Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2026-09-19 01:17:12

        เสียงหัวเราะต่ำๆ ของเซียวเฟยหลงยังคงดังแผ่วอยู่ในห้อง ลู่เสี่ยวหลันกลับเป็นฝ่ายนิ่งงันไปเสียเอง ทรราชย์ผู้เย็นชาที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยเห็นหัวใคร...กำลังหัวเราะเพราะนางอยู่และที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่านั้นคือ พอผู้ชายคนนี้ยิ้มแล้วกลับยิ่งหล่อเข้าไปอีกจนนางละสายตาจากเขาไม่ได้

        ลู่เสี่ยวหลันกัดฟันแน่น พยายามดึงสายตากลับจากใบหน้าของเขา ยิ่งมองก็ยิ่งอันตรายกับหัวใจ เพราะชายคนนี้คือเซียวเฟยหลง คนที่ในเรื่องเดิมสามารถสั่งประหารคนได้โดยไม่กะพริบแต่ปัญหาคือ ตอนนี้สติของนางกำลังถูกทรราชย์หน้าตาหล่อเหลาผู้นี้บดขยี้จนแทบไม่เหลือแล้ว!

       “ท่านอ๋อง...ท่านช่วยลุกขึ้นก่อนได้หรือไม่เพคะ” เซียวเฟยหลงเลิกคิ้ว

       “เหตุใดกัน?” ลู่เสี่ยวหลันเบิกตากว้าง นางเหลือบมองสถานการณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว นางนอนอยู่บนเตียงหงส์มังกร ส่วนเขายังคงอยู่เหนือร่างนาง แขนข้างหนึ่งยันอยู่ข้างศีรษะ อีกข้างรองรับน้ำหนักตัวไว้จนไม่ทำให้นางเจ็บแม้แต่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ใกล้เกินไปอยู่ดี

        “เพราะท่านกำลัง...อยู่บนตัวหม่อมฉันเพคะ” มุมปากของเซียวเฟยหลงยกขึ้นอีกครั้ง

        “แล้วแปลกอย่างไรเล่า?” ลู่เสี่ยวหลันอ้าปากค้าง ผู้ชายคนนี้หน้าตายขนาดนี้ แต่ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

        “ก็...ก็ท่านควรลุกขึ้นสิเพคะ!”

        “ข้าไม่เห็นเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น”

        “ท่านอ๋อง!” เซียวเฟยหลงก้มหน้าลงมาอีกเล็กน้อย ลู่เสี่ยวหลันรีบกลั้นหายใจ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของนางราวกับกำลังมองสิ่งที่น่าสนใจก่อนเสียงทุ้มต่ำจะดังขึ้นช้าๆ

        “นี่คือ คืนเข้าหอของเรา” หัวใจของลู่เสี่ยวหลันกระตุกวูบ

        “แล้วอย่างไรเพคะ?”

        “ข้าก็ต้องทำหน้าที่ของข้าสิ” สมองของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ ลู่เสี่ยวหลันเบิกตากว้างขึ้นทันที

        “ท่านอ๋อง!”

         “ข้าฟังอยู่?”

         “หม่อมฉันคิดว่า...เรื่องหน้าที่นั้น เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนก็ได้นะเพคะ!” เซียวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย

         “ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนงั้นรึ?”

         “เพคะ!”

         “นี่เจ้ากล้าจะให้ข้ารอทั้งที่เข้าหอแล้วเยี่ยงนี้รึ” ลู่เสี่ยวหลันนิ่งงัน นางกำลังคิดหาคำตอบอย่างลนลาน แต่เซียวเฟยหลงกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีกใกล้จนปลายจมูกแทบสัมผัสกัน

         “หรือว่า...” เสียงของเขาต่ำลง

         “เจ้าคิดเปลี่ยนใจทั้งที่แต่งงานกับข้าแล้ว?”

