Share

ตอนที่ 3 โชคชะตานำพา

last update Last Updated: 2025-12-07 21:00:10

ตอนที่ 3 โชคชะตานำพา

นางจ้องมองใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่สั่นจากความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“เหตุใด...เหตุใดเจ้าจึงต้องดีกับข้าเพียงนี้...”

คำถามนั้นมิใช่เพียงการสงสัยในความหวังดีของเขา

หากแต่เป็นการถามถึงโชคชะตาที่ทำให้นางได้พบคนอย่างหานเจ๋อ

หานเจ๋อชะงัก เขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะเอ่ยถาม

เขาหลบสายตาหญิงสาว แล้วเอ่ย

“เจ้าคงจำข้าไม่ได้...เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ข้าประมาณแปดขวบ  เกือบถูกรถม้าของเจ้าชน..คนขับรถตำหนิที่ข้าไม่ดูทางให้ดี  เป็นเจ้าที่ออกปากปกป้องแล้วยังแบ่งขนมจากหอชิวอี้ให้ข้า” 

หว่านเหยาเริ่มจำได้ลาง ๆ  ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เหตุการณ์นั้นมีอยู่จริง

ภาพเด็กชายตัวเล็กที่ล้มอยู่กลางถนน เสียงรถม้าที่หยุดกระทันหัน และขนมที่ถูกยื่นให้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน... ล้วนผุดขึ้นมาในใจอย่างช้า ๆ

นางเข้าใจในทันที

สำหรับเขา  เด็กชายในวันนั้น คงเป็นครั้งแรกที่หัวใจสั่นไหว

“รักแรกพบ...” นางพึมพำในใจอย่างแผ่วเบา

นับแต่นั้น หานเจ๋อคงเฝ้ามองนางมาโดยตลอด แม้ระยะทางระหว่างชนชั้นจะไกลเพียงใด เขาก็ยังเก็บภาพนั้นไว้ในใจ

...ไม่เคยลืมเลยแม้เพียงวันเดียว

เป็นรักที่อบอุ่นจริงๆ เสียดายสตรีผู้นั้นหาได้เห็นค่า

หานเจ๋อเห็นหว่านเหยาเงียบไปนาน ใบหน้าเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาความคิด เขารีบเอ่ยเสียงแผ่ว  “เจ้าไม่ต้องห่วง...หากวันหนึ่งคุณชายถังจะมารับตัวเจ้ากลับ ข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้เด็ดขาด  ขอเพียงเจ้าได้มีความสุข...ข้าก็สุขด้วยเช่นกัน”

หว่านเหยายิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนใจ ดวงตาคล้ายจะสั่นวูบนางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงเย้ยหยัน “ข้าแต่งเป็นภรรยาของเจ้ามาแล้ว...ถึงแม้คุณชายถังจะอยากรับข้าเข้าจวน  แต่คนในตระกูลของเขา...ไม่มีวันยินยอมแน่”

คำพูดนั้นเรียบง่าย

ทว่าแฝงทั้งความขมขื่นและความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หานเจ๋อนั่งนิ่งไป ก่อนจะหลุบตาลง  “ข้าทำให้เจ้าเดือดร้อนหรือ”

หานเจ๋อเอ่ยถามเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

หว่านเหยาส่ายหน้าเบา ๆ  “ท่านช่วยไถ่ข้าจากหอนางโลม จะกล่าวว่าท่านทำให้ข้าเดือดร้อนได้อย่างไร”

นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วลง “ตรงกันข้ามต่างหาก...เป็นข้าที่ทำให้ท่านต้องลำบาก”

หานเจ๋อส่ายหน้าทันที  “ไม่เลย เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าเดือดร้อนสักนิด เจ้าทำให้ข้ามีความสุขมากกว่าเสียอีก   เจ้าอย่าได้ตำหนิตนเองเช่นนั้นเด็ดขาด”

หว่านเหยามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคล้ายจะสั่นไหว ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ   “ฮืม…ท่านรีบกินเถอะน้ำแกงจะเย็นแล้ว”

