Mag-log inหานเจ๋อกลับมาถึงเรือนยามเย็น
พอเห็นมู่หว่านเหยากำลังขุดแปลงดินอยู่ด้านหลัง ก็รีบวางของในมือลงแล้วก้าวเข้าไปหา
“เจ้าทำอะไรน่ะ ทำไมไม่รอข้า”
เขาเอ่ยเสียงเต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง
มู่หว่านเหยาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พลางยิ้มบาง “ข้าแค่อยากเตรียมแปลงไว้ก่อน จะได้ปลูกพืชทันฝนหน้า”
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ “แต่ตอนนี้...ข้ายังไม่มีเมล็ดพันธุ์ หากท่านพอมีเงินสักเล็กน้อย ข้าขอไว้ซื้อหรือแลกเมล็ดปลูกได้หรือไม่”
หานเจ๋อชะงักไปทันที ดวงตาเบิกเล็กน้อย ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้
“ข้าไม่รอบคอบเอง...”
เขาพูดพลางรีบเดินเข้าเรือน ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมถุงผ้าขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในช่องไม้ตรงมุมผนัง
เขาวางมันลงบนมือของนางอย่างไม่ลังเล
“นี่คือเงินทั้งหมดที่ข้ามี เจ้าอยากใช้ทำสิ่งใดก็แล้วแต่ใจจะซื้อเมล็ดพันธุ์หรือของจำเป็นอื่น ๆ ก็ได้ทั้งนั้น ข้าเชื่อเจ้า”
มู่หว่านเหยาชะงักไปเล็กน้อย มองถุงเงินในมืออยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างแผ่วผ่านในอก ทั้งซาบซึ้งทั้งเกรงใจ
หานเจ๋อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจึงเอ่ยเสียงนุ่ม
“เจ้าไปนั่งพักเถอะ ตรงนี้ข้าจะทำต่อเอง”
น้ำเสียงนั้นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอาทร
หว่านเหยาเองก็เหนื่อยล้าอยู่พอดี นางลังเลเพียงครู่ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันไปนั่งบนตั่งไม้ใกล้รั้ว
ลมเย็นพัดโชย กลิ่นดินชื้นอบอวลอยู่ในอากาศ
นางมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังจับจอบขุดดินแทนอย่างตั้งใจ ภาพนั้นเรียบง่ายเหลือเกิน แต่กลับอบอุ่นในแบบที่นางไม่คาดคิดมาก่อน
หานเจ๋อไม่เพียงแต่ขุดดินให้เรียบเสมอเป็นแปลงเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าดินยังแห้ง เขายังตักน้ำจากลำธารใกล้เรือนมารดให้ชุ่มทีละขัน หยาดเหงื่อเกาะพราวบนหน้าผาก แต่เขากลับยิ้มบางอย่างพอใจ
เมื่อเสร็จงาน เขาหันไปมองมู่หว่านเหยาที่นั่งพักอยู่บนตั่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม “พรุ่งนี้ข้าจะไปหาถังน้ำมาเพิ่มอีกสองสามใบ เจ้าได้ใช้รดผักสะดวกขึ้นหน่อย”
คำพูดนั้นแสนเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ
มู่หว่านเหยาเงยหน้ามองเขาเงียบ ๆ ในแววตานั้นมีทั้งความซาบซึ้งและความรู้สึกอันบอกไม่ถูก
โชคดีนัก ที่หานเจ๋อมิได้เคยสนิทสนมกับหว่านเหยาเดิมมาก่อน
เขาจึงไม่รู้เลยว่า...สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าในเวลานี้
หาใช่หญิงคนเดิมที่เขาเคยรักหมดใจอีกต่อไปแล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้...
