Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

56

บทที่ 1

เงินประกันของคนตายเสียงฝนกระหน่ำกระจกหน้าต่างห้องทำงานของบริษัทประกันภัยดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลินเวยเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบที่ขึ้นชื่อเรื่องการสังเกตรายละเอียดกวาดมองตัวเลขบนหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆเธออายุยี่สิบแปดปี จบปริญญาโทด้านการเงิน เป็นนักวิเคราะห์ความเสี่ยงที่บริษัทระดับประเทศ เพื่อนร่วมงานต่างยอมรับว่าเธอมีไอคิวสูง จำตัวเลขได้แม่นยำ วิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วจนน่าตกใจแต่ในเรื่องความรัก...เธอกลับเชื่อคนง่ายกว่าที่ควร เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ "ภาคิน" หรืออี้เฉิน เขาเป็นลูกครึ่งไทยจีน ฝรั่งเศส หน้าตาหล่อเหลาระดับนายแบบ หลินเวยกดรับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ"เลิกงานหรือยัง"ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง"ใกล้แล้ว วันนี้ประชุมยาวหน่อย""งั้นเดี๋ยวฉันทำอาหารรอ""ไม่ต้องหรอก ผมมีนัดกับลูกค้าต่อ คงกลับดึก""อีกแล้วเหรอ""งานช่วงนี้เยอะ"หลินเวยหัวเราะเบา ๆ "โอเค ขับรถดี ๆ นะ""ครับ"สายถูกตัดลง หญิงสาววางโทรศัพท์บนโต๊ะ ก่อนหันกลับมาทำงานต่อ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ความรู้สึกแปลกประหลาดกลับก่อตัวขึ้นในใจช่วงสามเดือนที่ผ่านมา...ภาคินกลับ
last updateDernière mise à jour : 2026-07-24
Read More

บทที่ 2

ภาพนั้นเหมือนมีดคมกริบกรีดผ่านหัวใจ แต่หลินเวยกลับไม่ร้องไห้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโหมดบันทึกวิดีโอ บันทึกทุกอย่างเอาไว้ จากนั้นจึงถ่ายรูปทะเบียนรถ เวลาที่ออกจากโรงแรม และชื่อโรงแรมอย่างละเอียด ทั้งสองขึ้นรถคันเดียวกันแล้วขับออกไปหลินเวยไม่ได้ตาม เธอรู้ว่าหลักฐานเพียงเท่านี้ยังไม่พอ ถ้าจะเปิดโปงคนทั้งคู่เธอต้องรู้ให้หมด หญิงสาวกลับถึงคอนโดเกือบตีหนึ่ง ภาคินยังไม่กลับ เธอนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตีสอง เสียงเปิดประตูดังขึ้น ภาคินเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า เมื่อเห็นหลินเวยนั่งอยู่ เขาสะดุ้งเล็กน้อย"ยังไม่นอนอีกเหรอ""รอคุณ""ผมประชุมเพิ่งเลิกน่ะ"หลินเวยมองใบหน้าของชายตรงหน้า เขาโกหกได้แนบเนียนเหลือเกิน"เหนื่อยไหม" เธอถามด้วยน้ำเสียงปกติ"มากเลย""กินอะไรมาหรือยัง""กินกับลูกค้าแล้ว""ดีจัง"ภาคินยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ประตูปิด หลินเวยลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เธอหยิบโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ เครื่องยังไม่ล็อกคงเพราะรีบเข้าห้องน้ำ หลินเวยเปิดแอปแชต รายชื่อบนสุดถูกตั้งชื่อไว้ว่า"ช่างแอร์" เธอแตะเข้าไป บทสนทนาทั้งหมดถูกลบ แต่หลินเวยเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล สิ่งที
last updateDernière mise à jour : 2026-07-24
Read More

