แชร์

ตอนที่ 4 รับไมตรี

ผู้เขียน: ประดับดิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-07 21:00:24

ตอนที่ 4 รับไมตรี

หานเจ๋อกลับมาถึงเรือนยามเย็น

พอเห็นมู่หว่านเหยากำลังขุดแปลงดินอยู่ด้านหลัง ก็รีบวางของในมือลงแล้วก้าวเข้าไปหา

“เจ้าทำอะไรน่ะ ทำไมไม่รอข้า”

เขาเอ่ยเสียงเต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง

มู่หว่านเหยาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พลางยิ้มบาง “ข้าแค่อยากเตรียมแปลงไว้ก่อน จะได้ปลูกพืชทันฝนหน้า”

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ  “แต่ตอนนี้...ข้ายังไม่มีเมล็ดพันธุ์ หากท่านพอมีเงินสักเล็กน้อย ข้าขอไว้ซื้อหรือแลกเมล็ดปลูกได้หรือไม่”

หานเจ๋อชะงักไปทันที ดวงตาเบิกเล็กน้อย ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้

“ข้าไม่รอบคอบเอง...”

เขาพูดพลางรีบเดินเข้าเรือน  ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมถุงผ้าขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในช่องไม้ตรงมุมผนัง

เขาวางมันลงบนมือของนางอย่างไม่ลังเล

“นี่คือเงินทั้งหมดที่ข้ามี เจ้าอยากใช้ทำสิ่งใดก็แล้วแต่ใจจะซื้อเมล็ดพันธุ์หรือของจำเป็นอื่น ๆ ก็ได้ทั้งนั้น ข้าเชื่อเจ้า”

มู่หว่านเหยาชะงักไปเล็กน้อย มองถุงเงินในมืออยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างแผ่วผ่านในอก ทั้งซาบซึ้งทั้งเกรงใจ

หานเจ๋อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจึงเอ่ยเสียงนุ่ม

“เจ้าไปนั่งพักเถอะ ตรงนี้ข้าจะทำต่อเอง”

น้ำเสียงนั้นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอาทร

หว่านเหยาเองก็เหนื่อยล้าอยู่พอดี นางลังเลเพียงครู่ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันไปนั่งบนตั่งไม้ใกล้รั้ว

ลมเย็นพัดโชย กลิ่นดินชื้นอบอวลอยู่ในอากาศ

นางมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังจับจอบขุดดินแทนอย่างตั้งใจ ภาพนั้นเรียบง่ายเหลือเกิน แต่กลับอบอุ่นในแบบที่นางไม่คาดคิดมาก่อน

หานเจ๋อไม่เพียงแต่ขุดดินให้เรียบเสมอเป็นแปลงเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าดินยังแห้ง เขายังตักน้ำจากลำธารใกล้เรือนมารดให้ชุ่มทีละขัน  หยาดเหงื่อเกาะพราวบนหน้าผาก แต่เขากลับยิ้มบางอย่างพอใจ

เมื่อเสร็จงาน เขาหันไปมองมู่หว่านเหยาที่นั่งพักอยู่บนตั่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม  “พรุ่งนี้ข้าจะไปหาถังน้ำมาเพิ่มอีกสองสามใบ เจ้าได้ใช้รดผักสะดวกขึ้นหน่อย”

คำพูดนั้นแสนเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ

มู่หว่านเหยาเงยหน้ามองเขาเงียบ ๆ  ในแววตานั้นมีทั้งความซาบซึ้งและความรู้สึกอันบอกไม่ถูก

โชคดีนัก ที่หานเจ๋อมิได้เคยสนิทสนมกับหว่านเหยาเดิมมาก่อน

เขาจึงไม่รู้เลยว่า...สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าในเวลานี้

หาใช่หญิงคนเดิมที่เขาเคยรักหมดใจอีกต่อไปแล้ว

ในเมื่อเป็นเช่นนี้...

มู่หว่านเหยาก็ขอเป็น ตัวของตัวเอง

ส่วนอีกฝ่ายจะรับได้หรือไม่

ก็ให้เป็นเรื่องของโชคชะตาอีกครั้งเถิด

ลมยามเย็นพัดผ่านกลิ่นดินชื้นจากแปลงใหม่

หานเจ๋อที่เพิ่งจัดการแปลงเสร็จ เดินเช็ดเหงื่อพลางยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี  เขารีบเข้าไปในเรือน หยิบตะกร้าที่พกติดตัวมาวางบนโต๊ะไม้ แล้วเอ่ยเสียงสดใส

“วันนี้ข้าซื้อหมูมาด้วยนะ จะทำผัดเปรี้ยวหวานให้เจ้ากิน”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความเอาใจใส่