มู่หว่านเหยาก็ขอเป็น ตัวของตัวเอง
ส่วนอีกฝ่ายจะรับได้หรือไม่
ก็ให้เป็นเรื่องของโชคชะตาอีกครั้งเถิด
ลมยามเย็นพัดผ่านกลิ่นดินชื้นจากแปลงใหม่
หานเจ๋อที่เพิ่งจัดการแปลงเสร็จ เดินเช็ดเหงื่อพลางยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เขารีบเข้าไปในเรือน หยิบตะกร้าที่พกติดตัวมาวางบนโต๊ะไม้ แล้วเอ่ยเสียงสดใส
“วันนี้ข้าซื้อหมูมาด้วยนะ จะทำผัดเปรี้ยวหวานให้เจ้ากิน”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความเอาใจใส่
กลิ่นควันจากเตาเริ่มลอยอ้อยอิ่งทั่วเรือนเล็กกลางทุ่ง
กลิ่นหมูผัดเปรี้ยวหวานลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก
เสียงน้ำมันกระทบกระทะดัง ฉ่า... ตามด้วยกลิ่นซอสหอมหวานผสมกลิ่นขิงอ่อน
หานเจ๋อถือกระบวยในมือ คนอย่างคล่องแคล่ว ริมฝีปากยังคงยิ้มละไม “อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เจ้าไปนั่งรอก่อนเถอะ” เขาเอ่ยพลางหันมายิ้มให้
มู่หว่านเหยาเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วนั่งลงที่ตั่งไม้
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดผ่านช่องหน้าต่าง ร่วงลงบนพื้นดินดิบของเรือน เงาของชายหนุ่มที่ยืนปรุงอาหารขยับไหวในแสงส้มอบอุ่นนั้น งดงามในความเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด
ไม่นาน หานเจ๋อก็ยกจานผัดเปรี้ยวหวานกับข้าวสวยร้อน ๆ มาวางตรงหน้า “ลองชิมดูสิ ข้าไม่ค่อยแน่ใจว่ารสจะถูกปากเจ้าหรือไม่”
มู่หว่านเหยาตักขึ้นชิมคำหนึ่ง รสหวานอมเปรี้ยวพอดีไม่จัดนัก
“อร่อยดี” นางเอ่ยเรียบ ๆ
แต่หานเจ๋อกลับยิ้มกว้างราวกับได้รับรางวัลล้ำค่า
ทั้งสองนั่งกินกันเงียบ ๆ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมจากท้องนาแทรกอยู่ระหว่างคำพูด
หลังจากกินอิ่ม มู่หว่านเหยายืนยันจะเป็นคนเก็บและล้างเอง
หานเจ๋อพยายามห้าม แต่เมื่อเห็นสายตาดื้อดึงของนางก็ได้แต่ยิ้มยอม ก่อนจะหยิบขวานออกไปผ่าฟืนหลังเรือน
เสียง ฉึก... ฉึก... ของขวานกระทบไม้ดังเป็นจังหวะผสมกับเสียงน้ำล้างถ้วยในครัว
ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านทุ่ง ละอองกลิ่นดินชื้นลอยอ้อยอิ่งทั่วบริเวณ
ไม่นาน หว่านเหยาก็เดินออกมาจากครัว มือยังมีรอยน้ำหยดอยู่บ้าง นางเอ่ยเรียบ ๆ
“พรุ่งนี้ข้าจะไปตลาด...ท่านช่วยไปเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”
หานเจ๋อหยุดมือที่ถือขวานไว้กลางอากาศ ก่อนจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า “ได้สิ เดิมทีพรุ่งนี้ข้าก็ว่าจะขึ้นเขาอยู่แล้ว ไปตลาดกับเจ้าก่อนก็ย่อมได้”
“อืม...รบกวนท่านแล้ว” นางเอ่ยเบา ๆ
ชายหนุ่มพลางส่ายหน้า“เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้นเลย...เจ้าก็รู้ดีว่าข้าเต็มใจแค่ไหน”
มู่หว่านเหยากะพริบตาช้า ๆ กล่าว “ได้...”