บทที่ 3

เก็บไฟล์ภาพไว้ในคลาวด์ส่วนตัวที่ตั้งรหัสหลายชั้น และส่งสำเนาอีกชุดไปยังอีเมลลับที่ไม่มีใครรู้ เธอทำงานด้านความเสี่ยงมานานจนเข้าใจดีว่าหลักฐานที่อยู่กับตัวเพียงชุดเดียวอาจหายไปได้ง่ายที่สุด คนที่คิดฆ่าเธอเพื่อเงิน ย่อมไม่ปล่อยให้เอกสารสำคัญหลุดมือ หากเธอพลาดแม้เพียงก้าวเดียว เธออาจไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกตลอดทั้งวันหลินเวยทำงานตามปกติ แต่สายตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่แค่รายงานตรงหน้า เธอเปิดข้อมูลธุรกรรมเก่าของตนเอง ตรวจสอบรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาคินอย่างละเอียด บ้านที่จองร่วมกัน เงินดาวน์ที่เธอออกมากกว่าเขารถยนต์ที่ซื้อโดยใช้ชื่อเขาแต่ผ่อนจากบัญชีเธอ เครื่องประดับหมั้นหมายที่เขาบอกว่ายืมเงินเพื่อนมาซื้อ ทั้งหมดค่อย ๆ เผยความจริงอันน่าขมขื่น ภาคินไม่ได้เริ่มหลอกเธอเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาอาจหลอกเธอมาตั้งแต่แรก ใช้ความรักเป็นเสื้อคลุมความโลภ ใช้คำสัญญาเป็นเชือกมัดเธอไว้ แล้วค่อย ๆ ดูดทุกอย่างจากชีวิตเธออย่างแนบเนียนเย็นนั้นภาคินส่งข้อความมาว่าเขาต้องไปพบลูกค้า อาจกลับดึก หลินเวยตอบกลับอย่างอ่อนหวานว่าให้เขาดูแลตัวเอง ก่อนจะเปิดแอปติดตามตำแหน่งรถอีกครั้ง จุดสีฟ้าไม่ได้มุ่งหน้าไปย่านธุรกิจ แต่
last updateDernière mise à jour : 2026-07-24
Read More

บทที่ 4

หลินเวยบีบมือแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอกดบันทึกวิดีโอสำรองอีกชุดทันที ทุกประโยค ทุกสีหน้า ทุกคำสารภาพ เธอเก็บไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้น เป็นข้อความจากภาคิน “เวยเวย พรุ่งนี้กลับกี่โมง ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” หญิงสาวจ้องข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปอย่างใจเย็น “พรุ่งนี้เย็นค่ะ มีอะไรหรือเปล่า”ไม่นานเขาก็ตอบ “เรื่องงานแต่งกับเรื่องอนาคตของเรา ผมอยากคุยกันดี ๆ แค่สองคน”หลินเวยมองหน้าจอแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่มีความสุข คุยเรื่องอนาคตหรือคุยเรื่องความตายของเธอกันแน่เธอใช้เวลาทั้งคืนจัดเรียงหลักฐานทั้งหมดลงแฟ้มดิจิทัล ตั้งเวลาส่งอัตโนมัติไปยังอีเมลของทนายที่เธอเคยใช้บริการ หากเธอไม่ยกเลิกภายในสี่สิบแปดชั่วโมงไฟล์ทั้งหมดจะถูกส่งออกไปทันที เธอเขียนบันทึกสั้น ๆ แนบไว้ว่า หากฉันเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ โปรดตรวจสอบภาคินและหลินรั่วเป็นอันดับแรก หลังจากกดบันทึกหลินเวยพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในความเหนื่อยนั้นกลับมีความเด็ดขาดก่อตัวขึ้น เธอไม่ใช่เหยื่อที่ไม่รู้เรื่องอีกต่อไป หากพวกเขาคิดล่าเธอ เธอก
last updateDernière mise à jour : 2026-07-24
Read More

