LOGINในเวลาเดียวกัน ที่จวนกุ้ย กุ้ยจงเหยากำลังอ่านรายงานเกี่ยวกับข้อเสนอเสบียงทดลอง ไม่มีงานเลี้ยง ไม่
ในเวลาเดียวกัน ที่จวนกุ้ย กุ้ยจงเหยากำลังอ่านรายงานเกี่ยวกับข้อเสนอเสบียงทดลอง ไม่มีงานเลี้ยง ไม่มีขุนนางมารวมตัว มีเพียงรองแม่ทัพคนเก่าที่เดินทางมาจากชายแดนเพื่อรายงานเรื่องหนึ่ง“ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ในราชสำนักคนพูดถึงท่านดีขึ้นมากขอรับ”กุ้ยจงเหยาไม่เงยหน้า “แล้วอย่างไร”“หลายคนคิดว่าฮองเฮาอาจเคยระวังท่านมากเกินไป”กุ้ยจงเหยายิ้มจาง ๆ “อย่าพูดเช่นนั้น”“แต่เป็นความจริงขอรับ”“ความจริงที่คนพูดวันนี้ อาจเปลี่ยนพรุ่งนี้ อย่ารีบดีใจเพราะคำชม” เขาปิดเอกสาร“ขอรับ” รองแม่ทัพลังเล “แล้วเรื่องเงินที่ราชสำนักกำลังตรวจ…”“ไม่ต้องแตะ”“ถ้ามีคนของเราเกี่ยว…”กุ้ยจงเหยามองขึ้นทันที สายตานิ่งจนอีกฝ่ายหยุดพูด “ข้าบอกว่าไม่ต้องแตะ”“ขอรับ”“ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำมีเพียงอย่างเดียว”“อะไรขอรับ”“ทำสิ่งที่ถูกต้อง&rd
ผลคือเสียงวิจารณ์ในเมืองหลวงลดลงอย่างรวดเร็ว ครอบครัวที่ถูกตัดสิทธิ์ผิดได้รับสิทธิ์คืน ผู้ที่เข้าใจผิดได้รับคำอธิบาย ส่วนคนที่เคยได้รับเงินนอกบัญชีเริ่มรู้ว่าตนเองไม่ได้ถูกตัดเบี้ยเลี้ยงตามกฎหมาย แต่เพียงไม่ได้รับเงินพิเศษแบบเดิมอีกต่อไปอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งไม่หายไปพร้อมกับปัญหา ชื่อของกุ้ยเยว่หรง นางยังคงได้รับคำชมจากประชาชน โรงทานยังเปิด ครอบครัวทหารยังได้รับงาน เหล่าฮูหยินขุนนางยังไปมาหาสู่จวนกุ้ย ไม่มีความผิด ไม่มีหลักฐาน ไม่มีคำพูดโจมตีราชสำนักแม้แต่ประโยคเดียว แต่หลินเวยรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้หยุด เพียงกำลังรอ เช่นเดียวกับกุ้ยจงเหยาหลายวันต่อมา ระบบทดลองเสบียงชายแดนตามข้อเสนอของเขาเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ ขุนนางหลายคนกล่าวถึงชื่อแม่ทัพกุ้ยด้วยน้ำเสียงดีขึ้น แม้แต่ฝ่ายที่เคยคัดค้านตระกูลกุ้ยก็เริ่มแยกเขาออกจากญาติคนอื่น ขณะที่เส้นทางเงินหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นตำลึงยังไม่มีหลักฐานตรงไปถึงเขา หลินเวยจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าตรวจสอบต่อ แต่สิ่งที่รบกวนใจนางที่สุดกลับไม่ใช่กุ้ยจงเหยา ไม่ใช่กุ้ยเยว่หรง แต่เป็นเงาที่อยู่ภายในพระราชวังไฟไหม้คลังผ้ายังไม่มีผู้บง
“นางเลือกสนามเก่ง” หลินเวยพึมพำ“ใครเพคะ”“กุ้ยเยว่หรง” นางมองออกไปนอกหน้าต่าง “ถ้านางโจมตีข้าเรื่องอำนาจ คนจะมองว่าเป็นความแค้นของตระกูลกุ้ย ถ้าโจมตีเรื่องเงิน คนจะถามหลักฐานแต่นางเลือกครอบครัวทหาร”ชิงหลัวเข้าใจ สามี บุตรชาย บิดา คนเหล่านั้นตายในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่มีราชสำนักใดอยากถูกกล่าวหาว่าทอดทิ้งครอบครัวของผู้เสียสละช่วงบ่าย เรื่องไปถึงเยี่ยนจิ่งเฉิน ฮ่องเต้อ่านรายงานแล้วมีพระพักตร์เคร่ง“คำร้องเท็จบางส่วน?”“เพคะ”“ให้สำนักตรวจการจัดการตามกฎหมาย”“ถ้าทำทันที เราจะแพ้เพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินเงยหน้าขึ้น “แพ้ใคร”“ยังไม่รู้” หลินเวยตอบ “แต่คนที่วางเรื่องนี้กำลังรอให้เราทำสองอย่าง”“อะไร”“ลงโทษหรือยอม”พระองค์นิ่งฟัง“ถ้าเราลงโทษ คนจะบอกว่าราชสำนักรังแกครอบครัวทหาร ถ้าเรายอมทุกข้อ ระบบคลังจะถูกเจาะช่องใหญ่”
