเสียผู้เสียคน แต่เยว่ซินคนใหม่กลับรู้สึกว่า เธอควรจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และศึกษานิสัยใจคอไว้ เวลาต้องออกงานสังคมหรือเจอกันข้างนอก จะได้ไม่ทำตัวเปิ่นๆ ให้ใครจับได้"พระชายาเพคะ น้ำอุ่นเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างที่ท่านชอบด้วย" ชิงเหอเดินมารายงานเสียงใส"ขอบใจมาก"เยว่ซินปลดเปลื้องอาภรณ์รุ่มร่ามออก แล้วก้าวลงไปแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน

    ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน"พี่หลิน..." เยว่ซินเรียกสรรพนามแบบคนกันเอง "คือฉันถามจริงๆ นะ เพราะดูเหมือนพี่จะรู้จักเจ้าของร่างนี้ดี ยัย 'เยว่ซิน' คนเดิมเนี่ย... ร้ายกาจมากไหม?"หลินเวยเลิกคิ้ว "ถามว่าร้ายไหมเหรอ? หึ..." นางหัวเราะในลำคอ "เรียกว่า นรกส่งมาเกิด ยังน้อยไป วีรกรรมนางยาวเป็นหางว่าว แต่ที่แสบที่สุดคือเรื่องที่ทำกับฉันนี่แหละ นางวางแผนใส่ร้ายว่าฉันคบชู้ แล้วจัดฉากให้พี่ชายของนางมาเจอ ฉันเกือบโดนสั่งตายเพราะแผนนางนะยะ!"เยว่ซินหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยความรู้สึกผิดแทนเจ้าของร่าง"เฮ้ย! จริงดิ! พี่... ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ถึงฉันจะไม่ใช่คนทำ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย... นี่ฉันเป็นศัตรูของเพื่อนร่วมชะตากรรมเหรอเนี่ย"หลินเวยเห็นท่าทางสำนึกผิดจนตัวลีบของเยว่ซินแล้วก็อดขำไม่ได้ นางโบกมือปัดๆ"โอ๊ย ช่างมันเถอะ! ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ใช่ยัยนั่นสักหน่อย อีกอย่างนะ..."หลินเวยยักไหล่ ทำหน้าเอือมระอา"ถึงไม่มีแผนการของยัยเยว่ซิน ยังไงฉันกับอีตาแม่ทัพบ้านั่นก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี""อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ชายเจ้าของร่างนี้... แม่ทัพเยว่เฉิน เขาไม่ดีเหรอ?""ดีไหมน่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

    ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติเมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเองแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

    ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดีหลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ""เพคะพระชายา?""ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!""จริงดิ!"เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซิน

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

    ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้สำหรับ เยว่ซิน ที่เคยชินกับการเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไร้ซึ่งเครื่องบอกเวลาที่แม่นยำช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดพิลึก ที่นี่ไม่มีเข็มวินาที ไม่มีตัวเลขดิจิทัล มีเพียงการกะเกณฑ์จากแสงอาทิตย์และเสียงบอกเวลาจากหอระฆังไกลลิบ"ชิงเหอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?""ทูลพระชายา ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เจ้าค่ะ""แล้วตอนนี้ล่ะ?""ยามอู่ (11.00-13.00 น.) เจ้าค่ะ"สาวใช้คนสนิทอย่าง ชิงเหอ กลายเป็นนาฬิกาเดินได้ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย เยว่ซินต้องคอยหันไปถามนางอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินกิจวัตรประจำวันของตัวเองนับตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีผู้สูงศักดิ์ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้หายเงียบไปราวกับตายจากกัน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเยว่ซิน"ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแหละดี จะได้ไม่ต้องปวดใจ" เธอบ่นพึมพำขณะเดินทอดน่องออกมาสูดอากาศที่สวนหลังเรือนทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับดูประหลาดพิกลทุกย่างก้าวที่เยว่ซินเยื้องย่างผ่าน เหล่าบ่าวไพร่ ข้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status