บทที่ 5

“ใช่ ฉันพลาดที่รักคุณ แต่พวกคุณก็พลาดเหมือนกันที่คิดว่าฉันจะยอมตายเงียบ ๆ”ด้านนอกสายฝนเทกระหน่ำแรงขึ้น หลินเวยหมุนตัวเดินออกจากร้านโดยไม่รอให้ใครอนุญาต ภาคินกับหลินรั่วรีบตามมา ท่ามกลางแสงไฟสลัวริมถนนหลินเวยรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนที่พวกเขาเตรียมไว้ เธอกำกุญแจรถแน่น ขณะเสียงฝีเท้าของคนทรยศทั้งสองดังไล่หลังมา ใบหน้าของเธอเย็นชาราวน้ำแข็ง แม้หัวใจจะถูกแทงจนพรุนไปหมดแล้วก็ตามความตายในคืนฝนพรำสายฝนกระหน่ำลงมาไม่หยุด เม็ดฝนกระแทกพื้นถนนจนเกิดละอองน้ำฟุ้งกระจาย แสงไฟริมทางสะท้อนกับพื้นยางมะตอยที่เปียกชื้นเป็นประกายสลัว หลินเวยก้าวออกจากร้านอาหารโดยไม่หันกลับไปมองคนทั้งสองอีก เธอรู้แล้วว่าคำว่า "เจรจา" เป็นเพียงข้ออ้าง ภาคินไม่ได้เรียกเธอมาเพื่ออธิบาย แต่เรียกมาเพื่อดูว่าหลักฐานอยู่ที่ไหน และจะกำจัดเธออย่างไรเสียงฝีเท้าดังตามหลังมาอย่างรวดเร็ว"เวยเวย หยุดก่อน"ภาคินตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม หากใครผ่านมาเห็นคงคิดว่าเป็นชายหนุ่มที่กำลังง้อคนรัก แต่หลินเวยไม่หยุดเดิน เธอกดโทรศัพท์ในกระเป๋าเปิดโหมดบันทึกเสียงต่อเนื่องโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นหลินรั่
last updateDernière mise à jour : 2026-07-24
Read More

บทที่ 6

หลินเวยล้มลงกลางถนน เธอเงยหน้าขึ้น แสงไฟหน้ารถบรรทุกคันใหญ่ส่องเข้าตาอย่างรุนแรง เสียงเบรกดังเสียดหู เอี๊ยดดดด! แต่ระยะห่างใกล้เกินไป คนขับพยายามหักพวงมาลัยแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีตูม! ร่างของหลินเวยกระเด็นไปหลายเมตรก่อนตกกระแทกพื้นอย่างแรง เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นรอบด้าน ฝนยังคงตกลงมาราวกับฟ้ากำลังร่ำไห้ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกจากศีรษะของเธอ ผสมกับน้ำฝนจนกลายเป็นสีแดงจาง ๆ หลินเวยพยายามขยับตัว แต่แขนและขาไม่ตอบสนองอีกแล้ว ลมหายใจเริ่มติดขัด เสียงผู้คนรอบตัวดังไกลออกไปเรื่อย ๆ"เรียกรถพยาบาลเร็ว!""มีคนถูกรถชน!""พระเจ้า..."หลินเวยพยายามหันศีรษะ สายตาพร่ามัวมองเห็นภาคินกับหลินรั่วยืนอยู่ริมถนน ทั้งสองทำท่าตกใจต่อหน้าผู้คน หลินรั่วถึงกับร้องไห้ออกมา"พี่เวย! พี่เวย ฮือ..."เธอแสดงละครได้สมบูรณ์แบบ แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครมอง หลินรั่วกลับยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยชัยชนะ ภาคินเองก็สบตาหลินเวย ในดวงตาของเขาไม่มีความเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความโล่งใจ หลินเวยหัวเราะในใจสุดท้าย... เธอก็มองคนผิดจริง ๆ เลือดเริ่มไหลออกจากมุมปาก ทุกลมหายใจเจ็บปวดราวกับปอดกำลังถูกฉีกเป็นช
last updateDernière mise à jour : 2026-07-31
Read More

