LOGINใบหน้าของกุ้ยเฟยแข็งไปเล็กน้อย แต่ยังรักษาท่าทีสง่างามไว้ได้ เจาอี๋รีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หลินเวยลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง นางมองพระตำหนักของฮ่องเต้ซึ่งอยู่ไกลออกไป หากเหม่ยเหรินพูดความจริง...อันตรายกำลังอยู่ใกล้กว่าที่คิด แต่หลินเวยยังไม่ด่วนสรุป นางหันกลับมาถามอย่างสุขุม“เจ้ามีหลักฐานหรือพยานที่ยืนยันได้หรือไม่ว่าแผนนี้มีอยู่จริง”เหม่ยเหรินก้มหน้า “ข้าได้ยินด้วยตนเอง แต่ไม่มีลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม...”นางเงยหน้าขึ้น “หากพบกล่องหยกที่ข้าพูดถึง อาจพบสิ่งที่เชื่อมโยงกับแผนทั้งหมด”หลินเวยพยักหน้า “เช่นนั้น เราจะเริ่มจากการหากล่องหยก”เฉินอวี้ประสานมือ “กระหม่อมจะจัดกำลังคนลับ”“แต่ต้องระวัง” หลินเวยกล่าว “หากไทเฮารู้ว่าเหม่ยเหรินเปิดปาก นางย่อมรีบทำลายทุกสิ่ง”ชิงหลัวถามเบา ๆ “แล้วฝ่าบาทล่ะเพคะ”หลินเวยมองไปยังพระตำหนักของฮ่องเต้อีกครั้ง“จนกว่าจะรู้ความจริงทั้งหมด เราต้องเพิ่มการระวังพระกระยาหารและโอสถของฝ่าบาท แต่ยังไม่กล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน”นางหยิบหมากสีดำที่สลักคำว่า ไทเฮา
เย็นวันเดียวกัน เฉินอวี้นำข่าวมารายงานหลินเวย“ฮองเฮา...ไทเฮาตัดขาดจากเหม่ยเหรินแล้ว”ชิงหลัวยิ้มอย่างสะใจ “สมกับเป็นไทเฮา ใช้คนเสร็จก็โยนทิ้ง”หลินเวยกลับส่ายหน้า “อย่าเพิ่งดีใจ”ทุกคนหันมอง“คนที่ถูกหักหลัง...อันตรายที่สุด”คืนนั้นเอง มีนางกำนัลผู้หนึ่งแอบเข้ามาทางประตูลับของตำหนักคุนหนิง นางคุกเข่าลงทันที“ฮองเฮา...เหม่ยเหรินขอพบพระองค์เพคะ”เฉินอวี้รีบก้าวมาขวาง “อาจเป็นกับดัก”หลินเวยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “พาเข้ามา”ไม่นาน เหม่ยเหรินก็เดินเข้ามาในสภาพที่แทบไม่มีเค้าของหญิงงามแห่งวังหลัง ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาบวมแดง เสื้อผ้าเรียบง่ายไร้เครื่องประดับ ทันทีที่เห็นหลินเวย นางก็คุกเข่าลง ชิงหลัวถึงกับตกตะลึง“พระนาง...”เหม่ยเหรินหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องเรียกข้าว่าพระนางแล้ว อีกไม่นาน...ข้าก็คงไม่เหลืออะไร”หลินเวยมองนางนิ่ง “เจ้ามาหาข้าทำไม”เหม่ยเหรินเงยหน้าขึ้น
หลินเวยไม่ถามต่อ นางเพียงพยักหน้าให้ชิงหลัว ชิงหลัวเดินนำหีบไม้อีกใบเข้ามาวาง เมื่อเปิดออก หมอหลวงสวี่ถึงกับหน้าซีด ภายในเป็นสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง หลินเวยเปิดไปยังหน้าที่มีรอยพับ“เมื่อเจ็ดปีก่อน มีเหตุการณ์ยาผิดตำรับที่ตำหนักซูเหอ”หมอหลวงสวี่เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้น หลินเวยอ่านต่อ“คนไข้เสียชีวิต แต่รายงานกลับระบุว่าป่วยหนักอยู่แล้ว”นางปิดสมุดดังแผ่วเบา “ลายมือผู้ลงชื่อ...คือเจ้า”หมอหลวงรีบก้มหน้า“เรื่องนั้น...กระหม่อมถูกบังคับ”หลินเวยทอดสายตามองเขา “ผู้ใดบังคับ”หมอหลวงเม้มริมฝีปากแน่น ไม่มีคำตอบ หลินเวยกล่าวอย่างสงบ“ข้าจะเล่าแทน ผู้ที่ตายในครั้งนั้น คือสนมที่กำลังตั้งครรภ์ ยาที่ใช้รักษาถูกสับเปลี่ยน และเจ้าลงชื่อรับรองว่าเป็นอาการป่วยธรรมดา”หมอหลวงตัวสั่น “กระหม่อม...”“หากเรื่องนี้ถึงกรมอาลา” หลินเวยกล่าวต่อ “เจ้าไม่เพียงถูกปลดจากตำแหน่ง แต่จะถูกตัดสินฐานร่วมปกปิดคดีหลวง”บรรยากาศในห้อ