กลิ่นควันจากเตาเริ่มลอยอ้อยอิ่งทั่วเรือนเล็กกลางทุ่ง

กลิ่นหมูผัดเปรี้ยวหวานลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก

เสียงน้ำมันกระทบกระทะดัง ฉ่า... ตามด้วยกลิ่นซอสหอมหวานผสมกลิ่นขิงอ่อน

หานเจ๋อถือกระบวยในมือ คนอย่างคล่องแคล่ว ริมฝีปากยังคงยิ้มละไม “อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เจ้าไปนั่งรอก่อนเถอะ” เขาเอ่ยพลางหันมายิ้มให้

มู่หว่านเหยาเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วนั่งลงที่ตั่งไม้

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดผ่านช่องหน้าต่าง ร่วงลงบนพื้นดินดิบของเรือน  เงาของชายหนุ่มที่ยืนปรุงอาหารขยับไหวในแสงส้มอบอุ่นนั้น งดงามในความเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด

ไม่นาน หานเจ๋อก็ยกจานผัดเปรี้ยวหวานกับข้าวสวยร้อน ๆ มาวางตรงหน้า  “ลองชิมดูสิ ข้าไม่ค่อยแน่ใจว่ารสจะถูกปากเจ้าหรือไม่”

มู่หว่านเหยาตักขึ้นชิมคำหนึ่ง รสหวานอมเปรี้ยวพอดีไม่จัดนัก

“อร่อยดี” นางเอ่ยเรียบ ๆ

แต่หานเจ๋อกลับยิ้มกว้างราวกับได้รับรางวัลล้ำค่า

ทั้งสองนั่งกินกันเงียบ ๆ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมจากท้องนาแทรกอยู่ระหว่างคำพูด  

หลังจากกินอิ่ม มู่หว่านเหยายืนยันจะเป็นคนเก็บและล้างเอง

หานเจ๋อพยายามห้าม แต่เมื่อเห็นสายตาดื้อดึงของนางก็ได้แต่ยิ้มยอม ก่อนจะหยิบขวานออกไปผ่าฟืนหลังเรือน

เสียง ฉึก... ฉึก... ของขวานกระทบไม้ดังเป็นจังหวะผสมกับเสียงน้ำล้างถ้วยในครัว

ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านทุ่ง ละอองกลิ่นดินชื้นลอยอ้อยอิ่งทั่วบริเวณ

ไม่นาน หว่านเหยาก็เดินออกมาจากครัว มือยังมีรอยน้ำหยดอยู่บ้าง นางเอ่ยเรียบ ๆ

“พรุ่งนี้ข้าจะไปตลาด...ท่านช่วยไปเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”

หานเจ๋อหยุดมือที่ถือขวานไว้กลางอากาศ ก่อนจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า  “ได้สิ เดิมทีพรุ่งนี้ข้าก็ว่าจะขึ้นเขาอยู่แล้ว ไปตลาดกับเจ้าก่อนก็ย่อมได้”

“อืม...รบกวนท่านแล้ว” นางเอ่ยเบา ๆ

ชายหนุ่มพลางส่ายหน้า“เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้นเลย...เจ้าก็รู้ดีว่าข้าเต็มใจแค่ไหน”

มู่หว่านเหยากะพริบตาช้า ๆ กล่าว  “ได้...”

คำตอบนั้นสั้นนัก แต่เพียงคำเดียวก็ทำให้หานเจ๋อเผยรอยยิ้มอบอุ่นกว่าเดิมอีกหลายเท่า  นางกำลังรับไมตรีของเขา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว“โอ้... สวรรค์เมตตายายแก่คนนี้แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าพึมพำด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยเหมือนคนกำลังฝันหวาน “มันช่างเบาสบาย... เหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้นเลยลูกเอ๋ย”เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่ามีท่าทีมีความสุขและเคลิบเคลิ้มถึงเพียงนั้น ป้าสะใภ้ทั้งสองที่เคยลอบสบตาแสดงความไม่เชื่อถือในตอนแรกก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่พอหว่านเหยาค่อยๆ ถอนมือออกและซับเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบขยับเข้าไปเกาะแขนนางทันที “หลานสะใภ้! ป้าเองก็ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมาหลายวันแล้ว ช่วยนวดให้ป้าสักนิดได้หรือไม่” “ป้าด้วย! ป้าปวดบ่าปวดหลังไปหมดแล้ว” ป้าสะใภ้รองรีบแทรกเข้ามาอย่างไม่ยอมน้อยหน้าหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อน นางหันไปสบตาหยางซื่อครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบอย่างถ่อมตน “ต้องขออภัยป้าสะใภ้ทั้งสองจริงๆ เจ้าค่ะ วันนี้ข้าตั้งใจรวบรวมลมปราณทั้งหมดมาเพื่อทะลวงจุดให้ท่านยายโดยเฉพาะ ตอนนี้พลังในกายข้าเริ่มจะอ่อนแรงลงแล้ว หากฝืนทำต่อไปเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อตัวข้าและลมปราณที่ถ่ายทอดให้พวกท่านจะไม่บริบูรณ์เจ้าค่ะ”นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะประกาศเงื่อนไขที่ตกลงก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 62 เคลิ้ม