บทที่ 7

นางจดจำชื่อไม่ได้ แต่ก่อนที่หลินเวยจะถาม เสียงแหลมของหญิงอีกคนก็ดังขึ้นจากด้านนอก “ในเมื่อฮองเฮาฟื้นแล้ว ก็ควรให้พระองค์ออกมาอธิบายเรื่องวางยาสนมเอกเสียที!”ประตูตำหนักถูกเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ลมเย็นพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นฝนเปียกชื้น หลินเวยเห็นกลุ่มสตรีงดงามในชุดหรูหราเดินเข้ามา แต่ละคนมีข้ารับใช้ติดตามหลายคน ใบหน้าของพวกนางประดับด้วยความห่วงใยปลอม ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสะใจสตรีในชุดม่วงปักลายหงส์เล็กยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับมุมปาก ก่อนกล่าวด้วยเสียงอ่อนหวาน “ฮองเฮาทรงฟื้นก็เป็นเรื่องดีเพคะ มิฉะนั้นหากพระองค์สิ้นพระชนม์ไปทั้งที่คดีของซูเฟยยังไม่กระจ่าง วังหลังคงวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม”อีกคนในชุดเขียวอมฟ้าหัวเราะเบา ๆ “ซูเฟยยังนอนกระอักเลือดอยู่ตำหนักอี๋หลัน หมอหลวงบอกว่าพิษร้ายแรงนัก ส่วนขนมที่นางกินก่อนหมดสติก็มาจากตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพระองค์ แล้วจะเกี่ยวกับใครได้เล่าเพคะ”หลินเวยนอนนิ่ง ฟังคำพูดเหล่านั้นโดยไม่รีบตอบ แม้จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่ประสบการณ์ก่อนตายสอนเธอแล้วว่า เมื่อลืมตาขึ้นมากลางวงล้อมศัตรู สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่แก้ตัว แต่คือฟัง ดู แล
last updateDernière mise à jour : 2026-07-31
Read More

บทที่ 8

ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดลงทันที เยี่ยนจิ่งเฉินยกมือขึ้นเล็กน้อย ทุกคนจึงเงียบลง “ให้เวลาฮองเฮาหนึ่งวัน” เขากล่าวเสียงเรียบ “แต่ระหว่างนี้ตำหนักคุนหนิงต้องถูกเฝ้า ห้ามผู้ใดเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต”หลินเวยยอบกาย “ขอบพระทัยฝ่าบาท”นางรู้ว่านี่ไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นการจับตามอง ทว่าอย่างน้อยนางก็ได้เวลาหายใจ สตรีทั้งหลายจำต้องถอยออกไป แม้แววตาจะไม่ยินยอม แต่ไม่มีใครกล้าขัดรับสั่งฮ่องเต้เมื่อทุกคนออกไปแล้ว เยี่ยนจิ่งเฉินยังยืนอยู่ในตำหนัก เขามองนางด้วยสายตาประเมิน “เจ้าดูไม่เหมือนคนเดิม”หลินเวยเงยหน้าสบตาเขา “คนที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมไม่เหมือนเดิมเพคะ”คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ฮ่องเต้ไม่กล่าวอะไรอีก เพียงหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งคำสั่งสั้น ๆ ให้หมอหลวงดูแลนางอย่าให้ตายก่อนครบหนึ่งวันหลังประตูตำหนักปิดลง หลินเวยแทบทรุดลงทันที นางกำนัลคนเดิมรีบเข้ามาประคอง “ฮองเฮาเพคะ!” หลินเวยสูดลมหายใจลึก กดความปวดแสบในลำคอไว้แล้วถามเสียงต่ำ“เจ้าชื่ออะไร” นางกำนัลชะงัก ดวงตาแดงขึ้นทันที“พระองค์จำหม่อมฉันไม่ได้หรือเพคะ หม่อมฉันชิงหลัว เป็นคนรับใช้ข้างกายพระองค์มาตั้งแต่จวนเซี่ย”หลิน
last updateDernière mise à jour : 2026-07-31
Read More