หมอหลวงหลี่คุกเข่า “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมยังวินิจฉัยไม่ได้ แต่ชีพจรของพระนางผิดปกติอย่างมาก”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง “รักษาไม่ได้หรือ”หมอหลวงก้มหน้าลง “กระหม่อม...ไร้ความสามารถ”เหม่ยเหรินค่อย ๆ เอื้อมมือออกมา“ฝ่าบาท...อย่า...ทรงลงโทษหมอหลวง ทุกอย่าง...เป็นเพราะหม่อมฉัน”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางเงียบ ๆ “เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น”เหม่ยเหรินเม้มริมฝีปาก “หม่อมฉัน... คงทำให้ผู้ใดไม่พอใจ จึงถูกกลั่นแกล้ง”แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใดแต่ทุกคนในห้องต่างเข้าใจตรงกัน สายตาหลายคู่หันไปมองตำหนักคุนหนิงโดยปริยายไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวใหม่ก็แพร่สะพัดไปทั่วพระราชวัง“ฮองเฮาส่งคนกลั่นแกล้งเหม่ยเหริน”“เหม่ยเหรินถูกบีบจนล้มป่วย”“หากนางสิ้นชีวิต...ผู้รับผิดชอบก็คือฮองเฮา”ชิงหลัวรีบวิ่งเข้ามาในตำหนักคุนหนิง“ฮองเฮาเพคะ! ข่าวลือหนักกว่าเดิมแล้ว”เฉินอวี้สีหน้าเคร่งเครียด “ฝ่าบาทเสด็จไปเยี่ยมเ
เหม่ยเหรินเผยคมเขี้ยวหลังการสอบสวนเงินภัยแล้ง ราชสำนักต้าเยี่ยนเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด ขุนนางฝ่ายราชครูเกาหลายคนถูกควบคุมตัว บางคนถูกอายัดทรัพย์สิน บางคนปิดประตูจวนไม่ยอมพบผู้ใดผู้คนต่างเชื่อว่าเครือข่ายของไทเฮากำลังจะล่มสลาย แต่หลินเวยกลับไม่เคยวางใจ เพราะบนกระดานหมากของนาง...ยังเหลือหมากสีดำอีกเม็ดหนึ่งเหม่ยเหริน สตรีผู้ไม่เคยแย่งชิงตำแหน่ง ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ใดอย่างเปิดเผย และนั่นเอง...ทำให้นางอันตรายที่สุดเช้าวันหนึ่ง ภายในตำหนักคุนหนิง ชิงหลัวรีบนำข่าวเข้ามารายงาน“ฮองเฮาเพคะ...เหม่ยเหรินป่วยอีกแล้ว”หลินเวยกำลังอ่านบันทึกการสอบสวนของกรมอาลา “ป่วยหรือ”“เพคะ...ครั้งนี้อาการหนัก บอกว่ารับประทานอาหารไม่ได้ ร้องไห้ทั้งคืน”เฉินอวี้กล่าวเสริม “ฝ่าบาทเสด็จไปเยี่ยมตำหนักของนางเมื่อคืนด้วยขอรับ”หลินเวยปิดแฟ้มลงช้า ๆ “เพราะเหตุใด”“หมอหลวงรายงานว่า เหม่ยเหรินมีอาการหวาดผวา นางกล่าวว่าก
ราชครูเกากำหมัดแน่น เขารู้ดีว่า...วันนี้ยังไม่มีหลักฐานมัดตัวถึงขั้นตัดสินโทษ แต่สิ่งที่สูญเสียไปแล้วคือความเชื่อใจของคนรอบตัว เมื่อการประชุมเลิกลง ขุนนางหลายคนที่เคยเดินตามราชครูเกา ต่างแยกย้ายกลับโดยไม่รอเขาเหมือนทุกครั้ง บางคนถึงกับเดินอ้อมเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกันภายในตำหนักคุนหนิง ชิงหลัวยิ้มอย่างยินดี“ฮองเฮาเพคะ...พวกเขาเริ่มหนีจากราชครูเกาแล้ว”หลินเวยวางหมากสีดำที่สลักคำว่า ราชครูเกา ลงบนกระดาน รอบหมากเม็ดนั้น... หมากสีดำเม็ดเล็กหลายเม็ดถูกหยิบออกไปทีละเม็ด“คนที่รวมตัวกันเพราะผลประโยชน์...” นางกล่าวเบา ๆ “ไม่มีวันยืนเคียงกันเมื่อภัยมาถึง”นางยกหมากสีดำเม็ดเล็กอีกเม็ดออกจากกระดาน “จากนี้...ราชครูเกาไม่ได้ต่อสู้กับข้าเพียงคนเดียว”รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก “แต่เขาจะต้องต่อสู้...กับความหวาดกลัวของพรรคพวกตัวเอง”ฮ่องเต้ลงดาบเช้าวันถัดจากการเปิดโปงบัญชีเงินภัยแล้ง ท้องพระโรงต้าเยี่ยนปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึมยิ่งกว่าทุ