    ตอนที่ 62 เคลิ้ม “โถ่... หน้าตาสะสวยราวกับภาพวาดเช่นนี้ กิริยาก็แช่มช้อยนัก หยางซื่อเอ๋ย เจ้าช่างวาสนาดีเหลือเกินที่ได้ลูกสะใภ้รูปโฉมถึงเพียงนี้”ป้าสะใภ้รองเอ่ยชมไม่ขาดปาก พลางลุกขึ้นขยับเข้ามาดูหน้าหว่านเหยาใกล้ๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มละมุนอย่างพอเหมาะพอดี นางมิได้แสดงท่าทีลำพองใจในคำชมนั้น ทว่ากลับก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสำรวมก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ป้าสะใภ้ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หว่านเหยามิกล้ารับคำชมนั้นหรอกเจ้าค่ะ อันว่ารูปโฉมภายนอกนั้นเป็นเพียงสิ่งที่สวรรค์ประทานมาให้ หาใช่คุณงามความดีที่แท้จริงไม่ ความงดงามที่ยั่งยืนย่อมอยู่ที่การรู้จักหน้าที่และกตัญญูต่อผู้ใหญ่มากกว่าเจ้าค่ะ”คำกล่าวที่เปี่ยมไปด้วยความคิดความอ่านของนาง ทำเอาผู้อาวุโสทั้งสามถึงกับมองหน้ากันด้วยความทึ่ง แม้แต่หยางซื่อเองก็ยังรู้สึกอิ่มเอมใจจนหน้าบานยิ่งกว่าเดิม “วันนี้ที่ข้ามา...” หว่านเหยาเอ่ยต่อพลางหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าหยาง “ข้าตั้งใจจะมาใช้ความรู้เล็กน้อยที่มี ช่วยทะลวงลมปราณให้ท่านยายเจ้าค่ะ เห็นท่านแม่บ่นด้วยความห่วงใยอยู่บ่อยครั้งว่าท่านยายมักปวดเมื่อยเนื้อตัวจนนอ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า

    ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า หว่านเหยาหันไปมองสาวใช้ทั้งสองที่ตั้งท่าจะขยับตามมา นางแย้มรอยยิ้มบางๆ พลางโบกมือห้ามเบาๆ “พวกเจ้าไม่ต้องตามไปหรอก อยู่ดูแลความเรียบร้อยที่เรือนเถิด ไปกันหลายคนนักจะดูวุ่นวายเปล่าๆ อีกอย่างข้าไปกับท่านแม่ย่อมไม่มีสิ่งใดน่ากังวล” ซูหลิง ที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ รีบขยับก้าวเข้ามาอาสาด้วยท่าทางกระตือรือร้นเอาใจ “พี่สะใภ้รองพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ! ให้พวกนางอยู่เฝ้าเรือนเถิด ส่วนท่านแม่กับพี่สะใภ้รอง ข้าจะเป็นคนดูแลเองเจ้าค่ะ” หยางซื่อปรายตามองบุตรสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดูแกมระอา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยค้านอันใด หว่านเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทีร่าเริงของซูหลิง ความสนิทสนมที่เพิ่มพูนขึ้นทำให้บรรยากาศในครอบครัวดูอบอุ่นขึ้นอย่างมาก“เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะน้องสาว” หว่านเหยาเอ่ยเย้า ก่อนที่ทั้งสามคนจะเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สกุลหยางด้วยกัน เมื่อทั้งสามคนก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของ มู่หว่านเหยา ก็สะดุดสายตาผู้คนโดยรอบทันที แม้นางจะอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายตามแบบฉบับหญิงสาวในชนบท ทว่าใบหน้าที่ง

