แชร์

ตอนที่ 5 นินทา

ผู้เขียน: ประดับดิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-11 09:18:47

ตอนที่ 5 นินทา

รุ่งเช้าแสงแดดยังอ่อนจัดจ้าผ่านม่านหมอกบาง ๆ ที่คลี่คลุมท้องนา

เสียงไก่ขันแว่วจากเรือนใกล้ ๆ ตามด้วยเสียงควายลากไถจากทางหมู่บ้าน  มู่หว่านเหยาเก็บตะกร้าหวายใบเล็กใส่เหรียญเงินที่หานเจ๋อมอบให้เมื่อคืน แล้วคลุมผ้าบางสีอ่อนคล้ายแพรทอมือ

เมื่อออกมาหน้าเรือน หานเจ๋อก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

เขายิ้มบาง ๆ  หว่านเหยายิ้มตอบกล่าว “ไปกันเถอะ”

น้ำเสียงของนางนุ่มนวลขึ้นกว่าทุกวัน

จนหานเจ๋อสติแทบจะล่องลอย

ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางดินเลียบคันนา

หยาดน้ำค้างเกาะบนยอดหญ้าเป็นประกาย สายลมเช้าเย็นสบายจนผมของหญิงสาวปลิวระเริง  เสียงล้อเกวียนจากระยะไกลดังเอื่อย ๆ ประสานกับเสียงพูดคุยของชาวบ้านที่พากันมุ่งหน้าไปตลาดเช่นเดียวกัน

ตลาดหมู่บ้านตั้งอยู่กลางลานกว้าง มีทั้งแม่ค้าขายผัก ผลไม้ ไข่เป็ดไข่ไก่ รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาและผ้าทอมือ

กลิ่นขนมถั่วบดและแป้งทอดลอยคลุ้งชวนให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน

แม้ มู่หว่านเหยา จะแต่งกายเรียบง่าย  ผ้าฝ้ายสีอ่อนทอด้วยมือ ผมถักเปียม้วนขึ้นอย่างเรียบร้อย ทว่ากิริยาท่าทางของนางกลับแฝงความอ่อนช้อยสง่างามอย่างยากจะปิดบังได้

แต่ละก้าวเดินของนางมีระเบียบ เรียบละเมียด เป็นสตรีชั้นสูงที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี

ตรงกันข้ามกับ หานเจ๋อ ที่เดินเคียงอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มในเสื้อผ้าเก่าซีดจากแสงแดด ผิวดำคล้ำเพราะแรงงานกลางทุ่งนา มือใหญ่เต็มไปด้วยรอยด้านและรอยแผลจากการทำงานหนัก

ทว่าดวงตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความซื่อและอบอุ่น

เมื่อทั้งคู่เดินเคียงกันผ่านตลาดจอแจ

ภาพนั้นสะดุดสายตาผู้คนไม่น้อย

หญิงสาวผู้มีท่วงท่างามละมุนดุจบุปผาในวัง กับชายชาวนาผิวเข้มที่ยิ้มเรียบง่าย ภาพคู่นี้ขัดแย้งอย่างประหลาด แต่กลับดูไม่ใช่นายบ่าว...

เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นเป็นระลอก

“เจ้าไม่รู้หรือ นั่นคือหานเจ๋อ... ชาวนาที่แต่งกับบุตรสาวขุนนางต้องโทษนั่นเอง”

“อะไรนะ? หญิงสูงศักดิ์จะอยู่กับกินกับชาวนาเนี่ยนะ?”

“ข้าก็ว่าอยู่ ใบหน้านางช่างงามเหลือเกิน ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนบ้านนาแน่ ๆ”

“ฮึ! ถึงงามเพียงใดก็เถอะ สุดท้ายก็ต้องอยู่กับชายผิวคล้ำในท้องนา ไม่รู้จะทนได้กี่เดือนกันเชียว”

“แต่ดูสิ หานเจ๋อท่าทางรักนางยิ่งนัก”