บทที่ 9

"คนต่อไป""เจาอี๋ มู่หรงซิน บุตรีราชครูมู่หรง ผู้ดูแลการสอบคัดเลือกขุนนางทั่วแผ่นดิน ขุนนางจำนวนมากเป็นลูกศิษย์ของราชครู นางจึงมีผู้สนับสนุนมากที่สุดในราชสำนัก"หลินเวยยิ้มมุมปากอำนาจทางการเมือง"ซูเฟย""ซูเฟย จ้าวซูอวิ๋น เป็นหลานสาวของเสนาบดีกรมคลัง ตระกูลซูร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ไทเฮาทรงโปรดปรานนางมาก"หลินเวยหรี่ตาลงเมื่อคืนคนที่ถูกวางยาก็คือซูเฟยหรือทั้งหมดเป็นละครฉากใหญ่"เต๋อเฟย""เต๋อเฟย ฉินอันหรู บุตรีเจ้ากรมพิธีการ ภายนอกนางอ่อนโยน เคร่งศาสนา ชอบเข้าวัดและช่วยเหลือคนยากจน จนชาววังเรียกนางว่านางฟ้าแห่งวังหลัง"หลินเวยหัวเราะเบา ๆ ประสบการณ์จากโลกเดิมสอนเธอว่า คนที่สร้างภาพเป็นคนดีที่สุด มักซ่อนความชั่วไว้ลึกที่สุด"คนสุดท้าย...เหม่ยเหริน หลินชิงเยว่"ตอนที่ 7ชิงหลัวหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ"ฐานะของนางต่ำที่สุด บิดาเป็นเพียงผู้ว่าราชการเมืองชายแดน แต่ไทเฮาทรงเอ็นดูมาก นางจึงเติบโตในวังหลังอย่างรวดเร็ว"หลินเวยวางถ้วยชาลง ห้าคน ห้าตระกูล ห้าผลประโยชน์แต่ร่วมมือกันเล่นงานฮองเฮา เรื่องนี้ไม่ปกติ"แล้วพวกนางสามัคคีกันได้อย่างไร"ชิงหลัวถอนหายใจ "เพราะศัตรูของพวกนางเหมือนกันเพค
last updateDernière mise à jour : 2026-07-31
Read More

บทที่ 10

"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด""แต่พระองค์กำลังกล่าวหา""หากเจ้าบริสุทธิ์ จะร้อนตัวทำไม"กุ้ยเฟยกำชายเสื้อแน่น ดวงตาฉายแววโกรธจัดแต่ยังฝืนยิ้ม"ดูเหมือนฮองเฮาจะเปลี่ยนไปมาก"หลินเวยตอบทันที "คนที่ตายมาแล้ว ย่อมไม่เหมือนเดิม"คำพูดนั้นทำให้ทุกคนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เจาอี๋รีบเปลี่ยนเรื่อง"อีกสามวันจะมีงานเลี้ยงถวายไทเฮา หวังว่าฮองเฮาจะเสด็จร่วม"หลินเวยพยักหน้า"แน่นอน...ข้าจะไปและจะพาของขวัญชิ้นใหญ่ไปถวายด้วย"ทุกคนมองหน้ากันอย่างสงสัย ของขวัญอะไร หลินเวยยิ้มอย่างมีเลศนัย"ของขวัญที่ไทเฮาต้องประทับใจมาก"เมื่อสตรีทั้งสี่ออกจากตำหนักไปแล้ว ชิงหลัวรีบปิดประตู"ฮองเฮาเพคะ พระองค์ไม่ควรยั่วโมหกุ้ยเฟยเช่นนั้น"หลินเวยเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ หยิบพู่กันขึ้นมาวาดวงกลมห้าวงบนกระดาษแล้วเขียนชื่อ กุ้ยเฟย เจาอี๋ ซูเฟย เต๋อเฟย เหม่ยเหริน จากนั้นลากเส้นเชื่อมไปยังอีกชื่อหนึ่ง ไทเฮา สุดท้ายจึงลากเส้นอีกเส้นไปยังชื่อ ฮ่องเต้ หลินเวยมองกระดาษอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มเย็น"ห้าสนม...ขุนนางใหญ่ห้าตระกูล...และไทเฮาที่อยู่เบื้องหลัง"นางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ"ถ้าจะกำจัดงู ก็ต้องเริ่มจากตัดเขี้ยวทีละซี่ พวกเจ้าร่วมมือ
last updateDernière mise à jour : 2026-07-31
Read More
Dernier
123456
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status