คำตอบนั้นสั้นนัก แต่เพียงคำเดียวก็ทำให้หานเจ๋อเผยรอยยิ้มอบอุ่นกว่าเดิมอีกหลายเท่า นางกำลังรับไมตรีของเขา
ตอน ตอกตรึงล้ำลึก ภายในห้องนอนที่ปิดมิดชิดของเรือนไม้หลังใหม่ที่โอ่อ่ากลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำมองนิมิตของหว่านเหยาพลันเลือนหายไป เมื่อนางได้รับ “ยารักษา” ชั้นเลิศจากสามีหนุ่มจนร่างกายเริ่มร้อนระอุและซับสีเลือดแดงปลั่งทว่าแรงพยศและพลังหยินที่เอ่อล้นกลับทำให้นางนึกอยากเป็นผู้คุมเกมบ้าง หว่านเหยาขยับกายอย่างฉับไวพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบน ทรงตัวเหนือร่างหนากำยำของหานเจ๋อ แยกเรียวขาคู่สวยออกกว้างคร่อมทับสะโพกสอบของสามีหนุ่มไว้แน่นหานเจ๋อนอนเอนกายราบไปกับเตียงหนานุ่ม แผงอกกว้างกำยำสะท้อนแสงจันทร์รำไรปูดโปนไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการฝึกยุทธ์ ท่อนกายแกร่งล่ำสันใหญ่โตของเขาชี้โด่ตระหง่านท้าทายสายตาอยู่เบื้องล่างชายหนุ่มเลิกคิ้วมองสตรีดวงใจด้วยสายตาคมปลาบดุจพยัคฆ์ แฝงแววตกตะลึงวาบขึ้นมาชั่วครู่เมื่อเห็นท่วงท่าอันร่านรักและดุดันของภรรยาโฉมงาม“ท่านพี่... คืนนี้ข้าจะใช้ ‘วิธีพิเศษ’ บำเรอท่านให้สมใจอยากเองเจ้าค่ะ” นางกระซิบพร่าเลือนชวนใจสั่นหว่านเหยาโน้มกายลงต่ำจนร่องอกอวบอิ่มบดเบียดผิวเนื้อเข้าหาใบหน้าคมสันของเขา นางอ้าปากอิ่มสีหวานออกกว้างแล้วครอบริมฝีปากนุ่มลงกลืนกินส่ว
ตอนความสัมพันธ์ที่เริ่มหลอมละลายแสงอรุณวันใหม่สาดส่องกระทบหลังคาเรือนไม้หลังใหญ่โตโอ่อ่าท่ามกลางทุ่งนาที่เขียวขจีบรรยากาศยามเช้าภายในเรือนชั้นในของตระกูลหานเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและสงบสุข หยางซื่อในยามนี้ดูสง่าผ่าเผยผิดจากวันวาน แผ่นหลังที่เคยค่อมลงตามวัยเหยียดตรงอย่างทรงอำนาจและน่าเกรงขาม นางสลัดภาพสตรีชาวนาจอมขึงขังทิ้งไปจนสิ้นบัดนี้ยอมรับหน้าที่ ‘ผู้จัดการส่วนตัวระดับมือทอง’ของลูกสะใภ้รองอย่างเต็มภาคภูมิ“ท่านป้าหลี่ วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงนี่เล่า” หยางซื่อเอ่ยทักทายหญิงชาวบ้านที่แวะเวียนมาด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทว่าเด็ดขาดเมื่ออีกฝ่ายพยายามสอบถามเรื่องลำดับคิว“ต้องขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะท่านป้า วันนี้ลูกสะใภ้ข้านางรับคนได้ไม่มากนัก ลมปราณของนางมีจำกัด หากฝืนทำเกินกำลังจะส่งผลเสีย เอาไว้พรุ่งนี้ท่านค่อยมาใหม่แต่เช้าเถิด ข้าจะกำชับชิงอี้ให้จดชื่อท่านไว้เป็นลำดับต้นๆ เลย...อ่ะ ขอบคุณท่านที่เข้าใจ”แม้จะมีพวกฮูหยินแปลกหน้าหรือคุณหนูผู้มีอันจะกินจากในเมืองพยายามเสนอเงินก้อนโตเพื่อแซงคิวรักษา หยางซื่อก็เพียงแต่ประสานมือคารวะอย่างสุภาพ ทว่าถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับชัดเ
บ่ายแสงแดดสาดส่องลงมารำไรกระทบกับหลังคาเรือนหลังใหญ่หลังใหม่ของตระกูลหาน หลังจากที่มู่หว่านเหยาหรือในชาติก่อนคือ นักกายภาพบำบัดสาวยุคใหม่ ได้สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็น ‘แม่หมอมู่’ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำนายวาสนาและรักษาโรคภัยจนได้รับเงินทองมากมาย วันนี้เรือนของนางมีแขกพิเศษมาเยือน ใต้เท้าเว่ย ขุนนางท้องถิ่นผู้หนึ่งที่มีอาการเดินกะเผลกและปวดหลังเรื้อรังมานานหลายปี