         “ไม่ใช่นะเพคะ!” ลู่เสี่ยวหลันตอบทันทีจากนั้นก็ชะงัก เซียวเฟยหลงมองนางด้วยแววตาคล้ายขบขัน

         “เช่นนั้นเจ้ากลัวอะไร...กลัวเจ็บรึ” ลู่เสี่ยวหลันเม้มริมฝีปาก

         “หม่อมฉันไม่ได้กลัวเพคะ”

         “เช่นนั้นเหตุใดมือของเจ้าจึงสั่น” ลู่เสี่ยวหลันชะงัก นางก้มมองมือตัวเอง มันสั่นจริงๆ

         “เพราะ...เพราะอากาศหนาวเพคะ!” เซียวเฟยหลงเหลือบมองเทียนแดงที่ยังลุกโชนอยู่รอบห้อง จากนั้นจึงมองกลับมาที่นาง

         “ข้าว่า คืนนี้ห้องนี้ร้อนกว่าด้านนอกด้วยซ้ำ” เซียวเฟยหลงยกมือขึ้นพัดเบาๆ พลางค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก ลู่เสี่ยวหลันรีบคว้ามือของเขาไว้แน่น

         “ท่านอ๋องจะทำอะไรเพคะ!”

         “ข้าจะถอดเสื้อผ้าไงเล่า”

         “ไม่ได้เพคะ!” ลู่เสี่ยวหลันอยากร้องไห้ เซียวเฟยหลงมองสีหน้าจนมุมปากยกขึ้นอีกครั้ง

         “ซูมู่เยียน”

         “เพคะ?”

         “คืนนี้เจ้าช่างพูดมากเหลือเกิน”

         “ข้าเพียงกลัวว่า คืนนี้เราจะไม่มีเรื่องพูดคุยกันน่ะเพคะ” ทั้งสองคนเงียบลงพร้อมกันลู่เสี่ยวหลันเบิกตากว้าง นางพูดอะไรออกไปอีกแล้วคืนเข้าหอต้องมีเรื่องคุยอะไรอีก แต่เซียวเฟยหลงกลับไม่ได้ตอบทันทีเขาเพียงมองนางนิ่งๆ

         แสงเทียนแดงสะท้อนอยู่ในดวงตาคมลึกจากนั้นมือของเขาค่อยๆ ยกขึ้น ลู่เสี่ยวหลันตัวแข็งทันที ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนเส้นผมที่ตกอยู่ข้างแก้มนางอย่างแผ่วเบา

         “ข้าเพิ่งรู้ว่า คืนเข้าหอต้องมีเรื่องคุยกันเสียด้วย” เสียงทุ้มต่ำลงจนหัวใจของนางสั่นไหว

         “และเพิ่งได้รู้ว่า...พระชายาของข้ามีอีกด้านหนึ่งที่ข้าไม่เคยพบเห็น” ลู่เสี่ยวหลันเงียบไป หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผลเพราะนี่ไม่ใช่บทสนทนาเปิดใจแต่เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่กำลังสงสัยในตัวภรรยาของตน

         “ท่านอ๋อง...”

         “หืม?”

         “ท่านมองหม่อมฉันเช่นนี้ มันทำให้หม่อมฉันรู้สึกแปลกๆ”

         “แปลกอย่างไร”

         “ก็...” ลู่เสี่ยวหลันพูดไม่ออก นางจึงรีบหันหน้าไปทางอื่น

         “ไม่มีอะไรเพคะ!” เซียวเฟยหลงมองใบหูที่เริ่มแดงของนาง คราวนี้รอยยิ้มของเขาชัดเจนกว่าเดิม

         “เจ้าคงกำลังเขินข้า” มือใหญ่คลอเคลียที่แก้มเนียนอย่างเบามือ ริมฝีปากของเขายกยิ้มอย่างพอใจ พลางช้อนปลายคางเรียวนั้น