หลังมื้อเย็นเสร็จ หานเจ๋อก็รีบเก็บถ้วยชามไปล้างเช่นทุกครั้ง

เขาทำอย่างคล่องแคล้วกับการดูแลทุกสิ่งในเรือนเล็กนี้  เมื่อเสร็จแล้ว เขาจึงไปล้างหน้าล้างตา จากนั้นจึงปูที่นอนของตนไว้บนตั่งไม้ด้านนอก

เขาจัดเตียงให้ในห้องด้านในตามเดิม

แสงตะเกียงสลัว ๆ ส่องให้เห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังจัดหมอนอย่างเรียบร้อย   “เจ้าเข้าเรือนไปเถอะ เย็นแล้วลมแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย” เขาเอ่ยเสียงแผ่วแต่จริงใจ

มู่หว่านเหยาเพียงพยักหน้ารับ ไม่เอ่ยคำใดเพิ่ม  เพียงมองเงาแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับเข้าห้องไปอย่างเงียบงัน 

เช้าวันถัดมา มู่หว่านเหยาเดินสำรวจรอบเรือน

ในใจนางครุ่นคิดว่าจะเริ่มต้นทำสิ่งใดดี  พื้นที่รอบเรือนแม้มีอยู่หนึ่งหมู่เต็มพื้นที่ไม่มากไม่น้อยพอเหมาะสำหรับการปลูกเรือน

หานเจ๋อช่วงนี้ออกไปรับจ้างช่วยเก็บเกี่ยวอยู่ที่หมู่บ้านข้างเคียง ด้วยแรงกายที่มากกว่าคนทั่วไป เขาจึงทำงานได้รวดเร็วและหนักแน่น

ยามว่างก็ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ป่าเพื่อนำมาแลกข้าวสารหรือเก็บไว้กิน

ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและเหน็ดเหนื่อยเช่นนั้นทุกวัน

ทว่า..หากวันใดล้มป่วยลงมา...ทุกอย่างในเรือนนี้คงลำบากแน่นอน จะปล่อยให้อีกคนรับภาระคนเดียวไม่ได้ 

หว่านเหยาเดินเข้าไปในโรงเก็บฟืนเก่าหลังเรือน กลิ่นไม้แห้งผสมกลิ่นดินคละคลุ้งอยู่ทั่ว นางกวาดตามองหาจอบหรือเสียมสักอัน

ไม่นานก็พบจอบด้ามไม้เก่าที่วางพิงผนังอยู่ นางหยิบมันขึ้นมา ปัดฝุ่นออกเบา ๆ ก่อนเดินออกไปยังลานกว้างด้านหลังเรือน

ลมยามสายพัดผ่าน

ระหว่างก้าวเท้าลงบนดิน หว่านเหยาก็คิดในใจ  บิดาและญาติพี่น้องของมู่หว่านเหยาต่างแตกกระเซ็นไปคนละทิศทาง หลังเหตุการณ์ตระกูลถูกลงโทษ บ้างถูกเนรเทศ บ้างหนีหายไร้ร่องรอย นางไม่รู้แม้กระทั่งว่าผู้ใดยังมีชีวิตอยู่บ้าง

สำหรับนางแล้ว เรื่องพวกนั้นให้มันจบสิ้นไปพร้อมชะตาในชาติของมู่หว่านเหยาตัวจริง คงไม่มีเรื่องให้ล้างแค้นหรือทวงคืนสิ่งใด

สิ่งเดียวที่นางทำ... คือใช้ชีวิตของตนเองให้เรียบง่ายและสงบสุข

ส่วนเรื่องแต่งงานนั้น...