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 60 ไปวันนี้

    ตอนที่ 60 ไปวันนี้หยางซื่อกวาดสายตามองไปรอบเรือน ราวกับเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม “แล้วนี่หานเจ๋อไม่อยู่เรือนหรือ ข้านึกว่าเขาช่วยช่างก่อสร้างอยู่แถวนี้”หว่านเหยาขยับมือที่นวดให้เบาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบชวนให้คนฟังรู้สึกสบายใจ“ท่านพี่เข้าไปในเมืองเจ้าค่ะ เห็นว่าอยากจะไปสำนักคุ้มภัยหาอาจารย์สักคนเพื่อเล่าเรียนวรยุทธ์เพิ่มเติมสักหน่อย”หว่านเหยาจงใจเอ่ยเพียงเท่านี้ นางเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ตนเองให้หานเจ๋อไปจ้างวานคนจากสำนักคุ้มภัยมาดูแลความปลอดภัยที่บ้าน เพราะเกรงว่าหากบอกความจริงไป หยางซื่อจะตกใจและกังวลจนเกินเหตุว่ามีภัยอันตรายใดกำลังเข้ามาหยางซื่อขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน “เรียนวรยุทธ์หรือ?”นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความภาคภูมิใจ นางทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้น“เรียนวรยุทธ์หรือ... อันที่จริงหานเจ๋อเขาก็พละกำลังมหาศาลมาแต่ไหนแต่ไร แรงชายกรรจ์ในหมู่บ้านนี้หาใครเทียบเขาได้ยาก หากได้อาจารย์ดีๆ ช่วยขัดเกลาวรยุทธ์ให้ มีหรือที่เขาจะทำได้ไม่ดี”นางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับแฝงความขมขื่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง

    ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาหยางซื่อ นางสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่ปนมากับความกลัวของผู้เป็นมารดาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวนกับความขี้เกียจในใจแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงแย้มรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดออกมาหว่านเหยาเอ่ยเสียงแผ่ว“ข้าเข้าใจความกังวลของท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ”หยางซื่อเริ่มมีประกายตาแห่งความหวัง“แต่หากเจ้าใช้การ ถ่ายทอดลมปราณ เช่นที่ทำกับข้านี้...” หยางซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาเริ่มปรากฏประกายแห่งความหวัง“สิ่งนี้เป็นวิชาที่จับต้องได้ มีคุณมีประโยชน์เห็นกันคาตา ใครปวดเมื่อยล้าจากการตรากตรำทำนา เจ้าก็ช่วยบรรเทาให้เขาหายดี ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลุกนั่งลำบาก เจ้าก็ใช้ลมปราณผลักดันให้เลือดลมเขาเดินสะดวก สิ่งเหล่านี้คือเมตตาธรรมและบุญกุศลที่สั่งสมได้จริง ต่อให้ใครใจมืดบอดเพียงใดก็มิอาจยกเรื่องนี้มาตำหนิเจ้าได้ เพราะมันคือการช่วยเหลือคนด้วยวิชาที่มองเห็นผลลัพธ์ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยที่รอคอยเพียงวาสนา”หยางซื่อขยับตัวตามแรงกดที่พอเหมาะพอดีของหว่านเหยา ความรู้สึกเบาสบายที่แผ่ซ่านไปตามแนวสันหลังทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า นี่ต่างหากคือหนท

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณ

    ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณชิงอี้ หันไปเห็นซูหลิงเข้าพอดี นางจำได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้คือแม่สามีของมู่หว่านเหยา จึงรีบละมือจากงานที่ทำอยู่แล้ววิ่งปราดเข้าไปแจ้งข่าวในเรือนทันทีเพียงครู่เดียว ประตูเรือนก็เปิดออก มู่หว่านเหยา ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าของนางดูผ่องใสและเปี่ยมด้วยเมตตา ไร้ซึ่งร่องรอยของความขุ่นเคืองจากเรื่องราวในอดีต นางรีบเดินตรงเข้ามาหาหยางซื่อโดยไม่รั้งรอ“ท่านแม่มาถึงแล้วหรือเจ้าคะ” หว่านเหยาเอ่ยทักทายเสียงหวาน พลางเข้าไปประคองแขนแม่สามีอย่างอ่อนน้อม “แดดข้างนอกร้อนนัก รีบเข้ามาพักจิบน้ำชาในร่มให้คลายร้อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”หยางซื่อ ที่เดิมทีตั้งท่าจะมาแบบไว้ตัวและเคร่งขรึม ถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อเผชิญกับการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยความจริงใจเช่นนี้ นางทำได้เพียงเดินตามการประคองของลูกสะใภ้เข้าไปอย่างเสียไม่ได้ภายในศาลา ชิงอี้จัดเตรียมน้ำชาและของว่างเลิศรสไว้คอยท่าอยู่แล้ว หยางซื่อปรายตามองครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงจิบชาและหยิบของว่างขึ้นทานโดยไม่เอ่ยคำใดหว่านเหยาเห็นดังนั้นจึงไม่เอ่ยสิ่งใดให้เสียบรรยากาศ นางเพียงแย้มรอยยิ้มบางๆ แล้วกล่าวสมทบ“ท่านแม่พักผ่อนสักครู่ให้หายเหนื่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status