         “ข้าไม่ได้...” ใบหน้าของเซียวเฟยหลงโน้มลงมาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจของชายหนุ่ม ลู่เสี่ยวหลันหลับตาปี๋ราวกับรู้ว่าหมดทางที่จะยื้อเวลาต่อไปได้ ริมฝีปากบางแตะบดลงเบาๆ อย่างอ่อนโยน สัมผัสอุ่นร้อนแตะวาบที่ริมฝีปากจนลู่เสี่ยวหลันเผลอกำชายเสื้อของเซียวเฟยหลงแน่น

        แต่ในวินาทีนั้นเอง—

        พรึ่บ!

        เปลวเทียนทุกดวงในห้องดับลงพร้อมกัน ห้องหอทั้งห้องตกเข้าสู่ความมืดมิดลู่เสี่ยวหลันชะงัก หัวใจที่เมื่อครู่กำลังเต้นเพราะความประหม่าพลันเย็นวาบจากรอยจูบ

        “ท่านอ๋อง?”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 44

    เสนาธิการหลี่ก้าวเข้าไปถวายจดหมายด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าลู่เสี่ยวหลันกลับสังเกตเห็นว่าปลายนิ้วที่ประคองกระดาษนั้นเกร็งขึ้นเล็กน้อย เซียวเฟยหลงรับจดหมายมาโดยไม่รีบร้อน พระองค์ไม่ได้เปิดอ่านในทันที หากทอดพระเนตรตราประทับบนซองจดหมายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าบอกว่าสารฉบับนี้ถูกส่งไปยังคณะทูตเป่ยเยี่ยน แล้วเหตุใดจึงมาอยู่ในมือเจ้า?” เสนาธิการหลี่ก้มศีรษะ “ทูลท่านอ๋อง เมื่อคืนนี้มีคนลอบนำสารฉบับนี้มาวางไว้หน้าจวนกระหม่อม คนเฝ้าประตูพบเข้า จึงนำมาส่งให้กระหม่อมตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ” “แล้วเจ้าตรวจสอบอย่างไร?” “กระหม่อมเห็นตราประทับของจวนท่านอ๋อง จึงคิดว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแคว้น ไม่กล้าปล่อยผ่านพ่ะย่ะค่ะ” เซียวเฟยหลงทอดพระเนตรเขานิ่ง “เจ้าจึงนำมันมาถวายต่อหน้าคณะทูต?” “กระหม่อมเพียงเห็นแก่บ้านเมืองพ่ะย่ะค่ะ” คำตอบนั้นฟังดูสมเหตุสมผล ทว่าลู่เสี่ยวหลันกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสนาธิการหลี่เป็นขุนนางผู้มีประสบการณ์ หากเขาได้รับสารที่กล่าวหาอ๋องเฟยหลงว่าคิดก่อกบฏจริง เหตุใดจึงไม่ถวายรายงานต่อ

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 43

    ลู่เสี่ยวหลันลุกขึ้นถวายคำนับ .ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกกับภาพความทรงจำที่เพิ่งผ่านไป “หม่อมฉันเพียงบรรเลงตามความรู้สึกเพคะ” ทูตเป่ยเยี่ยนพยักหน้าอย่างชื่นชม “บทเพลงนี้มีทั้งความเศร้าและความกล้าหาญ ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก” หลี่เสี่ยวหยินกลับนิ่งเงียบ รอยยิ้มบนใบหน้างดงามเริ่มแข็งค้าง นางมองลู่เสี่ยวหลันราวกับกำลังพยายามค้นหาคำตอบบางอย่าง “พระชายา…” หลี่เสี่ยวหยินเอ่ยเสียงเบา “ท่านเคยเล่นเพลงนี้มาก่อนหรือไม่เจ้าคะ?” ลู่เสี่ยวหลันสบตานาง “ข้าจำไม่ได้แล้ว” “จำไม่ได้?” “บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าเพลงนี้คุ้นเคย แต่บางครั้งก็เหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย” หลี่เสี่ยวหยินนิ่งงัน ลู่เสี่ยวหลันยิ้มบาง “คุณหนูหลี่คิดว่าแปลกหรือ?” อีกฝ่ายรีบส่ายหน้า “ไม่…ไม่แปลกเจ้าค่ะ” แต่ปลายนิ้วของหลี่เสี่ยวหยินกลับกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ลู่เสี่ยวหลันเห็นทุกอย่างและนั่นทำให้นางมั่นใจมากขึ้นว่า บทเพลงนี้อาจเกี่ยวข้องกับอดีตของซูมู่เยียนจริงๆ เมื่อนางเดินกลับไปยังที่นั่ง เซียวเฟยหลง