ในเมื่อแต่งแล้ว อีกฝ่ายก็ไม่เคยทำให้นางลำบากใจ

ก็ช่างเถิด  จะฝืนปฏิเสธไปไย ในเมื่อโชคชะตานำพามาเพียงนี้แล้ว

มู่หว่านเหยาเพียงยิ้มจาง ๆ ให้กับความคิดนั้น ก่อนจะก้มลงฝังจอบลงบนผืนดิน

เสียง ฉึก... ฉึก... ดังเป็นจังหวะท่ามกลางลมอุ่น

เม็ดเหงื่อเริ่มซึมบนหน้าผาก 

อย่างน้อย...ในร่างใหม่นี้ นางก็ไม่ต้องทนเหงาเหมือนในชาติเดิม

หากวันหนึ่งชีวิตร่วมมิอาจราบรื่น

ก็แค่หย่าขาดจากกันเท่านั้น เรื่องก็จบ

มู่หว่านเหยาลงมือขุดดินอย่างไม่รีบร้อน

นางจัดพื้นที่หลังเรือนให้เป็นแนวสี่เหลี่ยม แบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ  ดินแห้งแข็งในตอนแรกค่อย ๆ นุ่มขึ้นเมื่อจอบกระทบซ้ำ ๆ จนกลิ่นดินสดชื้นฟุ้งขึ้นมาแตะจมูก

เพียงไม่นาน เหงื่อกายก็เปียกชุ่มทั่วแผ่นหลัง นางกลับรู้สึกโล่งใจราวกับได้ปลดบางสิ่งในใจลงกับดินทุกครั้งที่ยกจอบ

พอแปลงดินเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง นางก็วางจอบพิงไว้ข้างรั้วไม้ไผ่

ทอดสายตามองผลงานตรงหน้าแล้วพึมพำเบา ๆ

“เมล็ดพันธุ์ยังต้องรอ...แต่แค่นี้ก็นับว่าเริ่มได้แล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว“โอ้... สวรรค์เมตตายายแก่คนนี้แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าพึมพำด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยเหมือนคนกำลังฝันหวาน “มันช่างเบาสบาย... เหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้นเลยลูกเอ๋ย”เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่ามีท่าทีมีความสุขและเคลิบเคลิ้มถึงเพียงนั้น ป้าสะใภ้ทั้งสองที่เคยลอบสบตาแสดงความไม่เชื่อถือในตอนแรกก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่พอหว่านเหยาค่อยๆ ถอนมือออกและซับเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบขยับเข้าไปเกาะแขนนางทันที “หลานสะใภ้! ป้าเองก็ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมาหลายวันแล้ว ช่วยนวดให้ป้าสักนิดได้หรือไม่” “ป้าด้วย! ป้าปวดบ่าปวดหลังไปหมดแล้ว” ป้าสะใภ้รองรีบแทรกเข้ามาอย่างไม่ยอมน้อยหน้าหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อน นางหันไปสบตาหยางซื่อครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบอย่างถ่อมตน “ต้องขออภัยป้าสะใภ้ทั้งสองจริงๆ เจ้าค่ะ วันนี้ข้าตั้งใจรวบรวมลมปราณทั้งหมดมาเพื่อทะลวงจุดให้ท่านยายโดยเฉพาะ ตอนนี้พลังในกายข้าเริ่มจะอ่อนแรงลงแล้ว หากฝืนทำต่อไปเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อตัวข้าและลมปราณที่ถ่ายทอดให้พวกท่านจะไม่บริบูรณ์เจ้าค่ะ”นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะประกาศเงื่อนไขที่ตกลงก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 62 เคลิ้ม