เขาเคยไปหาหมอหลวงและหมอสมุนไพรมาทั่วสารทิศ แต่กลับไม่มีใครรักษาอาการปวดตึงที่สะโพกและขาของเขาได้เลยเมื่อได้ยินกิตติศัพท์ของแม่หมอมู่ว่ามีวิชา‘เปิดลมปราณปลุกเส้นวาสนา’ เขาจึงยอมลดตัวเดินทางมาหาหญิงชาวนาถึงที่เรือน หว่านเหยานั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวเก่ง แขนเสื้อผ้าป่านเนื้อดีทิ้งตัวลงอย่างงดงาม นัยน์ตาคู่สวยแอบมอง เส้นวาสนาของใต้เท้าเว่ย มันเป็นเส้นสีเทาหนาๆ ที่พันกันรุงรังอยู่บริเวณบั้นเอวไม่ใช่เพราะคุณไสยหรือปีศาจตนใด... แต่มันคืออาการ ‘ออฟฟิศซินโดรม’ และกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทตามหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ! “แม่หมอมู่... อาการของข้าริบหรี่ยิ่งนัก หมอคนอื่นบอกว่าข้าโดนลมปราณอุดตันจนยากจะเยียวย
หว่านเหยาพลิกกายเข้าหาอ้อมกอดที่คุ้นเคย แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและไอร้อนของเขาคือที่พักพิงที่มั่นคงที่สุด แววตาของนางวาวโรจน์ด้วยความเสน่หาพลางเอ่ยตอบ “ท่านพี่...วาสนาที่สูงส่งที่สุดที่ข้าต้องการ แต่คือการได้ตื่นมาในอ้อมกอดที่เร่าร้อนของท่านทุกเช้า และได้สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ร่วมกับท่าน... ข้าเองก็อยากรู้เหลือเกินว่า ลูกของเราจะซุกซนเหมือนพ่อของเขาหรือไม่”หานเจ๋อไม่เอ่ยคำใดต่อ ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจที่เริ่มหอบกระชั้นของนาง ท่วงทำนองแห่งความปรารถนาเริ่มบรรเลงอย่างดุดันและลึกซึ้ง พลังแห่งลมปราณหยางที่เขาถ่ายทอดให้นาง กลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำให้เร่าร้อนหานเจ๋อเรียกชื่อนางเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นหนักแน่นราวคำสัตย์ที่สลักลงบนหินผา“เหยาเอ๋อร์... เจ้าคือชีวิตของข้า”ชายหนุ่มเอ่ยพลางก้าวขึ้นคร่อมทับ จุมพิตนางอย่างดุดัน บดขยี้ริมฝีปากนุ่มจนนางแทบขาดใจ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปพัวพันอย่างตะกรุมตะกราม ขณะที่เบื้องล่างนั้น ความเป็นชายที่แข็งขืนพยายามเสียดสีเข้าหาจุดกึ่งกลางกายสาวที่ฉ่ำแฉะเพื่อรอการตอบรับ"ข้าต้องการเจ้า... ทั้งหมดของเจ้า"หานเจ๋อกระซิบชิดริ
ตอนที่ 87 สตรีธรรมดาผู้หนึ่งหว่านเหยาหาได้เพียงแต่หยิบยื่นที่พักพิงให้แก่ญาติผู้พี่เพียงลำพังไม่ นางยังมอบหมายให้ มู่ซูเยว่ คอยเป็นหูเป็นตา สืบเสาะหาญาติมิตรในตระกูลที่ยังคงซื่อสัตย์และต้องการความช่วยเหลือจากการล่มสลายของตระกูลมู่ด้วยยามนี้หว่านเหยามีอำนาจลับจากองค์รัชทายาทคอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง นางจึงหาได้เกรงกลัวว่าจะมีเรื่องราววุ่นวายอันใดตามมาหลอกหลอนนางถึงเรือนชาวนาแห่งนี้ซูเยว่ที่มองผ่านโลกมามากเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี แววตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล “เหยาเอ๋อร์... พี่ว่าเราควรช่วยเหลือตามแต่สมควรเป็นครั้งคราวไปเถิด หากแผ่ขยายเมตตาออกไปกว้างขวางเกินไป พี่เกรงว่าความวุ่นวายจะย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่เจ้าได้ในภายหลัง”หว่านเหยาคลี่ยิ้มอย่างใจเย็น แววตาแฝงความเชื่อมั่นในตัวญาติผู้พี่ที่นางเลือกชุบชีวิตใหม่ขึ้นมา “เรื่องนี้ข้ามอบหมายให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจ จัดการตามที่ญาติผู้พี่เห็นสมควรเถอะเจ้าค่ะ”ในขณะนั้นเอง ฉางอัน พ่อบ้านคนใหม่ผู้เคร่งขรึมก็เดินเข้ามารายงานด้วยท่าทีนอบน้อมซูเยว่เมื่อเห็นว่าน่าจะเป็นธุระสำคัญของนายหญิง นางจึงเลี่ยงลุกออกไปอย่างรู้ความหว่านเหยาปรา