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 42

    “คุณหนูหลี่กล่าวเกินไปแล้ว ข้าเพียงพอเล่นดนตรีได้บ้างเท่านั้น” “พระชายาถ่อมตนเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” หลี่เสี่ยวหยินยิ้มกว้างขึ้น “หรือว่าพระชายายังไม่หายดีจากอาการตกน้ำ?” คำพูดนั้นทำให้ลู่เสี่ยวหลันเลิกคิ้ว นางกำลังจะตอบแต่เซียวเฟยหลงกลับวางตะเกียบลงเสียก่อน เสียงกระทบโต๊ะเบาๆ ดังขึ้น ทว่าในความเงียบของท้องพระโรงกลับชัดเจนอย่างน่าประหลาด “ชายาของข้าเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย” พระพักตร์ของเขาเย็นชา พระเนตรคมกริบทอดมองหลี่เสี่ยวหยิน “หากนางไม่ต้องการเล่น ก็ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์บังคับ” หลี่เสี่ยวหยินรีบก้มศีรษะ “ข้าน้อยมิได้มีเจตนาบังคับท่านอ๋อง เพียงคิดว่าพระชายาคงมีความสามารถ…” “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคิดอย่างไร” น้ำเสียงของเฟยหลงเย็นลงอีกระดับ “อย่ารบกวนชายาของข้า” บรรยากาศรอบโต๊ะพลันตึงเครียด ลู่เสี่ยวหลันมองใบหน้าด้านข้างของเขา ก่อนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นในอก บุรุษผู้นี้…แม้ต่อหน้าฮ่องเต้และขุนนางทั้งท้องพระโรง ก็ยังไม่คิดปิดบังความหวงแหนนางแม้แต่น้อย นางยื่นมือไปแตะชายแขนเสื้อของเขาเบาๆ “ท่านอ๋องเพ

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 41

    “หม่อมฉันจะทำอย่างไรหรือเพคะ?” ลู่เสี่ยวหลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับอย่างคนที่กำลังคิดแผนบางอย่างอยู่ในใจ “หากนางอยากทดสอบหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะปล่อยให้นางทดสอบไปเพคะ” เซียวเฟยหลงเลิกพระขนงเล็กน้อย “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” “หม่อมฉันยังไม่ได้คิดเพคะ” ลู่เสี่ยวหลันเห็นพระพักตร์ของเขาแล้วก็อดยิ้มแหยไม่ได้ “แต่หม่อมฉันจะคิดให้ได้ก่อนที่นางจะลงมืออีกครั้งแน่นอนเพคะ” เซียวเฟยหลงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนพระทัยอย่างจนพระทัย “อย่าก่อเรื่องอีก” “หม่อมฉันรับรองว่าจะไม่ก่อเรื่องเพคะ” “ข้าไม่ได้เชื่อคำรับรองของเจ้า” “ท่านอ๋อง!” เสียงกระซิบประท้วงของนางทำให้มุมพระโอษฐ์ของชายหนุ่มขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่าก่อนที่ลู่เสี่ยวหลันจะทันเอ่ยอะไรต่อ เสียงประกาศจากหน้าท้องพระโรงก็ดังขึ้น “ฝ่าบาทเสด็จ!” เสียงดนตรีที่บรรเลงคลออยู่พลันหยุดลง เหล่าขุนนางและคณะทูตต่างลุกขึ้นถวายคำนับพร้อมกัน ฮ่องเต้เซียวจิ่งเหวินเสด็จเข้าสู่ท้องพระโรงด้วยฉลองพระองค์สีเหลืองทอง ปักลายมังกรห้าเล็บ พระพักตร์เปี่ยมด้วยรอ