จนเช้าวันหนึ่ง โต๊ะใหญ่ในตำหนักคุนหนิงถูกปกคลุมด้วยเอกสาร“ฮองเฮาเพคะ ถ้าตรวจต่ออีกสักร้อยครอบครัว หม่อมฉันคงฝันเห็นแต่ตัวเลขแน่” ชิงหลัวมองตัวเลขจนแทบปวดศีรษะ“อย่างน้อยในฝันเจ้าก็ช่วยข้าคิดบัญชีได้” หลินเวยยังไม่เงยหน้า“หม่อมฉันขอฝันเรื่องอื่นบ้างเถิดเพคะ” หลินเวยหัวเราะเบา ๆแต่เมื่อหัวหน้าสำนักตรวจการเข้ามา สีหน้าของนางก็กลับจริงจังทันที“ได้ผลแล้ว?”“พ่ะย่ะค่ะ” ชายผู้นั้นวางรายงานลง “คำร้องทั้งหมดที่ได้รับจนถึงเมื่อวานมีเก้าสิบสามฉบับ ตรวจสอบแล้วแปดสิบเจ็ดฉบับ อีกหกฉบับกำลังรอเอกสารจากหัวเมือง”“แยกประเภท”“พ่ะย่ะค่ะ” เขาเปิดหน้ารายงาน “ยี่สิบเอ็ดครอบครัวได้รับเงินลดลงจริง และมีข้อสงสัยว่าการจัดประเภทใหม่อาจไม่เหมาะสม”หลินเวยพยักหน้า นี่คือส่วนที่ต้องแก้ “ต่อ”“สามสิบสองครอบครัวได้รับเงินจากราชสำนักเท่าเดิมหรือมากขึ้น แต่เงินส่วนอื่นที่เคยได้รับจากหัวเมืองถูกตัดออก”&ldq
สองวันต่อมา รายชื่อครอบครัวและจำนวนเงินก็ถูกวางบนโต๊ะ กุ้ยเยว่หรงอ่านทีละหน้า บางครอบครัวได้รับเงินลดลงจริง บางครอบครัวไม่ได้รับข้าวส่วนพิเศษ บางครอบครัวถูกตัดชื่อออกจากบัญชี แต่เมื่ออ่านละเอียด นางกลับพบว่าสาเหตุไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดครอบครัวหนึ่งเคยได้รับเงินสองทางจากทั้งกรมกลาโหมและหัวเมือง หลังระบบใหม่รวมบัญชีจึงเหลือทางเดียว อีกครอบครัวมีบุตรชายโตขึ้นและเริ่มรับราชการ จึงถูกปรับประเภทการช่วยเหลือ บางครอบครัวเคยได้รับข้าวส่วนพิเศษที่แท้จริงเป็นเงินนอกบัญชีจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เมื่อมีระบบตรวจสอบใหม่ เงินส่วนนั้นจึงหายไป แต่ก็มีบางครอบครัวที่ดูเหมือนถูกลดเบี้ยเลี้ยงโดยไม่มีคำอธิบายชัดเจนสาวใช้ถาม “ฮูหยินคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”กุ้ยเยว่หรงมองรายชื่อ “ระบบใหม่มีปัญหาจริงบางส่วน”“เช่นนั้นฮองเฮา...”“อย่าพูดไร้สาระ” นางตัดบททันที “ระบบใหญ่ไม่มีทางสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก”สาวใช้รีบก้มหน้า“แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าความจริงทั้งหมดเป็นอย่างไร” กุ้ยเยว่หรงกลับยิ้มบาง ๆ
เมื่อหญิงชราคนหนึ่งมือสั่นจนถือชามไม่ไหว นางเข้าไปช่วยประคอง “ค่อย ๆ กินนะเจ้าคะ ยังมีอีก ไม่ต้องรีบ”หญิงชรามองนางอย่างซาบซึ้ง “ฮูหยินเป็นผู้เปิดโรงทานนี้หรือ”กุ้ยเยว่หรงยิ้ม “ข้าเพียงมีเงินเหลืออยู่บ้างเท่านั้นเจ้าค่ะ”“สวรรค์ต้องคุ้มครองฮูหยิน”“อย่าขอบคุณข้าเลยเจ้าค่ะ” นางหันไปมองคนที่ยืนต่อแถว “ถ้าปีนี้ทุกคนผ่านฤดูหนาวไปได้อย่างปลอดภัย นั่นก็ดีที่สุดแล้ว”คำพูดธรรมดาเช่นนี้กลับทำให้คนฟังจดจำ ไม่นานคนในตลาดก็เริ่มเรียกนางว่า ฮูหยินกุ้ยผู้ใจบุญ บางคนรู้ว่านางเป็นญาติของอดีตกุ้ยเฟย แต่แทนที่จะทำให้ชื่อเสียงเสียหาย กลับยิ่งมีคนพูดว่าไม่ควรนำความผิดของคนรุ่นหนึ่งมาตัดสินอีกคน“อดีตกุ้ยเฟยทำผิดก็เรื่องของอดีตกุ้ยเฟย ฮูหยินกุ้ยไม่เคยทำอะไรผิดเสียหน่อย”“สามีนางตายในสนามรบ นางเป็นหม้ายมาตั้งหลายปี ยังเอาเงินของตัวเองมาช่วยคนจนอีก”“คนดีเช่นนี้จะเหมือนคนตระกูลกุ้ยพวกนั้นได้อย่างไร”คำพูดคล้ายกับสิ่งที