เสียงซุบซิบเจือทั้งความอยากรู้อยากเห็นและความเย้ยหยันแผ่วลอดตามหลังพวกเขาไป

บางคนหัวเราะคิกคัก บางคนทำเพียงส่ายหน้า แต่สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องหญิงสาวผู้นั้น  ราวกับกำลังเฝ้ามองเรื่องราวแปลกประหลาดที่ยากจะเชื่อ หว่านเหยายังคงซื้อของที่ต้องการไม่ได้ใส่ใจคำพูดเหล่านั้น

พอซื้อของเสร็จก็ชวนหานเจ๋อกลับ

หานเจ๋อคิ้วขมวดแน่น ใบหน้าที่เคยยิ้มกลับกลายเป็นเคร่งขรึม เขาหันมองรอบข้างทีละน้อย  ก่อนก้มศีรษะลงพยายามเดินให้เร็วขึ้น

มู่หว่านเหยาเองก็รับรู้ได้ถึงเสียงเหล่านั้นทุกถ้อยคำ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ นางคิดในใจ “ไม่ว่ายุคใดสมัยใด เรื่องนินทาก็ไม่เคยสูญสิ้น...” 

“หานเจ๋อ...” เสียงของนางแผ่วเบา

ชายหนุ่มที่เดินนำอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมา

ในดวงตาที่เคยขุ่นมัวเพราะโทสะค่อย ๆ คลายลง เหลือเพียงความอ่อนโยนและห่วงใย

มู่หว่านเหยามองเขาแผ่ว ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ

“อย่าใส่ใจเลย คำพูดของคนมีไว้ให้ผ่านไป ไม่ใช่ให้จดจำ”

หานเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า  “ข้าเข้าใจแล้ว”

พวกเขาเดินไปได้สักพัก  ก็ได้ยินเสียงโกลาหลจากลำคลอง

ชาวบ้านหลายคนกำลังยืนล้อมวงส่งเสียงร้องตระหนก

“ช่วยด้วย! เด็กตกน้ำ!”

“รีบขึ้นมาเร็ว!”

หานเจ๋อวางตะกร้าทันที รีบวิ่งเข้าไปดูพร้อมหว่านเหยา

ที่ริมตลิ่งมีชายสองคนกำลังช่วยกันดึงร่างเด็กหญิงตัวเล็กขึ้นจากน้ำ แต่ร่างนั้นแน่นิ่ง ดวงหน้าเขียวคล้ำ ไร้ลมหายใจ

“ไม่หายใจแล้ว!” หญิงชราผู้หนึ่งร้องเสียงสั่น

ทุกคนต่างลนลาน ไม่มีผู้ใดรู้จะทำอย่างไร

หว่านเหยาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย  สัญชาตญาณและความรู้จากชาติเดิมพลันตื่นขึ้น

“วางเด็กลงบนพื้นราบ!” นางเอ่ยเสียงหนักแน่น

หานเจ๋อได้ยินดังนั้นก็รีบช่วยประคองเด็กให้นอนหงายบนพื้น

หว่านเหยาคลายเสื้อผ้าเด็กให้หลวมขึ้น ตรวจการหายใจ แล้วเริ่มกดหน้าอกตามจังหวะ

“หนึ่ง… สอง… สาม… สี่… ห้า…”

มือของนางกดลงบนอกเล็ก ๆ อย่างมั่นคงและแม่นยำ

เสียงชาวบ้านรอบข้างเงียบลง มีเพียงเสียงหัวใจของทุกคนที่เต้นระรัวกับจังหวะการกดของนาง

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่หยุด

หานเจ๋อยืนมองอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและประหลาดใจ 

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงไอแผ่ว ๆ ดังขึ้น เด็กน้อยสำลักน้ำออกมาทีละน้อย ก่อนจะเริ่มร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“หายใจแล้ว! เด็กหายใจแล้ว!” เสียงผู้คนตะโกนด้วยความดีใจ

มู่หว่านเหยาปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก หัวใจเต้นแรงแต่แววตาสงบ  นางลูบหัวเด็กเบา ๆ “ไม่เป็นไรแล้ว...เจ้าปลอดภัยแล้ว”