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 40

    เสียงฆ้องกังวานดังขึ้นจากหน้าตำหนักใหญ่ ก่อนที่ขันทีจะเปล่งประกาศเสียงดัง “คณะทูตแคว้นเป่ยเยี่ยนเสด็จมาถึงแล้ว!” ลู่เสี่ยวหลันก้าวตามเซียวเฟยหลงเข้าสู่ท้องพระโรงจัดเลี้ยงอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะฟื้นตัวจากการตกน้ำแล้ว ทว่าความเย็นที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกในวันนั้นยังทำให้นางรู้สึกอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เสี่ยวหลันระวังตัวมากกว่าความเจ็บป่วย กลับเป็นสายตาของผู้คนที่จับจ้องมายังนาง บางคนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนมองด้วยความสงสัย และบางคนก็ไม่คิดปิดบังความเย้ยหยัน ข่าวพระชายาของอ๋องเฟยหลงตกน้ำในสวนหลวงแพร่กระจายไปทั่ววังหลวงเร็วกว่าที่นางคาดคิด “เดินช้าๆ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู ลู่เสี่ยวหลันหันไปมองชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างกาย เขายังคงสวมฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทอง พระพักตร์เย็นชาไร้อารมณ์ รัศมีอำนาจแผ่กระจายจนเหล่าขุนนางที่เดินสวนมาต่างก้มศีรษะหลบสายตา ทว่าเมื่อหันมาหานาง พระเนตรคมกลับอ่อนลงเล็กน้อย “หากรู้สึกไม่สบาย ให้บอกข้า” “หม่อมฉันไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้นนะเพคะ” “ข้าสั

  • เกิดใหม่เป็นเมียไม่ได้รักของทรราชย์หลงเฟย   บทที่ 39

    “หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจตกลงไปเสียหน่อย!” “เช่นนั้นเจ้าก็ตั้งใจจะทำให้ข้าตกใจจนหัวใจหยุดเต้นหรือ?” ลู่เสี่ยวหลันพูดไม่ออก เมื่อเห็นนางเงียบลง เฟยหลงจึงถอนหายใจเบาๆ ความโกรธบนพระพักตร์คลายลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความกังวล “เยี่ยนเอ๋อ” นี่เป็นครั้งแรกที่พระองค์เรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเช่นนี้ “คราวหน้า หากจะไปที่ใด ให้บอกข้าก่อน” นางเงยหน้าขึ้นมองเขา “เพียงเท่านี้หรือเพคะ?” “แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไร?” “หม่อมฉันนึกว่าพระองค์จะสั่งห้ามหม่อมฉันออกจากตำหนักเสียอีก” เฟยหลงหรี่พระเนตร “เจ้ากำลังเตือนให้ข้าทำเช่นนั้นหรือ?” “ไม่ใช่เพคะ!” นางรีบส่ายหน้าจนชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเรื่องแต่เสียงหัวเราะนั้นอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะยกมือแตะหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา “พักเสีย ข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าหมอหลวงจะมาถึง” ลู่เสี่ยวหลันมองเขาอย่างเงียบงัน นางไม่เคยคิดว่าบุรุษที่ผู้คนเรียกว่าทรราชย์จะมีสีหน้าเช่นนี้ สีหน้าของคนที่หวาดกลัวว่าจะสูญเสียใครบางคนและ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status