ตอนที่ 86 เริ่มใหม่ชีวิตในแต่ละวันของหว่านเหยาผ่านไปอย่างเรียบง่ายทว่าเปี่ยมสุข นางรู้สึกว่าชีวิตในชาตินี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก พลางนึกขอบคุณเทพองค์นั้นที่มอบพรอันประเสริฐและโอกาสให้นางได้ลิขิตวาสนาของตนเองในเช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส ชิงอี้ เดินเข้ามาแจ้งข่าวนายหญิงด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย“ฮูหยินเจ้าคะ มีสตรีผู้หนึ่งมาขอพบ บอกว่าเป็นญาติของท่านเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าใบหน้าของนางมีส่วนละม้ายคล้ายท่านอยู่ไม่น้อย จึงได้รีบเข้ามาเรียนท่านก่อนเจ้าค่ะ”หว่านเหยาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนจะพยักหน้า “ไปพาเข้ามาเถอะ”ไม่นานนัก ร่างของสตรีที่ดูคุ้นตาก็ปรากฏกายขึ้น หว่านเหยาจำได้ทันทีจึงเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว “ญาติผู้พี่...ซูเยว่” ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้บ่าวไพร่คนอื่น ๆ ออกไปจากห้องเพื่อให้ความเป็นส่วนตัว“เหยาเอ๋อร์...” อนุมู่ซูเยว่ เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนชั้นในที่ตกแต่งอย่างประณีตและอบอุ่น มองดูบ่าวไพร่ที่คอยรับใช้ด้วยความนอบน้อม และมองดูรัศมีแห่งความสุขสงบที่แผ่ออกมาจากตัวหว่านเหยา อนุมู่ถึงกับยืนตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว
ตอนที่ 55 คุ้มภัย นางจัดเก็บทองคำให้เรียบร้อย ปิดหีบลงอย่างแน่นหนา ก่อนจะหมุนกุญแจด้วยมือที่นิ่งสนิท จากนั้นจึงลุกขึ้นเตรียมออกไปยังศาลาหว่านเหยาหันไปกำชับชิงอิง น้ำเสียงราบเรียบ “หลังจากข้าตรวจดวงชะตาเสร็จแล้ว เจ้าช่วยไปตามนายท่านมาหาข้าด้วย”ชิงอิงรับคำทันที “เจ้าค่ะ นายหญิง”หว่านเหยา
ตอนที่ 52 พะอืดพะอม หว่านเหยาตรวจดวงชะตาให้ผู้คนไปทีละลำดับ เสียงถาม เสียงถอนหายใจ เสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ผลัดเปลี่ยนกันไม่ขาดจนเมื่อใกล้ถึงลำดับสุดท้าย แสงแดดยามเช้าเริ่มแรงขึ้นจังหวะนั้นก็มีเสียงล้อรถม้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านนอกรถม้าคันใหญ่หยุดนิ่งหน้าศาลา ตัวรถแกะลายวิจิตร หลังคาเคลือบเงาสะท้อนแ
ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณไม่ถึงเวลาเที่ยง หว่านเหยาก็ตรวจดวงชะตาของผู้คนหมดลงพอดีนางเอนหลังเล็กน้อย คลายลมหายใจอย่างสบายชิงอิงเดินเข้ามาถาม“นายหญิงให้จัดโต๊ะเลยไหมเจ้าคะ”หว่านเหยาพยักหน้า “จัดตรงลานกว้างได้เลย”ชิงอี้และชิงอิง ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ กับกับข้าวง่าย ๆ ลอยอวลหว่
ตอนที่ 40 ตัดสิน “ไม่มีธุระไม่ได้หรือ” นางย้อนเสียงเรียบ“มาดูเรือนของลูกชายตัวเองบ้าง ไม่สมควรหรือ”หานเจ๋อชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มจาง ๆ“ข้ามิกล้า”ซูหลิงแทรกขึ้นทันที “พี่สะใภ้ออกไปแต่เช้าเลยหรือเจ้าคะ พวกเราเพิ่งมา เห็นรถม้าออกไปพอดี”หานเจ๋อพยักหน้า “นางออกไปทำงานรักษาคนป