ท่ามกลางเสียงชาวบ้านที่โห่ร้องดีใจ

บุรุษผู้หนึ่ง ยืนอยู่ไม่ไกลจากลำคลอง เงาร่างสูงในอาภรณ์เรียบสีหม่นปนเทาเข้ม ราวกับส่วนหนึ่งของหมอกแดดยามบ่ายที่เลือนราง  ดวงตาคมดั่งคมมีดนั้นกลับจับจ้องมาที่มู่หว่านเหยาอย่างไม่วางตา 

มู่หว่านเหยา รู้สึกได้ถึงแรงมองนั้น  เย็นเฉียบและหนักอึ้งจนขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง 

นางหันไปเพียงชั่วครู่ ดวงตาสบกับแววตาลึกลับของบุรุษผู้นั้นพอดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 48 สร้างเรือนใหม่

    ตอนที่ 48 สร้างเรือนใหม่ความเคลื่อนไหวแผ่วเบาภายในเรือนแม้ไร้เสียงเอ่ยชัด แต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดสายตาและหูของผู้ที่อยู่ใกล้ชิงอี้ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางเรือนริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่ปนความเข้าใจนางหันไปมองชิงอิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆชิงอิงหลุบตาลงเล็กน้อย แก้มระเรื่อขึ้นอย่างไม่ต้องอธิบาย “ข้าไปเตรียมถังน้ำอุ่นก่อน” เสียงนางต่ำและราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องปกติชิงอี้พยักหน้ารับอย่างไม่ซักถาม “ไปเถอะ…ข้าจะเตรียมมื้อเย็นเอง”ทั้งสองแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนไม่มีสายตาสอดรู้สอดเห็นผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามบานประตูเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบาหานเจ๋อเดินออกมา สีหน้าเรียบนิ่งขรึมกว่าปกติแต่แววตายังหลงเหลือความร้อนระอุที่ยังไม่จางเสื้อผ้าดูออกว่าถูกจัดให้เรียบร้อยขึ้นอย่างเร่งรีบชิงอิงที่รออยู่แล้วรีบยกถังน้ำอุ่นเข้ามา ในมืออีกข้างมีผ้าผืนหนึ่งพับอย่างเรียบร้อยนางหลุบตาลง ไม่มองซักถามสิ่งใดเพียงก้าวเข้าไปใกล้อย่างรู้หน้าที่หานเจ๋อรับถังน้ำไว้ ก่อนจะเอื้อมมือรับผ้าจากนางเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงต่ำและสุภาพ“ขอบใจนะ” ชิงอิงย่อคารวะเบา ๆ ก่อนจะถอยออกมาหานเจ๋อยก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 47 เบา ๆ

    ตอนที่ 47 เบา ๆหานเจ๋อชะงักไปเล็กน้อยสายตาเผลอเหลือบไปทางประตูเรือน ราวกับยังไม่ลืมว่าข้างนอกมีผู้คนรออยู่ “หว่านเหยา…ตอนนี้ข้างนอกยังมีคนอีกมาก”ทั้งที่พูดเอง ทว่าหานเจ๋อกลับรู้สึกอยากตบปากตัวเองหว่านเหยาหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นนุ่มละมุนไม่ใช่เสียงเยาะ หากเป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยและใกล้ชิด“ท่าน…ปฏิเสธข้าหรือ”คำถามนั้นไม่กดดันแต่กลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวหานเจ๋อยิ้มเขิน ยกมือขึ้นเกาศีรษะเล็กน้อยเหมือนพยายามเปลี่ยนเรื่องหนีความร้อนที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมา“ตอนนี้…พวกเรามีเงินเท่าไรหรือ”หว่านเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจือแววขบขัน“นี่เพราะความต้องการของท่าน”“ท่านถึงกับถามถึงเงินในกระเป๋าข้าเชียวหรือ”หานเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ แต่แววตากลับจริงจังขึ้น“ข้าเพียงคิดว่า…พวกเราน่าจะสร้างเรือนเล็ก ๆ แยกออกไปสักหน่อยก่อน”“มีเงินมากขึ้นเมื่อไร ค่อยสร้างใหม่ก็ยังไม่สาย”หว่านเหยาพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย“ได้สิ…”นางขยับเข้าใกล้เขาอีกนิด น้ำเสียงอ่อนลง ราวกับกระซิบ“แต่ทำเบา ๆ ก็น่าจะได้…ไม่ใช่หรือ”การขยับตัวของหว่านเหยาทำให้เสื้อคลายลงเล็กน้อ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 46 ชัดเจน