    ตอนที่ 62 เคลิ้ม “โถ่... หน้าตาสะสวยราวกับภาพวาดเช่นนี้ กิริยาก็แช่มช้อยนัก หยางซื่อเอ๋ย เจ้าช่างวาสนาดีเหลือเกินที่ได้ลูกสะใภ้รูปโฉมถึงเพียงนี้”ป้าสะใภ้รองเอ่ยชมไม่ขาดปาก พลางลุกขึ้นขยับเข้ามาดูหน้าหว่านเหยาใกล้ๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มละมุนอย่างพอเหมาะพอดี นางมิได้แสดงท่าทีลำพองใจในคำชมนั้น ทว่ากลับก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสำรวมก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ป้าสะใภ้ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หว่านเหยามิกล้ารับคำชมนั้นหรอกเจ้าค่ะ อันว่ารูปโฉมภายนอกนั้นเป็นเพียงสิ่งที่สวรรค์ประทานมาให้ หาใช่คุณงามความดีที่แท้จริงไม่ ความงดงามที่ยั่งยืนย่อมอยู่ที่การรู้จักหน้าที่และกตัญญูต่อผู้ใหญ่มากกว่าเจ้าค่ะ”คำกล่าวที่เปี่ยมไปด้วยความคิดความอ่านของนาง ทำเอาผู้อาวุโสทั้งสามถึงกับมองหน้ากันด้วยความทึ่ง แม้แต่หยางซื่อเองก็ยังรู้สึกอิ่มเอมใจจนหน้าบานยิ่งกว่าเดิม “วันนี้ที่ข้ามา...” หว่านเหยาเอ่ยต่อพลางหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าหยาง “ข้าตั้งใจจะมาใช้ความรู้เล็กน้อยที่มี ช่วยทะลวงลมปราณให้ท่านยายเจ้าค่ะ เห็นท่านแม่บ่นด้วยความห่วงใยอยู่บ่อยครั้งว่าท่านยายมักปวดเมื่อยเนื้อตัวจนนอ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า

    ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า หว่านเหยาหันไปมองสาวใช้ทั้งสองที่ตั้งท่าจะขยับตามมา นางแย้มรอยยิ้มบางๆ พลางโบกมือห้ามเบาๆ “พวกเจ้าไม่ต้องตามไปหรอก อยู่ดูแลความเรียบร้อยที่เรือนเถิด ไปกันหลายคนนักจะดูวุ่นวายเปล่าๆ อีกอย่างข้าไปกับท่านแม่ย่อมไม่มีสิ่งใดน่ากังวล” ซูหลิง ที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ รีบขยับก้าวเข้ามาอาสาด้วยท่าทางกระตือรือร้นเอาใจ “พี่สะใภ้รองพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ! ให้พวกนางอยู่เฝ้าเรือนเถิด ส่วนท่านแม่กับพี่สะใภ้รอง ข้าจะเป็นคนดูแลเองเจ้าค่ะ” หยางซื่อปรายตามองบุตรสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดูแกมระอา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยค้านอันใด หว่านเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทีร่าเริงของซูหลิง ความสนิทสนมที่เพิ่มพูนขึ้นทำให้บรรยากาศในครอบครัวดูอบอุ่นขึ้นอย่างมาก“เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะน้องสาว” หว่านเหยาเอ่ยเย้า ก่อนที่ทั้งสามคนจะเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สกุลหยางด้วยกัน เมื่อทั้งสามคนก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของ มู่หว่านเหยา ก็สะดุดสายตาผู้คนโดยรอบทันที แม้นางจะอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายตามแบบฉบับหญิงสาวในชนบท ทว่าใบหน้าที่ง

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 60 ไปวันนี้

    ตอนที่ 60 ไปวันนี้หยางซื่อกวาดสายตามองไปรอบเรือน ราวกับเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม “แล้วนี่หานเจ๋อไม่อยู่เรือนหรือ ข้านึกว่าเขาช่วยช่างก่อสร้างอยู่แถวนี้”หว่านเหยาขยับมือที่นวดให้เบาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบชวนให้คนฟังรู้สึกสบายใจ“ท่านพี่เข้าไปในเมืองเจ้าค่ะ เห็นว่าอยากจะไปสำนักคุ้มภัยหาอาจารย์สักคนเพื่อเล่าเรียนวรยุทธ์เพิ่มเติมสักหน่อย”หว่านเหยาจงใจเอ่ยเพียงเท่านี้ นางเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ตนเองให้หานเจ๋อไปจ้างวานคนจากสำนักคุ้มภัยมาดูแลความปลอดภัยที่บ้าน เพราะเกรงว่าหากบอกความจริงไป หยางซื่อจะตกใจและกังวลจนเกินเหตุว่ามีภัยอันตรายใดกำลังเข้ามาหยางซื่อขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน “เรียนวรยุทธ์หรือ?”นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความภาคภูมิใจ นางทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้น“เรียนวรยุทธ์หรือ... อันที่จริงหานเจ๋อเขาก็พละกำลังมหาศาลมาแต่ไหนแต่ไร แรงชายกรรจ์ในหมู่บ้านนี้หาใครเทียบเขาได้ยาก หากได้อาจารย์ดีๆ ช่วยขัดเกลาวรยุทธ์ให้ มีหรือที่เขาจะทำได้ไม่ดี”นางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับแฝงความขมขื่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง

    ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาหยางซื่อ นางสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่ปนมากับความกลัวของผู้เป็นมารดาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวนกับความขี้เกียจในใจแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงแย้มรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดออกมาหว่านเหยาเอ่ยเสียงแผ่ว“ข้าเข้าใจความกังวลของท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ”หยางซื่อเริ่มมีประกายตาแห่งความหวัง“แต่หากเจ้าใช้การ ถ่ายทอดลมปราณ เช่นที่ทำกับข้านี้...” หยางซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาเริ่มปรากฏประกายแห่งความหวัง“สิ่งนี้เป็นวิชาที่จับต้องได้ มีคุณมีประโยชน์เห็นกันคาตา ใครปวดเมื่อยล้าจากการตรากตรำทำนา เจ้าก็ช่วยบรรเทาให้เขาหายดี ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลุกนั่งลำบาก เจ้าก็ใช้ลมปราณผลักดันให้เลือดลมเขาเดินสะดวก สิ่งเหล่านี้คือเมตตาธรรมและบุญกุศลที่สั่งสมได้จริง ต่อให้ใครใจมืดบอดเพียงใดก็มิอาจยกเรื่องนี้มาตำหนิเจ้าได้ เพราะมันคือการช่วยเหลือคนด้วยวิชาที่มองเห็นผลลัพธ์ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยที่รอคอยเพียงวาสนา”หยางซื่อขยับตัวตามแรงกดที่พอเหมาะพอดีของหว่านเหยา ความรู้สึกเบาสบายที่แผ่ซ่านไปตามแนวสันหลังทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า นี่ต่างหากคือหนท

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณ

    ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณชิงอี้ หันไปเห็นซูหลิงเข้าพอดี นางจำได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้คือแม่สามีของมู่หว่านเหยา จึงรีบละมือจากงานที่ทำอยู่แล้ววิ่งปราดเข้าไปแจ้งข่าวในเรือนทันทีเพียงครู่เดียว ประตูเรือนก็เปิดออก มู่หว่านเหยา ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าของนางดูผ่องใสและเปี่ยมด้วยเมตตา ไร้ซึ่งร่องรอยของความขุ่นเคืองจากเรื่องราวในอดีต นางรีบเดินตรงเข้ามาหาหยางซื่อโดยไม่รั้งรอ“ท่านแม่มาถึงแล้วหรือเจ้าคะ” หว่านเหยาเอ่ยทักทายเสียงหวาน พลางเข้าไปประคองแขนแม่สามีอย่างอ่อนน้อม “แดดข้างนอกร้อนนัก รีบเข้ามาพักจิบน้ำชาในร่มให้คลายร้อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”หยางซื่อ ที่เดิมทีตั้งท่าจะมาแบบไว้ตัวและเคร่งขรึม ถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อเผชิญกับการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยความจริงใจเช่นนี้ นางทำได้เพียงเดินตามการประคองของลูกสะใภ้เข้าไปอย่างเสียไม่ได้ภายในศาลา ชิงอี้จัดเตรียมน้ำชาและของว่างเลิศรสไว้คอยท่าอยู่แล้ว หยางซื่อปรายตามองครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงจิบชาและหยิบของว่างขึ้นทานโดยไม่เอ่ยคำใดหว่านเหยาเห็นดังนั้นจึงไม่เอ่ยสิ่งใดให้เสียบรรยากาศ นางเพียงแย้มรอยยิ้มบางๆ แล้วกล่าวสมทบ“ท่านแม่พักผ่อนสักครู่ให้หายเหนื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status