    ตอนที่ 46 ชัดเจนความคิดนับร้อยในหัวของหว่านเหยาพลุ่งพล่านขึ้น นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของนางจะตอบส่งเดชไม่ได้พลันนึกถึงเรื่องที่นางไม่อาจมองดูดวงชะตาของตนเองได้จึงได้แต่เลือกคาดเดาจากหานเจ๋อแทนเมื่อคำตอบผุดขึ้นในใจ หว่านเหยาจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา“ท่านล้อข้าแล้ว…ข้ามีหรือจะกล้าพูดเท็จต่อหน้าท่าน”เล่อซินเลิกคิ้ว “ข้าหาได้ล้อเล่น”“ท่านได้โปรดให้ข้าได้ชี้แจง”เล่อซินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ได้...เจ้าพูดมา”หว่านเหยาลอบถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชัดเจน “ข้าไม่อาจดูดวงชะตาของท่านได้”“ทว่าสามารถดูดวงชะตาของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงท่าน”“เพียงเท่านั้น…ก็พอจะคาดเดาสถานที่ หรืออนาคตของท่านได้บางส่วนเจ้าค่ะ..”แม้จะไม่ชัดเจนแต่น่าจะพอคาดเดาได้ นัยน์ตาของเล่อซินสว่างวาบขึ้นทันที “ความคิดนี้ดี” นางไม่ลังเล ยื่นมือไปด้านข้าง ผลักนางกำนัลที่ยืนอยู่ใกล้เข้ามาหนึ่งก้าว“เจ้าตรวจดวงชะตาของนาง”หว่านเหยายิ้มแห้ง ๆ เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ“วันนี้ข้าต้องขออภัยท่านจริง ๆ”“ข้าถูกพลังสะท้อนกลับ ดวงตาพล่ามัวยิ่งนัก ไม่อาจตรวจดวงชะตาต่อได้”เล่อซินหรี่ตามอง “เช่นนั้น…เจ้าจะบอก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 45 เจิดจ้า

    ตอนที่ 45 เจิดจ้าและแน่นอน—เล่อซินย่อมได้ลำดับมาคนที่แปดเมื่อก้าวเข้ามาในลานเรือน นางก็ปรายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ปิดบัง เรือนไม้หลังเล็ก พื้นดินยังไม่เสมอ ศาลาที่กำลังก่อสร้างก็ยังเห็นโครงข้าวของเรียบง่าย ซอมซ่อกว่าที่นางคาดไว้มากนักก็แค่นี้หรือ…เล่อซินนั่งลงตรงตำแหน่งที่จัดไว้สายตายังคงไล่มองทุกมุมอย่างพินิจในใจอดคิดไม่ได้—หากนางมีตาทิพย์จริง หากมองเห็นเส้นวาสนาได้ดังที่ลือกันเหตุใดไม่เรียกเงินแพง ๆ ไปเลยสิบตำลึงจากข้าร้อยตำลึงจากคหบดีพันตำลึงจากผู้สิ้นหวังในเมืองหลวงเพียงไม่กี่เดือน ก็คงสร้างเรือนใหม่ได้แล้วใหญ่โต สะอาดตา ไม่ต้องนั่งอยู่ในที่เช่นนี้เล่อซินขยับตัวเล็กน้อยริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แฝงความดูแคลนหรือว่าที่แท้…ก็แค่รู้จักหลอกคนได้เงินไม่มากพอจะย้ายตัวเองออกจากความซอมซ่อนี้ขณะนั้นเอง—เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านในเรือนหว่านเหยาเดินออกมา ท่าทีไม่เร่งไม่ช้าสายตาสงบเย็นราวกับไม่รับรู้สายตาประเมินที่จับจ้องอยู่เล่อซินชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ เพราะความงดงามของหญิงสาวเป็นความงามที่สงบนิ่ง ราวกับผิวน้ำยามไร้ลมและกลิ่นอายของสตรีผู้นี

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 44 น่าสนใจ

    ตอนที่ 44 น่าสนใจบนชั้นสองของร้านน้ำชา กลิ่นใบชาหอมอ่อนลอยคลุ้งม่านไม้ไผ่โปร่งรับแสงอาทิตย์ยามบ่าย สตรีงดงามสามสี่คนกำลังนั่งล้อมโต๊ะ สนทนากันด้วยน้ำเสียงเบาแต่แฝงความตื่นเต้นสตรีในชุดเหลืองอ่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนเอ่ยถามอย่างสนใจ“นี่…หลิงอี้ ญาติผู้น้องของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”หลิงอี้ยิ้มบาง แววตาผ่อนคลายกว่าหลายวันก่อน “ดีขึ้นมากแล้ว แม่หมอมู่มาทำพิธีต่อชะตาเพียงสองวัน อาการก็เปลี่ยนไปเห็นได้ชัด”“เมื่อวานยังลืมตาแทบไม่ขึ้น วันนี้กลับพูดคุยได้แล้ว”สตรีอีกคนโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย “เช่นนั้น…ข้าว่าพรุ่งนี้จะไปหานางอีกครั้ง”หลิงอี้ถอนหายใจแผ่ว “ท่านแม่ข้าหาว่าข้าเหลวไหล”“ความจริงแล้ว ท่านอาข้าก็ไม่ได้เชื่อถือแม่หมอมู่นัก เพียงแต่ตอนนั้น…หมดหนทางจริง ๆ จึงต้องลองทำทุกวิถีทาง”นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาลง “ใครจะไปรู้ ว่านี่จะเป็นการต่อดวงชะตา ชีวิตบุตรชายท่านอากลับมาได้จริง”สตรีชุดม่วงขมวดคิ้ว“อ่า…หากชื่อเสียงของแม่หมอมู่โด่งดังไปกว่านี้ พวกเราคงเข้าถึงนางได้ยากขึ้นกระมัง”หลิงอี้ส่ายหน้า“บิดาของข้ากล่าวว่า หากมีคนนำเรื่อง นางเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องโทษ อาจจะ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณ

    ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณไม่ถึงเวลาเที่ยง หว่านเหยาก็ตรวจดวงชะตาของผู้คนหมดลงพอดีนางเอนหลังเล็กน้อย คลายลมหายใจอย่างสบายชิงอิงเดินเข้ามาถาม“นายหญิงให้จัดโต๊ะเลยไหมเจ้าคะ”หว่านเหยาพยักหน้า “จัดตรงลานกว้างได้เลย”ชิงอี้และชิงอิง ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ กับกับข้าวง่าย ๆ ลอยอวลหว่านเหยาลุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ“ท่านแม่ ในเมื่ออยู่ด้วยกันตรงนี้แล้ว”“ก็ทานมื้อเที่ยงด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ”คำเชิญนั้นไม่ได้ประจบ ไม่ใช่การเอาใจเป็นเพียงคำชวนธรรมดา ราวกับเรื่องที่ควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหยางซื่อชะงักไปเล็กน้อยนางไม่ได้ตอบรับในทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นางลุกขึ้นซูหลิงส่งสายตาให้พี่สะใภ้ใหญ่อย่างงวยงง ก่อนจะลุกตามมารดาไปหว่านเหยาจึงหันไปบอกชิงอี้ต่อ “ไปตามนายท่านมากินข้าวเถอะ”ชิงอี้รับคำทันที“เจ้าค่ะ”หานเจ๋อก้าวเข้ามาในเรือน ก็เห็นว่าทุกคนนั่งรอกินข้าวอยู่ก่อนแล้วเขาชะงักเล็กน้อย บรรยากาศไม่ได้ตึงเครียดดังที่กังวลแต่ก็ไม่ถึงกับผ่อนคลาย—เป็นความเงียบที่แฝงความกระอักกระอ่วนอยู่บางเบาหานเจ๋อคารวะมารดา ก่อนจะนั่งลงข้างหว่านเหยาโดยไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status